มาแล้วครับสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับท็อปเทนของเมืองไทย ไม่ใกล้และไม่ไกลเกินไป แต่ไปยังไงก็ไม่ถึงสักที ก็"เลย" นี่ครับ หนาวๆอย่างนี้ต้องนัดเพื่อนฝูง หรือจูงแฟนไปออกกำลังกายเดินขึ้นเขาก่อนหน่อย ได้ฤดูท่องเที่ยวของที่นี่ "ภูกระดึง" แล้ว ไปสัมผัสความหนาวเย็นกันสักหน่อย หลานคนเคยไปแล้ว หลายคนไปแล้วไปอีก คนที่ไม่เคยไปคงสงสัยว่ามีอะไรดี ก็ขอเชิญชมข้อมูล และจินตนาการก่อนตัดสินใจได้ครับ

ภูกระดึง
     อุทยานแห่งชาติภูกระดึง มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ประกอบด้วยภูเขาที่มีธรรมชาติอันสวยสดงมงามมาก ที่ราบบนยอดภูกระดึงมีที่อาศัยของสังคมพืชเมืองหนาวหลายชนิด เช่น ป่าสนสองใบ ป่าสนสามใบ ป่าต้นเมเปิ้ล และพันธุ์ได้ดอกที่สวยงาม เช่น กุหลาบป่า ม้าวิ่ง เอื้งหินคำ ดอกม่วนดักหงาย เป็นต้น ตลอดจนมีเอกลัษณ์ทางธรรมชาติ บรรยากาศและทิวทัศน์ที่สวยงามหลายแห่ง อุทยานแห่งชาติภูกระดึงมีเนื้อที่ประมาณ 348.12 ตารางกิโลเมตร หรือ 217,576.25 ไร่

ประวัติความเป็นมา
    
ตามตำนานกล่าวกันว่า มีพรานผู้หนึ่งตามล่ากระทิงโทนขึ้นไปจนถึงบนยอดเขาลูกหนึ่งในเขตตำบลศรีฐาน ได้พบพื้นที่บนยอดเขาราบเรียบ และกว้างใหญ่มากเป็นทุ่งหญ้าสลับ กับป่าสนมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างเรียงรายเป็นระเบียบ และยังเต็มไปด้วยสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า ฝูงกระทิง เก้ง กวาง ซึ่งหากินอยู่เป็นฝูงๆ ไม่ตระหนกตื่นกลัวนายพราน เนื่องจากไม่เคยเห็นคนมาก่อน ภูกระดึงซึ่งธรรมชาติได้ปิดบังซ่อนเร้นมานานก็ถูกเปิดเผยให้มนุษย์รู้จักแต่นั้นมา

     จากการเล่าลือกันมาแต่โบราณว่า มีผู้ได้ยินเสียงระฆังของพระอินทร์ที่อยู่บนเขานี้ ดังนั้นจึงได้ชื่อว่า ภูกระดึง หรือภูกะดึง เพราะคำว่า "ู" หมายถึง ภูเขา และ "กระดึง" มาจาก "กระดิ่ง" ภาษาพื้นเมืองจังหวัดเลยแปลว่า "ระฆังใหญ่" นอกจากนี้เมื่อขึ้นไปยอดเขาบางส่วนหากเดินหนักๆ หรือใช้ไม้กระทุ้งก็จะมีเสียงก้องคล้ายระฆัง ซึ่งเกิดจากโพรงข้างใต้ จึงได้รับขนานนามว่า "ภูกระดึง"

สภาพภูมิประเทศ

สภาพทั่วไปของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเป็นภูเขาหินทรายที่มีพื้นที่ราบบนยอดเขากว้างใหญ่ สลับกับเนินเตี้ยๆ ยอดสูงสุดคือ ภูกุ่มข้าว สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,350 เมตร เป็นแหล่งกำเนิดของลำน้ำพอง ซึ่งหล่อเลี้ยงเขื่อนอุบลรัตน์ และเขื่อนหนองหวาย ในจังหวัดขอยแก่น ยอดภูกระดึง ประกอบไปด้วยป่าสนสลัยกับป่าก่อและทุ่งหญ้า มีพันธุ์ไม้ดอก ไม้ใบ ขึ้นอยู่ทั่วไปตามบริเวณน้ำตก ลำธาร และลานหิน ซึ่งธรรมชาติได้สร้างสรรค์ไว้อย่างสวยงามยิ่ง

จุดเด่นที่น่าสนใจ
ผานกแอ่น 
อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 2 กิโลเมตร และห่างจากหลังแป 2.5 กิโลเมตร ผานกแอ่นเป็นลานหินเล็กๆ มีสนขึ้นโดดเด่นริมหน้าผมต้นหนึ่ง เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่งดงามยิ่งอากาศก็สดชื่นเย็นสบาย มองเห็นทิวทัศน์เบื้องล่างซึ่งเป็นท้องทุ่ง และเทือกเขา เห็นผานกเค้าได้ชัดเจน ริมทางใกล้ผานกแอ่นเป็นสวนหินมีดอกกุหลาบป่าขึ้นอยู่เป็นดงใหญ่ จะบานสะพรั่งเต็มต้นในเดือนมีนาคม-เมษายน

ผาหล่มสัก 
ถือได้ว่าเป็นลัญลักษณ์ของภูกระดึงเลยก็ว่าได้ อยู่ห่างจากที่ทำการประมาณ 8 กิโลเมตร เป็นลานหินกว้าง และมีสนต้นหนึ่งขึ้นอยู่ชิดริมผาใกล้กับชะง่อนหินที่ยื่นออกไปในอากาศทางทิศใต้ บริเวณผาหล่มสักนี้มองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสลับซับซ้อน นเขตจังหวัดเพชรบูรณ์ และเป็นจุดหนึ่งที่เหมาะแก่การชมพระอาทิตย์ตกดิน จะเกิดทัศนียภาพงดงามที่สุด

สระอโนดาต เป็นสระน้ำขนาดย่อมที่มีต้นสนขึ้นเป็นแนวแน่นขนัด ตามริมสระบริเวณปากธารน้ำไหล มีลานหินโผล่ขึ้นมายามน้ำน้อยสามารถไปนั่งเล่นได้ จากบริเวณสระอโนดาตยังมีการเดินทางไปบรรจบกับเส้นทางสู่ถ้ำสอและถ้ำน้ำได้

 

สระแก้ว 
 อยู่ส่วนต้นน้ำของลำธาร “ธารสวรรค์” ลักษณะเป็นวังน้ำลึกขนาดไม่กว้างนัก น้ำใสมากมองเห็นพื้นหิน ต่อจากบริเวณสระแก้วมีทางเดินชมธรรมชาติผ่านลานหิน ซึ่งมีดอกหรีด(สีม่วงอมน้ำเงินเกสรสีเหลือง) ขึ้นกระจายทั่วไป บริเวณที่โล่งริมน้ำ

น้ำตกเพ็ญพบใหม่ 
เกิดจากลำธารวังกวาง น้ำตกผ่านผาหินรูปโค้ง ในหน้าหนาวใบเมเปิ้ลจากบริเวณริมน้ำตกจะร่วงหล่นลอยไปตามผิวน้ำ ยามแดดสาดส่องผ่านลงมาจะเป็นสีแดงจัดตัดกับ สีเขียวขจีของตะไคร่น้ำตามโขดหิน ลำธารวังกวางเป็นต้นกำเนิดน้ำตกที่มีชื่ออีกแห่งหนึ่งคือ น้ำตกโผนพบ ซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติแก่ โผน กิ่งเพชร นักชกแชมเปี้ยนโลกคนแรกของชาวไทย ในฐานะเป็นผู้ค้นพบคนแรกเมื่อคราวที่ขึ้นไปซ้อมมวยให้ชินกับ อากาศหนาวก่อนเดินทางไปชกในต่างประเทศ

น้ำตกตาดร้อง เกิดจากลำน้ำพอง ซึ่งไหลลงมาจากภูกระดึง หุบเขาทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือ สองฝั่งของตาดร้องเป็นผาหินสูงชันมาก เมื่อน้ำตกผ่านผาหินกว้างที่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ จึงทำให้เกิดเสียงดังกึกก้อง

นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง เช่น น้ำตกถ้ำสอ น้ำตกผาน้ำผ่า ถ้ำใหญ่ น้ำตกขุนพอง ผาหมากดูก ผาแดง ผาเหยียบเมฆ สวนสีดา เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่มีทางเดินชมธรรมชาติติดต่อถึงกันหมด ฉะนั้นผู้ที่จะเดินทางไปท่องเที่ยวภูกระดึงควรใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน เพื่อจะได้เที่ยวชมธรรมชาติที่สวยงามเหล่านั้นได้ทั่วถึง

 

ที่พัก

เนื่องจากเป็นอุทยานแห่งชาติจึงไม่มีที่พักของเอกชนให้บริการ แต่ทางอุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้จัดให้มีบริการบ้านพักดังนี้
- บ้านสะเหลี่ยงดง  พักได้ 8 คน มี 2 ห้อง ราคา 500 บาท
- บ้านลำดวนดง พักได้ 8 คนมี 2  ห้อง ราคา 500 บาท
- บ้านสายน้ำผึ้ง พักได้ 8 คนมี 2 ห้อง ราคา 500  บาท
- บ้านทรงบาดาล พักได้ 8 คนมี 2 ห้อง ราคา 500 บาท
- บ้านสุพรรณิกา พักได้ 8 คนมี 2 ห้อง ราคา 500 บาท
- บ้านอัมพวา พักได้ 8 คนมี 2 ห้อง ราคา 500 บาท
- เรือนแถว พักได้ 40 คนมี 4 ห้อง ราคา 1,200  บาท
- เรือนแถว พักได้ 30 คนมี 5 ห้อง ราคา 1,000 บาท
ติอต่อขอจองบ้านพักได้ที่ ส่วนอุทยานแห่งชาติ สำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ ถนนพหลโยธิน เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900 โทร. 579-5734 , 579-7223 
หรือติดต่อโดยตรงที่ อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ม.1 ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดีง จังหวัดเลย 42180 

่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา บ้านพักเหล่านี้เหล่านี้มักจะถูกจองกันล่วงหน้า ข้ามปีเลยก็ว่าได้
แต่ไหนๆมาภูกระดึงทั้งที พักในบ้านพัก ก็เหมือนนอนอยู่บ้าน

ทางอุทยานจึงได้จัดให้บริการให้เช่าเต้นท์ และมีผ้าห่มและหมอนไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ถ้าคุณเป็นนักแบกเป้ ก็สามารถนำเอาเต้นท์ของคุณไปเองก็ได้ โดยเสียค่ากางเต้นท์ณ.ที่ทำการอุทยานเท่านั้นเอง

***ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

 

การเดินทาง

จากกรุงเทพ โดยการรถไฟไปลงที่ขอนแก่น แล้วโดยสารรถสองแถว หรือรถประจำทางต่อไปถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึงโดยตรง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นเป็นเขาขึ้นสู่ยอดภูอีก 5 กิโลเมตร จะถึง “หลังแป” แล้วเดินเท้าไปตามทุ่งหญ้าอีก 3 กิโลเมตร ก็จะถึงที่พักบนยอดภูกระดึง หรือขึ้นรถโดยสาร จากสถานีขนส่งสายเหนือ กรุงเทพ-เลย ไปลงที่ผานกเค้าแล้วโดยสารรถประจำทางสายขอนแก่น – เลย ถึงที่ว่าการอำเภอภูกระดึง จากนั้นต่อรถสองแถวหรือจักรยานยนต์รับจ้างอีก 5 กิโลเมตร ก็จะถึงอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

 

ข้อแนะนำการท่องเที่ยวแหล่งธรรมชาติ

จุดประสงค์ของการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเพื่อรักษาทรัพยากรซึ่งเป็นธรรมชาติดั้งเดิมให้ถาวรตลอดไป เพื่อเป็นประโยชน์ในด้านการศึกษา และการพักผ่อนของประชาชน ท่านสามารถช่วยทางราชการได้โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

1.       ท่านต้องไม่เข้าไปยึดครองแผ้วถางป่า เก็บแร่ เก็บดิน หิน และพันธุ์ไม้ต่างๆ รวมทั้งของป่าทุกชนิด

2.       ท่านต้องไม่ล่าสัตว์ และไม่นำสัตว์ทุกชนิดเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ

3.       ไม่ทำเสียงดังจนเป็นที่รบกวนแก่นักท่องเที่ยวและสัตว์

4.       ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดไฟป่า  หากมีความจำเป็นต้องก่อไฟ เมื่อเสร็จแล้ว ควรดับให้สนิททุกครั้ง

 

 



HOME
1