ปีที่ 2 ฉบับที่ 571 วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2542

คอลัมน์ "วิพากษ์ สื่อมวลชนไทย"

“ธรรมกาย” เหยื่อกระแสสื่อ เพราะคนนอกรีดจ้องทำลาย “พุทธ”

ไม่น่าเชื่อ แต่ต้องเชื่อเพราะมันเกิดขึ้นแล้ว

“พิมพ์ไทยรายวัน” ร่วมประชุมในกองบรรณาธิการ เพื่อตัดสินใจว่า เราน่าจะเสนอข่าวกรณี “วัดพระธรรมกาย” ในอีกแง่มุม เพื่อความเป็นธรรมกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ทั้งนั้น เราจะไม่เอนเอียงไปทางฝ่ายใด ทุกอย่างเอากันตามข้อมูลและความเป็นจริง

ทันทีที่ “พิมพ์ไทย” พาดหัวเป็นข่าวใหญ่ หน้า 1 ออกมาว่า

ธรรมกาย เหยื่อ?

เสี้ยมเขาพุทธฆ่าพุทธ

และมีหัวรองว่า….

ต่างชาติทุ่มทุนถล่ม

องค์กรพิทักษ์ศาสนา

ท้าชนมารทุกรูปแบบ

แค่นี้แหละครับ เราก็ได้รับโทรศัพท์จากประชาชนคนอ่านจนหูชา มีทั้งขอซื้อเพิ่ม ขอให้เพิ่มยอด และสอบถามเบื้องหน้าเบื้องหลังของเรื่องที่ว่า “พิมพ์ไทยรายวัน” คิดอย่างไรกับการเสนอข่าว “สวนทางปืน” หรือทวนกระแสออกมาอย่างนี้

ก็บอกคนที่ข้องใจสงสัยไปว่า นี่ไม่ใช่การสวนกระแส หรือทวนน้ำอะไรทั้งนั้น แต่ที่เราทำก็มาจากจิตสำนึกที่ว่า…

การเสนอข่าวก็ต้องให้เหมือนการมองเหรียญสองด้าน

ไม่ใช่มองแค่ด้านใดด้านหนึ่ง

มันไม่ยุติธรรมกับคนที่ตกเป็นข่าว

เราไม่สนหรอกว่า วัดพระธรรมกายจะผิดถูกประการใด เพราะเรื่องนี้อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของมหาเถรสมาคมและกรมการศาสนา เมื่อเป็นอย่างนี้ ต้องให้เกียรติทั้งสองสถาบัน ที่กำลังดำเนินการอยู่

รอฟังผล ไม่ใช่มาตัดสินความ หรือพิพากษากันเอาเอง

ผมไม่ได้มีส่วนร่วมในการเสนอข่าวนี้กับพรรคพวกในกอง บก. ด้วย เพราะเป็นเรื่องของ บก.ข่าวที่รับผิดชอบ หน้า 1 แต่นำมาเขียนเพราะความประหลาดใจที่เห็น “พลังของคน” โดยเฉพาะคนที่เป็นศิษยานุศิษย์ของ “วัดพระธรรมกาย” ว่าจะมีมากกันขนาดนั้น

มันเหมือนเรื่องเหลือเชื่อ

ความเจ็บปวดของคนเรานั้น บางครั้งก็ไม่มีอะไรมาช่วยได้ ผมพอเข้าใจในส่วนของสาวกพระธรรมกาย กับการตกเป็นข่าวในทางลบนานร่วมเดือน และเป็นการเสอนข่าว “ด้านเดียว”

แนวทางของการเสนอข่าวเรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ก็กรุณาติดตามอ่านจาก “พิมพ์ไทย” ได้ทุกวัน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ๆ คือเราจะเอาตัวเองลอยขึ้นอยู่เหนือการเอาตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง แต่จะทำหน้าที่ในการเป็น “สื่อ” ให้เป็นกลางที่สุด

ในฐานะคนเขียนบทความ หรือคอลัมนิสต์ ผมมีสิ่งหนึ่งที่อยากถ่ายทอดออกมาในแง่ของการกระทำ พี.อาร์. ใครว่าววัดพระธรรมกายเก่ง แต่ผมกลับเห็นว่า “ก็งั้นๆ”

เพราะสิ่งที่นำมาโจมตีนั้นดูตามรูปเรื่องแล้ว ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากการ “ตี” ข้างเดียว แต่ฝ่ายพระธรรมกายกลับนิ่งเฉย เสมือนจะยอมรับ หรือไม่มีคำปฏิเสธใดๆ ตอบโต้คำกล่าวหา

หลักการเรื่องนี้มีว่า คนจำนวนนับแสนหรือหลักล้าน ที่มีทั้งคนมีความร็ระดับปัญญาชนและพ่อค้าพานิชที่ประสบความสำเร็จ จะ “โง่พร้อมกัน” ในการมาเป็นสาวก “ธรรมกาย” ถ้าพระวัดนี้เป็นอลัชชี หรือไม่บริสุทธิ์ตามวินัยสงฆ์

เห็นหรือยัง? สื่อบ้านเรามีอิทธิพลแค่ไหน และนี่คือเหตุผลที่เราต้อง “วิเคราะห์สื่อมวลชนไทย”

นพพร กีรติ

1