เ ที่ ย ว ก ร ร ม ฐ า น
อัตตชีวประวัติโดย พระบุญนาค โฆโส

| คำปรารภของพระบุญนาค โฆโส | สารบัญ | อ่านหนังสือ
หมายเหตุผู้จัดทำ | มุมมองของผู้จัดทำ ed ต่อหนังสือเล่มนี้

 
คำปรารถ

หนังสือ "ประวัติพระบุญนาคเที่ยวกรรมฐาน" ลงวันที่ ๑๖ เดือน ๙ ขึ้น ๙ ค่ำ วันจันทร์ พ.ศ. ๒๔๘๐ เผอิญมี พระเดชพระคุณท่านเจ้าจอมมารดาทับทิม ที่วังกรมหลวงนครไชยศรีสุรเดช พร้อมด้วยคุณนายอ้นและโยมเข็ม ขอประวัติการณ์ความเป็นมาแล้วของอาตมาภาพในเวลาหนึ่งโมงเช้า ๗ นาฬิกา ก่อนรับบิณฑบาต อยู่ ณ ที่ตำหนักในวังนั้น

ก่อนพระเดชพระคุณจะบัญชาให้เขียนประวัติความเป็นมาของอาตมาภาพ ในเวลา ๙ ทุ่มวันนั้น (ตี ๓) ส่วนอาตมาภาพกลับมาจากเดินจงกรม ในลานพระเจดีย์แล้วมาเข้าที่นั่งสมาธิในห้องได้รับปุพนิมิต เห็นบุรุษแก่คนหนึ่ง มาประกาศชื่อของตนว่าโยมนี้มีชื่อว่าอะสะกรรมบุรุษ แล้วห้างกระแทะเทียมโค (ขี่เกวียนเทียมโค) แล้วว่านิมนต์พระผู้เป็นเจ้าขึ้นนั่ง ครั้งเมื่ออาตมาภาพ นั่งเสร็จแล้วปรากฏว่า ณ ที่ทั้งปวงเกิดเป็นห้วงน้ำทั้งหมด บุรุษนั้น ก็ขับกระแทะเทียมโคนำพาข้ามน้ำนั้นไป พอพ้นฝั่ง บุรุษแก่คนนั้นแสดงตน เป็นผู้มีฤทธิ์ เกิดแสงสว่างรอบตัวแล้วสั่งอาตมาภาพว่า จงระวังกิจที่จะทำ ในวันต่อไป กลัวจะเป็นภัยแก่ท่าน ดังนี้

พอรุ่งเช้ามาเป็นเวลาย่ำรุ่ง ๓๐ นาที ก็ออกบิณฑบาต ครั้นไปถึงตำหนัก ที่พักของพระเดชพระคุณเป็นเวลาหนึ่งโมงเช้า พอนั่งลงประมาณสัก ๕ นาที พระเดชพระคุณท่านก็บัญชาขอให้เขียนประวัติการณ์ความเป็นมาของอาตมาภาพ ตั้งแต่ยังรุ่นเยาว์ ครั้งแต่เป็นสามเณรเล็ก ๆ จนกระทั่งออกเที่ยวธุดงค์ กรรมฐานมาจนบัดนี้

ในประวัติความเป็นมาของอาตมาภาพมีคนขอ ๒ ครั้งมาแล้ว แต่ยังมิได้ เขียนให้สักคน ครั้งที่ ๑ ขุนอาจ กำนันอำเภอหยาดฟ้า ครั้งที่ ๒ ขุนประเทือง อุปราชเจ้าเมืองคำทอง แขวงดินแดนฝรั่งเศส ก็มิได้เขียนให้ บัดนี้เป็นครั้งที่ ๓ ซึ่งพระเดชพระคุณบัญชาขอประวัติความเป็นมาแห่งอาตมาภาพ อาตมาภาพ จำต้องลิขิตเขียนเรียนมาเพื่อพระเดชพระคุณทราบตั้งแต่ต้นจนอวสาน ในประวัติการณ์แห่งอาตมาภาพ ดังรายละเอียดเรียนมาในสมุดเล่มนี้

                                                                                 พระบุญนาค โฆโส
                                                                                 ๑๖ สิงหาคม ๒๔๘๐

 

TopOfPage

อ่านหนังสือ | | | | | |

 
สารบัญ
                  [ ๑ ]
- มารดาพาไปทำบุญวันเกิดที่วัด
- ไปอยู่วัด
- บรรพชา
- ลาอาจารย์เข้าป่าเที่ยวกรรมฐาน
- เดินธุดงค์เข้าในป่าดงพงไพร
- ช้างกระทืบกลด
- ลิงมานอนบนตัก
- ลงนั่งริมบึงให้เสือกิน
- เดินเข้าไปให้เสือกิน

                  [ ๒ ]
- เห็นเสือกำลังกินคน
- ชาวบ้านจะฆ่า
- หญิงเปลือยกายจะเข้ามาจับต้อง
- งูรัดสามเณร
- ถูกเจ้าอาวาสไล่หนี
- พบสัตว์ประหลาดคล้ายปลาไหล
- พบพระชำนาญเวทย์เดินบนน้ำได้
- เจ้าคณะแขวงเรียกตัวไปสอบถาม

                  [ ๓ ]
- นายอำเภอนำตัวไปสอบสวน
- สามเณรถูกขังกรง
- สามเณรแสดงธรรมขั้นวิปัสสนา
- ประวาทะกับพระครูเขียว

                  [ ๔ ]
- บำเพ็ญขันติด้วย ๓ วันฉันข้าวหนหนึ่ง
- พบอาจารย์ผู้ได้เจโตปริยญาณ
- เคยเกิดเป็นเสือติดกันมา ๑๑๐ ชาติ
- พบคู่วาสนา
- ตัดความรักด้วยการอดข้าว
- พิจารณาความเสื่อมของพระศาสนา
- แสดงธรรมย่ำยีผู้ทำลายศาสนา

                  [ ๕ ]
- โต้หลักพระศาสนากับพระสมุห์
- ถูกเจ้าคณะจังหวัดกักตัว
- อุบายแนะนำของอาจารย์
- ถ้าสึกจะมอบสมบัติและลูกสาวให้
- ๗ วันฉันข้าว ๑ หน
- อุปสมบท

TopOfPage

หมายเหตุผู้จัดทำ

หนังสือเล่มนี้ พระ 'สัจจธรรมภิกขุ' ได้จัดพิมพ์เป็นไฟล์เอาไว้ เพื่อให้นำมา เก็บเป็นหนังสืออิเล็คโทรนิคส์ไว้บนอินเทอร์เน็ต เพื่อประโยชน์ใน ทางธรรมในวงกว้างแก่ผู้สนใจปาฏิหาริย์อันยิ่งใหญ่ที่สุดใน สังสารวัฏนี้ กล่าวคือ ปาฏิหาริย์ทางปัญญา ปาฏิหาริย์ที่ประกอบ ไปด้วยปัญญาและความเพียร วิริยะ อุตสาหะ ปาฏิหาริย์แห่งการ ตั้งใจมั่น ตั้งจิต ตั้งเข็มทิศที่แน่วแน่ของพระบุญนาค โฆโส ที่มุ่ง กระทำกายวาจาและใจให้พ้นจากข้าศึกคือกิเลส เดินตามทางเส้น ตรงลัดสั้นที่ตัดตรงไปสู่การออกจากทุกข์ โดยไม่ใส่ใจแวะเวียน หรือนำพาต่อสิ่งอื่นใด อันมิใช่เส้นทางที่ตรง ลัดสั้นที่สุด ที่พระพุทธองค์ทรงกล่าวไว้ว่า คือ 'สติปัฏฐานสี่' เลย

ต้นฉบับของพระ 'สัจจธรรมภิกขุ' มีเพียงเท่าที่ใส่ไว้ ๕ ส่วนนี้ ส่วนหลังจากตอนที่ ๕ ที่มีอยู่ จนถึงตอนจบยังขาดหายไป ยังมิสามารถหาต้นฉบับได้ หากท่านผู้ใดมีหนังสืออยู่ในมือ หรือทราบว่าพอจะหาหนังสือนี้ได้จากไหนบ้าง หากจะกรุณาอนุเคราะห์แจ้งมาทาง easydharma โดยอีเมล์มาที่ deedi_deedi@email.com หรือแจ้งเป็นกระทู้ไว้ในบอร์ด ed เพื่อทาง easydharma (ed) จะสามารถติดต่อขอยืมมาทำสำเนามาจัดพิมพ์ลงใส่ ไว้ด้วยกัน ณ ที่นี้ ให้บริบูรณ์ จะเป็นพระคุณยิ่ง

                                                                        ผู้จัดทำโฮมเพจ easydharma
                                                                        มกราคม ๒๕๔๔

TopOfPage

มุมมองของผู้จัดทำ ed ต่อหนังสือเล่มนี้

ปาฏิหาริย์นั้น หากเป็นเรื่องที่ข้องด้วยโลก ข้องด้วยกิเลส ทั้งปวง พระพุทธองค์ก็ไม่ทรงสรรเสริญ เพราะเหตุว่า ไม่ใช่ ทางแห่งความรู้ คือ รู้โลก รู้ทุกข์ รู้กิเลส รู้ออกจากทุกข์

ดังจะขอคัดคำนิยามจากพจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับ ประมวลศัพท์ โดย พระธรรมปิฎก มาดังนี้
ปาฏิหาริย์
สิ่งน่าอัศจรรย์ เรื่องที่น่าอัศจรรย์ การกระทำที่ให้บังเกิดผล เป็นอัศจรรย์ มี ๓ คือ
(๑)
อิทธิปาฏิหาริย์
แสดงฤทธิ์ได้เป็นอัศจรรย์
(๒)
อาเทศนาปาฏิหาริย์
ทายใจได้เป็นอัศจรรย์
(๓)
อนุสาสนียปาฏิหาริย์
คำสอนมีผลจริงเป็นอัศจรรย์

ใน ๓ อย่างนี้ ข้อสุดท้ายดีเยี่ยมเป็นประเสริฐ

หนังสือ 'เที่ยวกรรมฐาน' โดย พระบุญนาค โฆโส นี้ เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์ แต่เป็นปาฏิหาริย์ ทางธรรม ปาฏิหาริย์ทางปัญญา ของผู้มีจิตมุ่งมั่นแน่วแน่ ของผู้ทราบความต้องการของตน มุ่งแผ้วถางทาง สู่การพ้นทุกข์มานาน แนวคิด วิธีคิดของท่านและ การดำเนินมุ่งไปสู่หนทางนี้ของท่าน จึงเต็มเปี่ยม ไปด้วยปัญญาอันมุ่งสู่การหลุดพ้น อันน่าศึกษา น่าพิจารณาตามยิ่งนัก

พระบุญนาคฯ อยากออกบวชตั้งแต่อายุได้เพียง ๖ ขวบ และในหนังสือนี้ ท่านออกธุดงค์ทำความเพียร เพื่อความหลุดพ้น จากกิเลส ตัณหา อุปาทาน ตั้งแต่ยังเป็นสามเณร

ในระหว่างการเดินธุดงค์ มีอุปสรรคทั้งภายในและภายนอก ที่พระบุญนาคต้องเผชิญหรือประสบอยู่มากมาย อาทิ ความกลัว (กลัวผี กลัวเสือ) ความไม่เข้าใจจากผู้คนในรายทางที่ท่านต้อง ผ่าน ฯลฯ

ทุกครั้ง พระบุญนาคใช้ปัญญา พิจารณาธรรม วิเคราะห์เหตุการณ์ และแก้ไขสถานการณ์ เพื่อไม่ให้ตนต้องตกอยู่ในกับดักของกิเลส หรือปัญหาเหล่านี้

ทั้งการใคร่ครวญวิเคราะห์กับตนเองและการสอนธรรมให้ธรรม กับผู้คนที่ท่านต้องผ่านพบไม่แง่ใดก็แง่หนึ่ง แสดงให้เห็นถึงผู้ที่ เจริญไปด้วยปัญญา ใช้ปัญญาสอนตนสอนท่าน(คือผู้อื่น อย่างตรงประเด็นและคมยิ่งทางปัญญา)

ธรรมะในหนังสือเล่มนี้ เป็นธรรมะปฏิบัติ เป็นตัวอย่างเส้นทางแห่งปัญญา นับเป็นปาฏิหาริย์ทางปัญญาอันพระบุญนาคใช้สอนตนและ ยังได้สอนผู้ที่ได้มีโอกาสได้พบกับท่าน ฟังธรรมหรือเห็นการ แสดงธรรมไม่ว่าทางวาจาหรือการกระทำตนให้ประจักษ์ของท่าน ทั้งหมดนี้ ล้วนชวนขบคิดให้เกิดปัญญายิ่งๆ และยังให้แนวทางแก่ผู้มุ่งปฏิบัติ มุ่งสำรวจตัวเอง พยายามสำรวมกาย-วาจา-ใจ เพื่อการลด-ละ- เพื่อการทุเลาเบาบางจากกิเลส เพื่อการไม่ข้องด้วยหมู่คณะ และสุดท้ายเพื่อมุ่งรู้จักกิเลสและออกจากกิเลส-ตัณหา-อุปาทาน อันเป็นต้นเหตุแห่งทุกข์ทั้งปวง

TopOfPage

| deedi_deedi@email.com |
1