|
|
มาแล้วคับ..กลับมาจากการพักผ่อนและประชุมสรุปงานที่เมืองปราณ จังหวัดประจวบฯ แล้ว... การเดินทางเป็นไปด้วยความสนุกสนานและ..ร้อนมาก ไม่คิดว่าจะเจออากาศร้อนๆ เลยจริงๆ นะเนี่ย.. -__-'
เรื่องของเรื่องคือการ... สรุปปิดงานที่โคราช ซึ่งงานนี้ทำให้คนทำงานเหนื่อยๆ และอดหลับอดนอนกันมามากเพื่อปิดงานให้ทันเวลา ตามสัญญาและตามหน้าที่ (อิอิ) ทุกคนเลยมีมติร่วมกันว่าหลังปิดงานจะไปพักผ่อนกันสักหน่อย (และถือโอกาสเที่ยวเนื่องจากการทำงานแบบนี้หาเวลาเที่ยวจริงๆ ยาก) แล้วทุกคนก็โยนตูมมาบอกให้คุณกิ่งกะเราเป็นคนดำเนินการ
โดยได้ที่พักที่ บิวตี้ บีช รีสอร์ท การเดินทางก็ออกจากที่บ้านเวลาเกือบๆ 8 โมง นั่งรถไปเรื่อยๆ (จะบอกว่าเราก็นั่งหลับไปตามระเบียบจะมีใครแซวมะเนี่ย อิอิ) จนถึงจุดพักจุดแรกคือ เขื่อนแก่งกระจาน เป็นเขื่อนดินขนาดใหญ่ (อันนี้เค้าบอกมา) มีเกาะต่างๆ อยู่ในเขื่อนเยอะๆมาก มีจุดให้ลงเรือเพื่อเข้าชมแหล่งน้ำ ถ้าจำไม่ผิด เหมาลำเรือครั้งละ 1,500 บาท (รู้สึกจะแพงมากเลยนะเนี่ย) แล้วก็แวะรับประทานอาหารกันที่นี่ อาหารที่กินกันส่วนใหญ่จะเป็นอาหารพื้นบ้านธรรมดา พวกไก่ย่าง ส้มตำ ต้มยำ (เฮ้อ...นั่งรถมาตั้งไกล..เพื่อมากินไก่ย่างส้มตำ อิอิ) สั่งอาหารทั้งหมด 3 ชุด รสชาติอาหารราคาไม่แพงนักทั้งหมดประมาณ 500 กว่าบาท (ค่าอาหารทำไมต่างจากค่าเรือมากนักก็ไม่รู้ อิอิ) แต่..ขอโทษค่าเข้าห้องน้ำ 5 บาทต่อครั้งต่อคน (แพงจริงๆ นะเนี่ย) กินอาหารกันเสร็จเรียบร้อยก็เดินทางเข้าที่พักที่เมืองปราณ
ขับรถวนไปวนมาอยู่พักใหญ่เนื่องจากคนขับรถก็ไม่รู้ทางคนจะไปก็ไม่รู้ทาง (อิอิ) ดีนะไม่พากันหลง เหอะๆ เข้าถึงที่พักเวลาประมาณ บ่ายสามโมง แดดที่นี่แรงมาก พอลงรถรู้สึกได้ถึงความร้อนทันที เข้าเช็คอินแล้วเข้าพักตามห้องต่างๆ เรียบร้อยแล้ว ก็เดินไปรวมกันที่ห้องหมายเลข 11 (อิอิ) หน้าห้องหันหน้าออกทะเลทำให้เห็นว่าทะเลที่นี่สวยมาก มองไปสุดปลายฟ้า ก็ยังมีแต่ทะเลกับทะเล น้ำใส หาดทรายสวยสะอาดมาก ประมาณ 4 โมงเย็น เด็กๆ ก็เริ่มวิ่งลงทะเล...โดยมีผู้ใหญ่บางคนตามไปดูสาวๆ เอ้ย ดูเด็กๆ ด้วย ระหว่างนี้ก็นั่งดูเมนูอาหารเย็นที่จะกินกันเพื่อสั่งทางห้องครัวจัดการให้ จนกระทั้ง 5 โมงเย็นเลยเดินไปสัมผัสทะเลกับหาดทรายที่นี่ เป็นทะเลที่สวยมากจริงๆ หาดทรายสะอาด น้ำสะอาด มองไปทางขวามือ มีภูเขาหินอยู่ระยะทางไม่ไกล เลยลองเดินไปดูสักหน่อยระหว่างทางมีเสียงร้องเพลง "ช้าง ช้าง ช้าง ช้าง" จากพนักงานบริษัทหนึ่งที่มาพักผ่อนกันเป็นคณะใหญ่ตามไปตลอดทาง (เฮ้อ...เค้าเรียกพี่ชายเราทำไมกันนะ อิอิ) เดินไปได้หน่อยหนึ่งก็เจอนักศึกษามารับน้องกัน อืมม...ท่าทางก็ไม่ได้โหดร้ายดุร้ายอย่างที่เป็นข่าวเลย อิอิ มีผูกขาวิ่งสามขากันด้วย แต่...พูดก็พูดเถอะ..เด็กๆ สมัยนี้หน้าตาน่ารักจริงๆ (ดีนะไม่ใช่นางงาม ไม่งั้นคงต้องรักเด็กไปแล้ว อิอิอิ) พอเดินไปถึงภูเขาถึงเห็นว่ามีรู อ่ะหรือเค้าเรียกว่าปล่อง นะ ..อืมมม เอาเป็นว่าลักษณะเป็นทะลุของภูเขาเป็นช่องลมขนาดใหญ่... ช้างบอกว่าตอนที่ช้างเดินมามองผ่านช่องลมเห็นพระอาทิตย์กำลังจะตกดินด้วย เสียดายจัง..ไม่ได้เห็น
หลังอาหารก็มีนั่งคุย ดื่มและร้องเพลงกันไปเรื่อยๆ ดึกพอควร...บริษัทนู้นเค้ายังไม่เลิกร้องเพลงเลย นั่งไปนั่งมา อืม..ใกล้เที่ยงคืนแล้ว...ไปนอนดีกว่า.. ว่าแล้วก็เดินเข้าห้องนอน..ตั้งใจไว้ว่าจะตื่นมาให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นซะหน่อย...
17 พ.ย. 2545 เวลา 6.00 น. เสียงนาฬิกาปลุกขึ้นมา จริงๆ ไม่ใช่นาฬิกาหรอก อิอิ เป็นมือถือปลุกๆ ขึ้นมาตอนกำลังนอนสบายๆ...คิดว่าจะนอนต่อดีหรือลุกขึ้นดี ..ในที่สุดก็ตัดสินใจลุกขึ้นไปอาบน้ำ...ก่อนจะเข้าห้องน้ำ ยังมีแอบไปเปิดประตูดูท้องฟ้าว่าเป็นยังไง.. อ้อ ฟ้าสางแล้ว...แสงสีแดงปนส้มทาบผ่านท้องฟ้ามาแล้ว มองไปที่ตรงเส้นขอบฟ้า ทำไมไม่เห็นพระอาทิตย์น้อ.. สงสัยจะไม่มีโอกาสได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่เส้นริมขอบฟ้าจริงๆ.. ว่าแล้วก็เดินไปอาบน้ำแต่งตัว ออกจากห้องพักตอนประมาณเกือบๆ 7 โมงเช้า (โหๆ เราอาบน้ำแต่งตัวนานขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย -__-' ..)
ลงไปเดินดูทะเลกับหาดทรายอีกครั้ง วันนี้มีเด็กๆ วิ่งตามลงมาเล่นน้ำทะเลกันเป็นแถว น้องเจ..เป็นหนึ่งในกลุ่มเด็กที่วิ่งตามลงมา ว่าแล้วน้องเจก็กระโดดตูม... แล้วก็เงยหน้าขี้นทำหน้าแปลกๆ อ้อ...สงสัยจะจมน้ำ..เราเลยวิ่งขึ้นไปหิ้ว (ต้องใช้คำว่าหิ้ว) ขึ้นมาจากน้ำ ปกติเด็กๆ ถ้าจมน้ำเนี่ย จะสลด ร้องไห้แล้วก็กลัวๆ การเล่นน้ำ แต่รายนี้ไม่มีอาการเลย -__-' วิ่งกลับลงไปอีก เฮ้อ!!!
7.30 น. เริ่มรับประทานอาหารเช้า หลังอาหารเช้า ทุกคนเข้าที่พักทำธุระส่วนตัว รอเวลานัด 9.00 น. เพื่อเข้าประชุมสรุปงานที่ทำประจำปี ผลงาน รายได้และข้อดีข้อเสียของงาน.. จากนั้น 11.30 น. ก็เช็คเอ้าท์ออกจากที่พัก..
ที่แรกที่จะแวะเข้าไปเที่ยวกันก็คือ เขาตะเกียบ... แต่ก่อนที่จะขึ้นเขาตะเกียบก็แวะกินข้าวกันก่อน.. อืมม...ร้านอาหารริมชายทะเล ชื่อร้าน ริมเลซีฟูด (ถ้าจำไม่ผิด อิอิ) พี่ยุทธเป็นคนจัดการสั่งอาหาร มีอะไรนักไม่รู้ รู้แต่ว่า เยอะมากและมีปูนึ่ง(ของโปรด)มาให้กินด้วย ระหว่างรอกับข้าวทางร้านได้เอาน้ำมาเสริฟก่อน แล้วตามด้วย หอยนางรมทรงเครื่อง(ที่ร้านเค้าเรียกแบบนี้) โดยที่บนโต๊ะยังไม่จานและช้อนให้เลย แล้วอาหารจานต่อไปก็ตามมา ไข่เจียวหอยนางรม (อ๊ะ อันนี้ของโปรดน้องอาร์ต) ระหว่างที่ น้องเค้าเอาอาหารมาเสริฟ เราก็เลยแกล้งแซวน้องเค้าว่า "น้องๆ พี่ขอช้อนกับจานหน่อยนะ แบบน้องเอาอาหารมาว่ายั่วๆ พี่ แต่ไม่ให้จานกับช้อนพี่เนี่ย พี่เริ่มจะโมโหหิวแล้ว" น้องเค้ายิ้มๆ แล้ววิ่งไป อิอิ หลังกินอาหารเสร็จ น้องเค้าก็เอาน้ำลอยไว้ด้วยใบชาใส่ในกะลามังสีชมพู น่ารักๆ มาให้ใช้ในการล้างมือ เฮ้อ!! อดที่จะแซวน้องเค้าไม่ได้เลยบอกน้องเค้าว่า.. "น้องๆ พี่ขอเป็นอ่างทองคำนะ สำหรับพวกนี้ต้องล้างมือในอ่างทองคำเท่านั้น" อิอิ... จบการกินเรียบร้อยก็เรียกให้น้องเค้าเช็คบิล คราวนี้ กล้วย 2 หวีใหญ่ๆ เดินในจานมาให้ โหๆ เพิ่งรู้ว่ามีบริการแถมผลไม้ปิดท้ายงานด้วย อิอิ ... ก็นะค่าอาหารสมกับบริการจริงๆ (จริงๆ แพงกว่าที่คิดนะ)
จากนั้นก็นั่งรถขึ้นไปบนวัดเขาตะเกียบ .. ลงไหว้พระแล้วเดินไปดูวิว โห.. สูงมาก พอไปยืนใกล้ๆ ผาที่ยื่นเข้าไปในทะเล ขอบอกเลยว่า ขาสั่น..เหอะๆ เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองเป็นโรคกลัวความสูงก็วันนี้หละ -__-" ยืนถ่ายรูปได้รูปเดียว เผ่นดีกว่า ขืนยืนนานกว่านี้มีหวัง ลม จับ แน่ๆ สักพักก็ออกเดินทางกลับ
ขากลับแวะซื้อขนม ของฝากขึ้นชื่อของเมืองเพชร ไปฝากผู้ให้การสนับสนุนรายการกันก่อน...
จบรายการท่องเที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้เพียงแค่นี้หละคับ..ส่วนรูป..ไว้จะส่งให้ดูในโอกาสต่อไป..
ขอได้รับการขอบคุณจาก.. (เออ..เหมือนดูวีดีโอเลย วุ้ย อิอิ)
..........Ying ...
|
|
|
|
|
|