แมวผู้พิทักษ์

ยิ้มพิมพ์ใจ

รวมกันเราอยู่แยกกันเราตาย

คำขอเป็นครั้งสุดท้าย

เงิน เงิน เงิน

หินวิเศษ

ดอกทานตะวันกับเจ้าหญิงผู้น่ารัก

สองพี่น้องกับเครื่องบิน

การเดินทองของจิ้งจก

เรื่องขำขัน

กลับไปนิทานชุดแรก

หนังวัตเติล-บอต


แมวผู้พิทักษ์

ณ บ้านแห่งหนึ่ง มีหญิงชรารูปร่างอ้วนเป็นเจ้าของบ้านและอาศัยอยู่กับลูกน้อยของเธอส่วนสามีของเธอได้ตายไปแล้ว หญิงชรานี้มีชื่อว่าแมรี่บ้านของคุณแมรี่มีหนูมากมายมันคอยก่อกวนคนในบ้านในตอนกลางคืนหนูมักจะมาคอยลักกินเศษอาหาร ทำให้บ้านสกปรกเลอะเทอะจนวันหนึ่งแมรี่ได้ไปสวนสาธารณะเพื่อไปหาแมวที่นั่นแมรี่ได้พบแมวตัวหนึ่งรูปร่างผอม จึงได้พามันเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้าน เพื่อคอยดักจับหนู แมวตัวนั้นมีชื่อว่าโจ ข้างบ้านของแมรี่มีสุนัขชื่อเจฟอาศัยอยู่ เจฟได้รับความรักความเมตตาจาก เจ้าของ ส่วนโจไม่เคยที่จะได้รับความรักจากแมรี่บ้างเลย โจได้มาเป็นเพื่อนกับเจฟ โจรู้ว่าเจฟเป็นเพื่อนที่ดีบางครั้งเจฟจะเอาอาหารมาให้ โจบ้างหรือจะพาไปเที่ยวที่ไม่ไกลจากบ้าน บัดนี้ในบ้านแมรี่ไม่มีหนูอีกเลย บ้านก็สะอาดยิ่งขึ้น แต่คุณแมรี่ก็ไม่เคยเห็นความดีของโจ ทั้ง ๆ ที่โจเป็นคนจับหนู โจรู้สึกเสียใจมาก และยิ่งไปกว่านั้นเจฟเพื่อนรักได้มาตายลง เนื่องจากถูกแมรี่ตีตาย สาเหตุก็มาจากเจฟไปกัดคุณแมรี่ ในคืนนี้โจนอนอยู่ใต้รถของแมรี่ โจร้องไห้สะอื้นคนเดียว ความเหงาเข้ามาครอบงำในจิตใจ และหิมะกำลังตก อากาศหนาวมาก ทันใดนั้นมีโจรรูปร่างสูงเข้ามาในบ้าน โจจึงเข้าไปกัดโจร คุณนายแมรี่ได้ยินเสียงเอะอะจึงมองไปทางหน้าต่างเห็นโจรกำลังวิ่งออกนอกบ้าน จึงรู้ว่าโจเข้าไปต่อสู้กับโจร แต่ตอนนี้โจนอนตายเสียแล้วเพราะมันทั้งหิว อากาศก็หนาวเกินไป และไม่มีใครรักมันอีกด้วย แมรี่เสียใจมาก เธอไม่เคยรักโจเลย แต่วันนี้เธอรู้แล้วว่าโจคือแมวผู้พิทักษ์

นาฏลดา ภู่ประเสริฐ

ม. ๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

Protect cat

 

One more time had the old woman. She name is married. Marry was owner house and she live only. Husband’s Marry dates. The house has rats and they always forwent trouble. In night, they always steal food rebuke the house dirty. One day, Marry goes public garden because she wants cat in public garden for catch rats. Marry meets thin cat. Marry takes cat goes to the house. The cat name is Joe. Next house’s Marry has dog name is Jafe. Jafe to gets love from own but Joe doesn’t to get love from Marry. Jafe is good friend’s Joe. Some time Jafe to leads food give Joe and some times Jafe to takes for a tour near house. In house’s Marry rats to ends because Joe eats rats. The house cleans but marry doesn’t love Joe rebuke Joe sad and to day Jafe good friend dates because Marry hits Jafe arising from Jafe to bite Marry. In night, Joe sleeps’ under car’s Marry. Joe cries and falls snow rebukes Joe very colds. Have tall thief to enter in house. Joe bites thief. Marry hearts boisterous and she looks window. Marry sees thief runs go out. Joe dates because. It’ very cold, very hungry and nobody love it. Marry very sad because she doesn’t love Joe. Today, She thinks Joe is protecting cat.


ยิ้มพิมพ์ใจ

ณ หมู่บ้านสายรุ้ง มีเด็กหญิงคนหนึ่งชื่อว่าเด็กหญิงปุยฝ้าย ปุยฝ้ายเป็นเด็กที่อารมณ์บูดอยู่ตลอดเวลา และไม่เคยยิ้มให้ใคร เหตุผลของเธอก็คือถ้าไม่รู้จักและไม่ได้พูดด้วยก็ไม่จำเป็น ต้องยิ้ม ในคืนหนึ่ง ปุยฝ้ายข้านอนและกำลังเคลิ้มหลับ ทันใดนั้น มีนางฟ้าองค์หนึ่งชาปีไหนรากฎตัวอยู่ข้างเตียงของเธอ นางฟ้ายิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มที่ละมุนละไม พร้อมกับบอกว่าคืนนี้จะพาเธอไปเที่ยวดินแดนแห่งความฝัน จากนั้นนางฟ้าก็แตะมือเธอและบอกให้หลับตา ปุยฝ้ายก็หลับตา และเมื่อเธอลืมตาขึ้นมา เธอก็พบว่าทิวทัศน์รอบๆตัวเธองดงามมาก มีทั้งต้นไม้ใหญ่ สวนดอกไม้ สวนสนุก นางฟ้าพาเธอเข้าไปในสวนสนุก มีผู้คนมากมายแต่ดูเหมือนทุกคนไม่สนุกเลย นางฟ้าบอกให้ปุยฝ้ายลองยิ้ม เธอก็ยิ้มแต่ทุกคนทำหน้าบึ่งใส่เธอ เป็นการยากมากที่เธอจะยิ้ม และวันนี้เธอก็พยายามยิ้มแล้ว แต่ไม่มีใครยิ้มตอบเลย เธอเสียใจมาก และรู้สึกสำนึกผิดเรื่องที่เธอมักจะทำหน้าบูดบึ่งใส่คนอื่นอยู่เสมอ เธอคิดได้ว่าถ้าเธอทำหน้าบึ่ง คนที่ยิ้มให้ก็จะรู้สึกเสียใจเช่นกัน เมื่อนางฟ้ารู้ว่าเธอสำนึกผิดแล้วก็พาเธอกลับบ้าน ก่อนนอนปุยฝ้ายสัญญากับนางฟ้าว่าต่อไปเธอจะ ยิ้มแย้มกับทุกๆคน ตั้งแต่วันนั้นมาชีวิตเธอก็ดีขึ้น เธอมีเพื่อนใหม่มากมาย และเป็นเด็กดีที่มีความสุขที่สุดในหมู่บ้านสายรุ้งเลยทีเดียว

พริ้มเพรา แก้วกิริยา

ม.๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

Smile from Hearts

 

In Rainbow village, there is a girl. Her name is Puifai. She always makes bad temper and she never smile to everyone. Because she isn’t know them and nonessential enough to talk to them. One night, Puifai go to bed and she is having a nap. Suddenly a lovely angel is appearing near her bed. She is smiling to Puifai with a gentle smile and she tells Puifai to close her eyes. When Puifai open her eyes she find the beautiful view, such as, the big tree, the flower garden and the fun fair. An angel takes Puifai into the fun fair. There is a lot of Seoul but they aren’t enjoyed. An angel tells Puifai to smile but when she smile nobody smile back to her. She feels very sad and realizes. An angel knows that she realize so an angel takes her come back to her home. Before Puifai sleep she promise to an angel that she will smile to everybody.

 


รวมกันเราอยู่ แยกกันเราตาย

 

ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่งได้เกิดโรคอหิวาขึ้นในหมู่บ้าน ชาวบ้านที่รอดจากการเป็นโรคก็พากันย้ายไปอยู่อีกหมู่บ้านหนึ่ง ในหมู่บ้านที่พวกเขาอยู่นั้น มีสูนัขป่าตัวใหญ่มากและคอยแอบเข้ามากินคนในหมู่บ้าน วันหนึ่งผู้ใหญ่บ้านได้วางแผนจะกำจัดสุนัขป่า จึงได้รวบรวมผู้คนในหมู่บ้านมาอยู่รวมกันที่กลางหมู่บ้าน ในคืนนั้นสุนัขป่าลอบเข้ามาในหมู่บ้านเพื่อจะกินคน เมื่อสุนัขป่าเห็นผู้คนอยู่รวมกันมาก ๆ จึงเกิดความกลัว และหนีไปไม่กลับมาอีกเลย

สโรชา จิรพงศากุล

ม.๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

At the village. There were many people sickbed with Cholear. They started to go to fin the new village. At the new village, there was the unkind fox, it eat people in the village. One day the head master of this village invite people in this village assemble at middle village. That night , the unkind fox come on the village. But this village has many people stayed together. The unkind fox frightened. So it went to the forest and didn’t come back again.

 


คำขอเป็นครั้งสุดท้าย

 

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง มีเด็กชายผู้หนึ่งชื่อ มาริโอ เขาเป็นเด็กดีช่วยเหลือพ่อแม่ทำงานบ้านหรืองานอื่น ๆ แต่เขาไม่มีความสุขเลยเพราะต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคร้ายมาเป็นเวลานาน ถึงแม้ครอบครัวเขาจะยากจนสักเพียงไร พ่อแม่ของเขาก็พยายามหาทางรักษา แต่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ คืนหนึ่ง มาริโอ ฝันว่า ตนได้ไปพบกับนางฟ้าและแม่มด ทั้งสองชั่งแตกต่างกันมากเหลือเกิน นางฟ้าเป็นหญิงสาวสวยใจดี ส่วนแม่มดเป็นหญิงแก่หน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวใจร้าย ทั้งนางฟ้าและแม่มดต่างก็ให้ฉันขอพรเป็นครั้งสุดท้าย

นางฟ้า : มาริโอเด็กน้อยผู้น่ารัก เธอต้องการคำขออะไรเป็นครั้งสุดท้าย ? ไม่ทันที่มาริโอจะตอบ แม่มดก็แทรกขึ้นว่า

แม่มด : ฮ่า! ฮ่า! เธอบอกฉันมาเลยว่าเธอต้องการอะไร? อ้อ !เธอคงอยากหายจากโรคนี้หละซินะ

มาริโอ : ผมไม่ต้องการ! เพราะยังไงผมก็รู้ตัวดี ผมเพียงอยากให้พ่อแม่มีความสุขมากเท่าที่จะ มากได้เท่านั้น ได้เพียงแค่นี้ผมก็พอใจแล้ว

แม่มด : โง่ ! เธอมันโง่ที่สุด !

นางฟ้า : เขาไม่โง่หรอก ตัวเธอนั่นแหละโง่ เธอจงไปซะเถอะ ! เธอไม่สามารถเปลี่ยนใจเขาได้

แม่มดโกรธมาก แล้วเธอก็ออกไปอย่างฉุนเฉียว

นางฟ้า : เธอเป็นคนดีมาก ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ฉะนั้นฉันจะให้พรเธอ คือให้เธอหายจาก โรคนี้

มาริโอ : ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ

แล้วมาริโอก็ตื่นขึ้น เขาคิดว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมามันคงเป็นเพียงแค่ฝัน แต่แล้วเหตุการณ์นั้นมันไม่ใช่ฝัน เขาหายจากโรคนี้แล้วและพ่อแม่ก็มีความสุขมาก ตั้งแต่นั้นมาครอบครัวนี้ก็มีความสุข อบอุ่น ส่วนฐานะก็ดีขึ้นกว่าเดิม

 

นิรมล ภู่ประเสริฐ

ม.๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

The end of beg

 

One more time, in village had boy name was Mario. Mario was a good child and helped housework or odd jobs. But he was unhappy because he was seriously ill for cure for disease. But no one succeeds. In the night, Mario dreamed: I went to angle and Madame. Both were very different. The angle was beautiful woman and good mind. The Madame was old woman, ugly face and bad mind. The angle and Madame gave to wish for me.

Angle: Mario was dear child. What do you want to beg for the end?

Mario doesn’t answer.

Madame: Ha! Ha! You tell me. What do you want? Oh! You want to lose from disease.

Mario: I don’t want! Because I give dad and mum have very happy every time.

This is to be please.

Madame: Stupid! You are stupendous.

Angle: He isn’t stupid. You are stupid. You’re going out! You can’t change mind him.

Madame is very angry. After, she go to outside.

Angle: You’re very good, you don’t selfish. So, I’m give to wish lost disease to you.

Mario: Thank you very mud.

Mario got up in the bad. He though “dream” last present. But that presents no dream. He lose from disease and him parents were happiness. Thenceforth, This was family have very happy and good position.

 


 

เงิน เงิน และเงิน

ตอนที่แจ๊คยังเด็กเขาเป็นคนที่ชอบเลี้ยงแมว ส่วนพ่อของเขานั้นชื่อ จิม แม่ของเขาชื่อ เจน เขาเป็นลูกชายคนเดียวไม่มีพี่น้อง จึงเป็นที่รักของพ่อและแม่มาก เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว ทุกคนในบ้านก็จึงเป็นคนชอบเลี้ยงแมวเช่นกัน แจ๊คมีแมวอยู่ ๑ ตัว มันมีขนสีขาวนุ่มปุกปุย ตาโต เขาเรียกมันว่า “แจม” ทุก ๆ วันเขาจะให้แต่ของที่ดี ๆ แก่แจม แต่เขาไม่เคยพาแจมออกไปจากบ้านเลย เขาจึงอ้วนขึ้นทุกวัน ทุกวัน อยู่มาวันหนึ่งแจมไม่สบาย โดยแจ๊คสังเกตจากการที่แจมไม่กินอะไรเลย แจ๊คกลัวว่ามันจะตาย จึงรีบไปบอกพ่อ เมื่อพ่อของเขารู้ก็รีบโทรตามหมอมาที่บ้าน หมอดที่มาเป็นหมอสัตวแพทย์ ชื่อ มารัตน์ “แจมไม่กินอะไรเลย” แจ๊ครีบบอกอาการ “คุณสามารถทำให้เขากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม” เขาถามด้วยความสงสัย หมอมองที่เจ้าแมวอ้วนแล้วบอกว่า “แมวของคุณป่วยจริง ๆ ด้วย” “แต่ฉันจะพยายามทำให้เขาดีขึ้นเอง” หมอย้ำความมั่นใจ “หลังจากวันนี้อีก ๕ วัน ฉันจะนำเขากลับมา แต่เขาจะยังคงมีชีวิตอยู่หรือไม่มีชีวิตแล้ว ฉันก็ไม่แน่ใจ” “โปรดทำอย่างเต็มความสามารถ” แจ๊คของร้อง หมอให้คนใช้นำแมวไปใส่ไว้ในกรง แล้วให้กินแต่น้ำเย็น ไม่ให้อาหาร ๕ วันต่อมา หมอนำแมวมาคืน เขาไม่อ้วนเหมือนแต่ก่อนแล้ว “หมด หมอ” แจ๊คตะโกน “แจมเป็นอย่างไรบ้าง” พร้อมกับก้มดูแมวผอม ๆ ตัวหนึ่งที่อยู่ในมือหมอ “แจม” “ใช่” หมอตอบ “ขณะนี้คุณสามารถทำให้เขากินอะไรได้บ้างไหม” แจ๊คถาม “แน่นอน เขากินได้แม้กระทั่งนม” หมอตอบด้วยความแน่ใจ “นม ?” แจ๊คตะโกนด้วยความตกใจ “แจมไม่เคยกินนมมาก่อน” “วิเศษ” จิมและเจนพูดพร้อมกัน เพราะจะได้เป็นการประหยัดเงิน “ในเมื่อตอนนี้ผมรักษาเขาจนหายเป็นปกติแล้ว คุณกรุณาจ่ายเงินด้วยครับ” “รอสักครู่นะคะ” เจนบอก อีก ๕๐ นาทีผ่านไปก็ยังไม่มีท่าทางจะหยิบเงินมาจ่าย “กรุณาจ่ายเงินด้วยครับ” หมอย้ำอีกครั้งด้วยความโกรธที่มากขึ้น “รอสักครู่ครับ” จิมตอบ อีก ๒๐ นาทีผ่านไป ก็ยังไม่มีท่าทางจะหยิบเงินมาจ่าย “กรุณาจ่ายเงินด้วยครับ” หมอทวีความโมโหขึ้น “รอสักครู่ค่ะ” เคยตอบ อีก ๑๐ นาทีผ่านไป “เงิน เงิน และเงิน” หมอตะโกนขึ้นมาด้วยความโกรธ “อุ๊ย ! ขอโทษค่ะ” เจนบอกพร้อมเปิดกระเป๋าสตางค์ “เท่าไหร่ค่ะ” เขาถาม “เก้าร้อยเก้าสิบเก้าบาทครับ” หมอตอบด้วยความไม่ค่อยพอใจ “ฮะแค่นี้เอง ! ทำไมมันน้อยจังละ” เจนตกใจ “แต่ก็คงจะสมควรกับการที่คุณช่วยชีวิตแจมแล้วนะคะ”

ปริญญาณี สุทธิบุตร

ม.๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

Money money and money

 

When Jack was a small boy, he loved cat. His father’s name Jim and his mother’s name Jane. Everybody liked and loved cat. Jack had a small cat. It had white hair and soft. He called him Jam. He always gave him a lot of food to cat everyday. He never took him for long walks. Jam grows father and fatter everyday. One day Jam was ill. He could not eat anything at all. Jack told his father. Jim called doctor very quickly. Doctor who was a veterinarian’s name Marat. He arrived Jim’s home. “Jam is very ill,” said Jack. “He doesn’t want to eat anything,” Jack said. “Can you make him eat” Jack asked. Doctor Marat looked down at the fat eat. “Your eat looks very ill.” He said. “But I’ll try to make him better. Leave him here with me and come back in five days. He will be better than, or dead.” “Please do your best, Doctor” Jack said. Doctor Marat told his servant to put the cat into cage and gave him only some cold water, but no food. In five days, Jam was not as fat as before Doctor Marat took jam came back. “Doctor Doctor” Jack shouted, “how is Jam?” and he looked the cat in doctor’ s hand, “Oh Jam” “Yes” doctor said. “Jan he cat now?” Jack asked. “Yes”, “he may be able to eat anything even milk” “Milk?” Jack shouted. Jam will never eat milk. “Oh wonderful” Jim and Jane said, because we saved money. “He was normal” doctor said “Please pay money” doctor said. “Just a moment, please”, Jane said. Fifty minutes ago. “Please pay money” doctor said again. “Just a moment, please”, Jim said. Twenty minutes ago. “Please pay money” doctor said again. “Just a moment, please”, Jane said. Ten minutes ago. “Money money and money” doctor shouted. “O.K. O.K. I’m sorry”, Jane said and she opened her bag. “How much?” she said. “Nine hundred and ninety-nine baht.” He said. “Only Nine hundred and ninety-nine baht!. That is very little. You have Jam’s life.” Jim Jane and Jack said.  


หินวิเศษ

แคทเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง เธอรักการร้องเพลงมาก เธอเคยประกวดร้องเพลงหลายครั้ง แต่เธอไม่เคยได้รับรางวัลเลยสักครั้งเดียวและเธอก็ไม่เคยย่อท้อ แม่ของเธอจะคอยให้กำลังใจเธออยู่เสมอ ทุก ๆ ครั้งที่เธอไม่ได้รับรางวัล เธอมักจะปลอบใจตัวเองว่า “คราวหน้า ฉันจะพยายาม อีกครั้ง” จนกระทั่ง…. วันหนึ่ง เธอกำลังเตรียมตัวที่จะประกวดร้องเพลงอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ทันใดนั้น ก็มี ผู้หญิงคนหนึ่งปรากฏอยู่หน้าตัวเธอ “กำลังทำอะไรอยู่หรือจ๊ะ แคท” ผู้หญิงคนนั้นถาม “คุณเป็นใครคะ” แคทพูด “ฉันเป็นนางฟ้า เธอคงต้องการรางวัลในการประกวดครั้งนี้ใช่ไหม ฉันจะช่วยเธอ” เธอพูดและให้หินก้อนหนึ่งแก่แคท “มันเป็นหินวิเศษ มันจะช่วยเธอได้” แล้วนางฟ้าก็หายไป “ขอบคุณมากค่ะ นางฟ้า” แคทพูดและยิ้ม เมื่อถึงวันประกวดร้องเพลง เธอนำหินก่อนนั้นใส่กระเป๋าไปด้วย เธอได้รับรางวัลที่ ๒ มันเป็นครั้งแรกที่เธอได้รางวัล แต่เธอไม่ดีใจเลย เมื่อเธอกลับมาถึงบ้าน “ลูกบอกแม่ว่าลูกได้รับรางวัลที่ ๒ แต่ทำไมลูกไม่ดีใจเลยจ๊ะ แม่ไม่เข้าใจ” แม่ของ เธอถาม “แคทไม่ได้มันมาด้วยตัวของแคทเองนี่คะ” เธอตอบ แล้วเธอก็ไปที่ห้องของเธอ เธอวางหินไว้บนโต๊ะ แล้วนางฟ้าก็ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง และพูดกับเธอว่า “แคทจ๊ะ หินก้อนนั้นเป็นเพียงหินธรรมดา เธอได้รางวัลมาด้วยตัวของเธอเองนะ ฉันเพียงแต่ให้กำลังใจเธอเท่านั้น เชื่อฉัน เถอะจ๊ะ” แล้วเธอก็หายไป แคทดีใจจนพูดไม่ออก “ฉันได้มันมาด้วยตัวของฉันเองหรือนี่” เธอรีบวิ่งลงไปหาแม่ของเธอ “แม่คะ แคททำได้แล้วค่ะ แคททำได้แล้ว แคทได้มันมาด้วยตัวของแคทเองค่ะ แม่” เธอพูดด้วยความดีใจสุดขีด หลังจากนั้น เธอก็ได้รับรางวัลแทบทุกครั้งที่เธอประกวดร้องเพลง และเธอจะไม่ลืมนางฟ้าเลย คนที่เคยทำให้เธอได้รู้ว่า การที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น กำลังใจอย่างเดียวคงไม่พอ หากแต่ว่าคน ๆ นั้นจะต้องมีความพยายามอยู่ในตัวเองด้วย ไม่ย่อท้อเมื่อมีอุปสรรค ไม่เสียใจเมื่อพ่ายแพ้ จึงจะประสบความสำเร็จได้อย่างภาคภูมิใจ  

มนต์ศิรา คงปรัชญา

ม.๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

Magic stone

 

Cat is a girl. She loves to sing a song very much. She contests to sing a song again and again. But she never received prize and she never disheartened. Her mother always soothes and encourages hers. Every time she don’t received prize who always soothes myself “Next time I will endeavour again until…… One day she makes ready to contest to sing tomorrow. Suddenly there is a woman happen by hers. “What do you doing?” Cat” that woman, says. “Who are you?” Cat answers. “I am angel. Do you want prize in this contest? I will help you.” She says and gives a stone to Cat “It’s magic stone. It well help you.” Then she lost. “Thank you very much….. Angel” Cat says and smiles To contest to sing a song day the take that stone to put in the bag, too. She receives second prize. It is first time who receives prize. But she doesn’t glad. When she back home. “You tell me. You receive second prize. Why are you glad?” her mother says. It don’t receive it with myself” she answers then she goes to her room. She put a stone on her desk. Then angel happens again and says “Cat…that stone is a naturallaw stone. You receive it with yourself. Please believe me. “Then she lost. Cat is very glad. “Do I receive it with myself?” She runs to go to her mother. “Mum…Cat do succeed. Cat receives it with myself Mum.” She says very gladly. From now she receives prize almost to she contest to sing a song and she will not forget the angel. 


ดอกทานตะวันกับเจ้าหญิงผู้น่ารัก

จักรพรรดิ์พระองค์หนึ่งมีธิดาที่สวยงามมาก เจ้าชายมากมายเข้ามาและขอร้องให้แต่งงานกับเขา แต่เจ้าหญิงก็ปฏิเสธที่จะแต่งงานกับบรรดาเจ้าชายทั้งหลาย “ฉันรักเพียงท่านดวงอาทิตย์เท่านั้น” เขาบอกกับพ่อของเธอ จักรพรรดิ์โกรธอย่างมาก “ออกไปเดี๋ยวนี้” เขาตะโกน แม่ของดวงอาทิตย์ เธอได้ไปพบแม่ของดวงอาทิตย์ที่พระราชวัง แม่ของดวงอาทิตย์ได้รับฟังเรื่องราวของเจ้าหญิงทั้งหมด แล้วก็พูดขึ้นว่า “คุณสามารถแต่งงานกับลูกชายของฉันได้ แต่คุณอย่าไปมองดูเขา ถ้าคุณต้องการอยู่กับเขาตลอดไป” ปีของงานพิธีสมรสอันมีความสุขจบสิ้นลงแล้ว เจ้าหญิงก็เริ่มแปลกใจและสงสัยว่า “ทำไมฉันเองไม่สามารถมองสามีของฉันได้” วันหนึ่งเธอก็วางแก้วน้ำที่มีน้ำเต็มเปี่ยมตั้งอยู่ไว้ข้างหน้าของดวงอาทิตย์และเธอก็มองไปที่ภาพสะท้อน ในน้ำ โชคร้ายที่ดวงอาทิตย์เหลือบมาเห็นเธอ เขาโกรธมาก ๆ “คุณขัดคำสั่ง ออกไปซะ!” เขาพูดกับเธอ เจ้าหญิงเดินผ่านมาอย่างเศร้าสลดใจ เจ้าหญิงจะเดินทางกลับพระราชวังของงาน แต่อนิจจา! เจ้าหญิงเดินมาอย่างเศร้าใจ เจ้าหญิงที่เดินทางมาอย่างอ่อนหล้าก็มาจบชีวิตลง ณ กลางทะเลทรายที่แห้งแล้ง และมีความร้อนมาก ด้วยความที่รักดวงอาทิตย์มาก เทพเจ้าจากสรวงสวรรค์จึงดลบัลดาลให้ เจ้าหญิงที่มีความสวยงามและมีความรักที่มั่นคงให้กลายเป็นดอกทานตะวันที่ชูช่อ หันหน้าไปดูพระอาทิตย์อยู่ตลอดทั้งวันและเวลา ดอกทานตะวันมีความหมายเหมือนเจ้าหญิงผู้ที่น่ารัก

สุรีย์พร บุญทิม

ชั้น ม. ๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

Sunflower with Princess who is pretty 

One an emperor had a beautiful daughter. Many princesses come and asked for her hand in marriage. But the prices refused to marry any of them. “I love only the Sun” she told her father. The emperor was very angry. “Go away now!” he shouted. The princess left her father and traveled to the Sun’s palace. The met he Sun’s mother at the palace. The Sun’s mother lightened to the princess’s story. Then she said, “you can marry with him always.” A year of happy marriage the end. The princess room is curious and wondered, “Why can’t a look at my husband?” One day she put a glass of water. Unfortunately the Sun saw her glances and very angry. “You are very disobedient. Go away!” Sun said to her. She princess walked sadly. The princess traveled to my palace. But Alas! The princess who traveled to come is flabby and dies at desert in the middle with love of the princess to the Sun. Supernatural grants the princess who is beautiful flower and yellow is position of love. Sunflower likes the princess who is pretty. 


สองพี่น้องกับเครื่องบิน

 

ณ สถานที่แห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไกลจากตัวเมือง นั่นคือที่เทือกเขา แทมโปส ได้มีเด็กชาย ๒ คน ซึ่งพลัดหลงมาจากรัฐที่มีชื่อว่า “รัฐซาราโกซ่า” เด็กคนที่ ๑ ชื่อว่า บรอนบี้ อีกคนชื่อ เบ็คส์ เขาทั้ง ๒ ได้พลัดหลงจากการท่องเที่ยวกับครอบครัว พวกเขาได้เจอกับหญิง ชาย คู่หนึ่งและได้ขอความช่วยเหลือ โดยขอพักอาศัยอยู่กับหญิงชายคู่นั้น เมื่อเวลาผ่านไผ ๒ วัน บรอนบี้ กับ เบ็คส์ ได้เดินปรึกษากันว่า “เราจะหาทางกลับบ้านได้อย่างไร” พวกเขาเดินไปเห็นบ้านร้างหลังหนึ่งจึงเข้าไปดู ในนั้นมีสิ่งของมากมาย และได้สะดุดตากับของชิ้นหนึ่งซึ่งมันคือ เครื่องยนต์ และ ใบพัด เขาจึงเกิดความคิดว่าจะสร้างเครื่องร่อน โดยหาวัสดุอุปกรณ์อื่น ๆ มาอีก การที่ความคิดที่เค้า ๒ คนเป็นเด็ก ขาดประสบการณ์ เครื่องร่อนของเขาจึงไม่สำเร็จ ขณะนั้นเอง บรอนบี้ กับ เบ็คส์ ได้เห็นเครื่องบินซึ่งกำลังทะยานขึ้นฟ้า พวกเขาจึงดัดแปลงเปลี่ยนเครื่องร่อนให้คล้ายเครื่องบิน โดยใช้เครื่องยนต์ดังกล่าวมาประกอบ เมื่อเขาสร้างเสร็จ พวกเขานัดกันเป็นบนยอดเขาแทมโปส และได้นำเครื่องบินที่สร้างนั้นไปด้วย บรอนบี้ กับ เบ็คส์ รีบขึ้นนั่งบนเครื่องวิ่งลงมาจนถึงหน้าผา ความตกตะลึงผสมกับความดีใจจึงเกิดขึ้น เมื่อเครื่องบินนั้นได้ล่องลอยอยู่บนฟากฟ้าตามความต้องการของ บรอนบี้ และ เบ็คส์ ทั้ง ๒ คนเปล่งเสียงพร้อมกันว่า “เราบินได้แล้ว เราจะได้กลับบ้านแล้ว”

ชรินรัตน์ แสนคำ

ชั้น ม. ๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

Two boys and glider 

At Tampos mountain. There are two boys get lost from “Yaragasa” . His name is Bronby and Beck they get lost from his family. They meet the man and woman and ask them for helping. After two day. Bronby and beck discuss to looking for the way to go home. They walk along way and meet desert hut. They go inside and meet things but they interesting motor and propeller. To they suddenly their creation are happen. They try to create but it falls. Bronby and Beack notice the airplane is flying in the sky. To they after glider to be the airplane by using motor and many equipment. Tin ally they can do it. They go to Tampos mountain. They sure they can fly. Bronby and beck sit the glider quickly. They start the mother and release glider down from cliff. They glad they can fly in the sky. To they shout simultaneously “We can fly and we will go home now” 


การเดินทองของจิ้งจก

วันนี้จิ้งจกของโมนาหายไปจากกรง ซึ่งมันชื่อว่า กันตรึม เธอร้องห่มร้องให้เสียยกใหญ่ จนกระทั่งคุณแม่เข้ามาปลอบ เธอจึงหยุดร้องไห้ได้ ใครจะรู้บ้างว่าตอนนี้ เจ้ากันตรึมกำลังทำอะไรอยู่ ….เราไปดูกันเถอะ นั่งไง! มันอยู่ในสวนแห่งหนึ่ง อืม…. ทำไมมันอยู่นิ่ง ๆ ล่ะ! มันเปลี่ยนสีไปจากเดิมแล้ว และนี่คือการเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม มันค่อย ๆ คืบคลานไปยังบ่อน้ำใกล้ มันเห็นแมลงปอตัวหนึ่งบินอยู่เหนือน้ำ แล้วเจ้าแมลงปอก็ปล่อยบางสิ่งลงในแม่น้ำ “เธอทำอะไรน่ะ” เจ้ากันตึมตะโกนถาม “ฉันวางไข่น่ะ… ฉันไปดีกว่าก่อนที่เธอจะกินฉัน” แมลงปอตะโกนตอบ “ฉันกินเธอไม่เป็นหรอก…. ฉันมีแต่คนที่นำอาหารมาให้น่ะ เป็นเวลาทุกวันเลย” เจ้ากันตึมตอบ “ฉันไม่เชื่อเธอหรอก เธออาจโกหกฉันได้เพื่อที่จะกินฉันเป็นเหยื่อ” ว่าแล้วเจ้าแมลงปอก็บินหนีไป เอ๊ะนั่นอะไรจิ้งจกอีกตัวหนึ่งคืบคลานเข้ามา “สวัสดี” “อ๊ะ! สวัสดี ….เธอเป็นใครน่ะ” ฉันคือจิ้งจก ป่าไงล่ะ” เจ้ากันตรึมเริ่มทำหน้างง “จิ้งจกป่า …จิ้งจกป่าคืออะไรน่ะ” “จิ้งจกป่าก็คือจิ้งจกที่กินแมลงเป็นเหยื่อนะสิ” โอ! ฉันไม่เคยรู้อะไรเลย ฉันมีโมนาคอยให้อาหารมาตลอด” เจ้ากันตรึมเพิ่งเห็นโลกภายนอกก็วันนี้เอง “งั้นเธอก็กลับไปเถอะ ก่อนที่จะไม่มีอาหารสำหรับกิน” กันตรึมได้ยินเช่นนั้น ก็เกิดความกลัว ดังนั้นมันจึงกลับไปหาโมนา… ในที่สุดเจ้ากันตึมก็สามารถไปหาโมนาได้ เธอดีใจมาก เพราะมันเป็นขวัญใจซึ่งโด่งดังมากเพราะครอบครัวของโมนาเป็นครอบครัวที่ทำการค้าเกี่ยวกับ “การโชว์จิ้งจก”

 อ้อม จ้างประเสริฐ

ชั้น ม. ๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

Lizard travel

Today Mona’s lizard has last from the cage. Its name is Kuntrum. Sherries too much, when her mother come to sooth, she can stop. Who can know, want is Kuntrum doing? Let’s to see. That! He lives in the pork. MMM… Why does it silent. Oh! He changes his colors in his body. And this changing of animal. Then he sees the dragonfly frees over the river. “What are you doing.” He ask “I’m believing. I let go before you eat me” “I can’t eat you, because I had feed by Mona every day. “I don’t trust you. You’ll lie me for eat!” Then the dragonfly flies out of the river. What that? That has on other lizard comes to Kuntrum. “Hello” “Hello, Who are you” Kuntrum asks it. “I’m a wild lizard” “Wild lizard …What it is? That a lizard has insect is a prey.” “Oh! I don’t know anything” “You should come back, before you don’t have anything for eat. It tells Kuntrum. He is very afraid, so he comes back to Mona. Suddenly Kuntrum come back to Mona. She is very glad. Kuntrum is a popular lizard. Her family is a commercial about “Lizard show” 


เรื่องขำขัน

แพทตี้ และคลิส เป็นเพื่อนรักกัน เขาเป็นคนฉลาดทั้งคู่ และชอบคิดปัญหาขึ้นเพื่อให้เพื่อนหาคำตอบให้เสมอ วันหนึ่งคลิสบอกแพทตี้ว่า “แพทตี้ นายสามารถช่วยอะไรฉันได้ไหม” “อะไรล่ะ” แพทตี้ถาม คลิสจึงบอกว่า “ฉันพยายามเขียนหนังสือด้วยลายมือที่สวยที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่ทำไมน้องของฉันจึงอ่านไม่ออก” “ก็น้องของเธอไม่ได้เรียนหนังสือ จึงอ่านไม่ออกนะซิ” แพทตี้ตอบ “ไม่น่าเลย น้องของเธอไม่ได้เรียนหนังสือ จึงอ่านไม่ออกน่ะซิ” แพทตี้ตอบ “ไม่น่าเลย น้องของฉันเข้าเรียนแล้วต่างหาก เรียนเก่งด้วยนะ” “อืม … แล้วพรุงนี้ฉันจะมาให้คำตอบกับนาย” แพทตี้กล่าว คลิสยิ้มแล้วคิดในใจว่าแพทตี้ไม่มีทางแก้ปัญหาของเขาได้แน่ ๆ วันรุ่งขึ้น คลิสจึงเข้าไปถามแพทตี้ “สวัสดีแพทตี้ นายจะให้คำตอบฉันได้หรือยังล่ะ” “ฉันตอบนายไม่ได้ แต่ …ฉันสงสัยจังว่านายให้น้องนายอ่านอะไร” คลิสหัวเราะและตอบอย่างอารมณ์ดีว่า “ฉันให้น้องอ่านคำว่า” อ่านไม่ออก  

มลทิชา สกุณา

ชั้น ม.๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

Amusing story 

Patty and Klis are friendship. They are clever. They like to think many problems for ask their friend. One day, Klis say “Patty, Can you help me?” “What?” Patty ask “ I try to with some beautiful word but my brother can’t to read it.” “Because your brother don’t study. Your brother can’t to read it.” Patty answers. “No, my brother is a student. He is clever.” Hum… I will to give your answer tomorrow,” Patty says. At the morning, Klis go to ask Patty. “Hello Patty, can you give me the answer?” “No, I don’t answer. But what do you give your brother read?” Klis laughing and say “I give the word I CAN ‘T READ IT.”  


หนังวัตเติล-บอต

วัตเติล-บอต มันเหมือนหมาป่าตัวน้อย ๆ มีจมูกแหลมหูยาวคล้ายหูของกระต่ายและหน้าตาเถื่อนเปรียวมาก ขนนุ่มมันมีสีแดงสดใส ดิ๊กซี่ สุนัขพันธุ์ทางตัวเล็ก ๆ ขี้เล่น อยู่อย่างโดดเดี่ยว ขณะที่ทอม นายน้อยของเขาไปโรงเรียนเขาได้ออกเดินทางไปภูสูงไกลออกไปในท้องทุ่งและใต้เพียงแค่หมู่เมฆ เขาเหนื่อยมาก ๆ เมื่อได้ถึงยอดเขาจึงล้มตัวลงแทบขาดใจเมื่อพักผ่อน ไม่ไกลจากนั้นนัก เขาเห็นกระท่อมไม้ซุง หลังเล็กหลังหนึ่งที่ซึ่งนายพรานคนหนึ่งอาศัยอยู่ ดิ๊กซี่ลุกขึ้นแล้วค่อย ๆ คลานใกล้เข้าไปใกล้เข้าไป จนสามารถเห็นสิ่งเล็ก ๆ ที่มีขนปุกปุยสีแดงจำนวนมากแขวนอยู่บนเชือก พวกนั้นคือหนังของ วัตเติล-บอต แขวนไว้ข้างนอก เพื่อตากแห้ง นายพรานจับสัตว์ตัวน้อยแสนซุกซนสิบตัวนี้ได้แล้วแล่หนังออก เขาไม่ได้ตัดหัวเรืออุ้งตีนออก พวกนั้นจึงมองดูแปลกประหลาดที่แขวนอยู่บนเชือก ขณะดิ๊กซี่จ้องมองดูหนังวัตเติล-บอต กระแสลมพัดมาหวือใหญ่ได้หอบเอาหนัง ที่มีขนปุกปุยสีแดงผืนหนึ่งหล่นลงมาจากเชือก พลั่ม! มันตกลงมาบนหัวของดิ๊กซี่คลุมไปบนหลังของเขา ดิ๊กซี่กระโดดด้วยความตกใจแล้วเริ่มวิ่ง เขาทั้งกระโจนทั้งวิ่งทั้งกลิ้งทั้งกระโจน แต่ไม่สามารถสลัดหนังของ วัตเติล-บอตให้หลุดออกได้ มันเป็นภาพที่แปลกประหลาด เพราะหนัง หัว และอุ้งเท้าที่ติดอยู่กับหลังของเขา ขณะเดียวกัน นายพรานมองออกมาจากกระท่อมของตนคิดว่าดิ๊กซี่เป็นตัววัตเติล-บอต จึงยิงปืนออกไปดิ๊กซี่ แต่พลาด ส่วนดิ๊กซี่วิ่งออกจากป่าและลงเขาไปอย่างปลอดภัย เมื่อดิ๊กซี่วิ่งมาถึง ท้องทุ่งในหมู่บ้าน ผู้คนในกระท่อมคิดว่าเขาเป็นวัตเติล-บอต จึงวิ่งตามหลังเขาเท่าที่จะเร็วได้ มีคนขี่ม้าพร้อมด้วยแส้ คนเลี้ยงวัวพร้อมด้วยไม้เรียว คนรีดนมพร้อมด้วยเชือก คนขายเนื้อพร้อมด้วยมีด ทุกคนวิ่งตามหลังเขา เพราะต่างคิดว่าดิ๊กซี่เป็นวัตเติล-บอต ภายใต้ขนปุกปุยสีแดง ดิ๊กซี่ตัวน้อยที่น่าสงสารสั่นด้วยความกลัว ขณะที่วิ่ง เขาจะปลอดภัยตอนถึงบ้านได้อย่างไร ถ้าทอม นายน้อยของเขาก็มั่นใจได้ว่าเขาคงจะปลอดภัย ทอมจะรู้ว่าดิ๊กซี่ ไม่ใช่วัตเติล-บอตอันร้ายกาจ ดิ๊กซี่วิ่งเร็วขึ้นแล้วเร็วขึ้น แต่ผู้คนก็วิ่งเร็วขึ้นและเร็วขึ้นเช่นเดียวกัน ตอนนี้คนยิ่งมากขึ้นที่วิ่งไล่หลังเขา ดิ๊กซี่ยิ่งวิ่งไปยิ่งวิ่งไป น้ำตาก็ไหลลงมาจากใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีขนของเขา ในที่สุดเมื่อถึงสวนของตน ดิ๊กซี่กระโดดด้วยและกำลังทั้งหมดที่มีอยู่ ข้ามกำแพงแล้วเข้าไปในอ้อมแขนของทอม นายของตนผู้ซึ่งเพิ่งกลับจากโรงเรียนถึงบ้าน คุณแม่ของทอมซึ่งอยู่ในสวนด้วยตนนั้น ปล่อยเสียงหวีดแหลมออกมา แต่ทอมรู้ในทันทีทันใดว่าเป็นดิ๊กซี่จริง ๆ เขาดึงหนังของวัตเติล-บอตออกมาโบกไปมาในอากาศ เพื่อแสดงให้ผู้คนเห็นว่านั่นเป็นเพียงหนังเท่านั้น ผู้คนพากันหัวเราะและกลับบ้านดีใจที่ไม่ได้ทำให้สุนัขตัวน้อยบาดเจ็บ ส่วนดิ๊กซี่ในที่สุด นอนอย่างปลอดภัยในอ้อมแขนของทอม แล้วคำรามเขา ๆ ต่อตนเองว่า “ฉันจะไม่ไปใกล้ภูสูงนั้นอีกแล้ว”

วริษฐา กาศยปนันทน์

ชั้น ม. ๒/๑ โรงเรียนสตรีวัดระฆัง

 

The wattlebot’s skin 

Wattlebot. It was like a tiny wolf, with a sharp nose, long ears like a rabbit and a very wild face. It fur was bright red. Dixie , a cheery little terrier. He was all alone as Tom, his young master, was at school. He set out to visit the High Mountains far away over the fields and just under the clouds. He was very, very tired when he reached the top and lay down, out of breath lived. Dixie got up and crept closer and closer, till he could see a lot of small, red, furry things hanging on a rope. They were wattle-bot skins, hanging out to dry. The hunter had caught ten of these nasty little animals and he had skinned them. He had not taken off the heads or the paws and they looked very strange hanging on the rope. As Dixie sat staring at them, the wind gave a big Puff! And blew one of the red, furry skins off the rope. Plomp! It landed right over Dixie’s head and over his back. Dixie jumped with fright and started to run. He jumped and ran and rolled and jumped but he could not shake off the wattle-bot’s skin. It was a strange sight, for the skin, the head and the paws stuck on his back. At that moment, the hunter looked out of his cabin. He thought Dixie was a wattle-bot and he friend his gun at him but he missed and Dixie got safely away through the woods and down the mountain. When Dixie came running down to the fields in the valley, the people in the cottages thought he was a wattle-bot and they all ran after him as faster as they could.


  Go To Main

1