มุมหนังสือ ::::: เสราดารัล


 

ดอกเสราดารัล ดอกไม้แห่งความ รัก

ผู้ประพันธ์ : กิ่งฉัตร     


เสรา คือ ดอกกุหลาบ
ดารัล ดั่งดวงดาว
การเต้นรำในคืนดวงดาวเต็ม ฟากฟ้า
คือ
ความครื้นเครงและชื่นบานในใจของคุณ




ความเป็นมา
    ผู้ประพันธ์ ได้เขียนเล่า ความเป็นมาของการแต่งเรื่องเสราดารัลดังนี้ "ประมาณปี 34 ดิฉันได้รับเอกสารเรื่อง ชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้านของเรา (รัฐฉานและปัญหายาเสพติดของอาจารย์ดร.จำลวย ทองดี) เพื่อใช้ประกอบเรื่อง ยาเสพติดที่กำลังหาข้อมูลอยู่เมื่ออ่านเอกสารฉบับนี้ จบ ดิฉันเกิดความประทับ ใจในข้อมูลมาก จึงได้วางโครงการเรื่อง "เสราดารัล" ขึ้นใน ปีนั้นและเริ่มสะสม ข้อมูลลงมือเขียน"
   เนื้อหาของเอกสารประกอบด้วยการต่อสู้เพื่อให้ได้อิสรภาพของชน กลุ่มน้อยและยัง มีเรื่องขอขุนส่า ได้ถูกรัฐบาลพม่าจับกุมตามแรงกดดันของ USA และ ลูกน้องของ ขุนส่าก็เป็นพลพรรค SUA (The Shan United Army) จึงได้ลักแพทย์ชาวรัสเซีย 2 คนเพื่อเป็นตัวประกันแลกเปลี่ยนกับอิสรภาพของขุนส่า ตอนแรกรัฐบาลพม่าไม่ยอมตามข้อ ตกลง แต่เพื่อนแพทย์ชาวรัสเซียได้ลงชื่อเพื่อเรียกร้องต่อพม่าโดยขู่ว่าถ้าหากทางพม่า เพิกเฉยจะตัดความช่วยเหลือและเดิมทางกลับประเทศ ในที่สุดขุนส่าได้อิสรภาพอีกครั้ง
    เมื่อได้อิสรภาพขุนส่าก็ได้จัดตั้งรัฐบาลสภาปฏิวัติแห่งรัฐฉาน (Tailand Shan State Revolutionary Council หรือ TRC) ขึ้นเพื่อเรียกร้องอิสรภาพจากพม่า การต่อสู้เพื่อได้อิสรภาพ ยังดำเนินอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
    ผู้แต่งกล่าวว่า "ดิฉันชอบเรื่องพาฝัน จึงได้นำข้อมูลนี้มาดัด แปลงเสริมแต่งเป็นเรื่องสมมุติแนวโรแมนติกเสีย ยึดหลักความพอใจของตัวเองเป็นใหญ่ "นาคิม" จึงยืนอยู่ระหว่าง "ตำแหน่ง" ผู้นำการกู้ชาติและมี "หน้าที" สำคัญที่จะต้องหาหนทางช่วย เหลือ "ว่าที่เจ้ามหาชีวิตแห่งขลา" จากคุกของประเทศสิคาล
    แม้ชื่อของนาคิมจะอยุ่ในแฟ้มดำของ DEA (หน่วยปราบปรามยาเสพติดของ USA) แต่เขายืนยันหนักแน่นว่า เขาเป็นคนบริสุทธิ์ ฉะนั้นการแต่งตั้งให้เป็น opium อะไรสักอย่าง คงไม่เหมาะ ดิฉันจึงเลือกวิธีการสู้รบแบบกองโจรขึ้นมาเป็นสมญาของ "อภูตแห่งราตรี" แทนจาก นายแพทย์รัสเซีย 2 คน เป็น พันไมล์ นักเรียนแพทย์สาวปีสุดท้าย จากเมืองไทยแทนเพื่อให้ เรื่องราวเป็นธรรมชาติ"
    "ขลาและสิคาลเป็นประเทศสมมุติ ฉากในเรื่องแต่งเติมจากภาพถ่ายของค่ายกลาง หุบเขา วิถีชีวิตบางแง่มุมยืมและปรับปรุงเสริมจาชีวิตชาวธิเบตช้อมูลส่วนใหญ่ในเรื่องอิงและ ดัดแปลงจากเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศร่วมโลกของเรา แม้แต่ฉากสุดท้ายของ "เปญอัคนิน" ดิฉันก็ เคยได้เห็นภาพถ่ายมาแล้วจากในนิตรสาร TIME ผิดเสียแต่ว่าเปลี่ยนจากต้นสนเป็นเสาไฟฟ้า ที่เรียง ขนานสองข้างทางรถไฟเท่านั้น"

 

1