มาร คือ สิ่งที่ฆ่าบุคคลให้ตายจากคุณความดีหรือจากผลที่หมาย
อันประเสริฐ สิ่งที่ล้างผลาญคุณความดี ตัวการที่กำจัดหรือขัดขวางบุคคล
มิให้บรรลุผลสำเร็จอันดีงาม
๑. กิเลสมาร มารคือกิเลส กิเลสเป็นมารเพราะเป็นตัวกำจัดและ
ขัดขวางความดี ทำให้สัตว์ประสบความพินาศทั้งในปัจจุบันและอนาคต
๒. ขันธมาร มารคือเบญจขันธ์ ขันธ์ ๕ เป็นมาร เพราะเป็นสภาพ
อันปัจจัยปรุงแต่ง มีความขัดแย้งกันเองอยู่ภายใน ไม่มั่นคงทนนาน เป็น
ภาระในการบริหาร ทั้งแปรปรวนเสื่อมโทรมไปเพราะชราพยาธิเป็นต้น
ล้วนรอนโอกาสมิให้บุคคลทำกิจหน้าที่ หรือบำเพ็ญคุณความดีได้เต็ม
ปรารถนา อย่างแรง อาจถึงกับพรากโอกาสนั้นโดยสิ้นเชิง
๓. อภิสังขารมาร มารคืออภิสังขาร อภิสังขารเป็นมาร เพราะ
เป็นตัวปรุงแต่งกรรม นำให้เกิดชาติ ชรา เป็นต้น ขัดขวางมิให้หลุดพ้นไป
จากสังสารทุกข์
๔. เทวปุตตมาร มารคือเทพบุตร เทพยิ่งใหญ่ระดับสูงสุดแห่งชั้น
กามาวจรตนหนึ่งชื่อว่ามาร เพราะเป็นนิมิตแห่งความขัดข้อง คอยขัดขวาง
เหนี่ยวรั้งบุคคลไว้มิให้ล่วงพ้นจากแดนอำนาจครอบงำของตน โดยชักให้
ห่วงพะวงในกามสุข ไม่หาญเสียสละออกไปบำเพ็ญคุณความดีที่ยิ่งใหญ่ได้
๕. มัจจุมาร มารคือความตาย ความตายเป็นมาร เพราะเป็น
ตัวการตัดโอกาสที่จะก้าวหน้าต่อไปในคุณความดีทั้งหลาย
***************************************
***************************************
ขยายความ
อันว่า 'มาร' นี้ ครูบาอาจารย์สอนว่าที่น่ากลัวที่สุด ก็คือ มัจจุมาร
ท่านจึงว่า ให้หมั่นเพียรทำปัจจุบันขณะให้ดีที่สุด โดยเฉพาะการสร้าง
อีกอย่างหนึ่ง ท่านจึงให้หมั่นเจริญมรนานุสติอยู่เนืองนิจ มรณานุสติ
จาก
พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม
โดย พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตโต)
มารคือความตาย เพราะเหตุว่า มารคือความตายนี้ ไม่มีการบอกเตือน
ล่วงหน้า สั่งไม่ได้ว่าจะตายเมื่อไหร่ อย่างไร และหากมัจจุมารคือ
ความตายนี้มาเยือนเมื่อไหร่ บุคคลผู้นั้นก็จะหมดโอกาสที่จะ
ได้มีชีวิตอยู่เพื่อทำความดี เพื่อสร้างปัญญา สร้างกุศลต่างๆ ไว้
เพื่อเป็นเสบียงต่อๆ ไปในการเดินทางในสังสารวัฏ และสำหรับผู้มุ่ง
เพียรเพ่งเผากิเลสเพื่อมุ่งเดินออกจากสังสารวัฏไปสู่การพ้นทุกข์
มัจจุมาร คือ ความตายนี้ ก็จะมาตัดโอกาสให้ได้เพียรเร่งเพียรปฏิบัติ
หมดโอกาสต่อไปในชีวิตนี้ หมดชีวิต หมดเวลา
คุณความดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพยายามแผ้วถางทางไปสู่การ
ประหารกิเลสด้วยการเร่งปฏิบัติธรรมให้มากที่สุด อย่าประมาทกับ
มัจจุมาร เพราะไม่มีใครทราบว่ามัจจุมารนี้จะมาถึงตัวเมื่อไหร่
ก็คือระลึกถึงความตาย พระพุทธองค์ตรัสว่า แม้จะระลึกถึงความตาย
ทุกลมหายใจเข้าออก ก็ยังน้อยไป การที่ทรงแนะให้หมั่นระลึกถึง
ความตายนี้ ก็เพื่อไม่ให้บุคคลเกิดความประมาทในชีวิต
ประมาทในการสร้างคุณความดี ประมาทในการ
เร่งปฏิบัติตนให้พ้นจากทุกข์ทั้งปวงในวัฏสงสารอันยาวนาน
และแสนทุกข์ทรมาน นั่นเอง