ถาม:
ศีล ๕
ศีล ๘
ศีล ๘ รักษากันในวันอุโบสถ คือในวัน ๘ ค่ำ ๑๔ ค่ำหรือ ๑๕ ค่ำ
เดือนละ ๔ ครั้ง
กุศลกรรมบท ๑๐
มี
กายกรรม ๓
ทั้ง ๑๐ ประการข้างต้นนี้คือกุศลกรรมบท ส่วนอกุศลกรรมบทก็มี
๑๐ ประการเช่นเดียวกัน แต่เป็นการกระทำที่ตรงข้ามกับกุศลกรรมบท
ทุกข้อ
(จาก คอลัมน์ ธรรมะวิสัชชนา
กุศลกรรมบถ ๑๐
คนที่ถึงพระไตรสรณาคมเป็นอุบาสก อุบาสิการแล้ว ควรจะปฏิบัติอย่างไร
ตอบ:
ควรรักษาศีล ๕ ศีล ๘ กุศลบท ๑๐ ให้บริบูรณ์
มี
๑.
ปาณาติปาตาเวรมณี
เว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
๒.
อทินนาทานาเวรมณี
เว้นจากฉ้อโกง ลักขโมยของผู้อื่น
๓.
กาเมสุมิจฉาจาราเวรมณี
เว้นจากการล่วงประเวณีในบุคคลที่มีเข้าของหวงแหน
๔.
มุสาวาทาเวรมณี
เว้นจากกล่าวคำปดลล่อลวงอำพรางอื่น
๕.
สุราเมระยะมัชชะปมาทัฏฐานาเวรมณี
เว้นจากดื่มกินซึ่งน้ำดองของเมา เช่น สุราเมรัย
มีเพิ่มอีก ๓ ข้อจากศีล ๕ ดังนี้
๑.
วิกาละโภชนา เวรมณี
เว้นจากการบริโภคอาหารในเวลาบ่ายและยามวิกาล
๒.
นัจจะคีตะวาทิตะวิสูกะทัสสนะ มาลาคันธะวิเลปะทะนะธาระณะ
มัณฑะนะ วิภูสะนัฏฐานาเวรมณี
เว้นจากการฟ้อนรำขับร้องดนตรี ดีดสีตีเป่าและเครื่องประดับกาย
ดอกไม้ ของหอม เป็นต้น
๓.
อุจจาสะยะนะมหาสะยะนา เวรมณี
เว้นจากนั่งนอนที่สูงและที่นอนซึ่งมีฟูกเบาะใส่ด้วยนุ่น
ด้วยสำลีภายในเป็นต้น
คือ
๑.
เว้นจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
๒.
เว้นจากการลักทรัพย์ผู้อื่น
๓.
เว้นจากล่วงประเวณี ในบุคคลที่มีเจ้าของหวงแหน
วจีกรรม ๔
คือ
๑.
ไม่พูดปดล่อลวงหรืออำพรางผู้อื่น
๒.
ไม่พูดส่อเสียดยุยงให้ผู้อื่นแตกร้าวกัน
๓.
ไม่กล่าวคำหยาบช้าด่าทอชาติตระกูลผู้อื่น
๔.
ไม่พูดในสิ่งไร้สาระ พูดแต่สิ่งที่มีประโยชน์
มโนกรรม ๓
คือ
๑.
ไม่มีจิตคิดโลภเพ่งเล็งของผู้อื่น
๒.
ไม่คิดพยาบาท อาฆาต จองเวรมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
ปรารถนาแต่ว่า ขอให้สัตว์ทั้งหลายไม่มีเวร ไม่มีทุกข์
ครองตนอยู่เป็นสุขเถิด
๓.
ไม่มีมิจฉาทิฏฐิเห็นจากผิดจากจิตทางพระพุทธศาสนา
มีความเห็นชอบ เช่นว่า ทานมีผล การบูชามีผล ผลของ
วิบากของกรรมดีกรรมชั่วมี เป็นต้น
โดย พระภัททันตะ อาสภมหาเถระ อัคคมหากัมมัฏฐานจริยะ
พระอาจารย์ใหญ่สำนักวิปัสสนาวิเวกอาศรม ชลบุรี
วิปัสสนาสาร ปีที่ ๔๖ เล่มที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๓
หน้า ๓๐ และ ๓๑
และ พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม)