ความดันโลหิตสูง
HYPERTENSION
วัตถุประสงค์
1.
เพื่อให้ผู้ป่วยหรือญาติ
มีความรู้ความเข้าใจถึงความหมายของโรคความดันโลหิตสูง
2.
เพื่อให้ผู้ป่วยหรือญาติ
มีความรู้ความเข้าใจถึงปัจจัยเสริม
อาการ และวิธีการรักษา
ความดันโลหิตสูง
3.
เพื่อให้ผู้ป่วยหรือญาติมีความรู้ความเข้าใจถึงวิธีการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยโรคความดัน
โลหิตสูงและให้ความร่วมมือในการตรวจรักษาพยาบาลและไม่เกิดจาการปฏิบัติตัว
ไม่ถูกต้อง
เนื้อหา
โรคความดันโลหิตสูงหมายถึงภาวะที่มีความดัน
systolic สูงกว่า 140-160 mmHg.หรือ
มีความดัน diastolic
สูงกว่า 90-95 mmHg.
ปัจจัยส่งเสริมที่ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
- เชื้อชาติ
- อายุ ความดัน systolic
จะสูงขึ้นเรื่อยๆตามอายุที่เพิ่มขึ้น
- เพศ
ในคนที่อายุต่ำกว่า50ปีจะพบความดันโลหิตสูงในเพศชายมากกว่าหญิง
ส่วนในคนที่อายุมากกว่า
50 ปี
จะพบว่าเพศหญิงเป็นมากกว่าเพศชาย
- ความอ้วน
ผู้ที่อ้วนจะมีความดันโลหิตสูงได้มากว่าคนที่ไม่อ้วน
- ดื่มเหล้า
สูบบุหรี่
- โรคเบาหวาน
- โรคไต
- ความเครียด
-
การรับประทานอาหารที่เค็มจัด
ไขมันมาก
อาการและอาการแสดง
ปวดศีรษะ
คลื่นไส้อาเจียน ตาพร่ามัว
เลือดกำเดาไหล
มีเสียงดังในหู สับสน
อาการชาหรืออัมพาต
มีการเปลี่ยนแปลงระดับความรู้สึกตัว
ภาวะแทรกซ้อน
เกิดจากการแข็งตัวและหนาขึ้นของหลอดเลือด
ทำให้อวัยวะส่วนปลายของ
หลอดเลือดนั้นขาดเลือดไปเลี้ยง
ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้งรูปร่างและหน้าที่
ของอวัยวะนั้น ๆ คือ
1.หัวใจ
ต้องทำงานมากขึ้นถ้าเป็นอยู่นานจะเกิดการทำงานของหัวใจล้มเหลว
ขาดเลือดไปเลี้ยง
ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย
2. ไต - ขาดเลือดไปเลี้ยง
ทำให้เกิดการสูญเสียหน้าที่
ไตมีขนาดเล็กลง
ถ้าหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตมีการอุดตันอย่างสมบูรณ์
เกิดภาวะยูรีเมีย
จะทำให้ไตวายได้
3. สมอง
ทำให้ขาดเลือดไปเลี้ยง
หรือมีการโป่งพองของหลอดเลือด
ในสมอง
และอาจเกิดการอุดตัน
การแตกของหลอดเลือด
ทำให้เกิดอัมพาตของแขนขา
4. ตา อาจมีอาการตามัว
หรือตาบอดจากการบวมของ optic disc
หรือการแตก
ของหลอดเลือดในลูกตา
การรักษา เพื่อควบคุมระดับความดันโลหิต
ไม่ให้อวัยวะสำคัญถูกทำลาย
1.
การรักษาทั่วไปคือรักษาตามอาการโดยไม่ใช้ยา
- แนะนำอาหารลดเค็ม
- งดดื่มสุราและกาแฟ
- งดสูบบุหรี่
- ผ่อนคลายความตึงเครียด
-
ลดน้ำหนักในรายที่อ้วนเกินไป
2. การรักษาทางยา
ซึ่งอาจจะเป็นยาขยายหลอดเลือด
ยาขับปัสสาวะ
การดูแลตนเองเมื่อรู้ว่าเป็นโรคความดันโลหิตสูง
1. รับประทานอาหารลดเค็ม
ลดอาหารจำพวกแป้งและไขมัน
2.
ออกกำลังกายที่มีการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อแต่ไม่ควรทำหลังรับประทาน
อาหารอิ่มใหม่ ๆ
หรือหลังรับประทานยา 1 - 2
ชั่วโมง
3. ป้องกันอาการท้องผูก
4. ทำจิตใจให้สบาย
ไม่เครียดไม่วิตกกังวล
5. งดดื่มสุรา กาแฟ
งดสูบบุหรี่
6. ตรวจสุขภาพ
วัดความดันโลหิตอย่างสม่ำเสมอ
มาตรวจตามนัด
7.
การปฏิบัติตนในการรับประทานยาลดความดันโลหิต
โดย
-
รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอให้ตรงเวลาและตรงตามขนาด
ไม่ควรลดเพิ่ม
หรืองดยาเอง
- ไม่เปลี่ยนท่านอน นั่ง
หรือยืนเร็วเกินไป
- ไม่ควรยืนเฉย ๆ
ท่าเดียวนาน ๆ
โดยเฉพาะหลังรับประทานยา 1 - 2
ชั่วโมง
- ถ้ารู้สึกหน้ามืด
จะเป็นลม ควรนอนยกปลายเท้าสูง