อนุสสติ คือ อารมณ์ควรระลึก ๑๐ ประการ
๑. พุทธานุสสติ
๒. ธัมมานุสสติ
๓. สังฆานุสสติ
๔. สีลานุสสติ
๕. จาคานุสสติ
๖. เทวตานุสสติ
๗. มรณัสสติ
๘. กายคตาสติ
๙. อานาปานสติ
๑๐. อุปสมานุสสติ
***************************************
ระลึกถึงพระคุณของพระพุทธเจ้า
ระลึกถึงคุณของพระธรรม
ระลึกถึงคุณของพระสงฆ์
ระลึกถึงศีลของตน คือ ตรวจดูศีลที่ตนสมาทานไว้
แล้ว ว่ามีข้อใดขาดหรือด่างพร้อยบ้าง ถ้าพบข้อที่ขาดหรือด่างพร้อยก็ผูกใจ
ไว้ว่าจะสำรวมระวังต่อไป เมื่อเห็นว่าศีลของตนบริสุทธิ์ผุดผ่อง ก็พึงปิติยินดี
ระลึกถึงทานที่ตนได้บริจาคแล้ว ให้เกิดความ
อิ่มเอิบใจ นึกว่าเป็นโชคของเราแล้วที่ได้บริจาคทาน อันเป็นการขัดเกลากิเลส
ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อื่น เมื่อระลึกได้อย่างนี้จนจิตเกิดความปีติ
ได้แก่การระลึกถึงคุณธรรมที่ทำให้คนเป็นเทพ
ได้แก่ศรัทธา ศีล การฟังธรรม ทานและปัญญา ระลึกว่าเทพทั้งหลายได้
บำเพ็ญธรรมเหล่านี้มาจึงได้ความเป็นเทพ ตัวเราเองก็มีคุณธรรมเหล้านี้
แล้ว ระลึกอย่างนี้แล้วย่อมเกิดความปีติ
ได้แก่การนึกถึงความตาย ว่าเราเองจักต้องตาย
เมื่อระลึกถึงความตายย่อมทำให้จิตได้ความสังเวช สลดใจ ตื่นจากความ
มัวเมา
ได้แก่การระลึกถึงอวัยวะร่างกาย ตั้งแต่ผม ขน
เล็บ ฟัน หนัง ฯลฯ จนถึงอุจจาระปัสสาวะ ให้เห็นว่าร่างกายนี้เป็นของ
ปฏิกูล โสโครก น่าเกลียด ร่างกายของเราฉันใด ร่างกายของคนอื่นก็ฉันนั้น
เมื่อระลึกอย่างนี้จิตจะเกิดเป็นความเบื่อหน่าย คลายความกำหนัดยินดี
ในร่างกาย จิตจะถอนตัวจากราคะ
คือ กำหนดลมหายใจของตนเอง เอาสติบังคับ
จิตให้จดจ่ออยู่ที่ลมหายใจ ตรงที่ลมผ่านช่องจมูก จะใช้วิธีนับลมเข้าลมออก
ด้วยก็ได้ จะใช้คำบริกรรมควบกับลมเข้าลมออกก็ได้ เมื่อปฏิบัติดังนี้ จิต
จะถอนตัวจากอารมณ์อย่างอื่น ลดความฟุ้งซ่าน
ระลึกถึงคุณของพระนิพพาน ได้แก่ระลึกถึง
ความดีของพระนิพพาน กล่าวโดยย่อคือนึกถึงความสุขอันเกิดจากความ
สิ้นกิเลส ว่าเป็นความสุขที่แท้จริง เพราะดับเสียได้ซี่งตัณหาอันเป็นเหตุ
ให้เกิดทุกข์ การนึกถึงคุณพระนิพพานย่อมทำให้จิตยินดีในการละกิเลส
และเห็นโทษของการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏสงสาร
จาก
แนวสอนธรรมะ ตามหลักสูตรนักธรรมตรี
เรียบเรียงโดย พันเอก ปิ่น มุทุกันต์
หน้า ๓๘๖ - ๓๙๑