ส า ย ก า ร ป ฏิ บั ติ ธ ร ร ม
(แบ่งกันเป็นสายด้วยหรือ-อย่างไร)

 

ท่านเปรียบพระนิพพานหรือการดับทุกข์ การสิ้นกิเลส เป็นอีกฝั่งที่อยู่ไกลโพ้น จะไปถึงฝั่งโน้นได้ก็ต้องข้ามมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลที่มีทางแยกทางอื่น มากมาย อย่างไรก็ตามก็มีเส้นทางที่ใช่ เส้นทางที่ตรงแน่วแน่ต่อการไปจนถึง ฝั่งโน้นอันสุขสันติ

-มีทางสัมมาทิฏฐิทางเดียวเท่านั้น-
เส้นทางนี้เป็นเส้นทางแห่งสัมมาทิฏฐิเดินตามแนวมรรคมีองค์ ๘ พระพุทธองค์ ทรงบำเพ็ญเพียรมายาวนานก็เพื่อจะบรรลุความรู้ ได้หยั่งรู้หรือรู้แจ้งแทงตลอด เส้นทางแห่งการออกจากทุกข์นี้และได้ทรงนำเส้นทางนี้มาเปิดแสดงเอาไว้

-แม้รายละเอียดจะต่างกันไปบ้างแต่แก่นเดียวกัน-
-หลักการเดียวกันทั้งหมด-
อย่างไรก็ตามเส้นทางสัมมาทิฏฐิสู่ฝั่งแห่งการพ้นทุกข์หรือฝั่งพระนิพพานนี้ เป็นผืนน้ำอันกว้างใหญ่ไพศาล สรรพสัตว์ผู้มีจริตหรืออัธยาศัยหรือการอบรม บ่มเพาะหรือประสบการณ์ในการสร้างบารมี (คือคุณความดีเพื่อการพ้นทุกข์) มาต่างกัน (คือ ต่างกันในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อาทิ วิธีการโดยละเอียด) ก็ล้วนกำลังมุ่งเดินทางไปในสายน้ำนั้น เพื่อไปสู่ฝั่งที่ต้องการ

ทว่า ด้วยบารมีที่สร้างมาต่างกัน มีอุปนิสัยปัจจัยต่างๆ กัน สรรพสัตว์ก็จึงมี รายละเอียดในวิธีการไปที่ไม่เหมือนกัน เปรียบเช่น บ้างก็ชอบค่อยๆ ว่ายน้ำ ข้ามไปเอง บ้างก็ว่ายท่ากบ บ้างก็ว่ายท่าฟรีสไตล์ บ้างก็ชอบเรือพายพายไป กับมือสบายๆ บ้างก็ชอบเรือใบ เรือสำเภา เรือเฟอร์รี่ เรือเดินสมุทร บ้างก็ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ขึ้นเครื่องบินเจ็ทไป ฯลฯ

ดังนี้ ก็คือ ไม่ว่าจะปฏิบัติในรายละเอียดต่างกันไปบ้างอย่างไร หากถูกต้องเป็น สัมมาทิฏฐิตามแนวสติปัฏฐานสี่กับวิปัสสนากรรมฐานที่ใช้มรรคมีองค์ ๘ เป็น แนวทางแล้ว ก็ล้วนเข้าทาง คือตรงทางทั้งสิ้น เปรียบเช่นจะพายเรือไป จะว่ายท่ากบ จะว่ายท่าผีเสื้อ จะบินไป หรือจะนั่งเรือเดินสมุทรไป ถ้าไปถูกทางตรงทางแล้ว ก็นับว่าเหมือนกัน เป็นเส้นทางเดียวกัน เป็นเส้นทางเพียงเส้นทางเดียว

สรุปได้ว่า สายการปฏิบัติธรรมนั้น หากเป็นอันที่แท้และตรงทางแล้ว ก็สายเดียวกันหมด คือสายสัมมาทิฏฐิ สายสติปัฏฐานสี่ ล้วนเป็น สายพระพุทธเจ้า ด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น มีเพียงครูเดียว เดินไปตาม ทางเดียวกัน อันเป็นทางเพียงสายเดียวที่ครูคือพระพุทธเจ้า บอกเอาไว้

-ต่าง 'จริต' ต่าง 'อัธยาศัย' กัน-
-แต่ล้วนเป็น 'สายพระพุทธเจ้า' เหมือนๆ กันหมด-
ส่วนรายละเอียดในการปฏิบัตินั้น ท่านเรียกว่าเพียงมี 'จริต' หรืออุปนิสัย บารมีที่สร้างสมมาในรายละเอียดที่ต่างกัน จริต จึงเป็นเรื่องของรสนิยม ที่ต่างกัน คล่องตัวหรือถนัดกับรายละเอียดวิธีการที่ไม่เหมือนกัน เหมือนคนหิว จะรับประทานอะไรก็อิ่มเหมือนกันหมด เพราะยาแก้ ความหิวคืออาหาร จะทานข้าว ดื่มนม รับประทานขนมปังหรือ ข้าวเหนียว อาหารอะไรไม่สำคัญเพราะก็อิ่มได้ทั้งนั้น ขอให้เป็น อาหารก็พอ เหมือนพระนิพพานต้องใช้สติปัฏฐานสี่จึงจะไปถึงได้ เมื่อปฏิบัติสติปัฏฐานสี่อยู่ ใช้รูปนาม (กาย เวทนา จิต ธรรม - อันใด อันหนึ่งหรือทั้งหมด) เป็นอารมณ์ในการกำหนดสติรู้ตัวทั่วพร้อม ก็สามารถไปถึงพระนิพพานได้เช่นเดียวกันหมด และมีเพียงสายเดียวเท่านั้น คือ สายพระพุทธเจ้า

 

หากต้องการสนทนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือข้อธรรมอื่นใด
คุยกันได้เสมอที่ ห้องสนทนาธรรม ค่ะ

| deedi_deedi@email.com |
1