อริยสัจ แปลว่า ของจริงอันประเสริฐ ของจริงอันห่างไกลจาก
กิเลส
๑. ทุกข์
๒. สมุทัย
๓. นิโรธ
๔. มรรค
จัดเข้าใน ปัญญา มี ๒ คือ
จัดเข้าใน ศีล มี ๓ คือ
จัดเข้าใน สมาธิ มี ๓ คือ
อริยสัจ ๔ นั้น
***************************************
ของจริงแห่งพระอริยเจ้า ของจริงอันยังความเป็นพระอริยเจ้าให้
สำเร็จ
อริยสัจนั้นมีอยู่ ๔ อย่าง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค
แปลว่า ทนได้ยาก ทนอยู่ไม่ได้ โดยองค์ธรรม ได้แก่
โลกียจิต ๘๑ (เว้น โลกุตตรจิต ๘) เจตสิก ๕๑ (เว้น โลภะ) รูป ๒๘
รวมเป็น ๑๖๐ ย่อให้สั้น เหลือ ๕ ได้แก่ ขันธ์ ๕ ย่อลงมาในแนวปฏิบัติ
เหลือ ๒ คือ รูปกับนาม
แปลว่า เหตุให้ทุกข์เกิด ได้แก่ ตัณหา ๓ คือ
กามตัณหา
ภวตัณหา วิภวตัณหา
สมุทัย เป็นนาม
แปลว่า ดับทุกข์ โดยองค์ธรรม ได้แก่ นิพพาน
นิโรธ เป็นนาม
แปลว่า ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์และแปลว่า ฆ่ากิเลสไปก็ได้
โดยองค์ธรรม ได้แก่อริยมรรค มีองค์ ๘ คือ
๑. สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ
๒. สัมมาสังกัปโป ดำริชอบ
๓. สัมมาวาจา วาจาชอบ
๔. สัมมากัมมันโต การงานชอบ
๕. สัมมาอาชีโว เป็นอยู่ชอบ
๖. สัมมาวายาโม เพียรชอบ
๗. สัมมาสติ ระลึกชอบ
๘. สัมมาสมาธิ ตั้งใจชอบ
ย่อให้สั้นในแนวปฏิบัติ มี ๒ คือ รูปกับนาม
ย่ออย่างนี้ คือ ทุกขสัจ เป็นทั้งรูปทั้งนาม
สมุทัย-นิโรธ-มรรค เป็นนาม
จาก
หลักปฏิบัติสมถะ-วิปัสสนากรรมฐาน
รจนาโดย
พระธรรมธีรราชมหามุณี (โชดก ญาณสิทธิ ป.ธ. ๙)
หน้า ๑๗๔ - ๑๗๕