จะช่วยเหลือป้องกันกันยังไงดี
การฆ่าตัวตายจัดเป็นดัชนีบ่งบอกคุณภาพชีวิตของประชากรในสังคมนั้น
สังคมใดที่มีการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ย่อมเป็นการชี้ชัดว่าสังคมนั้นน่าจะ
มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เป็นปัญหา หรือว่าเป็นเพราะสังคมบ้านเราทุกวันนี้
ต่างคนต่างอยู่ แข่งขันกันมากขึ้น เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สนใจดูแลกันน้อยลง ?
ทุกวันนี้องค์กรภาครัฐก็พยายามรณรงค์ป้องกันการฆ่าตัวตายกันอยู่
แต่การดำเนินการมักเชื่องช้า ติดขัดที่ระบบราชการ หลังๆ นี้มีภาคเอกชนและ
เครือข่ายต่างๆ เช่น การให้บริการปรึกษาทางโทรศัพท์ของสมาริตัน หรือศูนย์ฮอทไลน์
เข้ามาช่วยกันมากขึ้น บ้านพักฉุกเฉินต่างๆ ก็มีส่วนช่วยเหมือนกัน
อย่างน้อยให้คนพอมีทางออกบ้างเวลาเขาไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน

เราเองก็ช่วยกันเองได้ โดยการหันมาใส่ใจสนใจคนใกล้เคียง
เรียกว่าสนใจห่วงใยดูแลกัน ซึ่งจะเป็นการป้องกันกันตั้งแต่ต้นทาง
ไม่ใช่ละเลยปล่อยให้ปัญหาบานปลายจนเกิดเรื่องแล้วถึงคิดจะมาแก้ไขกัน

สิ่งหนึ่งที่ผมมักจะเจอบ่อยๆ คือ คนที่ทุกข์ใจเขาไม่มีโอกาสได้พูดได้ระบาย
มีแต่คนจะคอยสอน คอยเตือนคอยห้าม แต่ไม่มีคนคอยฟัง ท่าทีในการพูดคุย
เป็นสิ่งสำคัญ ควรฟังด้วยท่าทีพร้อมที่จะรับในสิ่งที่เขาเล่า ไม่ว่าเรื่องจะเป็นยังไงก็ตาม
ไม่มีด่วนไปตัดสินว่าเขาไม่น่าทำอย่างนี้ หรือน่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้
ขอให้ฟังด้วยความเยือกเย็น ไม่ลนลาน หรือวิตกกังวล แสดงความสนใจอารมณ์
ความรู้สึกของเขา สิ่งเหล่านี้จะทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นได้จากการรู้สึกว่าเราแคร์เขา

ความทุกข์ใจที่อัดอั้นภายในก็เหมือนกับน้ำในกาที่กำลังเดือด
ถ้าได้มีการระบายออกเสีย จิตใจเขาพอสงบลงบ้าง
ความคิดก็จะไม่คับแคบเห็นแต่ทางตันเหมือนเดิม ถึงตอนนี้เรา
จึงมาคุยกันว่าปัญหาอยู่ตรงไหน มีทางออกอื่นนอกจากที่เขาคิดอีกไหม
ค่อยๆ หาทางกันไป ในที่สุดเขาก็จะพบว่าการฆ่าตัวตายไม่ใช่ทางออก
ของปัญหา ยังมีทางอื่นๆ อีกมากที่จะช่วยให้เขาคลายปัญหาหรือความทุกข์ใจลงได้

แล้วในที่สุดเขาก็จะเห็นเหมือนกับที่มีใครสักคนหนึ่งพูดว่า "this is life"


ขอบคุณครับที่อ่านจนครบ หน้าแรก

1