( การทำงานของจอภาพ ) ( จอ 14 นิ้ว ) ( จอ 19 นิ้ว ) ( จอ LCD ) ( จอแบบใหม่ ) ( จอระบบสัมผัส ) |
1. การเล่นคอมพิวเตอร์ ควรนั่งให้ห่างประมาณ 1 ฟุต นั่งเอนหลังให้สบาย ควรใช้เก้าอี้นั่งที่มีพนักพิงรองรับเข้ากับรูปทรงของแผ่นหลัง
เพราะจะช่วยลดอาการปวดหลังที่อาจเกิดขึ้นได้ ควรเล่นติดต่อกันแต่ละครั้งไม่มากกว่า 45-60 นาที ควรจะกระพริบตา, หลับตา หรือหยุดพักสายตาโดยมองต้นไม้ หรือ มองอะไรที่ไกลตาออกไป (มากกว่า 6 ฟุต - ก็คงต้องเป็นนอกหน้าต่าง) สัก 5-10 นาที แล้วค่อยกลับมานั่งหน้าจอกันใหม่ เนื่องจากการมองระยะใกล้นานๆ
การโฟกัสตาต้องใช้กล้ามเนื้อตามากกว่าการมองไกล ถ้ามองนานๆ ในบางคนอาจมีการเกร็งค้างของกล้ามเนื้อตา ทำให้การมองเห็นระยะไกลมัวได้
2. วางจอภาพ(ระดับ ของกึ่งกลางจอภาพนะครับ)ให้ต่ำกว่าระดับสายตา ถ้า case ของคุณเป็น Tower ตั้งจอกับพื้นโต๊ะ หน้าจอตรงๆ หรือก้มนิดหน่อย
คุณจะได้ไม่ต้องเงยหน้า อันนี้จะมีผลระยะยาว ถ้าคุณเงยคอนานๆ นอกจากจะเมื่อยคอแล้ว กระดูกต้นคอคุณจะเสียรูปด้วย
และไม่ต่ำไปกว่าระดับราวนม ในขณะที่คีย์บอร์ด ควรอยู่ระดับราวนม ถึงระดับเอว
3. การเลือกสีพื้นหลัง ไม่ค่อยมีผลกับสายตามากครับ แต่ถ้าจะให้แนะนำก็เป็นสีเขียวเข้ม กะสีฟ้า-น้ำเงิน ที่ไม่สดนักครับ ส่วนสีตัวหนังสือควรเป็นสีดำ
เพราะมีผลการวิจัยพบว่า การอ่านหนังสือบนกระดาษสีขาว ตัวหนังสือสีดำ อาจจะมีผลทำให้สายตาสั้นได้ ถ้าเป็นไปได้ควรใช้กระดาษสีขาวปนฟ้า หรือ สีฟ้า ตัวหนังสือสีดำ
*** ไม่ยืนยันผลการวิจัยนะครับ ***
4. ปรับจอภาพให้พอดีที่สุด ถ้าคุณใช้งานคนเดียว ปรับให้เนี๊ยบเลย แล้วไม่ต้องปรับอีกตลอดชาติ เช่น
แสง (ความสว่าง) สำคัญที่สุด อย่าให้จ้าเกินไป ออกทึบนิดนึงก็ได้ เพราะคุณต้องอยู่กับมันครั้งละนานๆ
สี ไม่ต้องให้จัดจ้านเกินไป เอาพอสวย ตัวหนังสือ ไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เอาให้เราดูแล้วสบายตา (ของเราเอง) ตัวหนังสือใหญ่ ไม่ใช่จะดีเสมอไป
บางครั้งดูเหมือนมันตะโกนใส่หน้าเรา หรือเราต้องแหกตาดูมัน จริงมั้ย
5. Resolution setting ให้เหมาะ ขนาด 800x600 น่าจะกำลังพอดี Refresh Rate ประมาณ 75 Hzขึ้นไป
คุณสามารถปรับ Refresh Rate ได้ตามคู่มือของจอครับ ไม่มีผลเสียหายอะไร
ถ้าเขาบอกว่าทำได้ก็ทำไปเลยครับ เหตุที่มี Refresh Rate สูงๆ ก็เพื่อลดความพลิ้วของจอ ให้มองจอได้ชัด ๆ น่ะครับ
6. การเซ็ตความคมชัดและแสงสว่าง ปกติขึ้นกับความพอใจนะครับ แต่หากจะให้สบายตาควรลด Brightness ลงสักหน่อย ส่วน Contrast
สามารถเพิ่มได้เต็มครับ ภาพจะคมชัดขึ้น และถนอมจอถนอมสายตาด้วยครับ ควรป้องการไม่ให้เกิดแสงสะท้อนบนหน้าจอ โดยจัดหน้าจอไม่ให้หันเข้าหน้าต่าง
7. ถ้ารู้สึกง่วง, ล้า หรือปวดตา เมื่อทำงานนานๆ ให้พักเสียบ้างดีที่สุด อย่าหักโหมหรือดันทุรัง สุขภาพก็เสีย งานก็ไม่ได้ ตาก็จะพังด้วย
8. เมื่อเรานั่งอ่าน หรือนั่งหน้าคอมนานๆ ตาเราจะกระพริบด้วยความถี่น้อยกว่าปกติ
(การกระพริบตาปกติ จะประมาณ 1 ครั้งทุก 5 วินาที ซึ่งเป็นการเอาน้ำตามาเคลือบด้านหน้าของกระจกตาดำ ให้คงความชื้นเสมอ และเป็นการล้างเอาสิ่งสกปรกออก)
ดังนั้น ในผู้ที่มีความเสี่ยง เช่น มีต้อเนื้อ ต้อลม หรือเป็นโรคตาแห้ง น้ำตาขาดคุณภาพ ควรจะรักษาให้หาย และใช้คอมพิวเตอร์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น
ไม่แนะนำให้ใช้แผ่นกรองแสง เพราะ
1. เสียสตางค์ ซื้อแผ่นกรองแสง
2. เมื่อมีแผ่นกรองแสงมาบัง คุณต้องเร่งแสงและสี สู้กับแผ่นกรองแสง จอภาพจะต้องทำงานหนักขึ้น
3. คุณจะไม่ได้คุณภาพของสีที่แท้จริง
...ขอย้ำว่า แผ่นกรองแสงไม่ได้ช่วยคุณได้ ความพอดีของคุณนั่นแหละจะช่วยคุณ
9. วางแขนให้สบายๆ จัดวางต้นแขน ข้อมือ และมือให้อยู่ในท่าที่สบายๆ เป็นธรรมชาติที่สุด ไม่รู้สึกเกร็งหรือฝืนๆ
การพิมพ์ก็ให้กดแป้นพิมพ์อย่างนิ่มนวลไม่ควรกดกระแทกแป้นพิมพ์แรงๆ เพราะเมื่อทำต่อเนื่องไปนานๆ อาจจะทำให้รู้สึกเมื่อยและเจ็บนิ้วเร็วกว่าปรกติก็ได้
10. ขยับตัว บิดซ้ายบิดขวาบ้าง ให้มีการหยุดพักบ้างเป็นครั้งคราว ขยับแขนขาและลำตัวเพื่อลดความเมื่อยล้าและอาการเกร็งลง
หรืออาจจะเปลี่ยนไปทำงานอย่างอื่นบ้างเป็นช่วงๆ
11. ไม่ควรวางจอภาพและคอมพิวเตอร์ในที่ที่มีแดดส่องถึงโดยตรง หรือแหล่งกำเนิดความร้อนอื่นใด เช่น ฮีตเตอร์,เตาไมโครเวฟ, เตาผิง,เตาแก๊ส,เตารีด
12. ไม่ควรวางจอภาพและคอมพิวเตอร์ในที่ที่เปียก มีความชื้นสูง หรือมีฝุ่นมาก หรือบนพื้นที่อ่อนนุ่ม ไม่แข็งแรง เช่นบนโซฟา,เตียง ยกเว้นคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คหรือปาล์ม
13. ไม่ควรวางคอมพิวเตอร์ไว้ใต้แอร์(แอร์อาจมีน้ำหยดได้) หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่สามารถให้กำเนิดสนามแม่เหล็กแรงสูงเช่น พัดลมขนาดใหญ่, มอเตอร์ไฟฟ้า, ตู้เย็น,หม้อแปลงไฟฟ้า,ลำโพงที่ไม่ได้ชีลด์ป้องกันสนามแม่เหล็ก เป็นต้น เพราะอุปกรณ์เหล่านั้นส่งสนามแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวนการทำงานของจอภาพ ทำให้จอสั่นได้
14. ไม่ควรวางสิ่งของต่างๆบนจอภาพ หรือคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะต้นกระบองเพชร เพราะอาจจะเศษดินทรายหรือมีหยดน้ำเข้าไปในจอภาพ หรือคอมพิวเตอร์ได้
15. การความความสะอาดจอภาพและคอมพิวเตอร์ ควรใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาทำความสะอาด หรือ ฟองน้ำชุบน้ำพอเปียกชื้นๆเช็ด ไม่ควรใช้แอลกอฮอล์หรือน้ำยาที่มีสารแอมโมเนีย เช็ด
ลองขยับ vga card ดูก่อน ถอดปลั๊ก ปลดสาย เปิดฝา ถอดการ์ด vga แล้วเสียบเข้าไปใหม่ ให้ลึกสุดๆ เอาหัวมุดลงไป เอาไฟส่องดูสล๊อตที่เสียบการ์ด ส่วนมากที่เคยเจอ ขาโลหะมันจะงัดกับตัวตู้ ทำให้ดันไม่สุด บางที ถ้าโชคดี ก็ไม่ต้องซ่อม อย่าลืมดูหัวเสียบปลายสายจอ ขามันอยู่ครบดีหรือเปล่า
คิดว่าคงจะเกิดจากหลอดภาพเสื่อม ยังซ่อมได้อยู่ครับ
ให้ลองไปที่ร้านรับซ่อมงานด้านอุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ทั่วๆไปดูนะครับ
ลองตรวจสอบจอว่ามีไฟเข้าหรือไม่ สายไฟอาจหลุดหลวม ลองปรับปุ่มปรับความสว่างและปุ่มปรับความเข้มของภาพ ไปยังตำแหน่งสูงสุด นอกจากนั้นอาการผิดปกติอาจเกิดจากการปรับเปลี่ยน ค่าของซอร์ฟแวร์ หรือฮาร์ดแวร์
บางทีการ์ดแสดงผล (VGA Card) อาจจะหลวมก็ได้ ลองขยับให้แน่น ๆ ก่อนนะครับหรือถอดออกมาแล้วเสียบใหม่ อีกอย่างคือให้สังเกตตอนเปิดเครื่องว่า มีการอ่านฮาร์ดดิสก์เหมือน กับตอนบูตเครื่องอยู่ตามปกติหรือเปล่า หรือว่าเปิดขึ้นมาแล้วก็เงียบไปเลย
ไฟอาจจะค้าง โดยหลังจากปิดเครื่องทุกครั้งเอามือแตะ case เพื่อ discharge ไฟที่ค้างลงดิน
ลองถอดแผงวงจรหลักออกมาจากเคสดู ถอดทุกอย่างที่ไม่จำเป็นออกให้หมดเหลือแต่ cpu, หน่วยความจำ น้อยที่สุด แล้วก็ VGA อย่างอื่นเอาออกให้หมด เอาแผงวงจรหลักออกมาตั้งบนหนังสือหนาๆ เปิดดู ติดหรือเปล่า
ถ้าไม่ติด ก็มีแค่สามอย่างเท่านั้นแหละครับ แผงวงจรหลักหรือไม่ก็ cpu หรือ หน่วยความจำ ไม่ใช่ power supply เพราะ hard disk ทำงาน
ถอดหน่วยความจำออกให้หมดแล้วเปิดดู แผงวงจรหลักต้องร้องออกมาทางลำโพงดังบี๊บๆ หากร้องออกมาแสดงว่าแผงวงจรหลักและ CPU ทำงาน ถ้าไม่ร้องสักแอะ ไม่แผงวงจรหลักก็ cpu แน่นอนแล้ว
แต่ความน่าจะเป็นมากที่สุดคือแผงวงจรหลักเสีย เพราะ cpu เสียยากมากครับ
อาจจะเกิดจากการ์ดจอมีปัญหา(อาจจะหลวม) หรือปัญหาที่ IRQ ของการ์ดจอชนกับอันอื่น
-ให้ปรับที่ FlyBack ดูก่อน มีตัวปรับพิมพ์ว่า Screen ปรับให้มืดลง แล้วเปิดทิ้งสังเกตุดูว่ามันยังสว่างขึ้นเรื่อยๆเมื่อเครื่องมันร้อนหรือไม่ ถ้าเป็น Flyback คุณคงเสียแล้วละ ถ้าไม่ใช่ยี่ห้อที่มีชื่อ คงหาเปลี่ยนยากเสียด้วย คงต้องทิ้งทั้งจอ แต่อย่างไรก็ควรปรับอย่างระมัดระวังนะครับ ในบริเวณนั้นไฟแรงสูง นะครับ
-ลองปรับ focus ดู เพราะมันจะมี วอลลุ่มอยู่ที่ไฟแบ็ค ถ้าเปิดฝาครอบด้านหลังของจอออกมา ถ้ามองอยู่ด้านหลังจะอยู่ทางด้านขวามือ เกือบนอกสุด ลักษณะ เป็น ก้อนค่อนข้างใหญ่ จะมีสายไฟเส้นใหญ่ๆ ออกไปเสียบที่ด้านบนของ จอภาพ สายไฟเส้นสั้น ไฟแรงมาก เป็นหมื่นโวล์ท ระวังอย่าเข้าใกล้มัน มองรอบบริเวณนั้น จะเห็นมีอยู่ 2 วอลลุ่ม คือ Focus และ screen หากระจกส่องหน้าอันใหญ่ๆ มาตั้งหน้าจอ จะได้ไม่ต้องยื่นคอออกมาดูตอนปรับ เพราะสายตาจะได้ไม่ต้องละจากบริเวณที่ปรับมากนัก หาไขควงปากแบน ใส่เข้าไปปรับตามใจชอบ ไม่มีผลเสียอะไร อย่าลืม บริเวณนั้น ไฟแรงสูงทั้งนั้น
-ลอง click ขวาบนที่ว่างๆ บน หน้าจอ แล้วเลือก properties นะแล้วไปดูที่ setting ลองปรับค่าไปมาสัก 640x480 ที่ 60 Hz ถ้าสั่นมาก ก็ค่อยๆ เพิ่มเป็น 72Hz 75Hz
-ลองปรับ degauss (degaussมีไว้ปรับสมดุลของสนามแม่เหล็กที่หน้าจอ)
-ปรับโฟกัสภายในด้านหลังจอ แต่สักพักก็จะเป็นอีก ตอนหลังถึงรู้ว่าระบบการโฟกัสของจอมันเสื่อมน่ะครับ ทางแก้ของผมก็คือซื้อใหม่เพราะจอมันเก่าแล้ว แต่ถ้าหากของคุณยังใหม่อยู่ก็น่าจะลองส่งซ่อมดูครับ
-ลองบัดกรี ส่วนของ crt สิครับ..แกะเครื่องมานะครับ..สังเกตเห็นว่า..
board ที่เป็น aluminium ของด้านหลังของหลอดภาพนั้นจะบัดกรีน้อยหรือเสื่อมนะครับ..
แล้วก็ บัดกรีใหม่ครับ..ให้มันเยอะ ๆ ให้แน่น ๆ แค่นี้ก็หายเบลอ..
-ถ้าสั่นแบบพริ้วๆ นั้นมาจากความเร็วในการสแกนไม่พอ และโหมดการแสดงผลอาจจะอยู่ในโหมด interlaced
ซึ่งแก้ได้ด้วยการใช้ไดรเวอร์ที่เหมาะสมและปรับโหมดการแสดงผลให้เหมาะสม โดยปรับให้ ความเร็วสแกน(Refresh Rate)ประมาณ 75-85 Hz
-ส่วนอาการสั่นอีกแบบที่จะพบได้กับจอที่ใช้งานมานานกว่าปีขึ้นไป บางทีมีสาเหตุมาจาก coil เริ่มหลวมจากการใช้งาน
ซึ่งจะทำให้ภาพสั่นได้ (ตัว coil ที่ทำหน้าที่เบนอิเลกตรอนให้ไปกระทบจอเป็นภาพ)
ซึ่งกรณีนี้ช่างโทรทัศน์ก็พอจะช่วยได้ (แต่ผมแนะว่า เอาเข้าร้านที่ซื้อจะดีกว่า)
-ส่วนอาการสั่นแบบอื่นๆ จะสังเกตได้ว่าเกิดแบบไม่ตลอดเวลาจะเป็นบางขณะ และบางครั้งก็หายไป เป็นระยะ
อย่างนี้มักจะเกิดจากการใช้กระแสไฟสูงเกิดขึ้นเป็นระยะ เช่นแอร์, พัดลม, มอเตอร์ไฟฟ้า, ตู้เย็น หรือ เครื่องไฟฟ้าในบ้านอื่นๆส่งสนามแม่เหล็กไฟฟ้ารบกวน
วิธีเช็ค ก็ให้ลองปิดเครื่องไฟฟ้า ทีละตัว แล้วดูว่าตัวไหนเป็นสาเหตุ ถ้ารู้สาเหตุ แล้วก็ให้แก้ไข ที่สาเหตุนะครับ แต่ถ้าไม่ได้ผล
อาจจะเกิดจากสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดจากสายไฟฟ้าแรงสูงที่พาดผ่าน ควรย้ายเครื่องไปไว้บริเวณอื่นอาจหายได้
หรือลองซื้อตัวดักสัญญาณรบกวนจากระบบไฟฟ้า มาใส่ ก่อนไฟ AC 220 เข้าที่จอภาพ
ต่อคอมพิวเตอร์จากปลั๊กที่อยู่คนละเฟส หรือไกลออกไปจากจุดที่ต่ออุปกรณ์ที่ใช้ไฟมาก
ใช้ปลั๊กที่สามารถกรองสัญญาณรบกวนได้ดีๆ
เอาแผ่นโลหะที่ต่อสายดินไปวางด้านหลังหรือด้านบนของจอภาพ
-อาการสีผิดปกติ เช่น จอเป็นสีเดียว เช่น สีแดง เขียว น้ำเงิน หรือสีอื่นๆ อาจเกิดจาก สายสัญญาณหลุดหลวม ลองขยับสายสัญญาณที่ต่อมายังจอให้แน่นหรืออาจจะขาดใน ให้เปลี่ยนสายเชื่อมต่อ (สายสัญญาณ)
-ถ้าเหลืองทั้งจอ แดงทั้งจอ ก็ วอลลุ่มสกปรก หาแอลกอฮอร์มาล้างแล้วหยอดด้วยน้ำมัน แล้วหมุนไปหมุนมา
- ลองปรับสีของจอ เปิดฝาครอบออกมา มองไปมองมาหา resistor ชนิดปรับค่าได้ เป็นรูปเกือกม้า จะพบว่าบางยี่ห้อเขียนไว้เป็นอักษร ตัว R G B วอลลุ่มสามตัวนี้ มีหน้าที่ตั้งสี ให้ทดลองปรับดู หาไขควงเล็กๆ ทดลองหมุนซ้าย ขวาดูจะเห็นว่าสีจะเปลี่ยนโทนไป (ถ้าสีมันสมบูรณ์อยู่แล้ว อย่าไปทดลอง เพราะจะปรับให้เข้าที่ยากมาก) วิธีการปรับ ให้ลดสีที่หน้าจอให้เป็น ขาว - ดำ เสียก่อน ตามหลักวิทยาศาสตร์ ที่เราเรียนมาแล้ว สองที่เกิดรอบตัวเราจะประกอบไปด้วย แสง 7 สีเท่าๆ กัน เมื่อนำมารวมกันจะได้สีขาว ก็ใช้หลักการนี้แหละ ค่อยปรับวอลลุ่ม ทีละตัว โดยหมุน ซ้าย ที ขวาที แล้วหาจุดกึ่งกลาง ของแต่ละวอลลุ่ม เมื่อทำทั้งสามตัวครบแล้ว ให้ดูว่าภาพที่ออกมาเป็นสีอะไร ถ้าไม่เป็นขาวกับดำ ก็แสดงว่าสีนั้นเกินออกมา ให้ค่อยๆ ไล่ใหม่ ทำจนกระทั่งเป็นสีขาวกับดำโดยไม่มีสีอื่นมาปน เมื่อเร่งสีขึ้นมาก็จะได้สีตามธรรมชาติที่เราต้องการ แต่มันยากตรงที่ สีขาวเราดูว่ามันขาว ดูไปดูมา มันอมเหลืองนิดๆ บ้าง แดงนิดๆ บ้าง น้ำเงินนิดๆ บ้าง ตรงนี้แหละ หากระจกใหญ่ๆ มาตั้งหน้าจอ และ ระวังไฟที่บริเวณ ฟลายแบ็ค ด้วยนะ เส้นที่ไปเกาะกับข้างจอภาพ เส้นใหญ่ๆ นั้นแหละ เป็นหมื่นโวล์ทเชียวละ
-เป็นที่หัวเสียบ ที่เรียกว่าคอนเนกเตอร์ บางทีก็เป็นที่ตัวจอต้องส่งไปซ่อมเลย
การ degauss หน้าจอ คือการล้างสนามแม่เหล็กที่ ทำให้หน้าจอสีเพี้ยน เช่นหากคุณเอาลำโพงหรือแม่ เหล็กที่ไม่ได้ shield ไปไว้ใกล้ๆจอ จะเห็นว่า บริเวณนั้นของจอจะเป็นสีเพี้ยนๆคล้ายๆสีสายรุ้ง ถ้า เอาไว้แบบนั้นนานๆ สีเพี้ยนนั้นจะอยู่ถาวร ต้องแก้ โดยการ degauss นี่แหละครับ ถ้าจอไม่มีฟังชั่นนี้ ก็ ต้องยกไปให้ช่างซ่อมทีวีแก้ให้ เขาจะมีเครื่องมือ สำหรับ degauss
จอจอภาพอาจถูกสนามแม่เหล็กจากเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น รบกวน เช่น หม้อแปลง ลำโพง หรือ TV ที่วางอยู่ใกล้ๆ จอ ลองขยับตำแหน่งการวางจอ
เรื่องลำโพงวางไว้ใกล้ ๆ จอ (no-shield
speaker) สองวิธีที่จะแก้
ได้คือยกลำโพงออกมาวางห่าง ๆ จอ หรือไม่ก็ซื้อใหม่ ปุ่ม degauss
เอาไว้ลบสนามแม่เหล็ก
นะถูกแล้ว เพราะเวลาใช้จอไปนาน ๅ ประมาณ 3-4 ชั่วโมง
จะเกิดสนามแม่เหล็กที่จอภาพทำให้
ภาพผิดไปจากเดิม เพราะลำแสงวิ่งเบียงเบนไปจากที่ควรจะเป็น
กดถี่หรือห่างไม่มีปัญหากดได้
กดแล้วภาพกระตุกเพราะกระแสไฟฟ้าจะสร้างออกมาต้านของเดิม (กลับทางกัน)
ก็แค่นั้น
จำหรับเครื่องที่ไม่มี ก็ใช้วิธีง่ายๆ ก็ ground เสีย
เมื่อไม่มีไฟฟ้าสถิตย์การเกิดสนามแม่เหล็กก็
ไม่มี หรือน้อยลง
อาการแบบนี้หมายความว่าสนามแม่เหล็กรบกวนเกิดจากการที่มีคนหมุนจอจอภาพหรือเอาพวกแม่เหล็กมาวางใกล้
การแก้ ให้ปิดเครื่องรอให้เครื่องเย็นก่อน แล้วเปิดใหม่ อย่าใช้วิธีเอาแม่เหล็กมาจ่อนะครับเดี๋ยวจะไปกันใหญ่
เมื่อเครื่องเย็นแล้วความต้านทานของ ptc
จะต่ำลงวงจรลบล้างสนามแม่เหล็กจะทำงานสักพักแล้วจอของท่านจะเข้าสู่ปกติ
ถ้าทำแล้วไม่หาย ให้เปิดฝาเครื่อง จับดู ptc ว่าอุ่นหรือไม่ ถ้าไม่อุ่นเลย หมายความว่า ptc เสีย หรือ ขดลวด
ดีเคาซิ่งขาด (ptc เป็น กล่องสี่เหลี่ยมดำๆ อยู่ใกล้สาย ac ที่ต่อมาจากสวิตซ์)
-มีอุปกรณ์บางชิ้นในส่วนของ Power Supply ของคุณเริ่มเสื่อมสภาพ เช่น Capacitor ส่งซ่อม
-เกิดจากหน่วยความจำของ VGA CARD ครับ ลองขยับๆ VGA CARD ดูครับ มันอาจจะเสียบไม่แน่นก็ได้ครับ
-ความเร็วของหน่วยความจำ บน VGA card ที่ใช้ไม่เหมาะสม ( Access time สูงเกินไป ) สามารถทดสอบได้โดยการเปลี่ยน Ram chip ที่มีการ Access time น้อยกว่าเดิม
-มีการเอา แม่เหล็กไปถูบริเวณหน้าจอ ตอนแรก ๆ เป็นปื้น
ๆ แล้วตอนหลังเป็นจุด ๆ ให้เปิดทิ้งไว้จนกว่าจะหาย
อาการนี้ เกิดจากมีเส้นสัญญาณมาที่การ์ด vga เส้นหนึ่ง สัญญาณไม่เดิน ตอนที่เครื่อง boot ขึ้นมา
มันจะเช็คจอว่าเป็นจออะไร ทีนี้พอสัญญาณเส้นนี้ไม่เดิน มันก็เลยคิดว่าเป็นจอ vga mono
มันเลยเข้าโหมด mono ให้ แต่สำหรับบน windows ไม่มีโหมด mono ไม่ว่าจะใช้จอสีหรือ vga mono
มันก็จะแสดงผลเหมือนกัน แต่บน DOS เครื่องจะแยกให้และพยายามแสดงผลให้ถูกต้องครับ
ผมเจออาการนี้บ่อยกับเครื่องเก่าหน่อย ต้องขยับการ์ด+ vga connector หลังการ์ดให้แน่นครับ
1. ตอนที่เปิดเครื่องขึ้นมา
ที่ลำโพง(ตัวเล็กที่อยู่ในเครื่อง) มีเสียงดังออกมาหรือเปล่าครับ(ยาว1ครั้งและสั้นติดๆกัน 2-3 ครั้ง)
ถัามี นั่นหมายความว่า แผงวงจรหลักของคุณยังไม่เสียครับ ยังใช้ได้ แต่ที่จอภาพของคุณไม่ทำงาน
อาจเกิดจากมีคราบอ๊อกไซย์จับตรงบริเวณ หน้าสัมผัส ของ VGA Card ให้คุณถอด VGA Card
ออกมาทำความสะอาด โดยที่คุณอาจจะใช้น้ำยาล้างคอนแท็ค เช็ดตรงบริเวณลายทองแดง
ส่วนที่เสียบลงใน Slot ของเครื่อง PC หรือถ้าไม่มีน้ำยาล้างคอนแท็ค ก็เอายางลบดินสอแบบอ่อน
ขัดๆ ถูๆ จนสะอาด เงาแว๊บ แล้วก็เสียบลงไปใหม่
2. slot pci ของคุณอาจจะเสียก็ได้ ให้ลองเปลี่ยน ช่องที่เสียบการ์ดจอของคุณดูก่อน สังเกตได้ว่าอาจมีหลายช่องเหมือน ๆ กัน (ผมโดนมาแล้ว)
3. ถ้า m/b ของคุณเสีย ก็อาจมาจากสาเหตุ เครื่องร้อนจัด ทำให้ชิปบางตัวเสีย ไม่จำเป็นต้องมาจากการกระทบกระเทือน
4. อาจจะเกิจากการอัพเดตไบออส
1. จอไม่แสดงผล แต่ไฟ Power จอยังติด
สาเหตุคงเกิดจาก mainboard ซึ่งคุณบอกว่า ปิดแล้วเปิดใหม่ใช้ได้ น่าจะเป็นที่ความร้อนบนตัว CPU ลองดู
ที่พัดลม CPU ว่าทำงานหรือเปล่า
2. ไฟ power ของจอดับไปเลย
อาจจะเป็นที่ภาค Power คุณจ่ายไฟไม่พอ อาจจะลองง่ายๆ โดยไม่ป้อนไฟให้ HDD
ดู เปิดให้ Mainboard ทำงานเฉยๆ ลองดูว่า จะใช้ได้นานขึ้นหรือเปล่า
-ที่ไม่ให้วางใว้ใต้แอร์เพราะน้ำแอร์อาจรั่วลงมาได้ อีกอย่างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า จากแอร์ทำให้จอภาพมีอาการสั่นไหวจนคนทำงานไม่ได้ และจอเมื่อทำงานหนักมากก็เสื่อมเร็วเป็นธรรมดา
-ลองหาตัว Resister หรือที่ช่าง เรียกว่า R นั่นแหละครับ...ตัวละไม่ถึงบาท....ให้เอามีด หรือ Cutter ค่อยๆขูด Oxide ที่เกาะอยู่บนขา R ออก นำหัวแร้งพร้อมตะกั่วบัดกรี(ความจริงไม่ต้องบัดกรีก็ได้ครับ) เอามาไล้ที่ขา R ให้บางๆนะครับ.....คราวนี้ ก็ใช้คีมจับขา R ค่อยๆยัดลงไปในช่องของขาที่หัก ช้าๆนะครับ ค่อยๆยัดลงไปให้ลึกที่สุด....แล้วตัดขา R ส่วนที่เกินออก ให้เท่ากับขา Connector เดิม....เอาหัวแร้งมาจี้ขา R ที่เราเสียบบน Connector ซัก 5-10 วินาทีครับ....เป็นอันเสร็จพิธีครับ....อ๋อ ค่อยๆดัดขา R ที่ใส่เข้าไปใหม่ให้ตรงนะครับ......ใครอาจจะดัดแปลงไปใช้เข็มหมุดแทน R ก็ได้นะครับ....
**นี่เป็นเกร็ดเล็กๆน้อยๆนะครับ เล่าสู่กันฟังน่ะ แต่ใช้งานได้จริง