พระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2
ตรัสเมื่อคราวเปิดประชุมผู้แทนจากองค์กรพระศานจักรคาทอลิกทั่วโลก ที่ทำงานเกี่ยวกับเอดส์ว่า
"เอดส์ไม่ใช่โรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทางกายเท่านั้น แต่เป็นเพราะภูมิคุ้มกันทางใจบกพร่องด้วย"

1 ธันวาคม
วันเอดส์โลก
เอดส์ลดหรือเพิ่มเริ่มที่ผู้ชาย
โรคเอดส์อาจป้องกันได้ โดยประพฤติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี
ไม่ละเมิดลูกเขาเมียใครอย่างเคร่งครัด

น.พ.ธานี ศิริยง




 

สถานการณ์แพร่ระบาดของโรคเอดส์

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานบรรยากาศวันเอดส์โลก เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ว่า หลายประเทศทั่วโลก ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ ให้ประชาชนตระหนักถึงมหันตภัย ของโรคเอดส์อย่างคึกคัก เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาด ของโรคเอดส์ยังอยู่ในขั้นน่าวิตก โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกาและเอเชีย จัดเป็นพื้นที่ ที่มีการแพร่ระบาด ของโรคเอดส์รุนแรงที่สุด โดยตามรายงานของสหประชาชาติระบุว่า ปัจจุบันมีประชากรทั่วโลกติดเชื้อเอชไอวี สาเหตุโรคเอดส์แล้วนับ 36.1 ล้านคน ในจำนวนนี้ 5.3 ล้านคนเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา อีกทั้งยังคาดว่าโรคมรณะจะทำให้มีผู้เสียชีวิตนับ 3 ล้านคน ซึ่งถึง 80% อาศัยอยู่ในทวีปแอฟริกา

ด้านนายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวสุนทรพจน์เนื่องในวันเอดส์โลก ชี้ถึงวิธีการยับยั้งและป้องกัน การแพร่ระบาดของโรคเอดส์ว่า สามารถกระทำได้ โดยผู้ชายจะต้องเริ่มใส่ใจและพยายามลดพฤติกรรมความเสี่ยงทางเพศ

 

 

วิบัติเอดส์

ถึง ณ วันนี้ เชื่อว่าคงไม่มีคนไทยคนไหนหรือประชาชน ไม่ว่าอยู่มุมไหนของโลกจะไม่รู้จักกับโรคภูมิกันบกพร่อง หรือเอดส์ เนื่องจากความร้ายกาจ รุนแรงของมันได้เขยิบเข้ามาพรากชีวิตคนใกล้ตัวของเราไปทีละคนสองคน
ที่เมืองเดอร์แบน ประเทศแอฟริกาใต้ ตอนนี้มีการจัดประชุมว่าด้วยเรื่องโรคเอดส์ ซึ่งการประชุมครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 13 แล้ว โดยมีผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์จากหลายชาติเริ่มประชุมกันตั้งแต่ต้นสัปดาห์ เพื่อร่วมหาวิธียืดระยะเวลาของผู้ป่วยเอดส์ให้ยืนยาวขึ้น ขณะเดียวกันก็หาทางสกัดกั้นการแพร่ระบาดเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์รายใหม่ และบางที วัคซีนป้องกันโรคเอดส์อาจจะสำเร็จในอีก 10 ปีข้างหน้า
จากรายงานการประชุมที่เผยแพร่ออกมาเพื่อวันจันทร์ ต้องนับว่าสถานการณ์เอดส์ในประเทศที่อยู่ริมขอบทะเลทรายซาฮารา ในทวีปแอฟริกา น่ากลัวมาก
ถึงขนาดที่คุณหมอรอย เอ็ม. แอนเดอร์สัน แห่งมหาวิทยาลัยอ๊อกฟอร์ด ในอังกฤษ ขนานนามโรคเอดส์ว่าเป็น "วิบัติทางสังคมที่เลวร้ายที่สุดในแอฟริกา นับแต่สิ้นสุดยุคทาส" เลยทีเดียว
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อว่าหายนภัยจากโรคเอดส์ได้คร่าชีวิติผู้คนในแถบนี้ไปแล้วถึง 15 ล้านศพ ย้ำชัด ๆ อีกครั้งว่า 15 ล้านศพ อีกทั้งตอนนี้ก็มีผู้ติดเชื้อมากกว่า 25 ล้านคน ในจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลก 34 ล้านคน ซึ่งแน่นอนว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จะมีผู้คนเฉพาะในภูมิภาคนี้ตายเพราะเอดส์อีกถึงกว่า 25 ล้านราย
เรียกว่าคอนิยายบ้านเราที่ฝันหวานอยากเป็นเจ้าหญิงแสนสวย กลางทะเลทราย เหมือนในนิยายเรื่องฟ้าจรดทรายของ คุณโสภาค สุวรรณ อาจต้องเปลี่ยนใจ
นอกเหนือจากนี้ จากการสำรวจยับพบว่า ช่วงอายุขัยของพลเมืองในประเทศริมขอบทะเลทรายซาฮาราสั้นลงเฉลี่ยแล้วถึง 30 ปี จากที่ประชากรเคยมีอายุโดยเฉลี่ย 71 ปี เดี๋ยวนี้มีอายุเฉลี่ยเหลือเพียง 39 ปีเท่านั้นเอง
อายุสั้นที่สุด เป็นชาวบอตสวานา มีอายุเฉลี่ยแค่ 29 ปี สวาซิแลนด์ 30 ปี นามิเบียและซิบบับเว 33 ปี ส่วนคนในแอฟริกาใต้ มาลาวี และรวันดา มีอายุขัยเฉลี่ยแค่ 36 ปี ขณะที่ ถ้าหากเทียบกับผู้คนในหลายประเทศทั่วโลก จะมีอายุเฉลี่ยกันถึง 70 ปี
สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีข่าวดีถึงประเทศไทยหน่อยนึง เนื่องจากได้รับการยกย่องว่าเป็น 1 ใน 3 ประเทศที่ประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับโรคเอดส์เหมือนกับอูกันดาและเซเนกัล
คุณหมอแอนเดอร์สันชี้ถึงความสำเร็จของไทยที่พิชิตเอดส์จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจว่า เป็นเพราะทั่วประเทศมีการรณรงค์ให้ผู้ชายสวมถุงยางอนามัย 100% โดยเฉพาะเวลามีเพศสัมพันธ์กับผู้หญิงให้บริการทางเพศ นอกจากนั้นยังกระจายข่าวสารให้ประชาชนทั่วประเทศตระหนักถึงมหันตภัยจากโรคเอดส์
หยิบข่าวตรงนี้มาบอกเล่าสู่คุณผู้อ่านไทยรัฐไม่ใช่ต้องการจะบอกว่าประเทศของเรากำลังจะปลอดจากเชื้อเอชไอวี เพราะถึงแม้การตู่สู้โรคเอดส์ของประเทศเรา ต่างชาติจะมองว่าประสบความสำเร็จ แต่ความจริง ยังมีคนไทยติดเชื้อเอดส์จำนวนมาก เอาเป็นว่าแค่ลำพัง จ.พะเยา เพียงจังหวัดเดียว ตอนนี้มีผู้ป่วยเอดส์ซึ่งแสดงอาการแล้วถึง 9,486 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 5 ของประเทศ
ลองคำนวณกันดูเล่น ๆ ก็ได้ว่า ทั่วประเทศจะมีคนติดเชื้อเอดส์สักกี่คน
สถิติผู้ติดเชื้อเอดส์ของไทยน่ะ ยูเอ็นบอกว่ามากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในเอเชียเชียวนา
 
อรัญญา ศรีจันทรนิตย์ นสพ ไทยรัฐ

 

คลินตันสัญญาค้นคว้าวัคซีนเอดส์ได้ในสิบปี


บิล คลินตัน ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ลั่นวาจาไว้ในตอนหนึ่งของสุนทรพจน์ ซึ่งกล่าวแก่บัณฑิต ใหม่ผิวดำ 850 คน ที่มหาวิทยาลัยมอร์แกน สเตด (Morgan State University) แห่งรัฐแมรี่แลนด์ (maryland) เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ค.ศ.1997 นี่เอง

ท่านประกาศยืนยันว่า วัคซีนป้องกันเอดส์จะต้องพบให้ได้ในอีกสิบปีข้างหน้า เหมือนกับที่ท่านจอห์น เอฟ. เคเนดี้ เคยสัญญาว่ามนุษย์จะเหยียบดวงจันทร์ให้ได้เมื่อเดือนเดียวกันนี้ ปี 1961 และอเมริกาก็ทำได้เช่นนั้นจริง ๆ

เพื่อยืนยันคำมั่นของท่าน ประธานาธิบดีคลินตันได้ประกาศแต่งตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาวัคซีนเอดส์ขึ้น ในกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งประกอบด้วยบรรดานักวิทยาศาสตร์ถึง 40-50 คนจากนานาประเทศ และทุ่มงบประมาณเฉพาะงานนี้ถึง 17 ดอลล่าร์ ทำให้วงเงินงบประมาณสู้เอดส์ของชาติปีนี้พุ่งขึ้นสูงมหาศาลถึง 150 ล้านดอลล่าร์

ทุกวันนี้มีคนติดเอดส์ถึงปีละประมาณ 3 ล้านคน ส่วนใหญ่ 90%อยู่ในประเทศที่ยากจนในแอฟริกาและเอเซีย จึงไม่ต้องคำนึงถึงการพิชิตเอดส์ด้วยยาชุดสามขนาน ซึ่งแพงลิบลิ่วถึงปีละครึ่งล้านบาทต่อคน และต้องกินติดต่อกันคนละไม่น้อยกว่า 2-3 ปี

ฉะนั้นสัญญาจากปากประธานาธิบดีคลินตัน จะศักดิ์สิทธิ์เหมือนของท่านอดีตเคเนดี้หรือไม่ต้องติดตามกันต่อไป แต่ก็เป็นปณิธานที่น่าสรรเสริญยิ่งนัก

อย่างไรก็ดี อดแปลกใจไม่ได้ ว่าทำไมท่านคลินตันถึงใจจดใจจ่อกับการสู้เอดส์ด้วยวัคซีนนัก

ท่านมิได้นึกถึงศาสนาบ้างหรือไร ความเคร่งครัดศรัทธาในศาสนาใช่หรือไม่ ที่จะป้องกันโรคเอดส์และโรคติดเชื้ออื่น ๆ ได้โดยไม่ต้องรอวิทยาการ หรือพึ่งงบประมาณมหาศาลแต่อย่างไร เพราะมนุษย์ทุกวันนี้เสื่อมศรัทธาในศาสนากันเหลือเกินมิใช่หรือ จึงต้องประจญเอดส์อยู่เช่นในปัจจุบัน

 

เก้าคำถามกับเอดส์
น.พ.ธานี ศิริยง

โรคเอดส์คืออะไร
โรคเอดส์คือ โรคซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งเรียกง่าย ๆ ว่า เชื้อเอชไอวี (HIV) เชื้อนี้จะไปทำลายระบบความต้านทานโรคตามธรรมชาติให้ต่ำลง ร่างกายจึงอ่อนแอ เกิดเป็นโรคร้ายต่าง ๆ และมะเร็งบางชนิดขึ้นทำให้เสียชีวิตได้ในเวลาเพียง 6 เดือน ถึงหนึ่งปี
 
ทำไมโรคเอดส์ถึงแพร่ได้เร็วนัก
โรคเอดส์แพร่ออกไปได้เร็วก็เพราะยังไม่มีการป้องกันและการรักษาที่ได้ผลแน่นอนประการหนึ่ง และอีกประการหนึ่งเพราะผู้ซึ่งได้รับเชื้อเอดส์เอาไว้แล้ว แม้จะยังดูปกติเหมือนคนทั่วไป แต่อาจแพร่เชื้อโรคร้ายนี้ออกไปได้ พบเชื้อเอดส์ได้ในเลือดและในของเหลวทุกชนิดที่ขับออกไปจากร่างกาย เช่น น้ำกาม น้ำเมือกในช่องคลอด น้ำลาย น้ำนม น้ำตา และน้ำเหลือง น้ำหนองจากแผล เมื่อผู้ใดมาสัมผัสเข้าก็อาจติดเชื้อเอดส์ไปได้
 
เชื้อเอดส์ติดต่อได้อย่างไร
เชื้อเอดส์ติดต่อได้ดังต่อไปนี้
- โดยทางร่วมเพศกับผู้ที่มีเชื้อเอดส์ไม่ว่าจะเป็นเพศเดียวกันหรือต่างเพศ ผู้ซึ่งสำส่วนทางเพศจึงมีโอกาสติดเชื้อเอดส์ได้มาก
- โดยทางได้รับเลือด รับส่วนประกอบของเลือด รับอวัยวะ หรือรับอสุจิในการผสมเทียมจากผู้มีเชื้อเอดส์
- โดยทางร่วมใช้ของแหลมคมกับผู้มีเชื้อเอดส์ เช่น เข็มฉีดยา เข็มเจาะหู เข็มสัก และมีดโกน จึงพบโรคร้ายนี้ระบาดอย่างหนักในกลุ่มผู้ซึ่งเป็นทาสยาเสพติดด้วยวิธีฉีดเข้าเส้นเลือด
- โดยทางมารดาที่มีเชื้อเอดส์สู่ทารก อาจเป็นขณะยังอยู่ในครรภ์ ขณะคลอดหรือขณะยังแบเบาะอยู่ก็ได้ ประมาณครึ่งหนึ่งของทารกที่คลอดจากมารดาเหล่านี้จะติดเชื้อเอดส์ไปด้วย และมักแสดงอาการรุนแรงของโรคแม้เมื่ออายุยังน้อยเพียง 6 เดือนถึงสองขวบเท่านั้น
 
มีทางอื่นอีกหรือไม่ที่เชื้อเอดส์ติดต่อมาได้
เชื้อเอดส์จะเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายโดยผ่านทางผิวหนังที่มีแผล มีรอยปริหรือรอยแทง อาจเป็นอยู่แล้วหรือเป็น ขึ้นขณะนั้นก็ได้ หรือโดยผ่านเข้าทางเยื่อเมือกที่ปกคลุมอยู่ภายในของอวัยวะ เช่น ช่องคลอด ทวารหนัก ท่อปัสสาวะ หรือปากและคอ เป็นต้น ฉะนั้น การสัมผัสกันอย่างฉาบฉวยจึงไม่อาจจะติดเชื้อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นการจับมือถือแขน หรือร่วมใช้ภาชนะอุปกรณ์และสถานที่กับผู้มีเชื้อเอดส์ เช่น ช้อน ชาม แก้วน้ำ โถส้วม หรือสระว่ายน้ำ แม้กระทั่งการถูกแมลงกัดต่อยก็ไม่เป็นไปได้
 
ผู้ที่ได้รับเชื้อเอดส์ไว้แล้ว ต่อไปจะต้องเป็นโรคเอดส์ทุกคนหรือไม่
จะตอบคำถามนี้ให้แน่นอนย่อมไม่ได้ เพราะเราเพิ่งรู้จักและศึกษาและติดตามโรคเอดส์มาได้ไม่นานพอ อย่างไรก็ตามเท่าที่ปรากฏมาแล้ว ประมาณร้อยละสิบถึงสามสิบรายของผู้ได้รับเชื้อเอดส์จะเกิดเป็นโรคเอดส์ขึ้นภายในห้าปี และอัตราการเป็นโรคร้ายนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นลำดับตามจำนวนปี ผู้รู้หลายท่านเชื่อว่าประมาณร้อยละเก้าสิบของบุคคลเหล่านี้จะต้องเป็นโรคเอดส์ไปในที่สุด
 
เหตุใดผู้ที่มีเชื้อเอดส์จึงเป็นโรคเอดส์เร็วช้าและรุนแรงต่างกัน
ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเพราะเหตุใดผู้ที่มีเชื้อเอดส์จึงเกิดเป็นโรคเอดส์เร็วช้าและรุนแรงต่างกัน แต่จากการสังเกตและติดตามศึกษาพอจะกล่าวได้ว่า การได้รับเชื้อเอดส์เข้าไปอีกซ้ำ ๆ ก็ดี การได้รับเชื้อโรคอื่น ๆ อีกก็ดี จะทำให้เกิดเป็นโรคเอดส์ได้เร็วขึ้น และผู้ซึ่งได้รับเชื้อเอดส์เข้าทางกระแสเลือดโดยตรงบ่อย ๆ ครั้ง เช่น ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับเลือด กับทารกในครรภ์มารดา มักจะเกิดเป็นโรคเอดส์ได้เร็วและรุนแรงกว่ารายทั่ว ๆ ไป
 
จะรู้ได้อย่างไรว่าใครมีเชื้อเอดส์อยู่ในตัว
มาตราการเดียวในปัจจุบัน ซึ่งใช้เป็นวิธีพิสูจน์ว่าผู้ใดมีเชื้อเอดส์อยู่ในตัวก็คือการตรวจเลือด อย่างไรก็ดี การตรวจเลือดก็ยังมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ แม้จะมีการตรวจทดสอบอย่างถี่ถ้วนแล้วก็ตาม แต่ผลลบปลอมหรือผลบวกปลอมก็ยังพอพบได้บ้างเป็นครั้งคราว ในการวินิจฉัยจึงต้องอาศัยดูพฤติกรรมของเจ้าของเลือดร่วมด้วย เช่น เป็นบุคคลในกลุ่มเสี่ยงโรค คือเป็นผู้ที่อยู่ในเกณฑ์ของการติดดรคเอดส์ได้ดังที่กล่าวไว้แล้วข้างต้นหรือไม่
 
ถ้ามีเลือดเอดส์บวกแล้วควรกระทำอย่างไร
ผู้มีเลือดเอดส์บวกควรมีคุณธรรมช่วยป้องกันมิให้เชื้อเอดส์จากตนได้แพร่ต่อไป โดยปฏิบัติดังต่อไปนี้
- เลิกสำส่วนทางเพศเสียโดยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะเป็นการป้องกันการแพร่เชื้อโรคร้ายนี้ไปให้แก่ผู้อื่นแล้ว ยังช่วยมิให้ต้องได้รับเชื้อเอดส์หรือเชื้อโรคอื่น ๆ เข้ามาอีกด้วย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดเป็นโรคเอดส์ได้เร็วขึ้น
- ควรแจ้งให้คู่ร่วมเพศรู้ความจริงเสีย หากจะยังมีการร่วมเพศกันต่อไปก็ควรร่วมโดยวิธีปลอดภัย คือการร่วมที่มิได้มีการสอดใส่อวัยวะเข้าภายในร่างกายหรือโดยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง
- ไม่บริจาคเลือด อวัยวะ หรืออสุจิให้แก่ผู้อื่น
- หากเป็นสตรี ต้องมิให้มีการตั้งครรภ์เกิดขึ้นอีกเลย
 
โรคเอดส์ป้องกันได้อย่างไร
โรคเอดส์อาจป้องกันได้ โดยวิธีการต่อไปนี้
- ไม่สำส่อนทางเพส เช่น มีคู่ร่วมเพศหลายคน หรือไม่เลือกหน้า
- ไม่ร่วมเพศกับบุคคลในกลุ่มเสี่ยงโรคอย่างเด็ดขาด
- หากไม่แน่ใจว่าตนเองหรือคู่รักจะมีเชื้อเอดส์อยู่หรือไม่ การร่วมเพศจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษมิให้เกิดการสอดใส่อวัยวะเข้าภายในร่างกาย เหมือนอย่างการร่วมทางช่องคลอด ทางทวารหนักหรือทางปาก มิฉะนั้นก็ต้องสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง
 
แม้ถุงยางอนามัยจะไม่สามารถป้องกันโรคได้อย่างสมบูรณ์ก็ตาม แต่ถ้าใช้ร่วมกับยาฆ่าเชื้ออสุจิด้วยก็จะช่วยลดอัตราการติดเชื้อเอดส์และเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ลงได้แน่นอน
- ไม่ร่วมใช้ของแหลมคมกับผู้มีเชื้อเอดส์ แม้แต่มีดโกนและแปรงสีฟัน หากหลีกเลี่ยงไม่ได้จริง ๆ ก็ควรฆ่าเชื้อเอดส์เสียก่อนด้วยแอลกอฮอล์หรือน้ำเดือด
- ประพฤติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี ไม่ละเมิดลูกเขาเมียใครอย่างเคร่งครัด
Go Top
Back to Home Page
www.aids-thai.com
1