คำว่าการฆ่า ก็ชัดเจนอยู่ในตัวว่าเป็นการผิดศีลข้อหนึ่ง
องค์ประกอบที่จะทำให้ผิดศีลข้อหนึ่ง (ปาณาติบาต) แน่นอนเต็มๆ
ดังนั้น หากครบทั้ง ๕ องค์ประกอบนี้ ก็เป็นอันศีลข้อหนึ่งขาดแน่นอน
ทำไมการฆ่าตัวตายจึงถือเป็นบาปอย่างยิ่ง
ทั้งนี้เพราะ ทุกชีวิตเกิดมาใช้กรรมที่เราทำไว้ในอดีต เราเกิดมาเพื่อ
การทำให้ชีวิตของตนต้องจบลงด้วยการฆ่าตัวตาย เป็นการไปตัด
เคยอ่านพบ ในคติพุทธบอกไว้ว่า ผู้ที่ฆ่าตัวตาย จะต้องไปรับผลกรรม
เราทราบๆ กันอยู่ว่าการฆ่าสัตว์ใหญ่ ฆ่าคนด้วยกัน นั้นไม่ถูกต้อง
ผู้คนมักกังขากันว่า แล้วสัตว์เล็ก ล่ะ อาทิ มด ปลวก แมงสาบ ฯลฯ
ที่จริง การฆ่าสัตว์เล็กๆ ในบ้าน ในอาคาร อย่าง มด ปลวก แมงสาบ ฯลฯ
หากต้องการสนทนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือข้อธรรมอื่นใด
การฆ่า การทำลายชีวิต การตัดชีวิต การเบียดเบียนทำร้ายชีวิตอื่นใด
แม้แต่ชีวิตตัวเราเอง ก็ผิดศีลทั้งสิ้น การฆ่าตัวตายหรือการตัดชีวิต
ตัวเองนั้น ในคติพุทธถือว่าเป็นบาปอย่างยิ่ง
การฆ่านั้นต้องประกอบไปด้วยหลัก ๕ ประการนี้
(๑) สัตว์นั้นมีชีวิต
(๒) รู้อยู่ว่าสัตว์นั้นมีชีวิต
(๓) มีจิตคิดจะฆ่า
(๔) เพียรพยายามฆ่า
(๕) สัตว์นั้นตายลง
ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าตัวเอง ฆ่าสัตว์ใหญ่น้อยใดๆ ก็ตาม แต่หากไม่ครบ
องค์ประกอบทั้ง ๕ ก็เรียกว่าไม่ถึงกับศีลขาด อาจแค่ศีลพร่อง เช่น
ไม่ทราบว่ามีมดอยู่แล้วเอามือลูบไปถูกมดตาย ก็เรียกว่าศีลพร่อง
คือไม่เห็น ไม่รู้ ไม่ได้ตั้งใจจะเพียรพยายามฆ่า ก็ไม่ครบองค์ที่จะ
ทำให้ศีลขาด
รับผลของกรรมใดกรรมหนึ่งหรือหลายๆ กรรมที่เราทำๆ ไว้เองแล้ว
ในอดีตชาติอันมากมายนับไมถ้วนในสังสารวัฏ
โอกาสที่บุคคลควรได้อยู่ต่อตามอำนาจกรรม และชดใช้กรรมหรือรับผล
ของกรรมที่ตัวเองมีหน้าที่จะต้องมารับมาชดใช้ในชีวิตนี้ ในชาตินี้
ทำให้หมดโอกาสที่จะได้ใช้กรรมไปตามกระแสกรรม กระแสเหตุ
และปัจจัย ตามที่ควรจะเป็น จวบจนสิ้นอายุขัยจริงๆ ในชาตินี้
ทั้งยังอาจตัดโอกาสที่จะได้มีชีวิตอยู่ต่อเพื่อกระทำความดี
เพื่อสร้างสมบุญ สร้างสมปัญญา ให้เพิ่มพูนอีกด้วย
แห่งการฆ่าตัวตายคือจะต้องเกิดมาแล้วด่วนฆ่าตัวตายเสียก่อนจะ
หมดอายุขัยไปอีกประมาณห้าร้อยครั้งหรือห้าร้อยภพชาติ
ทั้งทางกฏหมายและทางธรรม ในทางธรรมถือเป็นบาปยิ่งนัก
เมื่อฆ่าเขา เกิดมาชาติต่อๆ ไป ก็จะต้องถูกเขามาฆ่าบ้าง
ทำลายชีวิต ตัดชีวิตบ้าง เป็นการรับผลของกรรมนั้น
แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน
จะบาปไหมที่ไปฆ่าเขา คำตอบก็ตามหลักเดิมๆ คือทุกชีวิตล้วนหวงแหน
ชีวิตของตน และทั้งทุกชีวิตก็มีกรรมของตนจะต้องมาชดมาใช้
มารับผลในปัจจุบันขณะและในชาติภพปัจจุบัน ดังนั้นฆ่าอะไร
ที่เป็นสิ่งมีชีวิต ก็บาปทั้งนั้น ผิดศีลข้อปาณาติบาต ทั้งสิ้น
ฆ่าคนก็บาป ฆ่าช้างก็บาป ฆ่าปลาก็บาป ฆ่ามด ปลวก ก็บาป
เช่นกัน
นับเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ คือ เขาเข้ามาอยู่มาอาศัยแล้วจึงไปฆ่าเขา
กำจัดเขา มีอีกวิธีที่อาจลองนำมาใช้ดู ก็คือ ใช้วิธีป้องกันไม่ให้เขาเหล่านี้
มาอยู่ในบ้าน ในเรือน ในอาคาร หรือบนจานอาหาร อย่างเช่น ถ้าห้องสะอาด
แมงสาบก็จะไม่มาอยู่เพราะเขาชอบอยู่กับสิ่งสกปรก ถ้าโต๊ะไม่มีเศษอาหาร
ไม่มีจานใช้แล้ววางค้างๆ อยู่ มดก็ไม่รู้จะมาขึ้นอะไร เขาก็ไม่มา
ปลวกนั้น หากตอนสร้างวางแผนและป้องกันปลวกไว้ก่อนแล้ว
ก็ไม่น่าจะมีปลวกขึ้น อะไรทำนองนี้ หากทำได้ ก็จะได้ไม่ต้อง
มานั่งหาทางคิดแก้ กำจัด หรือทำร้ายทำลายชีวิตกัน
ให้ต้องไม่สบายใจ ให้ต้องบาปกรรมติดตัวเพิ่มขึ้นอีก
คุยกันได้เสมอที่
ห้องสนทนาธรรม ค่ะ