( 1สมอง2มือ ) ( ใต้ร่มโพธิญาณ ) ( คานธี ) ( ปณิธานกวี )
( ต้าแสว๋ ) ( เต๋า ) ( คัมภีร์ม่อจื้อ ) ( สมการชีวิต )
( กลั่นจากใจ )

-คนจะงาม งามน้ำใจ ใช่ใบหน้า
คนจะสวย สวยจรรยา ใช่ตาหวาน
คนจะแก่ แก่ความรู้ ใช่อยู่นาน
คนจะรวย รวยศีลทาน ใช่บ้านโต

-ขอมีเพียงความใฝ่ฝันอันบรรเจิด ย่อมก่อเกิดศรัธากล้าสร้างสรร
ทางชีวิตหลายหลากหากฝ่าฟัน ตนเท่านั้นที่ลิขิตชีวิตตน

ความกังวลใจ คือศัตรูของชีวิต
อดีต คือความฝัน อนาคต คือความไม่แน่นอน
ปัจจุบันเท่านั้น ที่เราจะแก้ไขได้
ไม่มีใครที่ไหน สร้างความเดือดร้อนให้แก่เรา นอกจากตัวเราเอง [ที่ว่ามีปัญหานั้นฉันใด]


-พระอาทิตย์ใช่ต้องกลม จึงสวยงาม ความสำเร็จใช่ต้องสมบูรณ์พร้อมจึงยิ่งใหญ่
ในการงานและการแสวงหา ความกังวลกับปัญหาและอุปสรรคมากเกินไป กลับเป็นปัญหาที่แท้จริงของชีวิต
ความบกพร่องบางครั้งก็คือความสมบูรณ์ เช่นเดียวกับสมบูรณ์มากเกินไป บางครั้งก็บกพร่อง
ทำให้เต็มที่เท่าที่ใจและกายจะพึงกระทำ สมบูรณ์หรือบกพร่อง ที่จริงก็วัดกันที่ใจ

-ความสำเร็จทั้งปวง ไม่จำเป็นต้องเริ่มที่มีเพชรอยู่ในมือ กรวดหินก็มีคุณค่า เป็นพ่อค้าต้องรู้ว่าทำอย่างไร ผู้คนจึงจะต้องการมัน แต่พ่อค่าต้องค้นหาและสร้างสรรค์ มิใช่การล่อลวง

-อยากมีเงิน ต้องทำงาน จึงพานพบ อยากเรียนจบ ต้องขยัน หมั่นศึกษา
ถ้าอยากรัก ต้องฝักใฝ่ เวียนไปมา อยากมีหน้า เสนอหน้า อาสาคน
อยากมีเกียรติ เลิกชั่ว อย่ากลัวอด อยากมียศ กล้าแข็ง ทุกแห่งหน
อยากเป็นหนึ่ง ต้องพึ่ง ตัวของตน อยากเป็นคน ต้องมีธรรม ประจำใจ [ IT SOFT ]


-นักบริหารพึง คุมคนด้วยใจ คุมใจด้วยงาน คุมงานด้วยแผน คุมแผนด้วยนโยบาย คุมนโยบายด้วยคน [ไทยรัฐ]

การทำความคิดของผู้บริหารให้เป็นเอกภาพ ต้องทำให้สุกงอม ควรทำงานที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรกให้เสร็จก่อน

ผู้บริหารพึง อาศัยผู้อื่นไปทำให้งานบรรลุผล มิใช่ลงมือด้วยตนเอง ผมทำงานนี้ไม่ได้ แต่ผมรู้ว่าคุณทำได้

คนส่วนใหญ่ยินดีที่จะให้ความร่วมมือเมื่อขอคำแนะนำ ก้าวเข้าหาผู้คน ความกลัวจะหายไป เมื่อลงมือทำ

-เก่งเทคนิค ทำให้งานเป็นผล เก่งคน ทำให้คนร่วมใจ เก่งมองไกล ทำให้งานสำเร็จ

-ผู้ชนะ จะเป็นผู้มีคำตอบ(แผนการ)เสมอ (มองเห็นคำตอบต่อปัญหาต่างๆ) ขณะที่ผู้แพ้จะมีแต่ปัญหา(ข้อแก้ตัว)เสมอ (มองเห็นปัญหาในทุกๆคำตอบ)

-ผู้ชนะจะพูดว่า ขอให้ผมได้ทำงานนี้เถอะ ผู้แพ้จะพูดว่า มันไม่ใช่หน้าที่ของผม

-ใช้เวลาเพื่อการทำงาน คือรางวัลแห่งความสำเร็จ
ใช้เวลาเพื่อการคิด คือที่มาของพลังอำนาจ
ใช้เวลาเพื่อการผ่อนคลาย คือเคล็ดลับแห่งความมีชีวิตชีวา
ใช้เวลาเพื่อการอ่าน คือรากฐานแห่งปัญญา
ใช้เวลาเพื่อการฝัน คือกำลังสู่ดวงดาว
ใช้เวลาเพื่อการมองไกล วันเวลาสั้นเกินกว่าการเห็นแก่ตัว
ใช้เวลาเพื่อการหัวเราะ คือทำนองเสนาะแห่งวิญญาณ [1สมอง2มือ]
กลับไปที่สารบัญ

-คนเดียวเพื่อทุกคน ทุกคนเพื่อคนเดียว [สามทหารเสือ]

"When a friend asked, There is no tomorrow"

-ลูกผู้ชาย ควรมีชีวิตอยู่ โดยไม่เหลืออะไร ให้เสียใจและติดค้างใคร [ซันชิโร่x2]

ความสุขของคนมีชื่อเสียงคนหนึ่ง คือการกลับบ้านมาในยามค่ำคืน
ที่สายฝนโปรยปราย นอนลงในความมืดเพียงลำพัง
มีความสุขอยู่กับความเหงาและความสันโดษ
เงี่ยหูฟังเสียงหยาดฝนและสนทนากับตัวเองเงียบเงียบ [ในท่ามกลางอารยธรรมที่ผุกร่อน]

-หากมนุษย์ได้รู้จักเพียง
การต้อนรับความทุกข์ ที่จะมาถึงในชีวิตของตนอย่างอบอุ่น
เขาก็จะได้ค้นพบถึง
แสงสว่างอันเจิดจำรัสของชีวิตในท่ามกลางความมืดมน [พจนา จันทรสันติ]

-สำหรับมิตรภาพและความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน แม้ว่าเขาจะพูดอะไร คิดอะไรก็ตาม ให้คิดเสียว่า
" ช่างเถอะ เขาอาจเป็นฝ่ายถูกก็ได้" [ลินคอร์น]

มงคลชีวิต
อย่านอนตื่นสาย อย่าอายทำกิน
อย่าหมิ่นเงินน้อย อย่าคอยวาสนา
อย่าเสวนาคนชั่ว อย่ามั่วอบายมุข
อย่าชิงสุกก่อนห่าม อย่าพล่ามก่อนทำ
อย่ารำก่อนเพลง อย่าข่มเหงผู้น้อย
อย่าคอยแต่ประจบ อย่าคบแต่เศรษฐี
อย่าดีแต่ตัว อย่าชั่วแต่คนอื่น
อย่าฝ่าฝืนกฏระเบียบ อย่าเอาเปรียบสังคม
อย่าชื่นชมคนผิด อย่าคิดเอาแต่ได้
อย่าใส่ร้ายคนดี อย่ากล่าววจีมุสา
อย่านินทาพระเจ้า อย่าขลาดเขลาเมื่อมีทุกข์
อย่าสุขจนลืมตัว อย่าเกรงกลัวงานหนัก
อย่าพิทักษ์พาลชน อย่าลืมตนเมื่อมั่งมี

เมื่อเจ้ามา มีอะไร มาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอา สุขสนุก ไฉน
เมื่อเจ้ามา มือเปล่า
แล้วเจ้าจะ เอาอะไร
เจ้าก็ไป มือเปล่า เหมือนเจ้ามา

ตนเตือนตน เตือนใจ ให้พ้นผิด
ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน
ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน
คนแชเชือน ใครจะเตือน ให้ป่วยการ

คนดี ชอบแก้ไข คนจัญไรชอบแก้ตัว คนชั่วชอบทำลาย
คนมักง่ายชอบทิ้ง คนจริงชอบทำ คนระยำชอบติ

พึงชนะความโกรธ ด้วยความไม่โกรธ
พึงชนะความตะหนี่ ด้วยการให้
พึงชนะความไม่ดี ด้วยความดี
พึงชนะคนพูดเหลาะแหละ ด้วยคำสัตย์

ยาดับทุกข์
"ต้นไม่รู้ไม่ชี้" นี่เอาเปลือก
"ต้นช่างหัวมัน" นั้นเลือกเอาแก่นแข็ง
"อย่างนั้นเอง" เอาแต่รากฤทธิ์มันแรง
"ไม่มีกูของกู" แสวงเอาแต่ใบ
"น่าเอาไม่น่าเป็น" เฟ้นเอาดอก
"ตายก่อนตาย" เลือกออกผลใหญ่ใหญ่
หกอย่างนี้อย่างละชั่งตั้งเกณฑ์ไว้
"ดับไม่เหลือสิ่งสุดท้าย" ใช้เมล็ดมัน
หนักหกชั่งเท่ากับยาทั้งหลาย
เคล้ากันไปเสกคาถาที่อาถรรพ์
"สพฺเพธมฺมานาลํอภินิเวสาย" อัน
เป็นธรรมชั้นหฤทัยในพุทธ-นาม
ตักลงหม้อใส่น้ำพอท่วมยา
เคี่ยวไฟกล้าเหลือได้หนึ่งในสาม
หนึ่งช้อนชาสามเวลาพยายาม
กินเพื่อความดับสรรพโรงเป็นโลกอุดร
-พุทธทาส ภิกขุ-

คนมีกิเลส หมายมั่นว่า เราเป็นผู้จัดการ
เราเป็นผู้บงการทุกสิ่ง เราเป็นผู้กระทำให้ได้ตามใจเรา
แต่ที่แท้ ตนกำลังถูกบงการจากกิเลสนั่นเอง จึงถูกกิเลสรัดรึงอยู่รอบด้าน
ส่วนผู้รู้ ใช้ปัญญาเข้าจัดการกับทุกเรื่อง จึงเป็นอิสระ

ถ้าจะอยู่ในโลกนี้อย่างมีสุข อย่าประยุกต์สิ่งทั้งผองเป็นของฉัน
มันจะสุมเผากระบาลท่านทั้งวัน ต้องปล่อยมันเป็นของมันอย่าผันมา

อันพึ่งท่าน พึ่งได้ แต่บางสิ่ง เช่นพึ่งพิง ผ่านเกล้า เจ้าอยู่หัว
หรือพึ่งแรง คนใช้ จนควายวัว ใช่จะพ้น พึ่งตัวไปเมื่อไร
ต้องทำดี จึงเกิดมี ที่ให้พึ่ง ไม่มีดี นิดหนึ่ง พึ่งเขาไฉน
ทำดีไป พึ่งตัว ของตัวไป แล้วจะได้ ที่พึ่ง ซึ่งถาวร
พึ่งผู้อื่น พึ่งได้ แต่ภายนอก ท่านเพียงแต่ กล่าวบอก หรือพร่ำสอน
ต้องทำจริง เพียรจริง ทุกสิ่ง, ตอน นี้, จึงถอน ตัวได้ ไม่ตกจม
จะตกจน หรือว่า จะตกนรก ตนต้องยก ตนเอง ให้เหมาะสม
ตนไม่ยก ให้เขายก หรือพกลม จะตกหล่ม ตายเปล่า ไม่เข้าการฯ [พุทธทาสภิกขุ]

การไม่ตีตอบ ไม่ด่าตอบ มิใช่วิสัยของคนขี้ขลาด
แต่เป็นวิสัยของคนดี คนที่ชนะตนเอง
การชนะตนเองนั่นแหละ เป็นชัยชนะที่ประเสริฐยิ่ง

คนเจริญย่อมรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ในทางหาความรู้ใส่ตน
คนโง่ใช้เวลาว่างด้วยการหลับนอน คุยกันในเรื่องที่ไม่เป็นสาระแก่นสาร
ขอให้ลูกทำตนให้เจริญทันสมัยทันกาลไว้เสมอ [ปัญญานันทภิกขุ]

กลับไปที่สารบัญ

-ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์ยึดเพราะอยาก ทุกข์มากเพราะพลอย ทุกข์น้อยเพราะหยุด ทุกข์หลุดเพราะปล่อย

-การปฏิบัติไม่ใช่การหลบ ต้องสู้ ต้องพิจารณา ให้รู้เห็นตามความเป็นจริง แต่ครั้งแรกต้องห่างไว้ก่อน สำรวมมากๆ

-จงรวมธรรมะไว้ที่จิต สำรวมไว้ที่จิต อะไรที่เกิดขึ้นมา ถ้าสงสัย ยังไม่รู้แจ้ง อย่าไปทำ อย่าไปพูด อย่าไปละเมิดมัน

-คนดีอยู่ที่ไหน คนดีอยู่ที่ตัวเรา ถ้าเราดี ไปไหนมันก็ดี เขาจะว่าอะไร จะทำอะไร เราก็ยังดีอยู่
แต่ถ้าเราไม่ดี เขานินทา เราก็จะโกรธ เขาสรรเสริญ ก็ยินดี เราย่อมรู้จักตัวเราเองยิ่งกว่าใคร

-ความตายอยู่กับตัวเอง หนีไปไม่พ้น เพราะมันอยู่กับเรา กลัวหรือไม่กลัว ก็ตายเหมือนกัน

-ไม่ดีก็ให้มันตาย ไม่ตายก็ให้มันดี

-จงปล่อยวางอาการของจิตที่ไม่ปล่อยวาง

-ให้มันทุกข์เสียก่อน มันจึงจะอดทน ถ้าไม่มีความอดทน มันจะเห็นธรรมะไหม

-ฉันจะไม่เป็นอะไร เพราะต้วฉันไม่มี

-เธอทุกข์เพราะคิดผิด อยากได้จนไม่รู้จักตัวเอง

-งานใดก็ตาม ถ้ายังทำไม่เสร็จ ใจจะยึดติดกับงาน เมื่อทำงานก็ให้ทำไป เมื่อเลิกทำก็ให้วาง[ใต้ร่มโพธิญาณ]

" เธอจงระวัง "
เธอจงระวังความคิดของเธอ
เพราะความคิดของเธอจะทำให้
กลายเป็นความประพฤติของเธอ
เธอจงระวังความประพฤติของเธอ
เพราะความประพฤติของเธอ
จะกลายเป็นความเคยชิน
เธอจงระวังความเคยชินของเธอ
เพราะความเคยชิน
จะกลายเป็นอุปนิสัยของเธอ
เธอจงระวังอุปนิสัยของเธอ
เพราะอุปนิสัยของเธอ
จะกำหนดชะตากรรมของเธอตลอดชีวิต[คำสอนหลวงพ่อชา]

กลับไปที่สารบัญ

-บาป 7 ประการในทัศนะของคานธี
1. เล่นการเมืองโดยไม่มีหลักเกณฑ์
2. หาความสุขสำราญโดยไม่ยั้งคิด
3. ร่ำรวยเป็นอกนิษฐ์โดยไม่ต้องทำงาน
4. มีความรู้มหาศาลแต่ความประพฤติไม่ดี
5. ค้าขายโดยไม่มีหลักศีลหลักธรรม
6. วิทยาศาสตร์เลิศล้ำแต่ไม่มีธรรมแห่งมนุษย์
7. บูชาสูงสุดแต่ไม่มีความเสียสละ
คัดลอกจาก " เรืองอุไร กุศลาสัย "[สารคดี]

-ในการสารภาพผิด ย่อมไม่อาจถือเป็นความพ่ายแพ้ ด้วยว่าการสารภาพผิดนั้น คือชัยชนะอันแท้จริง

-ความโกรธและความไม่รู้จักผ่อนปรนเป็นศัตรูต่อความเข้าใจกันและกัน

-ศรัทธาเป็นกิจของหัวใจ ย่อมถูกควบคุมโดยเหตุผล

-ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าพบผู้กระทำผิด ข้าพเจ้าต้องตำหนิตนเองว่า ข้าพเจ้าก็กระทำผิดด้วย ทุกคราวที่ข้าพเจ้าเห็นคนถ่อย ข้าพเจ้าต้องประณามตัวเองว่า ข้าพเจ้าก็เคยถ่อยมาแล้ว
ด้วยประการฉะนี้ ข้าพเจ้าจึงรู้สึกเป็นมิตรต่อคนทุกคนในโลก และสำนึกเสมอว่า ข้าพเจ้าจะเป็นสุขไม่ได้ ถ้าพวกเราทุกคนยังไม่เป็นสุข [คานธี]


ความชั่ว ๖ ประการ
๑.เชื่อว่า ตนจะรุ่งเรือง เมื่อทำให้ผู้อื่นหายนะ และขัดขวางเขา
๒.กังวลแต่อดีต
๓.เมื่อคิดว่าตนทำไม่ได้ ก็เหมาว่าคนอื่นจะทำไม่ได้
๔.มักจะทำสิ่งที่สำคัญกว่า
๕.เพิกเฉยต่อการเรียนรู้ และการอ่านหนังสือ
๖.พยายามบังคับผู้อื่น ให้เชื่อตามที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง [ซิเซโร]

-แทนที่จะใช้ความสามารถที่เรามีเพื่อการทำลาย เราควรจะใช้มันเพื่อช่วยเหลือคนอื่น

-ตอบโต้คำวิจารณ์ของเขาด้วยการให้ความเป็นมิตรแก่เขา

-ผมไม่ได้แจกจ่ายอะไรหรอก เพียงแต่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับคนอื่นเขา

-การไปงานคนอื่นเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่เราให้กับเขา [อยู่อย่างมีความสุข]

กลับไปที่สารบัญ

@ฉันเอาฟ้าห่มให้ หายหนาว ดึกดื่นกินแสงดาว ต่างข้าว
น้ำค้างพร่างกลางหาว หาดื่ม ไหลหลั่งกวีไว้เช้า ชั่วฟ้า ดินสมัย

พลีใจเป็นป่าช้า อาถรรพณ์ ขวัญลิ่วไปเมืองฝัน ฟากฟ้า
เสาะทิพย์ที่สวรรค์ มาโลก โลมแผ่นทรายเส้นหญ้า เพื่อหล้า เกษมสานติ์

นิพนธ์กวีไว้เพื่อกู้ วิญญาณ กลางคลื่นกระแสกาล เชี่ยวกล้า
ชีวีนี่มินาน เปลืองเปล่า ใจเปล่งแววทิพย์ท้า ชั่วฟ้า ดินสลาย

จิตกาธารกรุ่นไหม้ โฉมไป่ ก็ดี กาพย์ร่ำหอมแรงใจ ไป่แล้ว
จุติที่ภพไหน ภพนั่น ขวัญท่วมทิพย์รุ้งแก้ว ร่วงน้ำ มณีสมัย

ลายสือวิเวกให้ หฤหรรษ์ ฝนห่าแก้วจากสวรรค์ ดับร้อน
ใจปลิวลิ่วไปฝัน โลกอื่น หอมภพนี้สะท้อน ภพหน้า มาหอม

ข้ายอมสละทอดทิ้ง ชีวิต หวังสิ่งสินนฤมิต ใหม่แพร้ว
วิชากวีจุ่งศักดิ์สิทธิ์ สูงสุด ขลังดั่งบุหงาป่าแก้ว ร่วงฟ้า มาหอม@[อังคาร กัลยาณพงศ์]

กลับไปที่สารบัญ

-เธอไม่เพียง ทอผ้า ดอกที่รัก แต่เธอถัก ทอชีวิต ผลิตผสาน
เธอทอโลก ทอแรง แต่งตำนาน เป็นสายธาร ที่หล่อเลี้ยง เคียงแผ่นดิน [เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์]

-ฉันเยาว์ ฉันเขลา ฉันทึ่ง ฉันจึง มาหา ความหมาย
ฉันหวัง เก็บอะไร ไปมากมาย แต่สุดท้าย ฉันได้แต่ กระดาษเพียงแผ่นเดียว [วิทยากร เชียงกูล]


1.การศึกษาเรียนรู้ขั้นสุดยอด ก็คืออยู่ที่การวางตัวของตัวเราเอง
ก็คือการทำให้สติของเราคอยเตือนเราให้เข้มแข็งขึ้นทุกวันทุกเดือน
จนกระทั่งถึงขั้นสูงสุดจึงจะได้
พอถึงขั้นสูงสุดแล้ว ความตั้งใจต้องมีเป้าหมายที่แน่วแน่
ความตั้งใจมีเป้าหมายแน่วแน่แล้ว จิตใจจึงจะไม่สับสน
จิตใจไม่สับสน จึงจะเกิดจิตสงบสุขขึ้นได้
จิตสงบสุขเกิดขึ้นแล้ว ความคิดที่ดีก็จะเกิดขึ้นมาได้เอง
ความคิดที่ดีเกิดขึ้นแล้ว ถึงจะได้ความพร้อมเพรียงทุกอย่างในชีวิต

2.ของทุกอย่างก็ต้องมีรากฐานกับกิ่งก้าน งานทุกชิ้นก็ต้องมีการจบสิ้นและเริ่มต้น
ถ้าเผื่อเข้าใจแล้ว รู้จักวางระเบียบ ก่อนหรือหลัง ก็คือ การที่เข้าใจ "การสอนให้รู้จักวางตัว" ในหนังสือโบราณต้าแสว๋เล่มนี้

3.ถ้าเธอต้องการให้ทุกคนในโลกนี้กลายเป็นคนดี ก็ต้องทำให้ประเทศของตัวเองดีซะก่อน
ถ้าต้องการทำให้ประเทศของตัวเองดี ก็ต้องทำให้ครอบครัวของตัวเองดีซะก่อน
ถ้าต้องการทำให้ครอบครัวของตัวเองดี ก็ต้องทำให้ตัวเองมีนิสัยดี
ถ้าต้องการให้ตัวเองมีนิสัยดี ก็ต้องมีจิตใจซื่อตรง
ถ้าต้องการให้จิตใจของตัวเองซื่อตรง ก็ต้องทำให้ความหวังของตัวเองประสบความสำเร็จ
ถ้าต้องการให้ความหวังของตัวเองประสบความสำเร็จแล้ว ก็ต้องเพิ่มเติมความรู้ของตัวเองซะก่อน
ถ้าต้องการเพิ่มเติมความรู้ของตัวเอง ก็ต้องเข้าใจถึงเหตุผลของทุกสรรพสิ่ง
เข้าใจทุกสรรพสิ่งแล้ว ความรู้ก็จะถึงขั้นสูงสุด
ความรู้ถึงขั้นสูงสุดแล้ว ความหวังก็จะประสบความสำเร็จ
ความหวังประสบความสำเร็จแล้ว จิตใจก็จะซื่อตรง
จิตใจซื่อตรงแล้ว นิสัยของคนก็จะดีเอง
พอคนมีนิสัยดี ครอบครัวก็จะดีไปด้วย
พอครอบครัวดีแล้ว ประเทศก็จะดีไปด้วย
แต่ละประเทศได้ดีแล้ว ในโลกนี้ก็จะมีความสงบสุขแท้จริง
4.คนเราจะมีชีวิตอยู่ในโลก ไม่จำเป็นจะต้องมีเงิน มีฐานะ
แล้วถึงจะมีความสงบสุข มีคนลำบากอีกมากมายนัก
แต่ว่าพวกเขารู้จักว่า อะไรคือสิ่งที่พอตัว
ก็สามารถมีชีวิตไปตลอดชาติ นี่ก็อยู่ที่คนเรารู้จักคำว่า "พอ" หรือไม่
รู้จักพอก็จะมีแต่ความสุข ไม่รู้จักพอ
ถึงแม้ว่าเธอจะมีมากมายหรือว่าสูงส่งอย่างไร มันก็ไม่มีความสุขได้เหมือนกัน
คนที่มีเงิน ก็ยิ่งอยากมีเงินเพิ่มขึ้นอีก
คนที่เป็นข้าราชการ ก็ยิ่งอยากทำ
ก็ยิ่งอยากกินตำแหน่งสูงขึ้นอีก ไม่มีที่สิ้นสุดกันหรอก
[ต้าแสว๋ โดยเม่งจื้อ]

กลับไปที่สารบัญ

-ตัวตนของสิ่งต่างๆมีขึ้นเพราะอำนาจของคำที่จะให้ความหมายของตัวตนนั้นๆ

-โลกนี้รู้จักว่า "ความงาม" คือ งาม เพราะมีความอัปลักษณ์ รู้จักว่า "ความดี" คือ ดี เพราะมีความไม่ดี "มี" กับ "ไม่มี" เป็นสิ่งสัมพัทธ์กำเนิดมาด้วยกัน "ยาก" กับ "ง่าย" ขึ้นอยู่กับรูปแบบของการยอมรับ ยาว กับ สั้น เกิดจากการเปรียบเทียบ สูง กับ ต่ำ เกิดจากการเทียบเคียง เสียงดนตรี กับเสียงขับร้อง เข้าคู่กันจึงประสานกลมกลืน หน้า กับ หลัง เทียบกันจึงเป็นลำดับ
ดังนั้น ปราชญ์ ย่อมกระทำการโดยหลัก "อกรรม" สั่งสอนโดยไม่กล่าว(ไม่วางกฏระเบียบ) ท่านสร้างสรรค์สรรพสิ่งโดยมิได้เอื้อนเอ่ย ประกอบความดีโดยไม่หวังชื่อเสียงเกียรติยศ เพราะไม่ปรารถนาผลตอบแทน ความดีของท่านจึงเป็นนิรันดร์ ปัจจุบันคืออดีตของอนาคต ท่านทำสิ่งที่ดูโง่เขลา ไม่ใส่ใจกับกฏเกณฑ์ใดๆ ยอมรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างที่มันเป็น

-ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะไปค้นหาจากภายนอก โดยหวังว่าจะมองเห็นได้ดีขึ้น
ไม่มีประโยชน์อันใดที่จะเฝ้ามองออกไปนอกหน้าต่าง และตั้งความหวังภายในจิตใจ
ยิ่งค้นหายิ่งไม่พบ ยิ่งออกห่างยิ่งรู้จักน้อยลง

การเรียนรู้ที่ถูกต้องที่สุดคือ
การยอมรับทุกสิ่งอย่างที่มันเป็น
ปราศจากความต้องการที่จะวัดหรือสัมผัสเพื่อจะเข้าใจ
เพราะเมื่อวัดแล้วมันกลับกลายเป็นความจริงเพียงส่วนเดียวของความจริงทั้งหมด

-มีขุมทรัพย์ 3 ประการ ซึ่งต้องปกป้องและรักษาไว้
1 คือความรักที่แท้จริง 2 คือ ความมัธยัสถ์ 3 คือ การไม่กล้าก้าวนำโลก
เพราะมีความรักที่แท้จริง จึงมีความกล้าหาญ เพราะมีความมัธยัสถ์ จึงมีความอุดมสมบูรณ์
เพราะไม่กล้าก้าวนำโลก จึงกลายเป็นผู้นำของโลก
ดังนั้น ถ้ากล้าหาญ โดยละทิ้งความรักที่แท้จริง ถ้าอุดมสมบูรณ์ โดยละทิ้งความมัธยัสถ์
ถ้าก้าวนำโลก โดยละทิ้งผู้ติดตามไว้เบื้องหลัง นี่คือความหายนะ
ความรักที่แท้จริงจะช่วยให้ประสบชัยชนะเมื่อถูกจู่โจม จงเข้มแข็งเมื่อเป็นฝ่ายตั้งรับ
เมื่อฟ้าจะปกป้องมนุษย์ ฟ้าจะปกป้องเขาด้วยความรักที่แท้จริง

-ยอมอ่อนค้อม จะคงอยู่สมบูรณ์ ยอมงอก็จะยืดตรง
ยอมว่างเปล่าจะเต็มเปี่ยม ยอมเก่าจะกลับใหม่ มักน้อยจะได้รับ มักมากจะสูญเสีย
ปราชญ์จึงเป็นแบบอย่างแก่โลก ไม่สำแดงตัวจึงผุดผ่อง
ไม่อวดอ้างจึงโชติช่วง ไม่ยกตัวจึงมีวีรกรรม ไม่ผยองลำพองจึงยั่งยืน

-ลดทอนให้หดลงได้โดยขยายให้พองเสียก่อน บั่นทอนให้อ่อนแอลงได้ โดยทำให้เข้มแข็งเสียก่อน กำจัดได้โดยยกย่องให้สูงศักดิ์เสียก่อน ปรารถนาจะ "ได้" ก็ต้องยอม "ให้" เสียก่อน
เหล่านี้ กล่าวได้ว่า มันทั้งลึกลับแลชัดแจ้ง เป็นการใช้ความอ่อนชนะความแข็ง
ปลามิอาจแยกจากแหล่งน้ำ(การปกครองควรใช้ความอ่อน)
สิ่งแหลมคมของบ้านเมือง (กฏหมาย,กลยุทธ์ทางการเมือง) ไม่ควรจะมี ให้คนได้เห็น

-ปกครองรัฐด้วยความถูกต้อง บัญชากองทัพด้วยกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด
บริหารจักรวรรดิโดยไม่กระทำการใดๆ แล้วข้าพเจ้าจะทราบได้อย่างไรว่าจะเกิดอะไรขึ้น ?
โดยวิถีดังกล่าว ยิ่งมีข้อจำกัดและข้อห้ามมากเท่าใดในโลก ประชาชนจะจนลงมากขึ้น ยิ่งประชาชนมีอาวุธแหลมคมมากขึ้น ความยุ่งยากในรัฐยิ่งมีมากขึ้น ยิ่งมีผู้มีเล่ห์ฉลาดและสามารถมากขึ้น สิ่งเลวร้ายทั้งหลายจะมีมากขึ้น ยิ่งมีกฏหมายและระเบียบมากขึ้น โจรและขโมยก็จะมีมากขึ้น ดังนั้นนักปราชญ์จึงกล่าวว่า
ข้าพเจ้าไม่กระทำการ แล้วประชาชนจะเปลี่ยนแปลงตนเอง ข้าพเจ้ารักความสงบ แล้วประชาชนจะประพฤติตนถูกต้อง ข้าพเจ้าไม่ยุ่งในกิจการใด แล้วประชาชนจะมั่งคั่ง ข้าพเจ้าไม่ปรารถนาสิ่งใด แล้วประชาชนก็จะเรียบง่าย

-สิ่งที่อยู่นิ่งรักษาไว้ได้ง่าย สิ่งที่ยังไม่เกิด ก็คิดกันไปต่างๆนานา ได้ง่าย
สิ่งที่นุ่มฉีกได้ง่าย สิ่งที่เล็กกระจัดกระจายไปได้ง่าย
จงจัดการเรื่องราวเสียก่อนที่มันจะเกิดขึ้น จงจัดแจงให้เป็นระเบียบก่อนที่มันจะยุ่งเหยิง
ต้นไม้ใหญ่เต็มโอบ เติบโตมาจากหน่อเล็กๆ เนินสูง 9 ชั้น เริ่มมาจาก ก้อนดินกองน้อยๆ เส้นทางพันลี้นั้นเริ่มมาจากก้าวทีละก้าว
พวกที่ "กระทำ" นั้นจะล้มเหลว พวก "ยึดมั่นถือมั่น" นั้นจะสูญเสีย
ปราชญ์มิได้ "กระทำ" จึงปราศจากความล้มเหลว ปราชญ์มิได้ "ยึดมั่นถือมั่น" จึงไม่สูญเสีย

-การเดินทางที่ดีจะไม่ทิ้งร่องรอย การพูดที่ดีจะไม่มีจุดผิดพลาด นักคำนวณที่ดีไม่ต้องใช้เครื่องช่วย
การปิดประตูที่ดี ไม่ต้องลั่นดาล ก็เปิดไม่ออก การผูกที่ดี ไม่ต้องใช้เชือกผูกก็แก้ไม่ออก ปราชญ์ย่อมยินดีช่วยเหลือผู้อื่นทุกคน(ทุกสิ่ง) ไม่เคยทอดทิ้งใคร(สิ่งใด) ท่านเป็นผู้ผุดผ่องรู้แจ้ง
คนดีเป็นครูให้คนไม่ดี คนไม่ดีเป็นอุทาหรณ์ให้คนดี ผู้ใดไม่เคารพ ไม่ให้ความสำคัญต่อ "ครู" และ "อุทาหรณ์" แม้ว่าจะมีความรู้สักเพียงใด ก็ได้ชื่อว่า ผู้หลงผิด นี่คือเคล็ดแห่งเงื่อนงำ

-เติมน้ำจนเต็มก็จะล้น มิสู้หยุดยั้งเสีย ลับมีดจนคมกริบ จะคงอยู่ได้ไม่นาน
หยกแลทองคำมีเต็มห้อง ฤาจักรักษาไว้ได้ สูงศักดิ์ รวยทรัพย์แล้วอวดหยิ่งทะนง จะพานพบภัยพิบัติเอง
ภารกิจบรรลุแล้วจงวางมือ นี่คือวิถีแห่งฟ้า

-ผู้ไม่รู้กล่าว ผู้ที่กล่าวไม่รู้ อุดรูแห่งอายตนะ ปิดทวาร(แห่งตัณหา)เสีย
จงคลายความแหลมคม จงคลายปมที่ยุ่งเหยิง จงจางแสงที่แสบจ้า จงอยู่รวมอยู่กับฝุ่นธุลี ดังนี้เรียกว่า ได้หลอมรวมเข้ากับเต๋าแล้ว ผู้บรรลุถึงขั้นนี้นั้น
(เพราะเขาเป็นวิสามัญ) จึงเข้าไม่ถึงเขา (เพราะเขารักทุกสิ่ง) เขาจึงไม่ห่างเหินจากสรรพสิ่ง (เพราะเขาไม่ปรารถนาทรัพย์ศฤงคาร) จึงไม่อาจทำให้เขาได้รับผลประโยชน์
(เพราะเขาเฉยชาต่อความเป็นความตาย) จึงไม่อาจทำให้เขาได้รับผลร้าย
(เพราะเขาไม่ไยดีเกียรติยศ) จึงไม่อาจเทิดทูนให้สูงศักดิ์
(เพราะเขาถ่อมตน ยอมต่ำต้อย) จึงไม่อาจเหยียดหยาม นี้แลคือผู้สูงส่งของโลก

-คำพูดจริงนั้นไม่ไพเราะ คำไพเราะนั้นไม่จริง
คนดีมิได้พิสูจน์กันด้วยคำพูดโต้แย้งแก้ตัว คนที่พิสูจน์ด้วยคำพูดโต้แย้งแก้ตัว มิใช่คนดี
ผู้รู้ไม่ต้องแสวงหาความรู้กว้างของซอกแซก ผู้มีความรู้กว้างของซอกแซก ไม่ใช่ผู้รู้
ปราชญ์ย่อมไม่หวงแหนสะสม ยินดีช่วยเหลือผู้อื่นสุดจิตสุดใจ ดังนั้นท่านจึงยิ่งมั่งมี
ยินดีสละมอบให้ผู้อื่น ดังนั้นท่านจึงยิ่งร่ำรวย
วิถีแห่งฟ้า มีแต่คุณ ไม่เคยให้โทษ วิถีแห่งปราชญ์มีแต่ประกอบกิจโดยไม่คิดแก่งแย่งแข่งขัน

-ผู้สันทัดการเป็นขุนพล ย่อมไม่อวดศักดานุภาพ ผู้สันทัดการสงคราม ย่อมไม่โกรธเกรี้ยว
ผู้สันทัดการเอาชนะข้าศึก ย่อมไม่ประมือกับข้าศึก ผู้สันทัดการใช้คน ย่อมตั้งตนอยู่ต่ำกว่าผู้อื่น
เหล่านี้ เรียกว่า คุณธรรมแห่งการไม่แก่งแย่งแข่งขัน เหล่านี้ เรียกว่า พลังความสามารถในการใช้ผู้อื่น

-การเรียนรู้เรื่องของผู้อื่นต้องใช้ความรู้
แต่การรู้จักตนเองต้องใช้ปัญญา
การจะจัดการบริหารคนอื่นต้องใช้ความสามารถ
แต่การจะบริหารตนเองต้องใช้ความสามารถมากยิ่งขึ้นไปอีก
ผู้ที่พอใจในสิ่งที่ตนเองมี ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
ย่อมเบิกบานสำราญใจกับเสรีภาพ และความมั่งคั่งภายในได้
ไม่อิจฉาริษยาผู้ใดและไม่เกิดปมขัดแย้งขึ้นในใจ
สามารถปรองดองกับตัวเองภายในได้

-พฤติกรรมใดๆ ทั้งปวงล้วนมีคู่ตรงข้าม หรือประกอบขึ้นมาจากสิ่งตรงข้าม
การกระทำใดๆที่มากเกินไปหรือสุดขั้วเกินไป มักจะก่อให้เกิดผลตรงข้าม
การยึดติดกับความเป็น แสดงว่ามีความกลัวตายดำรงอยู่
ความเรียบง่ายที่แท้จริงมิใช่ทำได้ง่ายๆ
เวลาที่รอคอยมักนาน เวลาที่สนุกสนานมักสั้น
คนที่หยิ่งผยองที่แท้เป็นคนใจฝ่อ มีความวิตกกังวลอยู่เสมอ
ผู้นำที่ชาญฉลาด จะรู้ดีว่าความเป็นคู่ตรงข้ามทำงานอย่างไร
เขาจะไม่ให้สิ่งต่างๆ เกิดขึ้นอย่างฝืนธรรมชาติ
แต่จะปล่อยให้กระบวนการคลี่คลายตัวของมันอย่างเป็นไปเอง
ผู้นำที่ชาญฉลาด จะไม่"เทศนา"ลูกศิษย์หรือลูกน้อง
แต่จะสอนพวกเขาด้วยการกระทำที่เป็นจริงด้วยตัวอย่างจริงๆ
ผู้นำที่ชาญฉลาด จะรู้ดีว่า การเข้าไปแทรกแซงอยู่เสมอ
จะทำให้กระบวนการของ "กลุ่ม" หรือ"ขุมพลัง" ถูกขัดขวาง
ผู้นำที่ชาญฉลาด จะไม่หัวแข็ง ยืนกรานกระต่ายขาเดียวว่า
เรื่องราวต่างๆจะเกิดขึ้นได้ด้วยวิธีการที่ตายตัววิธีใดวิธีหนึ่งเท่านั้น
ผู้นำที่ชาญฉลาด จะไม่แสวงหาลาภยศสรรเสริญมากเกินไป
แต่ถึงเขาไม่แสวงหา เขาจะได้สิ่งเหล่านั้นเองโดยไม่คาดหวัง [คัมภีร์เต๋า]

กลับไปที่สารบัญ

เคล็ดลับในการรู้จักคน 7 ประการ
1. ยกปัญหาผิดชอบชั่วดีมา ทดสอบอุดมการณ์ของคนผู้นั้น
2. ไล่ให้จนตรอก ทดสอบความเปลี่ยนแปลงของคนผู้นั้น
3. ใช้กลอุบายทดสอบสติปัญญาของคนผู้นั้น
4. ทำให้คนผู้นั้นตกอยู่ในภาวะคับขัน เพื่อทดสอบความกล้าหาญ
5. มอมเหล้าให้เมา เพื่อดูสันดานคนผู้นั้น
6. ใช้ผลประโยชน์ล่อหลอก เพื่อดูคุณธรรมของคนผู้นั้น
7. มอบงานให้ทำ เพื่อทดสอบความศรัทธา ความเชื่อมั่นของคนผู้นั้น [ขงเบ้ง]

- อย่าเห็นเป็นความดีเล็กน้อย แล้วไม่กระทำ อย่าเห็นเป็นความชั่วเล็กน้อย แล้วจึงกระทำ

-ข้าพเจ้าไม่เข้าใจอยู่เสมอมาว่า เหตุไฉน เรื่องราวใดๆ ในพิภพ ต้องบรรลุถึงจุดจบแล้ว จึงมาสำนึกเสียใจภายหลัง เหตุไฉน ก่อนเรื่องราวจะอุบัติขึ้น มิใช้ความใคร่ครวญ ให้สุขุมรอบคอบเสียก่อน [ดั้นด้นหาคุณธรรม]

ถ้าท่านต้องการความสุข...
สัก ๑ ชั่วโมง...จงงีบ
สัก ๑ วัน...จงไปตกปลา
สัก ๑ เดือน...จงแต่งงาน
สัก ๑ ปี...จงรับมรดก
สัก ๑ ช่วงชีวิต...จงช่วยเหลือผู้อื่น

-ถ้าเธอมีเงิน 2 บาท จงใช้ 1 บาทซื้อข้าว ส่วนอีก 1 บาท จงเอาไปซื้อดอกไม้ สิ่งแรกจะให้ชีวิต สิ่งหลังจะให้เหตุผลที่จะมีชีวิตต่อไป [สุภาษิตจีน]

กลับไปที่สารบัญ

คนเรามีโรคร้าย 8 ประการ ความทุกข์ 4 ประการ จะไม่สนใจมิได้
โรคร้าย 8 ประการคือ
1.แส่เสือก ทำในสิ่งที่ท่านไม่ควรทำ
2.เพ้อพล่าม คนอื่นเขาไม่เชื่อในถ้อยคำของท่าน แต่ท่านก็พูดไม่รู้จบ
3.ประจบ เดาใจของคนอื่น พูดในสิ่งที่คนอื่นเขาอยากจะฟัง
4.สอพลอ ไม่รู้ดีชั่ว เออออตามคนอื่นเขา
5.ใส่ไคล้ ชอบนินทาความผิดของคนอื่น
6.ยุแยง ทำลายความสัมพันธ์ของคนอื่น
7.เจ้าเล่ห์ ยกย่องคนชั่ว ขับไสคนที่ตนเกลียดชัง
8.กลิ้งกลอก ไม่แยกดีชั่ว ทำดีกับทั้งสองฝ่ายเพื่อให้เขาชอบ
โรคร้ายทั้ง 8 ประการนี้ ต่อภายนอกก็ก่อกวนคนอื่น ต่อภายในก็ทำร้ายตนเอง เป็นสิ่งซึ่งผู้มีสติปัญญามิยอมชิดใกล้
ความทุกข์ 4 ประการคือ
1.มักใหญ่ คิดจะทำแต่เรื่องใหญ่ๆเพื่อหาชื่อเสียง
2.ถือดี ทำเป็นอวดฉลาด ทำอะไรตามใจชอบ เอาแต่ความคิดเห็นของตนเอง ไม่คำนึงถึงการล่วงเกินผู้อื่น
3.ยโส มองเห็นความผิดของตน แต่ไม่ยอมแก้ไข เมื่อได้ฟังคำตักเตือนของคนอื่นก็กลับโมโหโกรธา
4.ทะนง ถ้าความเห็นตรงกับของตน ก็ว่าถูก ถ้าความเห็นนั้นไม่ตรงกับของตน แม้จะดีก็ว่าไม่ดี
ถ้าหากใครคนใดคนหนึ่งมีความทุกข์ทั้ง 4 ประการนี้แล้วก็ยากที่จะสนทนากับเขา [คัมภีร์ม่อจื้อ]

กลับไปที่สารบัญ

สมการชีวิต=โลกแห่งการสมมติ

1+1=2

E=mc2

10

0.000000000000000000000000001=0

0.999999999999999999999999999=1

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 = สมมติ ปริมาณ มากน้อย ยาวสั้น สูงต่ำ ลำดับ ก่อนหลัง

ปัญหา=สิ่งที่ต้องการ-สิ่งที่เป็นจริง

ทุกข์=ความอยาก-ความจริง

ความเครียด=ความต้องการ/ความสามารถ

ความจริง=จินตนาการxเจตนา
ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการยอมรับ และรู้จักพอ

กลับไปที่สารบัญ

บนผืนแผ่นดินมันมีหลายชั้นดินที่ซับซ้อน มีทั้งหุบเหว ภูเขา ดินนุ่ม ดินแข็ง และดินกระด้าง
หากเธอต้องการจะรอดเจริญงอกงามแล้วไซร้
๑. เธอต้องมีพันธุ์พืชที่ทนต่อทุกสภาพกาล
๒. ลำต้นต้องแข็งแรง
๓. รากเธอต้องแหลมคม เพราะมันอาวุธสิ่งเดียวที่ชอนไชทะลุทะลวงดิน หาอาหารเพื่อมาเลี้ยงลำต้น ใบ ดอก และผลในอนาคต
การที่เธอจะแผ่ขยายรากออกไปให้ไกลนั้น จะต้องซึมซับสิ่งรอบข้างโดยไม่ทำลาย จะต้องสร้างความสมดุลย์ให้เกิดขึ้น
เธออย่าโตพรวด ๆ เด่นเป็นสง่าแต่ต้นเดียว โดยไม่ใส่ใจต้นอื่น ๆรอบข้างเธอ แล้ววันนั้นเธอจะเสียใจเมือโดนพายุใหญ่พัดพาให้เธอหัก มากองพังพาบอยู่กับกองดิน
อย่างน้อยเธอต้องรู้จักว่า เธอมาจากพืชพันธุ์ชนิดไหน เธอจะต้องรักพันธุ์เดิมของเธอไว้
เธออย่ากลายพันธุ์ เมื่อใดก็ตามที่เธอกลายพันธุ์
เมื่อนั้นเธอจะต้องโค่นทิ้ง และจะถูกตัด ไปเผาถ่าน หรือเอาทำฟืนเผาศพ
เพราะเธอไม่มีประโยชน์ของแผ่นดินนั่นเอง [สามารถ(นายจอน)]

ตะวันตกเชื่อว่า เรียนรู้โลก เพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง ตะวันออกเชื่อว่า เรียนรู้ตนเอง เพื่อเปลี่ยนแปลงโลก

ตะวันตกศึกษาจากภายนอก เข้าสู่ภายใน ตะวันออกศึกษาจากภายใน ออกสู่ภายนอก

ตะวันตกเชื่อว่า 10 ฟ้าลิขิต ไม่เท่าลงมือทำ ตะวันออกเชื่อว่า 10 คนคำนวณ ไม่เท่าฟ้าลิขิต

ตะวันตกเชื่อว่า เข้าใจก่อนจึงจำได้ ตะวันออกเชื่อว่า จำก่อนจึงจะเข้าใจ

-มนุษย์พูดว่า กาลเวลาผ่านไป กาลเวลาพูดว่า มนุษย์ผ่านไป

อันตรายมาจาก
ความเชื่อในสิ่งที่เห็น โดยไม่มอง
ความเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน โดยไม่ฟัง
ความเชื่อในสิ่งที่คิด โดยไม่ไตร่ตรอง

คำว่า เพื่อน ไม่ได้เกิดจากการพูด แต่เกิดจากการกระทำ

อนาคตที่ไม่เกิดขึ้น ไม่เป็นความจริง

โลกนี้มีแต่ผู้แพ้เท่านั้นที่เป็น อาชญากร เป็นคนผิด

โลกนี้ไม่มีลูกเป็ดขี้เหร่ที่กลายเป็นหงส์
มีเพียงแต่ลูกหงส์ที่กลายเป็นหงส์
คุณไม่สามารถเป็นอะไรอื่นได้ นอกจาก "ตัวคุณเอง"

-ตัวตนของคุณเป็นผลพวงของสิ่งที่คุณบริโภค สิ่งที่คุณคิด สิ่งที่คุณปฏิบัติ

-เคยแพ้แต่ไม่เคยท้อ

-ฆ่าก็ตาย ไม่ฆ่าก็ตาย อภัยเขาเถอะ

-นานแค่ไหนก็จะรอ ไกลแค่ไหนก็จะคิดถึง

- สิ่งใดที่ตั้งใจไว้ ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ ถ้ารู้สึกไม่สบายใจ ก็ไม่ต้องทำ
- จงมีสายตาที่กว้างไกล มองเห็นความเป็นจริง อย่าละเลยสิ่งใด แม้เพียงรายละเอียดปลีกย่อย
- อย่าปล่อยเวลา แม้เพียงเศษวินาที อย่าใจเร็วด่วนได้ คิดก่อนทำเสมอ

- ทุกๆคนคือเพื่อน ทุกๆที่คือบ้าน ทุกเวลาคือ การเริ่มต้น ทุกๆสิ่ง คือความว่างเปล่า

- ไม่ผิดหรอก ที่จะคิดว่า ตัวเราเป็นอย่างไร แต่มันผิดที่คิดว่า คนอื่นเป็นในสิ่งที่เราคิด

- ไม่ผิดหรอกที่จะ แตกต่าง แต่มันผิดที่ไม่ยอมรับ ความแตกต่าง

-ปัญหาทุกอย่างแก้ได้ ถ้าทำให้ถูกต้อง เพื่อผู้อื่น

-อาชีพทุกอาชีพ ต้องมีใจ

-เมื่อพบกับความสูญเสีย จึงได้มาซึ่งจิตใจอันกล้าแข็ง

-ชีวิตไม่สูญเปล่า วันเก่าเก่าคือบทเรียนอันมีค่า อย่าสิ้นหวัง วันใหม่ใหม่คือความท้าทายที่ต้องเผชิญ ใช้ชีวิตให้เป็น มองให้เห็นการใดควรและไม่ควร

-ชีวิตก็เหมือนกับงานศิลปะ ที่ต้องบรรจงแต่งแต้มสีสรร ผลงานออกมาจะเป็นอย่างไร ก็แล้วแต่การแต่งแต้มสีสรรแต่ละครั้ง เหมือนกับการตัดสินใจแต่ละที ซึ่งจะกำหนดอนาคตของตัวมันเอง

-ชีวิตคือการผจญภัยและการเดินทาง ในแตละวันจะพบประสบการณ์แต่ละอย่างที่ไม่ซ้ำกัน และไม่คาดคิด

-จิตก็เหมือนกับอากาศ ที่สะอาด สว่าง สงบ ปลอดโปล่ง แจ่มใส
อารมณ์ต่างๆก็เหมือนกับอากาศร้อน อากาศเย็น ลม ฝน พายุ
ความรัก ก็เหมือนกับ หมอก ที่สดชื่น แต่บังตาให้หลงทาง
ความโลภ ก็เหมือนกับ ก็เหมือนกับ ฝน ที่เย็น แต่ทำให้เปียก และน้ำท่วม
ความโกรธ ก็เหมือนกับ ลมพายุ ที่ทำลายทุกสิ่ง
ความหลง ก็เหมือนกับ เมฆ ที่บังแสงสว่างแห่งปัญญา

-จงทำวันนี้ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันจะไม่หวลกลับมาอีก

-จะมีประโยชน์อะไรที่ยึดติดในสิ่งที่ได้ผ่านไปแล้ว

-อย่าให้ความพอใจเป็นอุปสรรคในการเปลี่ยนแปลง
จงเปลี่ยนแปลงเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

-คนทุกคนมีศักยภาพเท่าเทียมกัน
แตกต่างกันเพียงพลังใจที่จะทำให้สำเร็จ

-ถ้าคุณมีความสุข มองโลกในแง่ดี พอใจในทุกสิ่ง
คุณจะมอบรอยยิ้ม คำชม คำขอบคุณ ให้ผู้คน
แต่ถ้าคุณมีความทุกข์ มองโลกในแง่ร้าย ไม่พอใจในสิ่งใด
คุณจะให้หน้าบึ้ง คำบ่น คำด่า แก่ผู้คน
แต่ในความเป็นจริง คุณให้สิ่งใด คุณจะได้รับสิ่งนั้น

-ปัจจัย 3 ประการ ที่ทำให้ทุกสิ่งบังเกิดขึ้น
1. ทรัพยากร วิถีแห่งดิน วัตถุ ความสัมพันธ์ ทุกขัง ศีล
2. โอกาส วิถีแห่งฟ้า เวลา ความเปลี่ยนแปลง อนิจจัง สมาธิ
3. ความรู้ วิถีแห่งน้ำ กฏเกณฑ์ ความสมดุล อนัตตา ปัญญา

ฟังดนตรีด้วยหัวใจ ฟังความเงียบด้วยสมอง
ดนตรีทำให้คึกคัก ความเงียบทำให้สงบ
ดนตรีและความเงียบคือจังหวะแห่งชีวิต

ขอหัวเราะ เยาะเย้ย โลกเหวยโลก
ฮ่ะฮ่ะเหย ฮ่าฮ่า บ้าฉิบหาย
มัวแก่งแย่ง แข่งขัน กันแทบตาย
สิ่งนอกกาย ไร้ค่า ถ้าสิ้นลม
เงินมากมาย กองไว้ ใช้ได้หรือ
ยศศักดิ์คือ สูญเปล่า สิ้นความหมาย
ชื่อแพร่หลาย นานไป ใครจดจำ
สุขสบาย หายห่าง ถ้าสิ้นดี

@สุดขอบฟ้า สุดธารา สุดทางฝัน
สุดตะวัน สุดจันทรา มหาสมุทร
สุดไกลบ้าน สุดคืนรัง สุดอาวรณ์
จงอาทร ถึงฉันเถิด สุดที่รัก

จำใจจาก มาศึกษา ภาระหนัก
ด้วยตระหนัก ถึงหน้าที่ เธอรู้ไหม
เธอไปไหน ไม่อยู่ใกล้ ให้ฉันคอย
ใจล่องลอย คิดถึงเธอ วันจากไป

สุดจะหัก สุดจะห้าม รั้งดวงใจ
สุดอาลัย สุดใจหาย เมื่อห่างเธอ
เฝ้าละเมอ ฝันถึงเธอ ฉันร้องไห้
เพ้อถึงเธอ ทุกคืนวัน ใจหมองเศร้า

ถึงวันเก่า ที่ยังมี เธอเสมอ
คิดถึงเธอ สุดขาดใจ ด้วยนะเออ
หากแม้นเธอ คิดถึงฉัน ฝันถึงกัน
ส่งจดหมาย ร่อนฝากผ่าน อินเตอร์เน็ต

เป็นอีเมล์ เซย์กลอนเด็ด เจ็ดฉบับ
ให้เธอรับ กลับไปอ่าน หวานแค่ไหน
เธอจะตอบ หรือไม่ตอบ ไม่เป็นไร
แค่รู้ไว้ จะยังไง Iloveyou@

เริ่มแรกไร้ชื่อ จึงไม่อาจเรียกขาน
เริ่มแรกไร้ใจ จึงไม่อาจรู้สึก
เริ่มแรกไร้รัก จึงไม่อาจทุกข์ตรม
เริ่มแรกไร้สมมติ จึงไร้การกระทำ

ฉันคือใคร ?
ฉันคือนักศึกษา : ผู้ไม่พอใจกับคำตอบใดๆ
ฉันคือชาวบ้าน : ผู้พอใจกับความเรียบง่าย
ฉันคือกบฏ : ผู้เลือกหนทางของตนเอง
ฉันคือนักโทษ : ผู้ถูกพันธนาการด้วยความเชื่อ
ฉันคือคนโง่ : ผู้ไม่รู้ในทุกๆเรื่องราว
ฉันคือคนเลว : ผู้ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือความถูกต้อง
ฉันคือกระจกเงา : ผู้สะท้อนความเป็นจริง
ฉันคือความฝัน : ผู้เป็นจุดหมายที่ไม่มีวันไปถึง
ฉันคือทุกสิ่ง : ผู้ไม่มีตัวตนที่แท้จริง
ฉันคือกาลเวลา : ผู้เปลี่ยนทุกสรรพสิ่งสู่ความว่างเปล่า
ฉันคือคุณ : คนธรรมดา

-อย่าปล่อยให้ชีวิตผ่านไปเปล่าๆ โดยไม่เหลืออะไรไว้ให้ภูมิใจ

-จงใช้หัวเพื่อมีชีวิตอยู่ ใช้ใจเพื่อใช้ชีวิตให้คุ้มค่า
Use head to be alive and use heart to be lively

กลับไปที่สารบัญ

1