Atum,tum,temu(สุริยเทพองค์แรก ผู้สร้างโลก) เป็นชายแก่ ที่เป็นสัญลักษณ์แทนดวงอาทิตย์ที่กำลังตก กำเนิดขึ้นมาเป็นสิ่งแรก(ภูเขา,เกาะ)จากน้ำท่วมในยุคดึกดำบรรพ์ เป็นเทพคุ้มครอง Heliopolis สัตว์เทพเจ้าคือ งู, วัว,สิงโต,กิ้งก่า เป็นผู้เนรมิต Shu และ Tefnut จากน้ำลาย(บางเล่มว่า น้ำอสุจิ)
ชู(Shu-"ยกขึ้น") เป็นความหมายที่แสดงให้เห็นว่าเทพเจ้าชูทรงยึดท้องฟ้าเบื้องสูงเอาไว้ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งว่าทรงยึดพระ โอรสและพระธิดาไว้ คือเทพเจ้าเก๊บ (เทพเจ้าแห่งโลก) และเทวีนัท (เทพีแห่งท้องฟ้า) ดังนั้นพระองค์ก็ทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอากาศ และต่อมาได้รับ การยกย่องเป็นเทพเจ้าแห่งแสงสว่างอีกด้วย สัญลักษณ์ของเทพเจ้าชู แสดงเป็นรูปมนุษย์ปักขนนกกระจอกเทศไว้บนพระเศียร สัญลักษณ์อีกแบบหนึ่งก็คือ เสาทั้งสี่ค้ำโลกซึ่งมีความหมายว่า พระองค์ทรงแบกฟ้าเอาไว้นั่นเอง
เทฟนัท(Tefnut-เทพีแห่งความชุ่มชื้น) เป็น พระชายาของเทพเจ้าชู หัวเป็นสิงโต ได้ช่วยพระสวามีหนุนค้ำฟ้าเอาไว้ ชาวกรีกได้ยกย่องพระองค์ เทียบเท่าเทวีอาร์เตมิสของพวกเขา ทรงมีสัญลักษณ์ประจำตัวเป็นภาพสิงโตตัวเมีย ทั้งเทวีเทฟนัทและเทพเจ้าชูทรงเป็นผู้พิทักษ์ขอบฟ้าด้านบูรพาทิศและด้านประจิมทิศ กล่าวกันว่าเตียงที่แกะสลักเป็นฐานสิงโตคู่จะช่วยคุ้มครองผู้นอนตลอดทั้งคืน
เซบ,เก๊บ(Geb,Seb-เทพแห่งแผ่นดิน) บุตรของ Shu และ Tefnut มีชายาคือ Nuit(นัท-เทพีแห่งท้องฟ้า) สัญลักษณ์ ประจำตัวคือ ห่าน มักจะถูกกล่าวถึงในนาม "เสียงอึกทึกอันยิ่งใหญ่" มีผิวกายสีเขียวออกดำ เป็นผู้กักขังวิญญาณบาปไม่ให้ขึ้นสวรรค์ เป็นบิดาของ Osiris, Isis, Seth, และ Nephthys
โอสิริส(Osiris-เทพแห่งชีวิตและความอุดมสมบูรณ์) เทพแห่งแม่น้ำไนล์ ถือไม้เท้ากับแส้ เทพโอสิริสแท้จริงคือ องค์ฟาโรห์ที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว(บรรพบุรุษ)
ไอซิส(Isis) ชาวกรีกนับถือเทวีไอซิสเทียบเท่ากับเทวีดีมีเทอร์ เทวีแห่งโลก และเทวีเฮรา รวมทั้งเทวีเซเลน เทวีแห่งดวงจันทร์ กล่าวกันว่าเทวีไอซิสเป็นผู้สืบทอดคุณลักษณะ และบทบาทของเทวีทั้งหมด เกียรติคุณของพระนางแพร่สะพัดไปทั่วทุกสารทิศ เทวีไอซิสทรงเป็นพระธิดาของเทพเก็บและเทวีนัท ทรงเป็นพระมเหสีของเทพเจ้าโอซิริส เทวีไอซิสและทพเจ้าโอซิริส ทรงมีพระโอรสนามว่า "ฮอรัส" เทวีไอซิสทรงเป็นกำลังสำคัญช่วยพระสวามีปกครองอาณาจักร อาทิเช่น ทรงสอนสตรีชาวไอยคุปต์ให้รู้จักวิธีทำแป้งสาลี ปั่นด้ายทอผ้า การรักษาโรคขั้นพื้นฐานต่าง ๆ รวมทั้งวิธีถ่ายทอดวิทยาการที่สำคัญแก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง เทวีไอซิสได้รับยกย่องว่าเป็นแบบอย่างของสตรีที่มีความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อพระสวามีอย่างแท้จริง ตามตำนานกล่าวว่า ภายหลังจากเจ้าชายเซ็ต ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระองค์ได้วางแผนหลอกให้เทพเจ้าโอซิริสเสด็จลงไปประทับนั่งในหีบไม้พิเศษแล้ว ปิดฝา กลายเป็นโลงศพ นำไปลอยกลางแม่น้ำไนล์ ลอยไปไกลจนไปติดอยู่ระหว่างต้นแทมมารินคู ต้นไม้ขนาดใหญ่ริมฝี่งแม่น้ำที่เมืองบีบล๊อส นครหลวงของซีเรีย ราชินีไอซิสได้เสด็จติดตามหาพระศพของฟาโรห์โอซิริสตามเมืองต่าง ๆ จนกระทั่งพบว่าต้นไม้ที่ห่อหุ้มโลพระศพฟาโรห์นั้น กษัตริย์บีบล๊อสได้ให้ช่างแกะสลักเป็นเสาไปประดับไว้ในท้องพระโรง ราชินีไอซิสทรงใช้อุบายจนสามารถนำโลงพระศพเสด็จกลับไปยังเกาะเซมมิส สำเร็จ ต่อมาครั้นเจ้าชายเซ็ตเสด็จไปยังเกาะเซมมิสสำเร็จโดยบังเอิญและได้พบหีบพระศพฟาโรห์โอซิริสอีก ด้วยความอาฆาตแค้นจึงรับสั่งใหทหารนำ พระศพฟาโรห์โอซิริสขึ้นมาฉีกออกเป็นชิ้นถึง 14 ชิ้น แล้วนำแต่ละชิ้นไปทิ้งกระจัดกระจายตามดินแดนต่าง ๆ ทั่วอาณาจักร์ไอยคุปต์ ฝ่ายราชินีไอซิสก็พยายามติดตามค้นหาชิ้นส่วนพระศพอย่างไม่ลดละ แต่ละแห่งที่พบ ราชินีไอซิสก็ทรงสร้างเสาหินไว้เป็นที่ระลึก จาก นั้นพระนางได้ประกอบชิ้นส่วนของพระศพเข้าด้วยกัน ชโลมด้วยน้ำมันหอมแล้วได้กระทำพิธีพันผ้าศพขึ้นเป็นครั้งแรก เป็นการทำมัมมีพระศพฟาโรห์ โอซิริสเพื่อเก็บรักษาพระศพ ซึ่งหมายถึงชีวิตอมตะไว้ชั่วนิจนิรันดร์ เป็นไปตามความเชื่อของชาวไอยคุปต์ที่ว่าชีวิตอมตะ สำหรับวิญญาณที่ล่วงลับ ไปแล้วจะคงอยู่ยืนนานเพียงใดนั้นขึ้นกับการเก็บรักษาพระศพมิให้เน่าเปื่อยนั่นเอง ในเวลาต่อมา เจ้าชายเซ็ตได้รับสั่งให้ทหารจับพระนางไอซิสไปขังไว้ในคุก เนื่องจากทรงกริ้วหลังจากทราบว่าพระนางไอซิสได้สร้าง สุสานและเสาหินเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ฟาโรห์โอซิริส ในดินแดนต่าง ๆ ที่พระองค์ได้พบชิ้นส่วนของพระศพ แต่มิได้สงสัยว่าพระนางได้นำชิ้นส่วนไป ประกอบทำมัมมีพระศพแล้ว ด้วยความช่วยเหลือจากเทพเจ้าท็อต พระนางไอซิสก็เสด็จหนีออกจากที่คุมขังสำเร็จและได้ที่หลบซ่อนพระองค์ ปิดบังมิให้เจ้าชายเซ็ตทรงทราบว่าพระนางกำลังจะคลอคพระโอรส ในขณะที่พระนางไอซิสทรงหลบซ่อนอยู่ในบึงใหญ่ในอาณาเขตของเทพีบูโต ทรงมีพญางูยักษ์ทั้งเจ็ดคอยปกป้องคุ้มครองตลอดเวลา จนกระทั่งพระนางได้ให้กำเนิดเจ้าชายฮอรัสในที่สุด ต่อมาเมื่อเจ้าชายเซ็ตผู้ชั่วร้ายทรงทราบที่หลบซ่อนของเจ้าชายฮอรัส จึงเสด็จไปยังบึงบูโตตอนเกาะเซมมิสทันที และได้จำแลงแปลง พระวรกายเป็นงูพิษเข้ามากัดเจ้าชายฮอรัส ทำให้เจ้าชายฮอรัสทรงเจ็บปวดทรมานยิ่งนัก พระนางไอซิสได้รับสั่งให้หาหมอวิเศษมารักษาเจ้าชายฮอรัส แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ พระนางจึงได้อธิษฐานถึงเทพยดาเบื้องบน ทำให้เทพเจ้าท็อตได้เสด็จลงมาพบอย่างรีบด่วนและได้ทรงช่วยเหลือพระนาง เทวีไอซิส ... ผู้มีมนต์วิเศษที่มีฤทธิ์เดชมากที่สุดเหนือบรรดาเทพเจ้าและเทวีทั้งปวง กล่าวกันว่านอกจากเทวีไอซิสจะได้รับการถ่ายทอดความฉลาดปราดเปรื่องจากเทพเจ้ารา ซึ่งเป็นพระอัยกาของพระองค์แล้ว ยังได้รับ ศิลปะการใช้เวทมนตร์ที่ทรงอำนาจมากที่สุดด้วย นอกจากนั้นไหวพริบปฏิภาณล้ำเลิศที่เทพเจ้าท็อตทรงสอนไว้ทำให้เทวีไอซิสทรงทราบว่าอักษรที่ ปรากฎอยู่ในพระนามของเทพเจ้ารานั้นเป็นคาถาที่แฝงไว้ด้วยอำนาจวิเศษ ดังนั้นหากพระองค์ทรงเรียนรู้ได้แจ่มแจ้งแล้วก็จะได้เวทมนตร์วิเศษมากที่ สุด พระนางไอซิสในขณะนั้นทรงเห็นว่าเทพเจ้าราทรงชรามากคงจะทนต่อสู้กับสังขารไปได้ไม่นานนัก จึงดำริวางแผนล้วงความลับเกี่ยวกับ ศิลปะการใช้เวทมนตร์ที่ศักดิ์สิทธิ์ของเทพเจ้ารา พระนางได้ปั้นดินเหนียวและร่ายเวทมนตร์จนกลายเป็นงูเห่าตัวแรกขึ้นบนแผ่นดินอาณาจักรไอยคุปต์ แล้วจำแลงแปลงร่างของมันกลาย เป็นลูกธนู นำไปซ่อนไว้ในเส้นทางที่เทพเจ้าราในร่างของฟาโรห์เสด็จผ่านไปเยี่ยมดินแดนอาณาจักรตอนบน และเสด็จกลับเส้นทางเดิมในช่วงเช้า เป็นประจำทุกวัน เช้าวันต่อมา ขณะที่พระองค์เสด็จผ่านไปพร้อมกับเทพอื่นๆ งูเห่าที่ซ่อนอยู่ในรูปลูกธนูก็เลื้อยพุ่งตรงเข้าไปฉกกัดพระบาท แล้วเลื้อย หนีไปอย่างรวดเร็ว เทพเจ้าราในร่างฟาโรห์ทรงประทับยืนนิ่งด้วยความประหลาดพระทัย จากนั้นความเจ็บปวดและความร้อนได้แผ่ซ่านไปทั่วพระ วรกาย เทพต่าง ๆ ที่ตามเสด็จต่างไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้ เทพเจ้าราทรงรู้สึกประหลาดพระทัยที่พระองค์ทรงมีฤทธิ์เดชบันดาลสิ่งต่าง ๆ แต่ ไม่สามารถกำจัดพิษนี้ได้ หลังจากนั้น พระนางไอซิสก็ได้โอกาสเข้าเฝ้า และทรงใช้ไหวพริบถามพระนามของเทพเจ้ารา และทรงใช้เวทมนตร์ในพระนามถอนพิษ ในพระกายของเทพเจ้ารา นับตั้งแต่บันนั้นเป็นต้นมา พระนางจึงเป็นผู้มีอำนาจเวทมนตร์สูงสุดเหนือบรรดาเทพเจ้าและเทวีไอยคุปต์ทั้งปวง เทวีไอซิสจัดว่าเป็นเทวีที่ชาวไอยคุปต์เลื่อมใสศรัทธาตลอดมาแทบทุกยุคทุกสมัย เทวีไอซิสได้รับการยกย่องว่าเป็นเทวีแห่งความอุดมสมบูรณ์ ขณะที่เทพเจ้าโอซิริสได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและอุดมสมบูรณ์ จนทำให้น้ำท่วมถึงสองฟากฝั่งแม่น้ำไนล์ เสมอ เทวีไอซิสได้รับยกย่องว่าเป็นยอดมเหสีที่มีความจงรักภักดีและซื่อสัตย์ต่อพระสวามีอย่างแท้จริง เป็นแบบอย่างของสตรีชาวไอยคุปต์ ที่พยายามจะเลียนแบบ จากภาพเขียนสีตามผนังวิหาร เทวาลัยหลายแห่งจะพบว่ามีภาพเทวีไอซิสทรงสวมสัญลักษณ์แปลก ๆ ไว้บนพระเศียรเสมอ เช่น สัญลักษณ์ที่เป็นแผ่นวงกลมที่เรียกว่าแผ่นสุริยะติดอยู่ระหว่างเขาแม่วัว บางครั้งภาพเขียนเทวีไอซิสจะมีพระเศียรเป็นหัวแม่วัว เนื่องจากครั้งหนึ่ง เทพเจ้าท็อตทรงแนะนำให้เปลี่ยนเพื่ออำพรางป้องกันการทำร้ายจากเจ้าชายเซ็ต ในบางโอกาสจะมีพระเศียรประดับด้วยพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว หรือ ประดับด้วยดอกบัวขาว และแซมด้วยพระกรรเจียรที่ทำจากดอกข้าวสาลี
โฮรัส(Horus-เทพแห่งฟากฟ้า) โอรสของโอสิริส เทพที่ปกป้องราชวงศ์ หัวเป็นเหยี่ยวถือไม้เท้า ดวงตาของเทพโฮรัสคือสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่งรุ่งเรือง เทพโฮรัส คือ องค์ฟาโรห์เมื่อมีพระชนม์ชีพอยู่
Seti(เทพแห่งความรุนแรงและพายุ-เทพสงคราม) หัวเป็นนก ถือไม้เท้า น้องชาย โอสิริส มีบริวาร คือ จระเข้และฮิปโปโปเตมัส
Nephthys(เทพแห่งการเกิดและการตาย) เทพีผู้พายเรือราตรีแห่งยมโลก เพื่อรับส่งวิญญาณขององค์ฟาโรห์ผู้ล่วงลับไปสู่ดินแดนแห่งแสงสว่าง(สวรรค์) และเป็นเทพีที่คอยช่วยเหลือหญิงที่กำลังคลอด โดยยืนอยู่หัวเตียงของมารดาขณะที่เด็กกำลังจะเกิด(ขณะที่ Isis จะยืนอยู่ปลายเท้า ท้ายเตียง)
Ra,Amen(ดวงอาทิตย์-สุริยเทพ) เป็นเทพสูงสุด พระเสื้อเมือง Thebes "เทพเจ้ารา" คือ สุริยเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งเฮลิโอโปลิส นครสิริยะ คำว่า"รา" อาจหมายถึงผู้สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ และเป็นคำแรกที่นำมา ใช้กับคำว่า "ซัน" ซึ่งหมายถึง ดวงอาทิตย์ ต่อมาก็ได้กลายเป็นพระนามของเทพเจ้า เทพเจ้ารามีสัญลักษณ์และมีพระนามเป็นจำนวนมาก นักปราชญ์บางคนกล่าวว่า รา-ฮารัคเต เป็นเทพเจ้าที่มีพระเศียรเป็นหัวเหยี่ยว ทรงสวมมงกุฎที่เป็นแผ่นวงกลมรูปดวงอาทิตย์และงูเห่ากำลังแผ่แม่เบี้ย ฮารัคเต หมายถึง เทพฮอรัสแห่งขอบฟ้ากว้างไกล ซึ่งก็คือแหล่งกำเนิดของดวงอาทิตย์นั่นเอง หากพิจารณาถึงบทบาทสำคัญของ เทพเจ้า รา-ฮารัคเต ก็ถือว่าเป็นสุริยเทพแห่งเฮลิโอโปลิสที่ชาวไอยคุปต์เคารพบูชาตลอดมา
เทพเจ้าราทรงได้รับยกย่องให้เป็นพระบิดาและราชาแห่งเทพยดา มนุษย์ และสิ่งมีชีวิตทั้งปวง เล่ากันว่ามนุษย์และสิ่งมีชีวิตเกิดมาจาก พระเสโทและน้ำพระเนตรของพระองค์ ตามตำนานเล่าว่า เทพเจ้าราทรงปกครองโลกซึ่งอยู่เหนือจักรวาลที่พระองค์ทรงเนรมิตขึ้น ต่อมาพระองค์ทรงแปลงกายเป็นมนุษย์ และ ได้กลายเป็นฟาโรห์พระองค์แรกที่ปกครองอาณาจักรไอยคุปต์จนเจริญรุ่งเรือง ต่อมาเมื่อทรงชราภาพและอ่อนแอ ประชาชนบางกลุ่มคิดแข็งข้อ ต่อต้าน ทำให้พระองค์ดำริจะใช้ตาไฟเผาผลาญทำลายชีวิตกลุ่มบุคคดังกล่าวให้วอดวายแต่ได้รับข้อเสนอว่าการกระทำดังกล่าวจะทำให้ผู้ที่ไม่ผิด เดือดร้อน ด้วยเหตุนี้พระองค์ทรงเนรมิตเทวีฮาเอทร์เป็นร่างสิงโตตัวเมียสูงใหญ่และดุร้ายออกไปล่ากลุ่มมนุษย์ชั่วร้าย สิงโตได้ฉีกเนื้อมนุษย์และ ดื่มเลือดเป็นอาหาร จนกระทั่งสิงโตเมามันกับการล่าเหยื่อจนกระทั่งทำลายมนุษย์บริสุทธิ์ เทพเจ้าราทรงเศร้าพระทัยมากกับการกระทำดังกล่าวจึงได้ อภัยให้แก่มนุษย์ และพระองค์พร้อมด้วยเหล่าเทพยดาทรงเสด็จสู่สวรรค์และได้กลายเป็นดวงดาวต่าง ๆ ด้วยเหตุนี้ทำให้สวรรค์กับโลกแยกจากกัน เล่ากันว่า ดวงอาทิตย์หรือเทพเจ้าราจะเดินทางข้ามบอบฟ้า จากทิศตะวันออกไปยังทิศตะวันตกเป็นประจำทุกวัน เทพเจ้าราจะเสด็จโดย เรือแมนเจ็ตพร้อมด้วยเหล่าเทพเจ้าที่คอยทำลายศัตรูของเทพเจ้าราที่มักขวางทางขณะข้ามขอบฟ้าเป็นประจำ หัวหน้ากลุ่มศัตรูของเทพเจ้าราก็คือพญางูยักษ์เอเป็ป ซึ่งอาศัยอยู่ในวังน้ำลึกของแม่น้ำไนล์
มีตำนานเล่าว่า เทพเจ้าราทรงเกิดขึ้นตอนเช้าเป็นเด็ก และในตอนเที่ยงก็จะเป็นผู้ใหญ่ ครั้นถึงตอนเย็นก็จะเป็นคนชรา และ ต้องตายในคืนนั้น เรื่องนี้สอดคล้องกันตำนานเทพเจ้าราขณะทรงปกครองโลก โดยได้เล่าไว้ว่า เมื่อเทพเจ้าราเสด็จลงประทับเรือ เดินทางในยาม รัตติกาลก็จะจำแลงเปลี่ยนพระเศียรเป็นรูปหัวแกะ และพระองค์ก็ทรงมีพระนามอีกว่า "อัฟ-รา" หรือ "อัฟ" ซึ่งหมายถึงซากศพคนตาย พระองค์ เดินทางตลอดสิบสองชั่วโมงแห่งความมืด เรือที่ประทับมีชื่อว่า "เมเซ็ค เค็ต" (เรือยามราตรี) ตามความเชื่อของชาวไอยคุปต์ เชื่อว่าวิญญาณของฟาโรห์และมนุษย์ที่ตายไปแล้วจะอยู่ในรูปดวงดาว ซึ่งจะคอยรับใช้เป็นลูกเรือสุริยะ ดวงดาวเหล่านั้นก็จะไม่ตกในระหว่งช่วงเวลากลางวัน ซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ เนื่องจากแสงอันเจิดจ้าของดวงอาทิตย์นั่นเอง เทพเจ้าราเป็นเทพเจ้าที่ได้รับการสรรเสริญและเคารพบูชาทั่วทั้งอาณาจักรไอยคุปต์ ซึ่งต่างก็ถือว่าพระองค์คือผู้สร้างโลกและจักรวาล รวมทั้งเทพยดาทั้งมวล ในสมัยยุคอาณาจักรเก่าบรรดาฟาโรห์ที่ปกครองอาณาจักรไอยคุปต์ต่อกันมา มักจะตรัสอ้างว่าเป็นโอรสของเทพเจ้ารา และสวมเครื่องรางรูปพระเนตร อันเป็นสัญลักษณ์ของเทพเจ้ารา อันหมายถึงอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์และสูงสุด
Anubis,Ienpw(Yinepu) (เทพแห่งความตาย-ผู้คุ้มครองสุสาน) หัวเป็นสุนัข ถือตาชั่ง บุตรของ Ra และ Nephthys
Basti,Bastet(เทวีแห่งความรัก,สงคราม) ตัวแทนของดวงจันทร์ เป็นธิดาของ รา เดิมเป็นเทพคุ้มครองแม่น้ำไนล์ หัวเป็นแมว ชอบกินอวัยวะภายในของศพ ชอบเสียงร้องรำ สัตว์เทพเจ้าคือ แมวป่าทะเลทราย หรือ นางสิงโต
Khnum (เทพแห่งการสร้างสรรค์) เทพผู้สร้างมนุษย์ หัวเป็นแกะ
Thoth,Djeheuty (เทพแห่งหนังสือ)เทพแห่งปัญญา ผู้สร้างตัวอักษรและเทพสื่อสาร หัวเป็นนกกระสา(ibis) ถือม้วนกระดาษ และปากกาต้นอ้อ เป็นเทพผู้คุ้มครอง Hermopolis