ศิลปแห่งการฟัง

? ค ำ ถ า ม ? ซึ่งตามปกติมักมีคนชอบตอบ หรือชอบบรรยายให้ฟังด้วยความเต็มใจนั้น มักเป็นเรื่องดังต่อไปนี้

1. ง า น อ ดิ เ ร ก
คืองานที่มิใช่งานแท้จริง ไม่ใช่อาชีพโดยตรงของเขา แต่เป็นงานที่เขาชอบทำเป็นพิเศษ เช่น

นั ก ก า ร เ มื อ ง ที่ ช อ บ เ ล่ น ด น ต รี ย่อมพอใจให้มีคนมาสนทนาทางดนตรีมากกว่าทางการเมือง

ค รู ที่ ช อ บ แ ล ะ เ อ า ใ จ ใ ส่ ท า ง ก า ร เ มื อ ง ย่อมพอใจสนทนาการเมืองมากกว่าทางการศึกษา

รั ฐ บุ รุ ษ ที่ ช อ บ เ ล่ น ข อ ง เ ก่ า ย่อมพอใจผู้ที่สนทนาของเก่ามากกว่าทางปกครอง

ห ม อ ก ฏ ห ม า ย ที่ ส น ใ จ ท า ง ป ร ะ วั ติ ศ า ส ต ร์ ย่อมพอใจสนทนาทางประวัติศาสตร์มากกว่ากฏหมาย

รวมความว่ามนุษย์เราตามปกติพอใจสนทนา หรือตอบข้อถามในเรื่องงานอดิเรกมากกว่าในงานที่จริงจัง

2. ก า ร ผ จ ญ ภั ย
มนุษย์เราโดยมากชอบ
เ ล่ า เ รื่ อ ง ผ จ ญ ภั ย ที่ ต น เ ค ย ป ร ะ ส บ ม า

เช่น นั่งในรถยนต์ถูกรถโดนกันหรือถูกปล้น หรืออะไรที่เขารอดอันตรายมาอย่างหวุดหวิด

เช่น จวนเจียนจะล้มละลาย กลับรอดตัวได้ ป่วยหนักจวนสิ้นชีพ กลับหายได้

ถ้าเราทราบว่าเขาเคยประสบเรื่องชนิดนี้มาบ้างแล้ว ก็เป็นเรื่องที่เหมาะที่สุด

3. ก า ร อ อ ก ค ว า ม เ ห็ น อี ก อ ย่ า ง ห นึ่ ง
มั ก เ ป็ น เ รื่ อ ง ที่ ค น ช อ บ แต่ก็ต้องเป็นเรื่องที่เราคาดคะเนได้ว่าเขาจะรู้

เช่น ค น ช อ บ ฟั ง ก า ร โ ต้ ว า ที เราควรถามความเห็นว่าใครโต้เป็นอย่างไร?

ค น ช อ บ อ่ า น ห นั ง สื อ พิ ม พ์ เราถามความเห็นถึงเรื่องสำคัญๆ ที่ปรากฏในหน้าหนังสือพิมพ์ ขอให้เขาอธิบายว่าเขามีความเห็นอย่างไร? ในเรื่องนั้นๆ

รวมความว่าศิลปแห่งการฟัง เป็นเครื่องมืออันสำคัญอันหนึ่ง ซึ่งจะให้สำเร็จประโยชน์อันใหญ่ยิ่ง

แต่ขอให้ผู้อ่านสังเกตข้อความที่ข้าพเจ้ากล่าวมาข้างต้นว่า ที่เรียกว่า ศิลปแห่งการฟัง นั้น ไม่ได้หมายถึงการนิ่งนั่งตั้งใจฟังอย่างเดียว

แต่หมายถึงความสามารถและไหวพริบหลายอย่าง ที่จะให้ผู้อื่นพูดด้วยความเต็มใจ และขอให้เราจดจำไว้ว่า การพูดที่ดีที่สุดนั้น คือความสามารถที่จะทำให้ผู้อื่นพูด แต่ไม่ใช่พูดเสียคนเดียว

Back HOME

1