เรื่องราว สาระน่ารู้ ในบ้านบอล 2
ความหมายของการตลาด | เราลองมาดูกันดีกว่า | ความหมายคำย่อใน Inter Chat | เช่น lol หรือ brb |
ปทฝ. กับ ปทจ. | ต่างกันอย่างไร | ลูกชิดที่ทานในน้ำแข็งใส | มาจากต้นอะไร |
สภาพัฒน์ | คืออะไร ทำหน้าที่อะไร | ปลาท่องโก๋ | ทำไมต้องมีสองข้าง |
โดนัท | ทำไม.. จึงมีรู | รางวัลแมก ไซไซ | ความเป็นมาของรางวัลนี้ |
แสงหิ่งห้อย | แสงมาจากไหน | รูตเบียร์ | ทำมาจากอะไร |
เฉาก๊วย | ทำมาจากอะไร | ปูอัด | ทำมาจากอะไร |
ระบบเสียงในโรงภาพยนต์ | มีอะไรบ้าง | น้ำตาล | ไม่เคยเน่าเสีย |
วัดคณิกาผล | จริงหรือที่โสเภณีสร้าง | DNA | คุณรู้จัก DNA ดีแค่ไหน |
1.
ความหมายของการตลาด เราลองมาดูความหมายของการตลาดกันเถอะ - การตลาดคือ การวิเคราะห์ การวางแผนเพื่อขยายกิจการ การวางแผนงานต่างๆ เพื่อรองรับการขาย การจัดการและตระเตรียม - การตลาด เป็นจุดรวมของงานหลากหลายอย่าง การขาย โฆษณา ประชาสัมพันธ์ สำรวจตลาด พัฒนาสินค้าและบริการลูกค้า การจัดกระจายการขาย - การตลาดคือการควบคุมความสมดุลในสภาพแวดล้อม ของธุรกิจที่แปรเปลี่ยน หาตัวแปรที่กระเทือนต่อสภาพธุรกิจในแง่การตลาดและการปฎิบัติการ ทำความเข้าใจต่อพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในบริษัทและสาเหตุที่ผลักดัน พึงมั่นใจว่าได้ดำเนินการทุกอย่างตามระดับความสมดุลที่ได้ตั้งใจให้เป็นไป อย่าลืมลูกค้าโดยการหาความสมดุลระหว่างการจัดหาสินค้าที่ถูกลักษณะ ความต้องการของลูกค้า - การตลาดเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ดังนั้นจึงควรเตรียมพร้อม กิจการต่างๆ จึงมีขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งสิ่งที่ต้องการนั้นก็เปลี่ยนไปตามกาลเวลาและเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา วิธีบริหารการตลาด คือ ขบวนการที่เราวางระบบเพื่อควบคุมความ เปลี่ยนแปลงและกำหนดอนาคตขององค์กร ความสำเร็จที่ต่อเนื่องมาจากการรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันใน การตลาดอย่างต่อเนื่อง - เราควรจะช่วยกัน ได้อย่างไรเพื่อการตลาดที่มั่นคงแข็งแรง ทำงานกันเป็นทีมอย่างสมัครสมานและมีความรักในงาน แสวงหาสิ่งที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป และต่อสู้กับแรงผลักดันของคู่แข่ง รักษาความเติบโตของธุรกิจและผลกำไร ทำให้ลูกค้าพอใจ โดยการปฎิบัติการและบริการที่ดีเยี่ยม - เหตุใดจึงต้องมีการจัดการด้านการตลาด วางแผนเพื่อหวังผลแทนที่จะได้ในวันนี้ด้วยขบวนการปฎิบัติงานที่ทันสมัย รับกับเหตุการณ์ มองลู่ทางเบื้องหน้าเพื่อสร้างรากฐานของวันนี้ให้รับกับอนาคตที่เปลี่ยนได้ อยู่แนวหน้าเสมอเพื่อตอบรับความต้องการและค่านิยมของลูกค้า ใช้ทรัพยากรบริษัท (ซึ่งมีจำกัด) ที่มีอยู่ให้ถูกทางและได้ประโยชน์มากที่สุด - โดยสรุป การตลาดก็คือ การกระทำใดๆ เพื่อให้เกิดกิจการ การซื้อ-ขาย การกระทำใดๆ เพื่อสร้างภาพพจน์ของ องค์กร ตัวสินค้าและบริการ การกระทำใดๆ ที่เพิ่มปริมาณการซื้อ-ขาย - ขั้นตอนกิจกรรมทางการตลาดมีอะไรบ้าง การวิจัยและพัฒนาตลาด ข้อมูลทางธุรกิจ - ขนาดของธุรกิจ อุตสาหกรรม - ปริมาณของผู้ค้า ผู้ผลิต ผู้ให้บริการ - คู่แข่งขัน แนวทางการตลาด - การโฆษณาและส่งเสริมการขาย - ปัจจัยทางเอกชน - ปัจจัยทางภาครัฐบาล - ช่องทางโอกาสของธุรกิจ - ปัจจัยทางการตลาดที่สำคัญและเป็นหัวใจของการตลาด Product สินค้า และ บริการ Price ราคา อัตราดอกเบี้ย Place การจัดจำหน่าย Promotion การส่งเสริมการขาย การโฆษณา และ PR Service การบริการที่สนองต่อความต้องการของลูกค้า |
จาก BOSS No. 69 หน้า 42 |
2.
ความหมายของคำย่อใน Chat Inter ไม่ว่าจะเป็น lol หรือ brb มีความหมายว่าอย่างไรนะ LOL -----> Laughing Out Loud หัวเราะให้ดังเลย OTF -----> On The Floor (Laughing) หัวเราะจนกองกับพื้น ROTFL -----> Rolling On The Floor Laughing หัวเราะให้กลิ้งกับพื้น IMHO -----> In My Humble Opinion ในความเห็นอันต่ำต้อยของผม BTW -----> By The Way อ้อ! อีกอย่างหนึ่ง AFB ------> Away From keyBoard BRB ------> Be Right Back เดี๋ยวมา โดยคุณ : *:o) - [19 ก.ค. 2541 04:24:23] |
จาก
3. ปทฝ. กับ ปทจ.
ต่างกันอย่างไร ปทฝ. หมายถึง ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขประเภทรับฝาก ณ เคาน์เตอร์เท่านั้น ไม่มีการนำจ่ายจดหมายตามบ้านผู้รับโดยบุรุษไปรษณีย์โทรเลข ปทจ. หมายถึง ที่ทำการไปรษณีย์โทรเลขประเภทรับจ่าย กล่าวคือ มีการรับฝาก ณ เคาน์เตอร์และมีบุรุษไปรษณีย์โทรเลขนำจ่ายตามบ้าน |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 2
4.
ลูกชิดที่ทานกับน้ำแข็งใส
เป็นลูกของต้นอะไร ลูกชิดกับลูกจากมาจากต้นไม้คนละต้น แต่เป็นพืชตระกูลปาล์มเหมือนกัน ลูกชิดมาจากต้นตาว หรือต๋าว เป็นปาล์มชนิด Arenga pinnata (Wurmb.) Merr. ในวงศ์ palmae ปักษ์ใต้เรียกว่า ต้นชก หรือฉก ต้นตาว ชอบขึ้นตามเชิงเขาบริเวณดินร่วน อากาศชุ่มชื้นลักษณะลำต้นตรงดิ่ง ขนาด ลำต้นโตกว่าต้นตาล ใบมีลักษณะเช่นเดียวกับมะพร้าว แต่โตและแข็งแรงกว่า ใบใช้มุงหลังคา กั้นฝาบ้าน ก้านใบนำมาทำไม้กวาดได้ เส้นใยที่ลำต้นใช้ทำแปรง ยอดอ่อนที่ขั่วหัวใช้กินแบบผักสด หรือดองเปรี้ยวเก็บไว้แกงส้ม แกงกะทิ ผลตาวออกเป็นทะลาย เนื้อในเมล็ดเรียกว่า ลูกชิด กินได้สดๆ หรืออาจจะนำ ไปเชื่อมน้ำตาลเพื่อให้ได้รสอร่อยขึ้น ส่วนต้นจากเป็นปาล์มชนิด Nypa fruticans Wurmb. ในวงศ์ Nypaceae ผลเป็นทะลาย เนื้อในเมล็ดเรียกว่า ลูกจาก กินได้ทั้งแบบสดๆ หรือเชื่อมเช่นกัน แต่เนื้อลูกจากมีสีขาวขุ่นกว่า |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 2
5. สภาพัฒน์
คืออะไร สภาพัฒน์ เป็นชื่อย่อที่คนทั่วไปใช้เรียก สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หน่วยงานนี้รัฐบาลก่อตั้งขึ้นในช่วง หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของชาติที่กำลังตกต่ำ เดิม ใช้ชื่อว่า สภาเศรษฐกิจแห่งชาติ มีหน้าที่หลัก คือ ให้ความเห็น คำแนะนำ วิธีการ แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจแก่รัฐบาล รวมทั้งรวบรวมสถิติทั่วราชอณาจักรภายหลัง ขยายขอบข่ายงานและเปลี่ยนชื่อเป็น สภาพัฒนาการเศรษฐกิจแห่งชาติ และ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในที่สุด เป็นที่น่าสังเกตว่า คนทั่วไปจะเรียกสำนักงานฯว่า สภาพัฒน์ แต่ข้าราชการของ สำนักงานฯเองจะเรียกสถานที่ทำงานของพวกเขาว่า สศช. ซึ่งเป็นชื่อย่อของ สำนักงานฯ ข้าราชการบางกลุ่มก็เรียกว่า สภาฯ เฉยๆ ขอแนะนำสิ่งที่น่าสนใจในบริเวณที่ทำการสภาพัฒน์ คืออาคารสุริยานุวัตร ซึ่งเป็น อาคารที่ทำการหลังแรก รูปแบบตัวอาคารได้รับอิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันตก สวยงามมาก ปัจจุบันขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติ หากท่านผ่านไปแถว สภาพัฒน์ ซึ่งตั้งอยู่ย่านสะพานขาว ริมคลองผดุงกรุงเกษม อย่าลืมแวะไปชม |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 2
6. ปลาท่องโก๋
ทำไมมีสองข้าง ตำนานปลาท่องโก๋มีที่มาจากนายทหารจีนผู้หนึ่ง นามว่า งักฮุย รับราชการในแผ่นดิน พระเจ้าเกาจง งักฮุยเป็นนายทหารที่ซื่อสัตย์ เข็มแข็ง เป็นที่รักใคร่ของประชาชน ศึกครั้งสำคัญก็คือการทำสงครามกับพวกกิม ซึ่งเป็นชนชาติ เร่ร่อนพเนจรแถบภาค อีสานของจีนใก้ลกับเกาหลี งักฮุยรบจนเกือบจะชนะอยู่แล้ว แต่ก็ได้รับพระบรม- ราชโองการให้ยกทัพกลับ ทั้งนี้เนื่องจากฉิ่งไขว่ มหามนตรีผู้ลอบสวามิภักดิ์ต่อพวก กิมคอยเพ็ดทูลยุยงส่งเสริมพระเจ้าเกาจงให้เจรจายุติสงครามกับพวกกิม งักฮุยเสียใจมากถึงกับกล่าวว่า "เสียแรงที่เราบากบั่นต่อสู้พวกกิมด้วยความยาก ลำบากเป็นเวลาถึง 10 ปี ความอุตสาหะนั้นจะต้องพินาศลงชั่วเวลาเพียงวันเดียวเท่านั้น ครั้นกลับมาแล้วก็ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นข้าราชการชั้นองคมนตรี แต่ฉิ่งไข่วและ พรรคพวกได้คอยหาโอกาสกำจัดงักฮุยเสีย จึงคอยใส่ร้ายป้ายสีหาว่างักฮุยคิดกบฏ จนในที่สุดงักฮุยและบุตรถูกจับไปจำขังอยู่ในเรือนจำเป็นเวลา 2 เดือน แต่รูปคดี ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะงักฮุยไม่มีความผิดแต่ประการใด ฉิ่งไขว่จึงลอบมีหนังสือ ลับไปยังพัสดีเรือนจำให้สังหารงักฮุยเสีย การสิ้นชีพอย่างน่าอนาถของวีรบุรุษงักฮุยผู้นี้จึงกลายมาเป็นธรรมเนียมของประชาชน ชาวจีนให้นำแป้งสาลีมาปั้นเป็นชิ้นสองชิ้นติดกันแล้วทอดน้ำมัน เรียกว่า "อิ้วจาก้วย" (ไทยเรียกเพี้ยนเป็น "ปลาท่องโก๋" ซึ่งที่จริงแล้วเป็นขนมคนละชนิดกัน) ทั้งนี้เพื่อแสดง ความเคียดแค้นในตัวฉิ่งไขว่ โดยเปรียบเนื้อแป้งสาลีเป็นของฉิ่งไขว่และภรรยานำมา ทอดน้ำมันกินให้หายแค้น |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 2
7. ทำไม
โดนัทจึงมีรู ขนมโดนัทซึ่งเป็นขนมพื้นเมืองของเนเธอแลนด์นั้น เดิมไม่มีรูตรงกลาง แต่เป็นแป้งทอดมีรสหวาน บางครั้งโรยน้ำตาลด้วย มีชื่อภาษาดัตช์ที่แปล เป็นไทยได้ว่า ขนมน้ำมัน (oil cake) ชาวยุโรปที่อพยพไปสหรัฐอเมริกา ในต้นศตวรรษที่ 17 ได้นำขนมประเภทนี้ไปด้วย เนื่องจากขนมนี้มีรูป ร่างกลมเล็กเท่าลูกวอลนัท ชาวนิวอิงแลนด์จึงเรียกขนมนี้ใหม่ว่า (โด แปลว่า ก้อนแป้ง) ทั้งๆ ที่ขนมนี้ไม่มีถั่วเป็นส่วนประกอบเลย รูตรง กลางโดนัทเพิ่งถือกำเนิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของศตวรรษที่ 19 เมื่อนาย แฮนสัน เกรกอรี กัปตันเรือชาวเมืองรอคพอท รัฐเมน เจาะรูแป้งโดนัท ที่มารดากำลังจะทอด เพราะคิดว่าการขยายพื้นผิวหน้าของขนม จะทำ ให้ทอดได้ง่ายขึ้น และแต่เดิมนั้น ตรงกลางของโดนัทมักจะแฉะ สุกไม่ทั่ว เมืองรอคพอทภาคภูมิใจในรูโดนัทมาก ถึงกับสร้างป้ายทองแดงจารึก เหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ เหตุการณ์นี้สอนให้รู้ว่า ในสหรัฐอเมริกา คน เราอาจมีชื่อเสียงได้โดยไม่ต้องคิดอะไรใหม่ๆเลย |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 1
8. รางวัล แมก
ไซไซ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2541 ที่ผ่านมา มูลนิธิรามอนแมกไซไซ ประกาศว่า ผู้ที่ได้รับรางวัล ของมูลนิธิในสาขางานบริการสาธารณะประจำปี 2541 คือ นายโสภณ สุภาพงษ์ กรรมการ ผู้จัดการบริษัทบางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)... "รางวัลแมกไซไซ" หรือ Ramon Magsaysay Award เป็นรางวัลประกาศเกียรติคุณ ของบุคคลหรือนิติบุคคลผู้สร้างสรรค์งานอันเป็นคุณประโยชน์แก่สังคมในทวีปเอเซีย และมีการเปรียบเทียบกันว่า รางวัลนี้เป็นเสมือนรางวัลโนเบลแห่งเอเซีย รางวัลจัดไว้สำหรับผลงานดีเด่น 5 สาขา คือ - สาขางานบริการภาครัฐบาล (Government Service) - สาขางานบริการสาธารณะ (Public Service) - สาขาส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศ (International Understanding) - สาขาผู้นำชุมชน (Community Leadership) - สาขาวารสารศาสตร์ วรรณกรรม และศิลปกรรมนฤมิต (Journalism, Lierature and Creative Arts) มูลนิธินี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่อดีตประธานาธิบดีรามอนแมกไซไซ แห่งฟิลิปินส์ ที่ถึงแก่ อสัญกรรมด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตกเมื่อปี 2500 ส่วนรางวัลแมกไซไซ เริ่มมอบ กันเป็นครั้งแรกในปีพศ. 2501 การประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลจะเริ่มตั้งแต่ช่วงกลาง เดือนกรกฏาคม จนครบทั้ง 5 สาขาแล้วจะแจกรางวัลกันในวันที่ 31 สิงหาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดของอดีตประธานาธิบดีผู้เป็นที่รักของชาวฟิลิปินส์ทั้งหลาย รางวัลที่มอบให้แต่ละสาขานั้นประกอบด้วย ใบประกาศเกียรติคุณ เหรียญทองเชิดชูเกียรติ และเงินสด 50,000 ดอลลาร์อเมริกัน (ประมาณ 2 ล้านเชียวนะ) นับตั่งแต่มีการประกาศรางวัลแมกไซไซมอบแก่บุคคลหรือนิติบุคคลมา 41 ปีเข้าปีนี้แล้ว มีคนไทยและสถาบันนิติบุคคลไทยได้รับรางวัลนี้ 19 ราย เป็นบุคคล 17 รวมคนปัจจุบัน กับองค์กรนิติบุคคลอีก 2 แห่ง ดังนี้ |
|||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
***
หากคุณอยากรู้ประวัติของคุณโสภณ
สุภาพงษ์
ลองไปอ่านในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน |
จาก
แพรวสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 372 หน้า 66
9.
หิ่งห้อยทำไมจึงมีแสง แสงที่เกิดจากหิ่งห้อยเป็นแสงที่ไม่มีความร้อน เราเรียกแสงที่เกิดขึ้น โดยปราศจากความร้อนว่า แสงนวล (Luminescence) แสงในตัว หิ่งห้อยเกิดจากสารลูซิเฟอริน (Luciferin) ซึ่งจะรวมตัวกับออกซิเจน ในขณะที่เกิดปฏิกิริยาแสงสว่าง แต่ปฏิกิริยานี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อมี สารลูซิเฟอเรส (Luciferase) อยู่ด้วย ลูซิเฟอเรสทำหน้าที่เป็นตัวช่วย (catalyst) ให้เกิดปฏิกิริยาเคมีขึ้นเท่านั้น ปริมาณแสงสว่างที่เกิดจากหิ่งห้อยมีน้อยมาก คือ เพียงประมาณ 1 ใน 1,000 ของแสงสว่างจากเทียนไขธรรมดา เราสามารถประดิษฐ์ แสงแบบนี้ได้ในห้องทดลอง แต่สารทั้งสองคือ ลูซิเฟอริน และ ลูซิเฟอเรส ต้องได้มาจากตัวหิ่งห้อยโดยตรง เพราะนักเคมียังไม่ สามารถสังเคราะห์สารทั้งสองนี้ได้ |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 3
10.
รูตเบียร์ทำมาจากอะไร รูตเบียร์ เป็นเครื่องดื่มที่เจือกลิ่นรากของต้นซาสซาฟราส (sassafras) สันนิษฐานว่าที่มา ของชื่อ รูตเบียร์ ก็คือการใช้ราก (root) ซึ่งมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวในการปรุงเครื่องดื่มนั่นเอง ผู้คิดค้นรูตเบียร์ชื่อ ชาร์ลส์ เอลเมอร์ ไฮร์ส แห่งเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลวาเนีย สหรัฐ- อเมริกา โดยร่วมมือกับ ดร. วิลเลียม ซิมพ์สัน และ ดร. เฮนรี่ แลฟแมน ในปีค.ศ. 1866 ต่อ มาในปีค.ศ. 1869 นายไฮร์สก็เปิดร้านขายของชำในเมืองฟิลาเดลเฟีย และตั้งป้ายโฆษณาไว้ ที่ตู้ขายน้ำว่า "ไฮร์ส รูตเบียร์ 5 เซนต์" ในปีค.ศ. 1876 เขาเริ่มธุระกิจการขายรูตเบียร์ใน ระดับชาติ น่าเสียดายที่ไม่มีข้อมูลอธิบายว่า ทำไมจึงเรียกเครื่องดื่มชนิดนี้ว่า เบียร์ |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 5
11.
เฉาก๊วยทำมาจากอะไร เฉาก๊วย ทำมาจากพืชชื่อเดียวกัน เป็นพืชล้มลุกประเภทคลุมดิน ต้นเล็ก ลักษณะคล้ายต้นสะระแหน่ เพียงแต่ใบใหญ่กว่าและเรียวแหลม สมัยก่อนไทยต้องสั่งต้นเฉาก๊วยแห้งจากเมืองจีนมาทำเฉาก๊วย ปีละนับล้านบาท มา 20 ปีนี้เอง จึงมีคนไทยนำพันธุ์เฉาก๊วยมาปลูกในไทย ทำรายได้แก่ผู้ปลูกไม่น้อย การทำเฉาก๊วยไม่ได้มีกรรมวิธีสลับซับซ้อนอะไรเลย เพียงนำต้นเฉาก๊วยมาต้มเอาเมือก แล้วผสม แป้งมันให้อยู่ตัว เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จ คนจีนเชื่อว่าเฉาก๊วยมีสรรพคุณแก้ร้อนใน ไข้หวัด ความดันโลหิตสูง ตับอักเสบ และแก้อักเสบ |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 6
12.
ปูอัดทำมาจากอะไร ปูอัด ภาษาทางการเรียกว่า เนื้อปูเทียม การผลิตเนื้อปูเทียม เกิดจากความคิดที่ว่า ปลาที่จับ ได้ในปัจจุบันส่วนใหญ่มีขนาดเล็ก ถือว่าไม่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจเพราะผู้บริโภคไม่นิยมราคา จึงถูกมาก ประมาณร้อยละ 90 ของปลาขนาดเล็กหรือที่เรียกว่า ปลาเป็ด จะถูกนำไปทำเป็น ปลาป่นสำหรับใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารสัตว์ นับได้ว่าเป็นการใช้ทรัพยากรสัตว์น้ำอย่าง ไม่มีประสิทธิภาพ และแล้วบริษัทแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นก็คิดค้นนำปลาดังว่านี้มาทำเป็นเนื้อปูเทียม ขึ้นเป็นครั้งแรกในปีพ.ศ. 2518 ไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีศักยภาพในการทำประมง และบริษัท ผลิตเนื้อปูเทียมมานานหลายปีแล้ว ปลาที่ใช้ ได้แก่ ปลาทรายแดง ปลาทรายขาว ปลาตาโต ปลาดาบ ปลากระพง ฯลฯ วิธีทำเริ่มต้นจากการนำปลามาตัดหัว ควักไส้ทิ้ง ส่งเข้าเครื่องบีบ เอาแต่เนื้อปลา นำปลาบดที่ได้มาผสมเครื่องปรุงจำพวกแป้ง น้ำตาล เกลือ ผงชูรส และกลิ่นปู เสร็จแล้วนำไปทำให้สุกและทำให้เนื้อปลามีลักษณะเป็นเส้นเหมือนเนื้อปูจริงๆ จากนั้นจึงอัดเป็น แท่งยาวๆแล้วตกแต่งสีให้ดูเหมือนเนื้อปูจริงๆ บางบริษัทถึงกับอัดเนื้อปูเทียมเป็นรูป ก้ามปู (ที่แกะเปลือกแล้ว) ดูน่ากินอย่างไรก็ตาม มีผู้บริโภคจำนวนมากคิดว่าปูอัดเป็นเนื้อปูจริงๆ พอรู้ในภายหลังว่าทำมาจากเนื้อปลา ถึงกับเลิกทานไปเลยก็มี |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 6
13.
ระบบเสียงในโรงภาพยนตร์ ตัวย่อภาษาอังกฤษที่นักดูหนังทั้งหลายคุ้นหูคุ้นตากันดีนั้น เป็นชื่อย่อระบบเสียงและระบบ โรงภาพยนตร์ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้ SRD : Special Recording Digital เป็นระบบเสียงดิจิตอล คิดค้นโดยบริษัท Dolby Laboratories Inc. การบันทึกเสียงจะบันทึก บนแผ่นฟิล์มระหว่างรูหนามเตย เสียงจะออกมาพร้อมกับภาพยนตร์โดยอ่านข้อมูลจากจุดที่บันทึก มีทั้งหมด 6 Channel ได้แก่ left right centre left-surround right-surround และ subbass DTS : Digital Theatre System เป็นระบบเสียงดิจิตอลที่บันทึกข้อมูลลงในแผ่นซีดีรอมและใช้เปิดไปพร้อมกับการฉายภาพยนตร์ซึ่ง ต้องมีเครื่องควบคุมให้ภาพและเสียงสอดคล้องกัน ระบบนี้ให้ระบบเสียงที่มีคุณภาพ มีให้เลือกสอง แบบคือ แบบ 4 Channel (DTS-S) และ 6 Channel (DTS-6) ซึ่งมีหก Channel เหมือน SRD SDDS : Sony Dynamic Digital Sound เป็นระบบเสียงดิจิตอล คิดค้นและพัฒนาโดยบริษัทโซนี่ มีทั้งหมด 8 Channel ในการติดตั้งทาง โรงภาพยนตร์ต้องเพิ่ม Channel เข้าไปอีก 2 Channel โดยเพิ่มเสียงจากลำโพงด้านหน้า ตำแหน่งกลางซ้ายและกลางขวา ทำให้เสียงจากภาพยนตร์จอใหญ่มีความลึกและครอบคลุมบริเวณ ได้มากกว่า ซึ่งทำให้เกิดความเร้าใจในการชมมากขึ้น THX : Tomilinson Holmoan Experiment เป็นระบบโรงภาพยนตร์ที่ทันสมัยและได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดระบบหนึ่งของโลก คิดค้นและ พัฒนาโดย George Lucus ผู้กำกับภาพยนตร์เรื่อง Starwars และ Tomilison Holman วิศวกรด้านเครื่องเสียงระบบโรงภาพยนตร์ระบบนี้จะมีการตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆภายในโรง โดยจะต้องปูพรมและติดตั้งวัสดุดูดซับเสียง วัสดุกันเสียงสะท้อน และต้องอาศัยวิศวกรด้าน เครื่องเสียงตรวจขนาดและแผนผังของโรงภาพยนตร์เพื่อวางแผนการจัดวางตำแหน่งของลำโพง และจำนวนลำโพงให้สอดคล้องกับขนาดของโรงภาพยนตร์การที่โรงภาพยนตร์ใดจะติดเครื่องหมาย THX หน้าโรงได้ โรงภาพยนต์ดังกล่าวจะต้องได้มาตรฐานและผ่านการตรวจสอบจากบริษัท เจ้าของลิขสิทธิ์ |
จาก 108 ซองคำถาม
ฉบับที่ 7
14.
แปลกแต่จริงที่น้ำตาลไม่เคยเน่าเสีย
อันที่จริงสิ่งมีชีวิตทุกชนิดสามารถย่อยน้ำตาลได้อย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงเป็นเรื่องแปลกว่า ทำไมน้ำตาลกลับไม่เน่าเสียง่ายเหมือนกับแป้งหรืออาหารประจำครัวอื่นๆ ทั้งนี้เพราะว่าน้ำตาลมี ค่าความชื้นเป็นองค์ประกอบอยู่น้อยเหลือเกิน คือประมาณ 0.02 เปอร์เซนต์เท่านั้น ซึ่งทำให้ จุลินทรีย์อันเป็นตัวก่อเชื้อราตกอยู่ในสภาวะขาดน้ำ (dehydration) คำอธิบายมีว่า โมเลกุลของ น้ำจะแพ่รกระจายออกจากจุลินทรีย์ในอัตราความเร็วสูงกว่าที่มันจะซึมเข้า ดังนั้นในที่สุดจุลินทรีย์ ก็จะตายลงเพราะขาดน้ำในร่างกาย นอกจากนี้ค่าความชื้นที่ต่ำมากของน้ำตาลยังเป็นอุปสรรคต่อการ เปลี่ยนแปลงทางเคมีใดๆ อันก่อให้เกิดการเน่าเสียอย่างไรก็ตามถ้าละลายน้ำตาลในน้ำ ยิ่งสารละลาย น้ำตาลเจือจางมากเท่าใด โอกาสที่ราและยีสต์จะเกิดขึ้นยิ่งมีมากเท่านั้น การปล่อยให้น้ำตาลถูกอากาศ ที่มีความชื้นสูงเพียงสองสามวัน ก็ทำให้น้ำตาลดูดรับความชื้นได้มากพอต่อการเจริญเติบโตของรา ด้วยเหตุนี้การเก็บน้ำตาลไว้ในภาชนะที่กันอากาศเข้าจะช่วยชะลอการดูดความชื้นแม้ในสภาวะอากาศชื้น ยิ่งถ้าเก็บรักษาน้ำตาลไว้ในบรรยากาศที่อุณหภูมิและความชื้นคงที่ ซึ่งช่วยให้น้ำตาลสามารถรักษาระดับ ค่าความชื้นที่ 0.02 เปอร์เซนต์ไว้ได้ น้ำตาลจะคงสภาพดีไม่มีวันหมดอายุเลย |
จาก สารคดี ฉบับที่
162
15. วัดคณิกาผล วัดนี้อยู่ที่พลับพลาไชย เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพระนคร กรุงเทพฯ เดิมชื่อ วัดใหม่ยายแฟง ตามนามผู้สร้างคือ คุณยายแฟง สร้างเมื่อ พ.ศ. 2376 ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีประวัติว่า คุณยายแฟง เจ้าสำนักหญิงงามเมืองในตรอกเต้า ซึ่งรู้จักกันดีในสมัยนั้น ร่วมกับหญิงงามเมืองในสำนัก ได้จัดสร้าง ขึ้นด้วยจิตศรัธาที่บริเวณตรอกโคก ปัจจุบันคือถนนพลับพลาไชย ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 บุตรหลาน คุณยายแฟงได้บูรณะวัดนี้แล้วขอพระราชทานนามใหม่ ซึ่งก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนาม ให้ว่าวัดคณิกาผล หมายถึงวัดที่สร้างขึ้นด้วยผลประโยชน์ของหญิงงามเมือง |
จาก สารคดี ฉบับที่
162
16. DNA
คุณรู้จักดีแค่ไหน ร่างกายคนเราประกอบด้วยเซลล์มากมาย จะหยิบจับส่วนไหนก็ล้วนแล้วแต่มีเซลล์เป็น องค์ประกอบอยู่แทบทั้งสิ้นลองนึกภาพง่ายๆ 1 เซลล์เหมือนกับไข่ไก่ 1 ฟองนั่นแหละ ไข่แดงเปรียบได้กองบัญชาการควบคุมการทำงานของเซลล์ซึ่งเป็นส่วนที่มีเจ้า DNA (Deoxyribonucleic acid) อยู่นี่เองทำหน้าที่สร้างสายโปรตีนต่างๆ ออกมาใช้เป็น ส่วนประกอบต่างๆ ในเนื้อเยื่อฮอร์โมน เอ็นไชม์และอีกหลากหลาย ทำให้คนเรามีชีวิตออยู่ได้ ส่วนไข่ขาวเปรียบได้กับผู้ช่วยประสานงานให้กับกองบัญชาการ หน้าตาของเจ้า DNA เป็นเส้น คล้ายสร้อยลูกปัด แต่ละเส้นจะประกอบด้วยอนุพันธ์ย่อยๆ ทางการแพทย์เรียกว่า นิวคลีโอไทต์ (Nucleotide) โดยหนึ่งอนุพันธ์ เสมือนลูกปัด 1 เม็ดนั้นเอง นิวคลีโอไทด์เหล่านี้จะมีด้วยกัน 4 แบบเป็นโค้ตคือ A C G T จะเรียงลำดับสับไปสับมามีความยาวกว่า 3,000 ล้านต่อเส้น และบางครั้งเส้นสายของ DNA เหล่านี้จะขดเกลียวสั้นมากขึ้นมองดูคล้ายปาท่องโก๋เรียกว่า โครโมโซม (Cromosome) คนเราทุกคนจะมีเส้นสายของ DNA หรือโครโมโซมเหล่านี้ครึ่งหนึ่ง ได้จากพ่ออีกครึ่งหนึ่งได้จากแม่ คราวนี้แหละครับที่น่าสนใจ เพราะการเรียงตัวของนิวคลีโอไทด์ แต่ละคนจะไม่เหมือนกัน อย่าง A C G T ที่เรียงลำดับกันนี้ บางช่วงอาจจะมีการเรียงซ้ำเป็น ชุดๆได้ เช่น CACACA... ส่วนใหญ่เป็นการซ้ำ 2 3 หรือ 4 ครั้งจนถึง 70 ครั้งได้ แตกต่างกัน ไปในแต่ละคน สมมติว่าพ่อมี DNA ที่ระดับอณูชีววิทยานี้ 15 ซ้ำ ชุดหนึ่งจากปู่ อีกชุดหนึ่ง 20 ซ้ำจากย่า DNA คือ (15,20) แม่มี DNA 18 ซ้ำจากตา 22 ซ้ำจากยาย รหัส DNA คือ (18,22) พ่อแม่คู่นี้จะมี โอกาสมีลูกที่มีรหัส DNA คือ (15,18) (15,22) (20,18) (20,22) ฉะนั้นการตรวจรหัส DNA จะมีความแม่นยำมาก โอกาสที่คนเราจะมีลักษณะเหมือนกันไปเสียหมด ทุกตำแหน่งเป็นไปได้ยากมากๆ ยิ่งกว่าถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1 ติดต่อกัน 3 ครั้งเสียอีก ยกเว้น แต่ว่าเป็นฝาแฝดที่เกิดจากไข่และเสปิร์มเดียวกันเท่านั้น การตรวจรหัส DNA แบบนี้เรียกว่า "ลายพิมพ์ ดี เอ็น เอ (DNA Fingerprint)" ปัจจุบัน ลายพิมพ์ DNA จึงมีความสำคัญยิ่งกว่าลายนิ้วมือเสียอีก นำมาใช้ประโยชน์มากมายทางการ แพทย์ เช่นติดตามผลการปลูกถ่ายไขกระดูกเพื่อดูว่าร่างกายผู้ป่วยได้รับเซลล์ใหม่จากผู้ บริจาคหรือไม่ หรือในทางขบวนการยุติธรรม เช่น พิสูจน์คดีฆาตกรรมว่าผู้ตายคือใคร พิสูจน์ ว่าเด็กที่คลอดมาคือลูกของเราหรือเปล่า และเมื่อเร็วๆนี้ทางกองทัพสหรัฐอเมริกามีแนวคิด ที่จะเก็บ DNA ของทหารไว้เพื่อนำมาพิสูจน์ภายหลังถ้ามีการสูญหายในสงครามอีกด้วย ขอบคุณ : น.พ. พรพรต ลิ้มประเสริฐ หน่วยมนุษยพันธุศาสตร์ ภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เอื้อเฟื้อข้อมูล ผู้ที่ต้องการตรวจสอบ DNA ติดต่อ พ.ญ. พรทิพย์ โรจนสุนันท์ หน่วยนิติเวช ภาควิชาพยาธิวิทยา โรงพยาบาลรามาธิบดี โทร 201-1145,1188 |
จาก IMAGE
ฉบับประจำเดือนสิงหาคม 2541