อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม 3 ศิลปะอัศจรรย์จากธรรมชาติ

          ช่วงหน้าฝนอย่างนี้ จะไปเที่ยวทะเล ก็คงต้องคิดนัก จะไปปีนเขาก็กลัวจะไม่ได้กลับ ไปตกปลาคงต้องตากฝนเป็นแน่ ช่วงอย่างนี้ไม่ไปล่องแก่งก็คงต้องไปที่ไม่ลำบากนัก วันนี้ เราจะพาคุณไปสัมผัสผลงานการสร้างสรรค์จากธรรมชาติ และเป็นสถานที่ยอดนิยม ในช่วงเข้าพรรษาอย่างนี้

อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม

        อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ มีเนื้อที่โดยประมาณ 70,000 ไร่ เดิมเป็นพื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติ ป่านายางกลัก มีความอุดมสมบูรณ์ในธรรมชาติสูง ประกอบไปด้วยป่าไม้ นานาพันธุ์ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 300 - 846 เมตร มีอาณาเขตติดต่อกับทิศเหนือ จด อุทยานแห่งชาติไทรทอง ทิศใต้ จด ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 205 ทิศตะวันออก จด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่านายางกลักที่มอบให้สปก. ทิศตะวันตก จด เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา

          ถ้าเอ่ยชื่อ ป่าหินงาม หลายคนคงสงสัยว่า เป็นอย่างไร และอยู่ที่ไหน แต่ปัจจุบัน สถานที่นี้ได้รับการประชาสัมพันธ์และเล่ากันปากต่อปาก จนเป็นที่นิยม ถ้าหากใครไม่รู้จักคงทึกทักเอาได้ว่า คงไม่ได้เป็นนักท่องเที่ยวเป็นแน่ 

3 อัศจรรย์จากธรรมชาติ

          เมื่อได้ยินชื่อ ป่าหินงาม ถ้าจะให้จินตนาการ ก็คงได้แต่นึกถึง ป่าที่เต็มไปด้วยหิน ซึ่งก็เป็นจริง แต่ ไม่ใช่หินธรรมดาที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไป แต่เป็นหินที่เกิดจากการสร้างสรรค์จากธรรมชาติ บรรจงแต่งแต้มรูปร่างของหินจนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เมื่อได้เห็นรูป ก็จะนึกได้ทันที ว่าที่ป่าหินงามเป็นแน่ ที่นี่เป็นไปด้วย หินรูปร่างประหลาด ที่แล้วแต่จินตนาการและความคิดของแต่ละคน หลายคนอาจจะคิดไม่ออก

           เขาก็มีป้ายบอกให้เป็นไอเดีย เพื่อจะได้คิดว่ามันเหมือนกับที่เขาได้บอกไว้หรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นหินรูปเรดาร์ หลายคนอาจจะมองเป็นรูปปิน หรือรูปอะไรก็สุดแล้วแต่จินตนาการมาพาไป มีหินรูปสัตว์ ก็คงต้องลองนึกดูเอาเองว่า เป็นสัตว์อะไร หินรูปปราสาทเป็นต้นถ้าไปได้สัมผัสตอนเช้าๆ ก็จะพบกับภาพของหินประหลาดเหล่านี้ ท่ามกลางสายหมอก แซมสลับกับลานมอส และเฟิร์นสีเขียวชอุ่ม และมีดอกไม้แทรกตัวอยู่ทั่วไป ลานหินงามนี้กินเนื้อที่ประมาณกว่า 200 ไร่ เรียกว่าเดินกันจนเมื่อยเลย ไหนๆมาแล้วหลายคนก็ต้องออกกำลังเพิ่มโดยการปีนป่าย เพื่อให้ได้รูปกับเจ้าหินเหล่านี้ เป็นที่ระลึก

          ช่วงหน้าฝน ระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงกรกฎาคม ถ้าได้ไปป่าหินงาม ธรรมชาติก็ยังได้แต่งเติมความสวยงามให้กับสาถนที่นี้อีก นั่นคือ ทุ่งบัวสรรค์ หลายคนก็คงงงไปอีก เคยได้ยินแต่ทุ่งทานตะวัน หรือทุ่งดอกบัวตอง แล้วเจ้าทุ่งบัวสวรรค์คืออะไร ดอกบัวสวรรค์ นั่นก็คือดอกกระเจียวตามที่ชาวบ้านเขาเรียกกัน เป็นดอกไม้ที่มีลักษณะคล้ายดอกกล้วยไม้ มีสีชมพู คล้ายสีบานเย็น ใน 1 ช่อก็จะประกอบไปด้วยหลายดอก ช่วงหน้าฝนแวลาบานก็จะบานทั่วไปหมด เมื่อมองไปก็จะพบกับภาพท้องทุ่ง มีเขียว ของต้นหญ้า แซมไปด้วยดอกกระเจียวเต็มไปหมด ดูแล้วสวยงามมาก ไม่น่าเชื่อว่า ดอกไม้ที่ดูธรรมดาๆ เมื่อมาอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน จะปรากฏความงามที่พิเศษออกมาได้ 

         เมื่อผ่านพ้นทุ่งดอกกระเจียว ก็จะมีถนนที่พาไปพบกับสิ่งอัศจรรย์ลำดับ 3 ซึ่งเป็นจุดชมวิว นั่นคือสุดแผ่นดิน มีลักษณะเป็นหน้าผาชัน เกิดจากการยุบตัวของเปลือกโลก ซึ่งแนวหน้าผาสุดแผ่นดินนี้ เป็นแนวที่ใช้แบ่งพื้นที่ภาคกลางในเขตจังหวัดลพบุรี กับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในเขตจังหวัดชัยภูมินี่เอง จุดนี้ก็เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่หลายคนต้องยกกล้องขึ้นมาถ่ายรูปเก็บเอาไว้ เพราะความสวยงาม และความแปลกตา หลายคนที่เคยไปภูกระดึง ก็มักจะไปเปรียบเทียบกับ ผาหล่มสัก ที่มีลักษณะคล้ายกัน แต่ความจริงแล้วแตกต่างกัน เนื่องจากผาหล่มสัก เป็นหน้าผาหินที่อยู่บนเขาหัวตัดหรือที่เรียกว่า ภู แต่ที่นี่จะรู้สึกได้ว่า มันเป็นแผ่นดินบนพื้น ทำไมถึงมีหน้าผาได้ นี่แหละครับ ผลงานจากธรรมชาติสวยงามจริงๆ

การเดินทาง

        การเดินทางสู่ทุ่งดอกกระเจียวนี้สะดวกมาก เริ่มต้นจากกรุงเทพ ไปตามถนนวิภาวดีรังสิต ไปจนถึงจังหวัดสระบุรี ก็ให้ตรงเข้าเมือง ไม่ต้องเลี้ยวขวาไปทางโคราช จนถึงแยกพุแค ก็ให้เลี้ยวขวาไปตามถนนหลวงหมายเลข 21 ที่จะไปเพชรบูรณ์ แล้วตรงไปจนถึงแยกลำนารายณ์ จึงเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 205 ลำนารายณ์-เทพสถิต-ชัยภูมิ อีประมาณ 40 กิโลเมตร ก่อนถึงตัวอำเภอเทพสถิตประมาณ 1 กิโลเมตร ก็จะมีสามแยกใหญ่ ให้เลี้ยวขาวแล้วตรงไปอีก ประมาณ 14 กิโลเมตร ก็จะเห็นป้ายบอกทาง ให้เลี้ยวซ้ายขึ้นเขาไปอีก 14 กิโลเมตร ก็จะถึงที่ทำการอุยานแห่งชาติ รวมระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 270 กิโลเมตร ก็จะได้พบกับศิลปะจากธรรมชาติ ที่สามารถจัดองค์ประกอบต่างๆได้อย่างลงตัว

การพักแรม
       
อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม มีบ้านพักจำนวน 3 หลัง พักได้ 64คน และมีสถานที่กางเต้นท์ 1 แห่ง พักได้ทั้งหมด 100 คน ยังมีร้านขาย ของที่ระลึกและสวัสดิการอื่นๆ อีก สนใจติดต่อโดยตรงได้ที่งานบริการ บ้านพัก ฝ่ายนันทนาการ และสื่อความหมาย ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม่ กรุงเทพฯ โทร.5797223 , 5795734 หรือ โทร.5614292 - 4 ต่อ 724 , 725

ข้อแนะนำ

       ถ้าต้องการไปชมควรรีบไปแต่เนิ่นๆ เนื่องจากเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในช่วงต้นหน้าฝนนี้ หลายคนก็มักจะมีจุดหมายปลายทางเดียวกัน ทางกรมป่าไม้ก็ต้องการให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสธรรมชาติมากที่สุด ก็เลยไม่ได้ทำรั้วกั้น นักท่องเที่ยวหลายท่านก็ต้องการสัมผัสอย่างใกล้ชิดจริงๆ ก็มักจะเดินย่ำเข้าไปในทุ่งดอกไม้ ทำให้ความงามของธรรมชาติถูกทำลายด้วยการเหยียบย่ำทำลาย จากผู้ที่ต้องการชื่นชมธรรมชาติเอง หลานท่านก็อยากได้ของที่ระลึก ก็เด็ดไปบ้าง ทั้งๆที่มีข้อห้าม ทำให้เมื่อเวลาเนิ่นนานไป ความสวยงามก็จะลดลงเป็นลำดับ ฉะนั้นควรรีบไปชมครับ แต่จะให้มีก็ควรไปวันธรรมดา ถ้าเป็นไปได้ เนื่องจากวันหยุด คนไปกันมาก คงจะหาจุดถ่ายรูปดีดีได้ยาก จะถ่ายรูปกับหมู่หิน ก็ติดนักท่องเที่ยวท่านอื่น จะถ่ายที่สุดแผ่นดิน ก็ต้องต่อคิวกัน ถ้าอยากสัมผัสธรรมชาติจริงๆ ก็ควรไปวันที่ไม่ค่อยมีคนครับ


HOME
1