การผ่าตัดต่อหลอดเลือดหัวใจตีบ Coronary Artery By pass Graft ( CABG )
วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติ ทราบถึงวัตถุประสงค์ และหลักการทำ CABG 2. เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติ ทราบถึงการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดCABG. 3 เพือ่ให้ผู้ป่วยและญาติ ทราบถึงสภาพของผู้ป่วยภายหลังผ่าตัด CABG 4. เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติ ทราบถึงการป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด CABG 5. เพื่อให้ผู้ป่วยและญาติ ทราบถึงการปฏิบัติตัวเมื่อกลับบ้านหลังผ่าตัด CABG เนื้อหา วัตถุประสงค์ของการผ่าตัดต่อหลอดเลือดหัวใจตีบ 1. เพื่อลดอาการเจ็บหน้าอก 2. เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้เท่าหรือใกล้เคียงปกติ 3. เพื่อลดอันตรายจากการเสียชีวิตกระทันหัน หลักการของการผ่าตัดต่อหลอดเลือดหัวใจตีบ แพทย์จะนำหลอดเลือดดำบริเวณขา หรือหลอดเลือดแดง หลังกระดูกอกมาทำทางเบี่ยง ต่อระหว่างหลอดเลือดแดงใหญ่กับหลอดเลือดหัวใจ เมื่อศัลยแพทย์ผ่าตัดเสร็จจะเอาเครื่องปอด และหัวใจเทียมออก จากนั้นหัวใจจะทำงานเอง ท่านจะมีรอยแผลผ่าตัดดังนี้ 1. รอยผ่าตัดจะอยู่กลางหน้าอกถึงเหนือสะดือ ศัลยแพทย์จะใช้ลวดมัดกระดูกอกเอาไว้ กระดูกอกจะติดเป็นเนื้อเดียวกันภายใน 2 เดือน ลวดจะถูกคาไว้ตลอดชีวิตไม่ต้องกลับมาตัด 2. แผลจากการเลาะเอาหลอดเลือดดำที่ขา มาใช้ต่อเพื่อเปลี่ยนทางเดินของเลือดจะอยู่ ด้านในของขา ควรใช้ผ้ายืดรัดไว้ 7 วันเพื่อลดการบวม ภายหลังการผ่าตัดท่านจะต้องอยู่ภายในห้องไอ.ซี.ยู ศัลยกรรมหัวใจเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด ท่านจะมีท่อและสายต่างๆ เพื่อช่วยในการดูแลรักษา ซึ่งแพทย์จะเอาออกเมื่อไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว ไม่ควรดึงท่อหรือสายใด ๆ ออกเพราะจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ท่านจะอยู่ในห้องไอ.ซี.ยู อย่าง ปลอดภัย (ประมาณ 3 - 7 วัน ) แล้วจะได้รับการย้ายกลับตึกศัลยกรรม การเตรียมตัวก่อนทำ CABG ก่อนวันผ่าตัด 1. ท่านควรทำความสะอาดร่างกายและสระผมให้สะอาด 2. เจ้าหน้าที่พยาบาลจะเตรียมบริเวณที่จะผ่าตัดโดยทำความสะอาดผิวหนังบริเวณที่จะ ผ่าตัดและโกนขน 3. ท่านสามารถรับประทานอาหารเย็นได้ตามปกติ 4. หลัง 24.00 น. ห้ามรับประทานอาหาร น้ำ และยาใด ๆ นอกจากแพทย์สั่ง 5. เจ้าหน้าที่พยาบาลจะแนะนำท่านเรื่องการปฏิบัติตัวที่สำคัญหลังผ่าตัดดังนี้ 5.1 การฟื้นตัวหลังผ่าตัด ภายหลังจากแพทย์เอาท่อและสายต่างๆ ออกให้ท่านแล้ว ท่านจะสามารถลุกนั่งบนเตียงได้ควรช่วยเหลือตัวเองในการทำกิจกรรมส่วนตัวบางอย่าง เช่น เช็ดตัว รับประทานอาหาร ขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระโดยใช้กระโถนนอนบนเตียง 5.2 ท่านควรสูดหายใจเข้าลึกๆ ให้หน้าท้องโป่งแล้วผ่อนลมหายใจออก วิธีการนี้ จะช่วยบรรเทาอาการปวดแผลของท่าน และจะช่วยให้ปอดขยายตัวดี 5.3 ท่านควรไอเอาเสมหะออก โดยการใช้หมอนกอดประคองแผลผ่าตัดแล้วหายใจ เข้า-ออก 4 - 5 ครั้ง กลั้นหายใจและไอแรงๆ ออกมาเพื่อไม่ให้เสมหะคั่งค้าง ซึ่งเป็นสาเหตุ ของภาวะปอดแฟบ ปอดอักเสบ นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่พยาบาลจะแนะนำให้ท่านใช้ เครื่องช่วยบริหารปอด โดยการใช้ปากสูดลมหายใจเข้าเต็มที่ผ่านท่อสูดลมแล้วกลั้นไว้ ชั่วครู่ ลูกบอลจะลอยขึ้นแล้วค้างอยู่ชั่วขณะ ก่อนปล่อยลมออก 5.4 ท่านควรทำการบริหาร เพื่อช่วยป้องกันภาวะไหล่ตก ข้อติด การเสียท่าทาง การทรงตัวและช่วยให้เลือดไหลเวียนดี แผลหายเร็ว อวัยวะต่าง ๆ ทำงานดีขึ้นและลด การเกิดลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำ ท่าต่าง ๆที่ใช้ในการบริหารร่างกาย ควรทำกายบริหารท่าละ 10 ครั้งต่อรอบ วันละ 4 รอบ ท่าเหล่านี้สามารถทำได้ขณะนอนหรือ ห้อยขาข้างเตียง ควรเริ่มทำทันทีหลังผ่าตัดหรือเมื่อแพทย์อนุญาติ ท่าบริหารกล้ามเนื้อขา ข้อเข่า - ยกต้นขาขึ้น งอขา ทำสลับกัน ซ้าย ขวา ท่าบริหารกล้ามเนื้อทรวงอกและข้อไหล่ - งอแขนเข้า กางแขนออก ยกแขนขึ้น ท่าบริหารมือและเท้า - กำมือ เหยียดมือ หมุนข้อมือ ข้อเท้า - กระดกเท้าขึ้นลง เหยียดนิ้วเท้าขึ้นลง ท่าบริหารลำตัว - ประสานมือไว้ด้านหลังท้ายทอยแล้วเอียงตัวไปด้านขวาและซ้ายสลับกัน เช้าวันผ่าตัด 1. ตื่นเช้าทำความสะอาดร่างกาย ล้างหน้าแปรงฟัน ชั่งน้ำหนักตัว 2. พยาบาลจะฉีดยาหรือให้ยาตามแพทย์สั่ง 3. หลังจากนั้นท่านจะถูกนำเข้าห้องผ่าตัด 4.การผ่าตัดจะใช้เวลาประมาณ 3 - 6 ชั่วโมง แล้วแต่จำนวนหลอดเลือดที่ต้องแก้ไข 5.เมื่อเสร็จการผ่าตัดท่านจะถูกนำไปที่ห้องไอ.ซี.ยู ศัลยกรรมหัวใจ ซึ่งมีแพทย์ และ เจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลใกล้ชิด ภายหลังการผ่าตัดในห้องไอ.ซี.ยู 1. หลังผ่าตัดท่านจะต้องอยู่ในห้องไอ.ซี.ยู ศัลยกรรมเพื่อดูแลอย่างใกล้ชิด 2. ท่านจะมีท่อและสายต่าง ๆ เพื่อช่วยในการดูแลรักษาซึ่งแพทย์จะเอาออก เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้แล้ว 3. ท่านไม่ควรดึงท่อหรือสายใด ๆ ออก เพราะอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ 4. ท่านจะต้องอยู่ในห้องไอ.ซี.ยู จนปลอดภัย ( ประมาณ 3 - 7 วัน ) จะได้รับการย้ายกลับ ตึกศัลยกรรมสัปดาห์ที่ 1 - 2 หลังผ่าตัด ท่านสามารถเดินไปมาได้ลุกไปเข้าห้องน้ำได้ แต่ยังไม่ควรยกของหนักหรือเหนี่ยวรั้งแรง ๆ ถ้าเหนื่อยหรืออ่อนเพลียควรพักเป็นระยะๆ เมื่อแพทย์เห็นว่าปลอดภัยดีแล้วจะให้ท่านกลับบ้านได้ การป้องกันภาวะแทรกซ้อนภายหลังการผ่าตัดต่อหลอดเลือดหัวใจตีบ นอกจากภาวะแทรกซ้อนของปอด กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อแล้ว ท่านควรต้องปฏิบัติตัว เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจตามมาได้อีกดังนี้ การป้องกันภาวะแทรกซ้อนของหัวใจ ในระยะแรกหลังผ่าตัดหัวใจ แพทย์มักจะจำกัด น้ำดื่ม เพื่อไม่ให้หัวใจต้องทำงานหนักเกินไป *** สิ่งที่ท่านควรปฏิบัติคือ 1. เมื่อแพทย์อนุญาติให้ดื่มน้ำได้ ควรดื่มน้ำในปริมาณที่แพทย์กำหนด 2. จิบน้ำทีละน้อยพอแก้กระหายเท่านั้นไม่ควรดื่มจนอิ่ม 3. ถ้าท่านดื่มน้ำผลไม้ทดแทนควรลดปริมาณน้ำดื่มลง 4. ไม่ควรรับประทานอาหารรสจัดซึ่งจะทำให้กระหายน้ำมากขึ้น การป้องกันภาวะแทรกซ้อนของทางเดินอาหาร ผลของยาสลบจะทำให้ลำใส ้และ กระเพาะอาหารหยุดทำงานชั่วขณะซึ่งจะทำให้ท่านท้องอืด คลื่นไส้ อาเจียน อาการ ดังกล่าวจะทุเลาลงเมื่อระบบอาหารเริ่มทำงาน ข้อปฏิบัติต่อไปนี้จะช่วยให้ทางเดินอาหารเริ่มทำงานได้เร็วขึ้น 1. ใน 3 วันแรก หลังผ่าตัดควรงดนม และอาหารย่อยยาก 2. ลุกทำกิจกรรมต่างๆด้วยตัวเองเมื่อแพทย์อนุญาต 3. ควรออกกายบริหาร เพื่อช่วยกระตุ้นให้อวัยวะต่างๆ เริ่มทำงานเร็วขึ้น การปฏิบัติตัวเมื่อกลับบ้านภายหลังผ่าตัด CABG กลับบ้าน การเดินทางจากรพ.ถึงบ้านอาจทำให้ท่านเหนื่อยมากควรนอนพักเมื่อถึงบ้านและขอยา แก้ปวดไว้ให้พอเพียงด้วย กิจกรรม ร่างกายใช้เวลาฟื้นตัวประมาณ 6-8 สัปดาห์แรกไม่ควรทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากหลัง 6-8 สัปดาห์ สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ อารมณ์ หลังผ่าตัดคุณอาจจะมีอารมณ์แปรปรวน อันเนื่องมาจากความเครียด และความกังวล สิ่งเหล่านี้จะดีขึ้น เมื่อพ้นระยะพักฟื้นไปแล้ว การพักผ่อน ถ้าเหนื่อยหรือเพลีย ควรนอนพักทันทีในระยะแรก ควรจัดเวลาพักผ่อนช่วงสั้นๆ ระหว่างกิจกรรมเพื่อป้องกันการเมื่อยล้าถ้านอนไม่หลับควรปรึกษาแพทย์ อาหาร ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และมีกากมากๆ ไม่ควรรับประทานอาหารที่มี ไขมันมาก อาหารรสจัด ควรงดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ บุหรี่ บุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดตีบ ความดันโลหิตสูง และทำงายเนื้อเยื่อปอด แม้ท่านจะได้รับการรักษาผ่าตัดแล้วแต่ถ้ายังสูบบุหรี่โอกาสที่จะกลับมาเป็นอีกนั้นสูงมาก การขับรถ ควรรอ 4-6 สัปดาห์ ก่อนเริ่มขับรถเพราะระยะแรกปฏิกิริยาอาจช้า เนื่องจากเจ็บ หน้าอก การขับรถอาจเกิดอันตรายได้ ควรรอให้หายดีก่อน เด็ก ห้ามอุ้มเด็กหรือเล่นเกมแรงๆ กับเด็กเป็นอันขาด ถ้าฝืนทำอาจเป็นการรบกวนการติดของ กระดูกหน้าอก การเดินขึ้นบันได การขึ้นบันไดนั้นใช้พลังงานมากกว่าการเดินบนพื้นราบธรรมดา ระยะแรก ควรเดินขึ้นลงให้น้อยครั้งควรรอจนกระทั่งแข็งแรงดี น้ำหนักตัว การชั่งน้ำหนักตัวทุกวัน และควรคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ถ้าน้ำหนักตัว เพิ่มมากหรือขึ้นเร็ว ควรปรึกษาแพทย์ เพราะอาจมีน้ำคั่งหรือเกิดภาวะอ้วน การอาบน้ำ แผลผ่าตัดหน้าอกจะติดกันภายใน 7 วัน แผลที่ขาอาจหายช้ากว่า เมื่อแผลผ่าตัด ดีแล้ว สามารถอาบน้ำได้เลย แต่ไม่ควรถูแรง ๆ บริเวณแผล งานบ้าน ใน 2 สัปดาห์แรก สามารถทำงานบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ ไม่ควรยกของหนักเกิน 5 กิโลกรัม หลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้แรงมาก เพราะอาจกระทบกระเทือนกระดูกอก คนเยี่ยม แขกมักมีเจตนาดีและห่วงใยท่าน แต่ถ้ามีคนเยี่ยมมากเกินไปอาจทำให้ท่านอ่อนเพลีย มาก ควรขอตัวไปพักและแจ้งให้ผู้เยี่ยมทราบว่าการพักผ่อนเป็นสิ่งจำเป็นมาก ยา ยาที่ต้องรับประทานตลอดชีวิตสำหรับผู้ผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจตีบคือ แอสไพริน เพื่อลด การเกิดลิ่มเลือดส่วนยาอื่นควรรับประทานตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ไม่ควรลดหรือเพิ่มขนาด ยาเองเด็ดขาด สัญญาณภัย ถ้ามีไข้สูง หนาวสั่น เหนื่อย หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก นอนไม่หลับหรือรู้สึกผิดปกติ ใด ๆ ควรติดต่อแพทย์ทันที อย่าคิดว่าไม่เป็นไร และรอให้หายเอง การพักผ่อนหย่อนใจ 2 - 3 สัปดาห์แรก อาจทำกิจกรรมเหล่านี้ได้ เช่น อ่านหนังสือ ดูทีวี วาดภาพ เดินเล่น หลังจาก 4 - 6 สัปดาห์ สามารถวิ่งเหยาะๆ ตีกอล์ฟ ว่ายน้ำ เล่นเทนนิสได้ ถุงน่อง การสวมถุงน่องจะลดอาการบวมของขาทั้ง 2 ข้าง และทำให้การหมุนเวียนโลหิต ดีขึ้น ควรใส่ตลอดเวลาในระยะ 2 - 3 สัปดาห์แรกและควรนอนยกขาสูง หลีกเลี่ยง การยืนนาน ๆ เพศสัมพันธ์ 1 เดือนหลังผ่าตัด ท่านสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ พยายามหลีกเลี่ยง ภาวะที่ทำให้เกิดอาการอึดอัด หรือเจ็บบริเวณหน้าอก การนัดตรวจ 2 สัปดาห์แรก หลังกลับบ้าน แพทย์จะนัดตรวจเพื่อสอบถามอาการควรมา ตรวจตามนัด การตรวจครั้งต่อไปแพทย์จะนัดประมาณ 1 เดือน ... การผ่าตัด จะทำให้ท่านพบว่าอาการเจ็บอกหายเป็นปลิดทิ้ง... ผลระยะยาว โอกาสกลับเป็นโรคอีกมีน้อย หากท่านปฏิบัติตัวถูกต้อง![]()
![]()