'สติ' จำต้องปรารถนา ในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ |
ทางสายกลางในการปฏิบัติธรรม- ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป สรรพสัตว์ล้วนมีอัธยาศัย รายละเอียดในชีวิต ต่างกันไป ในการปฏิบัติธรม ก็เช่นกัน แต่ละชีวิตแม้โดยหลักๆ จะมุ่งแผ้วทางแห่งปัญญาเหมือนๆ กัน มุ่งอยากแสวงหาหรือเดินทางสู่การพ้นทุกข์ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีก เหมือนๆ กัน แต่ถ้าจะกล่าวแจงลงไปในรายละเอียดแล้ว ก็กระทำเหตุ คือ ดำเนินวิธีการปฏิบัติธรรม ปรารภความเพียร สร้างสมวิธีการ มาในรายละเอียดที่อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง เน้นกันไปคนละจุดบ้าง สะดวกและถูกอัธยาศัยกับรายละเอียดที่แตกต่างกันไปบ้าง อาทิ บ้างก็ชอบนั่งสมาธิไม่ชอบเดินจงกรม บ้างก็ชอบกำหนดสติในชีวิตประจำวันมากกว่าการเดินจงกรมนั่งสมาธิ บ้างก็ถูกใจกับการเจริญกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน (มีสติระลึกรู้กาย) บ้างก็ถูกใจกับการเจริญจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน (มีสติระลึกรู้จิต) บ้างก็นิยมปลีกวิเวก ออกจากเรือน ไปเจริญสติเจริญกรรมฐาน บ้างก็ยังครองบ้างครองเรือนทำกิจการทำการงานไปด้วย เจริญสติเจริญวิปัสสนากรรมฐานไปด้วย บ้างก็ชอบนั่งขัดสมาธิในการ เจริญกรรมฐาน บ้างก็ชอบนั่งเก้าอี้สบายๆ ฯลฯ
ดังนั้น ท่านจึงบอกว่า ให้ฝึกปฏิบัติไปให้มากๆ แล้วก็จะค่อยๆ พบสิ่งที่ จัดว่าเป็นทางสายกลางของตนเจอ เพราะเมื่อปฏิบัติไปพอสมควรแล้ว จับหลักได้แล้ว รู้วิธีหรือแนวทางในการรับมือกับอาการหรือสภาพธรรม ต่างๆ ที่อาจจะเกิดหรือปรากฏแล้ว ต่อๆ ไปก็จะค่อยๆ รู้ว่าตัวเองชอบ หรือถูกอัธยาศัยกับรายละเอียดต่างๆ ในการปฏิบัติ เช่นไร อย่างไร ทำแล้วพอดีกับตน ไม่นับว่าตึงเกินไปหรือหย่อนยานเกินไปสำหรับตน ก็เอาอันนั้น คือ เลือกปฏิบัติในสิ่งหรือสภาพที่พอเหมาะพอดีกับตน เป็นสัปปายะแก่ตน ทำแล้วการปฏิบัติเจริญก้าวหน้า ทำแล้วคล่องตัว ทำแล้วไม่เกิดบาปอกุศล ทำแล้วกุศลเจริญคือทำแล้วเกิดบุญยิ่งๆ ทำแล้วเกิดกุศลยิ่งๆ จึงทำให้มาก ปฏิบัติแบบนั้นๆ ในลักษณะนั้นๆ ให้มากๆ ยิ่งๆ
เจริญในธรรม
![]()
![]()
![]()
| ใหม่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๕- วันมาฆบูชา | | deedi_deedi@email.com |