การครอบครอง

 

การครอบครอง

ด้วยอวิชชา ทำให้มนุษย์เห็นไปว่ามีตัวตน มีอัตตาอันยิ่งใหญ่
เป็นหนึ่ง เป็นใหญ่ในโลก ครองโลก ครอบฟ้า ครองสัตว์ทั้งหลาย
สามารถเข้าไปจัดการกับชีวิตของสัตว์อื่นได้สารพัดอย่าง

อันที่จริงนั้น ในจักรวาลนี้หรือจักรวาลไหนก็ตาม ก็ไม่มีอะไรนอกเหนือ
ไปจากธรรมชาติ ทุกสิ่งทุกชีวิตล้วนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่อาศัย
กันและกัน เป็นเหตุเป็นผลเป็นปัจจัยต่อกัน ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร
ไม่มีใครสำคัญกว่าใคร ทุกอย่างทุกชีวิต ต้นไม้ทุกต้น แม่น้ำลำธาร
สัตว์ทุกชนิดทุกตัว มนุษย์ทุกคน ล้วนเป็นองค์ประกอบ
เพื่อให้เกิดความสมดุลย์ในธรรมชาติ

การครอบครอง จึงนับเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความเป็นไปในธรรมชาติ
เพราะที่จริงไม่มีอะไรครองอะไรได้ ไม่มีใครครอบครองใครได้ การเข้าไป
ครอบครอง ก็คือการเข้าไปยึด เข้าไปถือเอาว่าเป็นของเรา
เป็นสิ่งที่หวงแหนอยากมีไว้ อยากยึดเอาไว้เป็นของตน

บุคคลใดมีความหวงแหนมาก ครอบครองอะไรต่ออะไรมากมาย
ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต ก็ย่อมหนักและอัดแน่นยิ่งๆ ไปด้วยอัตตา ตัวตน
แบกสิ่งต่างๆไว้ หวงแหนยึดเอาไว้

หากบุคคลใด สามารถวางความอยากได้ใคร่มี อยากครอบครอง
อะไรต่อมิอะไรลงได้ ก็จะเบา จะคลาย

ไม่ว่าสิ่งที่เข้าไปครอบครองจะเป็นคน สัตว์หรือสิ่งของใด ใหญ่หรือเล็ก
ถูกหรือแพง หากผู้ครอบครองเข้าไปครอบครองด้วยความยึดมั่นถือมั่น
มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะทุกข์มากเท่านั้น ทุกข์เพราะว่า ทุกอย่างต้องเปลี่ยน
แปลงไป เสียไป เสื่อมสภาพหรือสูญสลายไป ตามธรรมดาของกฏธรรมชาติ

แต่หากผู้ใดวางเบาจากการครอบครอง รักก็รักอย่างใช้ปัญญา มีสติ
แล้วก็ปกครองหรือดูแลสิ่งหรือชีวิตหรือผู้คนนั้นๆ ไปตามเหมาะสม
ตามควร เช่น มีรถ ก็รัก ก็ดูแลคอยล้าง คอยเช็คสภาพให้ดีเหมาะแก่
การใช้งาน โดยมีสติรู้อยู่ว่าวันหนึ่งรถอาจไปชน หรืออาจผุพังไป
ไม่สวยเหมือนเก่า คิดและทำได้อย่างนี้ ก็ทุกข์น้อยหน่อย แต่หากใคร
เข้าไปยึด เข้าไปถือ เข้าไปครอบครองอย่างเต็มเปี่ยม ไม่มีสติ ไม่มอง
ตามความเป็นจริง ก็จะหวง มีรอยขีดข่วนบนรถสักรอยก็อาจเสียดาย
เสียใจ ทุกข์จนเหลือแสน หากรถโดนชน ก็อาจเกิดโทสะ โกรธ คนมาชน
การครอบครองอย่างไม่ลืมหูลืมตา ไม่ใช้เหตุผลเช่นนี้ จึงนำแต่ทุกข์
มาให้ หรือหากเป็นคนในปกครอง ลูกจ้าง หากบุคคลใดปกครองไป
ตามหน้าที่ ให้ผลตอบแทนในการทำงานที่คุ้มกับความเหนื่อยยาก
และมันสมองที่เขาใช้ทำงานให้เรา ส่งเสริมให้เขาก้าวหน้าขึ้น
วันใด ลูกจ้างได้งานใหม่ที่ดีกว่า ก้าวหน้ากว่า ก็พลอยยินดีไปด้วย
ไม่ได้หวงแหนเอาไว้จนเกินเหตุ เช่นนี้คนๆ นั้นก็จะมีความสุขอยู่เสมอ
ในขณะเดียวกัน หากคิดและยึดว่าฉันใช้เงินจ้างเธอมาทำงานให้แล้ว
เธอต้องซื่อสัตย์จงรักภักดีไปไหนไม่ได้ ต้องเรียกใช้ได้ตลอด ๒๔
ชั่วโมง ทั้ง ๗ วัน คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของชีวิตของคนอื่น
อย่างนี้ ก็จะเป็นทุกข์ เพราะในความเป็นจริง ทุกคนต้องการ
เป็นตัวของตัวเอง ต้องการอิสระ วันใดวันหนึ่งที่คนงานคนนั้น
ลาออกไปเพราะทนความบีบบังคับจากการยึดมั่นและครอบครอง
จนเกินเหตุนี้ไม่ได้ คนเป็นเจ้านายเองย่อมเป็นทุกข์ เสียใจ
ทั้งนี้ ก็เพราะเข้าไปยึด เข้าไปครอบครอง จนเกินความพอดี
นั่นเอง

ดังนั้น หากทุกชีวิต ทุกสิ่ง อยู่กันอย่างเอื้ออารี มองเห็นกันเหมือนมองเพื่อน
ร่วมโลก เพื่อนร่วมทุกข์ เพื่อนในธรรมชาติที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน อิงกัน
ต่างคนต่างชีวิตต่างสิ่ง ต่างก็ทำหน้าที่ของตนไป ไม่ล้ำเส้นของกันและกัน
ไม่เข้าไปยึด ไม่เข้าไปครองจนเกินเหตุ แต่ปกครองกันด้วยเมตตา
ดูแลเอาใจใส่กันไปตามหน้าที่ มีความรักที่ไม่หวงแหนจนเกินเหตุ
ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกชีวิต ทุกคน ก็จะมีความเป็นอิสระในตัว มีช่องว่าง
ที่กำลังพอดีระหว่างกัน ในขณะเดียวกันก็อยู่ในช่วงระยะพอเหมาะ
ที่จะพึ่งพาอาศัยกันและกันได้พอดีพอเหมาะตามแต่ละบทบาทหน้าที่
ก็จะเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข ให้เกียรติ เคารพความเป็น
ปัจเจกของแต่ละสิ่ง แต่ละชีวิต แต่ละคน ก็จะอยู่ร่วมกันได้อย่าง
เป็นสุข ต่างก็เป็นสุข ต่างก็รู้หน้าที่ต่อกัน และเป็นสุขที่เบาคลาย
เพราะไม่ได้เข้าไปยึด ไม่ได้เข้าไปครอบครองจนเกินความพอดี
ไม่ได้เข้าไปครอบครองจนเกิดทุกข์เพราะการครอบครองนั้น

หากต้องการสนทนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือข้อธรรมอื่นใด
คุยกันได้เสมอที่ ห้องสนทนาธรรม ค่ะ

| deedi_deedi@email.com |
1