ยาเสพติด หมายถึง ยาหรือสารเคมีที่เสพเข้าสู่ร่างกายแล้ว
ทำให้เกิดพิษเรื้อรังแก่ร่างกายของผู้เสพ
และก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมทั้งทางร่างกายและจิตใจของผู้เสพ

26 มิถุนายน
วันต่อต้านยาเสพติดโลก

ประสาทหลอน เป็นโรคจิต วิกลจริต เพราะกินยาม้า

โทษของยาเสพติด

ยาเสพติด มื่อเสพเข้าสู่ร่างกายแล้ว ทำให้เกิดพิษเรื้อรังแก่ร่างกาย และก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมทั้งทางร่างกาย และจิตใจของผู้เสพ นอกจากนี้ยาเสพติดให้โทษยังลงมีลักษณะพิเศษอีก 3 ประการ
1. ทำให้เกิดความต้องการอย่างแรงกล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ ที่จะหายามาเสพได้อย่างต่อเนื่อง
2. ผู้เสพต้องยอมทนในสภาพอยู่ภายใต้บังคับ ต้องเสพยาเสพติดนั้นตลอดไปจะหยุดเสพไม่ได้
3. ผู้เสพต้องเพิ่มปริมาณในการเสพยาเสพติดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเป็นอันตรายแก่ร่างกาย จิตใจและชีวิต

ประเภทของยาเสพติด

ทางการแพทย์ จำแนกประเภทยาเสพติดให้โทษตามลักษณะการออกฤทธิ์ ออกได้ 6 ประเภท คือ
1. ฝิ่น มอร์ฟีน เฮโรอีนและอนุพันธ์อื่น ๆ ของฝิ่นรวมถึงสารสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน เช่น โพทีดีน เมธาโดน
2. ยาที่ออกฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง ได้แก่ ยากล่อมประสาท ยานอนหลับต่าง ๆ
3. ยาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง ได้แก่ ยาม้า โคเคน กระท่อม
4. ยาที่ออกฤทธิ์ทำให้ประสาทหลอน ได้แก่ กัญชา แอลเอสดี รวมถึงสารที่ได้จากเห็ดบางชนิด
5. สารระเหยต่าง ๆ เช่น ทินเนอร์ แลกเกอร์ กาวติดเครื่องบิน เบนซิน น้ำยาแล็บ
6. แอลกอฮอล์ ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก จัดเป็นยาเสพติดให้โทษด้วย

ลักษณะของผู้ติดยาเสพติด

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย

- สุขภาพ ทรุดโทรมผอมซูบซีด
- ริมฝีปากเขียวคล้ำ แห้งแตก
- ผิวหนังหยาบกร้าน เป็นแผลพุพอง
- น้ำมูกน้ำตาไหล เหงื่อออกมาก
- มักใส่แว่นกรองแสงสีเข้ม เพื่อต่อสู้กับแสงสว่างเพราะม่านตาขยาย
- มีร่องรอยการเสพยาโดยการฉีด นิ้วมือมีรอยคราบเหลืองสกปรก
- มีรอยแผลเป็นที่ท้องแขนเป็นรอยกรีด ด้วยของมีคม (ทำร้ายตนเอง)

การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจ ความประพฤติ และบุคลิกภาพ

- ขาดการเรียน หนีโรงเรียน การเรียนด้อยลงสติปัญญาเสื่อม การงานบกพร่อง
- ไม่สนใจต่อสิ่งแวดล้อม ชอบแยกตัวเอง หลบซ่อนตัว ทำตัวลึกลับ
- เป็นคนเจ้าอารมณ์ หงุดหงิด เอาแต่ใตจตนเอง ขาดเหตุผล พูดจาก้าวร้าว ดื้อรั้นไม่เชื่อฟัง สามารถทำร้ายบิดามารดาได้
- ไม่สนใจความเป็นอยู่ของตนเอง แต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อย สกปรก
- สีหน้าแสดงความผิดหวังกังวล ซึมเศร้า
- พกอุปกรณ์เกี่ยวกับยาเสพติด เช่น เข็มฉีดยา กระดาษตะกั่ว ไม้ขีดไฟ

เมื่อขาดยาเสพติดจะมีอาการอยากยาเสพติดเกิดขึ้นเช่น

- มีอาการน้ำมูก น้ำตาไหล หาวนอน จามคล้ายเป็นหวัด
- กระสับกระส่าย กระวนกระวาย หายใจถี่ลึก จ้องหาแต่ยาเสพติด จะขวนขวายหามาเสพไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ
- คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเดิน อาจมีเลือดปนออกมาด้วย เรียกว่า ลงแดง
- ขนลุก เหงื่อออก เป็นตะคริว กล้ามมเนื้อกระตุก ขบฟัน ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดเสียวในกระดูกดิ้นทุรนทุราย
- มีไข้และความความดันโลหิต ชักกระตุก นอนไม่หลับ คลุ้มคลั่ง เสียสติ

ทางเลือกสู่ความตายของวัยรุ่น

ปัญหายาเสพติดกับเยาวชนวัยรุ่น เป็นปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นควบคู่กันมาตลอด ผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติดก็ได้พัฒนารูปแบบและวิธีการผลิตตามความก้าวหน้าของวิทยาการ และเทคโนโลยีทั้งนี้เพื่อต้องการหลีกเลี่ยงกฎหมายและการจับกุมของเจ้าหน้าที่
สิ่งที่ผลักดันให้เยาวชนและวัยรุ่นหลงผิด โดยการแก้ปัญหาชีวิตด้วยการใช้ยาเสพติด จะเพราะสาเหตุใดก็ตาม สุดท้ายของชีวิตก็คือ "ทาสของยาเสพติด" อนาคตก็จบสิ้นลง

จากแอมเฟตามีนสู่ยาอี

แอมเฟตามีน

ที่รู้จักกันในชื่อของยาม้า ยาขยัน ยาลดความอ้วน เป็นยาประเภทกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งทำใหน้าที่เก็บความคิดควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ เกี่ยวกับการเคลื่อนไหว การทรงตัว ฯลฯทางการแพทย์ได้คิดค้นขึ้นมาเพื่อใช้ในการบำบัด รักษาโรคจิต ซึมเศร้า โรคง่วงหลับ ปัจจุบันเลิกใช้แล้ว เพราะเมื่อใช้ติดต่อกันช่วงระยะเวลาหนึ่งจะทำให้คนไข้เกิดการเสพติด และมีผลข้างเคียงสูง เช่น ความดันโลหิตสูง หลอดเลือดตีบเล็กลง และมีอาการทางจิตชนิดหวาดระแวง เกิดภาพหลอนต่าง ๆ นานา อาจทำร้ายผู้อื่น และตัวเองจนถึงแก่ชีวิตได้

อีฟิดรีน

อีฟิดรีนหรือที่รู้จักกันในชื่อ ยาอี หรืออี้ มีฤทธิ์กระต้นระบบประสาท เช่นเดียวกับยาม้า หรือแอมเฟตามีน ทางการแพทย์ใช้เพื่อลดอาการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการคัดจมูก ป้องกันสภาวะความดันเลือดลด ฯลฯ ถ้าใช้ติดต่อกันในระยะเวลาหนึ่ง จะมีอาการเสพติดได้ และผลที่เด่นชัด คือ ทำให้ระบบประสาทผิดปกติ มีอาการอ่อนเพลีย สับสน ตื่นเต้น ประสาทหลอน หวาดกลัว ฯลฯ ถ้าใช้ในปริมาณมาก และไม่อยู่ในความควบคุมของแพทย์จะมีอันตรายถึงตายได้

เอ็คซ์ตาซี

เอ็คซ์ตาซี ที่รู้จักกันในนามของยา "E",ENJOY,XYC หรือ ADAM มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง เช่นเดียวกับแอมเฟตามีน และขณะเดียวกันก็ออกฤทธิ์ทำให้ประสาทหลอน และควบคุมสติไม่ได้ โดยจะออกฤทธ์หลังเสพไปแล้วประมาณ 30-45 นาที และมีฤทธิ์อยู่ได้นานประมาณ 6-8 ชัวโมง ทำให้การรับฟังเสียง และการมองเห็นสีสูงเกินปกติ ฤทธิ์ของตัวยาในระยะสั้น ทำให้เกิดอาการเหงื่อออก ปากแห้ง หัวใจเต้นเร็ว และความดันสูง มีอาการคลื่นเหียน บางครั้งเกร็งที่แขน ขา และขากรรไกร ผู้ใช้ยาอาจรู้สึกกับสัมผัสสิ่งต่าง ๆที่รุนแรงขึ้น และรู้สึกผ่อนคลาย หลังจากนั้นผู้เสพอาจรู้สึกเหนื่อย และเกิดภาวะกดดันทางจิด ประสาท หากเสพในปริมาณที่มาก ทำให้กล้ามเนื้อ เกร็งตัว สั่น ชัก ระบบหัวใจล้มเหลว และถึงแก่ความตายได้
ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคลมบ้าหมู ถ้าใช้เอ็คซ์ตาซี จะทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว หรือมีปัญหาทางด้านจิตใจ ก็จะผลักดันให้กระทำสิ่งที่เป็นอันตรายต่อชีวิตตนเอง และผู้อื่นขึ้นกว่าในคนทั่วไป

ยาอี....ทางเลือกสู่นรก

ขณะนี้เอคซ์ตาซี กำลังเป็นปัญหาที่สังคมวัยรุ่นทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย ตกเป็นทาสของยาดังกล่าว บางคนได้เสียชีวิต บางรายหัวใจล้มเหลวหรือไม่ก็ฆ่าตัวตายโดยไม่ทราบสาเหตุ
จะเห็นได้ว่าตัวยาทั้งสาม คือ แอมเฟตามีน อีฟีดีน และเอ็คซ์ตาซี ต่างก็มีโทษและพิษภัยทั้งในระยะสั้น และระยะยาวต่อผู้เสพ
ไม่ว่าผู้เสพจะเป็นคนขับรถบรรทุก กรรมกรรับจ้าง กลุ่มคนทำงานกลางคืน นักเรียน นักศึกษาที่เสพยาม้าเพื่อทำงาน หรือให้ดูหนังสือได้มากขึ้น ตลอดจนกลุ่มวัยรุ่นที่รักสนุก หรือดารานักร้องนักแสดงที่หลงผิด เสพยา E หรือเอ็คซ์ตาซี จะด้วยความคึกคะนอง หรือต้องการหลบหลีกความจริงก็ตาม
สุดท้ายต่างก็ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาทั้งสิ้น หากโชคดีไม่เสียชีวิต ก็อาจพิการทางด้านร่างกายและจิตใจไปตลอดชีวิต

คุก คือ แหล่งสุดท้ายของผู้ขายและผู้เสพ

ในประเทศไทยกำหนดให้สาร MDMA (เอ็คซ์ตาซี) จัดเป็นวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2518 ประเภท 1 โทษที่กฎหมายได้ออกไว้
- ผู้จำหน่าย ผู้ผลิต นำเข้าจากต่างประเทศต้องโทษจำคุก 5-20 ปี ปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 400,000 บาท
- ผู้เสพต้องโทษจำคุก ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 100,000 บาท

รักตนเองต้องรู้จักปฎิเสธ

พระเอกวัยรุ่น เพ็ญเพชร เพ็ญกุล แสดงความคิดเห็นไว้ว่า

"เรามีวิธีเที่ยวที่สนุกอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาเสพติด ซึ่งไม่ดีหันมาออกกำลังกาย ดูหนัง เล่นเกม เมื่อมีคนแนะนำให้ลอง ก็จะตอบปฎิเสธทุกครั้งไป"
(ไทยรัฐ 24 มี.ค 38)

รู้ดีเลยไม่คิดลอง

ดาราวัยรุ่น สายฟ้า เศรษฐบุตร แนะนำใเพื่อน ๆรู้จักปฎิเสธ

"มีคนมาชักชวนให้เสพ แต่ตนเองปฎเสธที่จะลอง เพราะคิดว่า การเอาสารเคมีเข้าไปในร่างกาย จะต้องเกิดปฎิกิริยาในทางลบอย่างแน่นอน"
(ไทยรัฐ 24 มี.ค.38)

ปัญหาของยาเสพติด เกิดจาการที่คนเราเลือกใช้ชีวิตในทางที่ผิด
อยากหลีกหนีปัญหาโดยแสวงหาทางออกที่ไม่ถูกต้อง ใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า
สำหรับผู้ที่หลงทางผิด ขอให้กลับใจ
อนาคตข้างหน้า ยังอีกยาวไกล อย่าไปจบสิ้นเพราะยาเสพติด

"ถ้าคนเราไปเกี่ยวข้องสิ่งใดด้วยความเขลา เราก็ต้องเป็นทุกข์เพราะสิ่งนั้น
แต่ถ้าเราเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งใดด้วยปัญญา จะไม่เป็นทุกข์เพราะสิ่งนั้น
ปัญหาทั้งหลายทั้งปวง มันสำคัญอยู่ที่เราใช้ปัญญา
ถ้าเราใช้ปัญญาเป็นเครื่องแก้ ความทุกข์ก็เสื่อมไป"

(ท่านปัญญนันทภิกขุ)
จัดทำโดยได้รับความอนุเคราะห์เอกสารจาก คุณวัลลดา เล้ากอบกุล
โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี

Go Top
Back to Homepage


Email: wichai@bucc4.buu.ac.th
Last update : 16 June 1999 by W. Bunchua
Since 27 May 1999

งดเสพยาม้า
เพื่อชีวิตวันหน้าของลูกเมีย
1