โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute Myocardial Infarction)
เนื้อหา โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเกิดจากเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่พอ นานกว่า 4-6 ชั่วโมง สาเหตุ เกิดจากหลอดเลือดแดงที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจหัวใจมีการตีบแคบ หรืออุดตันทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายไปบางส่วน ปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย 1. อายุ พบมากในผู้สูงอายุ 2. เพศ พบมากในผู้ชาย 3. กรรมพันธุ์ 4. การมีไขมันสูงในเส้นเลือด 5. การสูบบุหรี่ 6. ความดันโลหิตสูง 7. โรคเบาหวาน 8. ภาวะเครียด 9. ความอ้วน 10. การขาดการออกกำลังกาย อาการแสดงของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน 1. เจ็บอกอย่างรุนแรงเกิดขึ้นทันทีทันใดโดยเจ็บแน่นบริเวณทรวงอกซ้ายหรือกระดูกลิ้นปี่ ร้าวไปที่หัวไหล่และแขนซ้ายโดยเฉพาะแขนซ้าย ระยะเวลาในการเจ็บครั้งหนึ่งๆนานเกิน 30นาที ความเจ็บจะไม่บรรเทาลงโดยการใช้ยาอมใต้ลิ้น 2. ความเจ็บปวดมักจะเกิดร่วมกับอาการช็อค ซีด เหงื่อออก ตัวเย็น ใจสั่น หน้ามืด เป็นลม หมดสติ 3. คลื่นไส้ อาเจียน 4. อาจมีอาการเหนื่อยหอบ ไอ และ/หรือ มีอาการเขียวร่วมด้วย แพทย์จะตรวจอย่างไรถึงทราบว่าเป็นโรคนี้ 1. ซักประวัติ ตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 2. การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย 3. การตรวจโดยการสวนหัวใจและหลอดเลือด การรักษา 1. การรักษาด้วยยา โดยแพทย์จะให้ยาลดอาการปวด ยาขยายหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ยาลด อัตราการเต้นของหัวใจ ลดความดันโลหิตและลดการบีบตัวของหัวใจ ยาละลายลิ่มเลือด 2. การรักษาโดยใช้ลูกโป่งเข้าไปถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจที่ตีบตัน ภายหลังการสวนหัวใจ โดยฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจแล้วเอกซเรย์ดูตำแหน่งที่ตีบหรือตันก่อน 3. รักษาโดยการผ่าตัดต่อหลอดเลือดหัวใจตีบ โดยทำทางเบี่ยงให้หลอดเลือดไปเลี้ยงหัวใจ การปฏิบัติตัวเมื่อรู้ว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน 1.ใน 24 ชั่วโมงแรก ให้พักผ่อนบนเตียงงดทำกิจกรรมทั้งหมด ภายหลัง 48 ชั่วโมง ให้ลุกนั่ง ข้างเตียงได้ วันต่อไปเพิ่มกิจกรรม การออกแรงทีละน้อย และสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ ทำให้หายใจลำบาก หอบเหนื่อย เจ็บอก 2. หลีกเลี่ยงการออกแรงทางด้านร่างกาย และความตึงเครียดทางอารมณ์ โดยไม่ทำงานใน กิจกรรมที่ต้องแรงดึง ดัน หรือยกของหนักภายใน 3 เดือนแรกที่เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจ ตายเฉียบพลัน - การออกกำลังกายจะช่วยให้การไหลเวียนเลือดดีขึ้น หัวใจฟื้นฟูสภาพได้เร็วขึ้น - ห้ามขึ้นเครื่องบิน2-3เดือนแรก - รักษาอุณหภูมิของร่างกายไม่ให้ร้อนหรือเย็นเกินไป - งดสูบบุหรี่โดยเด็ดขาด - ถ้าเริ่มทำงานให้เริ่มทำในจำนวนชั่วโมงน้อยๆก่อน - ควรนอนพักในตอนกลางวันด้วย 3. หางานอดิเรกทำเพื่อจะช่วยลดความตึงเครียด 4. อาหาร ควรรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย รสจืด ย่อยง่าย งดดื่มชากาแฟแอลกอฮอล์ และควรรับประทานอาหารประเภทผักผลไม้มากๆเพื่อช่วยการขับถ่ายอุจจาระ 5. เมื่อผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาลแล้ว ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่ง ไม่ควรเพิ่มหรือ ลดยาเองและพกยาอมใต้ลิ้น (Isordil 5mg.)ติดตัวไว้ตลอดเวลายานี้เป็นยาขยายหลอดเลือด ที่ไปเลี้ยงหัวใจช่วยลดอาการเจ็บหน้าอก วิธีใช้ยา Isordil (5 mg.) - เมื่อเกิดความรู้สึกเจ็บหน้าอกให้นั่งลง - อมยาไว้ใต้ลิ้นให้ยาละลายในปากไม่ให้เคี้ยวหรือกลืนถ้ารู้สึกร้อนซ่า ชา หรือเผ็ดใต้ลิ้น ขณะอมยาแสดงว่ายายังมีคุณภาพอยู่ - ยานี้อาจทำให้รู้สึกมึนงงหรือคล้ายจะเป็นลม การนั่งหรือนอนขณะใช้ยานี้จะปลอดภัย กว่ายืน - หากรู้สึกมึนงงหรือคล้ายจะเป็นลม ให้หายใจลึกๆโน้มศีรษะมาอยู่ระหว่างเข่าทั้งสองข้าง และพักอยู่จนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น - ปกติยานี้จะทำให้หายเจ็บอกภายใน 1-5 นาที - หากอาการเจ็บอกยังไม่หายใน5นาทีให้อมยาเม็ดที่ 2 - หากอาการเจ็บอกยังไม่หายอีกใน5นาทีให้อมยาเม็ดที่ 3 - หากอาการเจ็บอกยังไม่หาย หลังจากอมยาเม็ดที่3แล้ว (ในเวลา15นาที) ให้รีบไป โรงพยาบาลทันที - มาตรวจตามที่แพทย์นัดทุกครั้ง หรือมาพบแพทย์ทันทีที่มีอาการผิดปกติ