ปีที่ 2 ฉบับที่ 571 วันอังคารที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2542

บทนำ

บทเรียนธรรมกาย

ความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในสังคมบ้านเรา ทั้งด้านการบ้าน และการเมือง เกิดจากความไม่เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเอง ซ้ำยังสับสนต่อ หน้าที่ของตนเองอีก ซึ่งคนจำพวกนี้ก็มากมายเหลือเกินในสังคมไทย เช่น นักการเมืองแฝงตัวเป็นนายหน้า สอดสายตา ฮั้วบริษัทประมูล คนร่ำเรียนสูงกว่าจะจบแพทย์จบหมอ อุตริไม่รักษาคนไข้ วันดีคืนดีก็เข้าไปพ่นน้ำลายอยู่กลางสภา

สื่อมวลชนที่สำคัญตนเป็นน้ำดี อีโกสูง ดื่มเหล้าคละเคล้าคาวโลกีย์ ก็ดันมาสำคัญตัวเองเป็นศาลคนโน้นที คนนี้ที นั่งธรรมมาสน์ สำคัญผิดว่า ตนเป็นสังฆราช เสนอข่าวเอาความเมามันเข้าว่า เน้นยอดจำหน่ายสูง คอยรับรางวัลเป็นกล่อง เพื่อสำนักพิมพ์ แต่ขาดความรับผิดชอบ ต่อความอวิชชาของตนเอง

แม้แต่พระนักเทศน์ชื่อดัง มีลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้าน เต็มเมือง ก็ดันทะลึ่งปีนกำแพงวัดร้องแรกแหกกระเฌอ เที่ยวก่นตะโกนเรื่องการเมือง กับญาติโยม แต่ถ้าสำนักอารามอื่นเขาเด่นดัง ก็สวมบทเป็นนักเทศน์พูดธรรมะล้วนๆ เสมือนดังซ้ำเติม บวรพุทธศาสนาของเอกศาสดาโลก พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้หม่นหมองเข้าไปอีก บ้านเมืองเราจึงสับสนอลหม่าน อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ทีมงานกองบรรณาธิการพิมพ์ไทย เป็นสื่อเล็กๆ ฉบับหนึ่งเท่านั้น แต่เราได้ทบทวนและไตร่ตรองด้วยสติปัญญา นานนับแรมเดือน ในที่สุดเราก็ได้ตัดสินใจฝืนกระแสเพื่อนสื่อมวลชน ที่พุ่งเป้าโจมตีวัดธรรมกาย ซึ่งถือเป็นบทบาทภาระหน้าที่ของสื่อสารมวลชน ที่จะต้องชูธรรม เพื่อสังคมโดยไม่หวั่นเกรงคำครหาใดทั้งสิ้น

กรณีวัดธรรมกายถูกโจมตี เรื่องที่ไปที่มาของเงิน สื่อมวลชนก็พิพากษา จะเอาเป็นเอาตายกันอีก แต่ไม่มีใครคิดหาทางออกให้กับ พุทธศาสนา เพราะเราตระหนักดีว่า สถาบันศาสนาเป็นสถาบันที่สำคัญยิ่งของคนไทย สังคมบ้านเราเจ็บช้ำมามากแล้ว เพราะเราหลับหูหลับตา เดินตามเท้าผู้อื่นมาโดยตลอด ละลายพฤติกรรมซ้ำซาก เพื่อรังสรรค์สิ่งดีๆ ใหม่ๆ ให้กับแผ่นดินนี้ดีกว่า

1