กระเต่ากับกระต่าย

......กระเต่ากับกระต่ายเดินและวิ่งไป พวกมันดูท่าทางจะหกห้มพร้อมกัน  และยังคงนอนกลิ้งอยู่เช่นนั้น....นานแล้ว....นานกว่าที่พวกเราคิดเสียอีก  เรารอเพียงให้มันดำเนินไปตามเรื่องราว...นิทานที่เล่าขาน  แล้วมันจะดีขึ้นเอง อย่าวิตกกังวลอยู่กับสิ่งนี้เลย ควรใช้เวลานั้นจิบกาแฟร้อนๆ  สูดกลิ่นไอของมันให้เต็มปอดด้วยล่ะ  แล้วเริ่มทำสมองให้ว่างเปล่า
......เพราะผมเข้าใจว่า  นอกจากกระต่าย กระเต่าแล้วผมว่ามันน่าจะมีเป็ดหรืออาจจะเป็นไก่ ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็นมาก อาจเพราะผมกลัวจะติดกับของตัวเองอย่างที่แล้วๆมา  ปัญหาไม่ใช่ผลของการกระทำระหว่างกระเต่ากับกระต่ายหรอก สิ่งที่เป็นไปได้คือ แต่ละตัวอาจชอบกินผักชนิดเดียวกัน หรือมันอาจเป็นสงครามธัญญพืช ผมว่าถ้าทั้งสองเป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ในอาณาจักรของพวกมัน สงครามครั้งนี้คงจะมี แม่ทัพที่ต่างมีสติไม่สมประกอบกับนักรบปัญญาอ่อน  และยุทธวิธียิ่งไม่ใช่ยุทธวิธี เพราะมันคงดูน่ารักเกินกว่าจะเป็นสงครามได้
......ผมว่าสรรพสิ่งนั้นล้วนมีความหยิ่งยโส  ดำรงอยู่ด้วยเกียรติแห่งสัญชาติของตน  เกียรติแห่งสัญชาติของกระเต่าย่อมแตกต่างจากเกียรติแห่งสัญชาติของกระต่าย มีเพียงผู้ขบถเท่านั้น  ที่จะเดินออกมาจากกฎแห่งสัญชาตินั้นได้  กระทำตนอย่างผู้โง่เขลาซึ่งดูไร้เกียรติ  แต่ในความเป็นจริงนั้นยังคงดำรงอยู่ได้ด้วยเกียรติเช่นกัน  แต่เป็นเกียรติแห่งศรัทธาต่อพระเจ้าที่กำลังนั่งตกปลาท่ามกลางพายุกระหน่ำ นี่เป็นยุทธวิธีหนึ่งที่ผู้มีเกียรติมากมายไม่เคยศรัทธา เนื่องจากการดำรงอยู่เช่นนี้ ไร้รูปแบบ..... ผมว่าเราควรจะพักเหนื่อยกันสักหน่อย ดื่มอะไรสักอย่างที่ร้อนๆ อย่าลืมสูดไอน้ำที่ล่องลอยออกมา  มันบริสุทธิ์ทีเดียว..... สมองเริ่มวางเปล่าอีกครั้ง
......ความยุติธรรมต่อเกียรติแห่งสัญชาติ ความเชื่องช้าคือความเป็นจริงบองกระเต่า แต่ใช้พลังงานในการดำรงอยู่เพียงน้อยนิด จึงไม่จำเป็นต้องแสวงหาพลังงานสะสมมากนัก เวลาในการเดินทางทั้งหมดคือการประกาศความสง่างาม นั่นก็ด้วยเกียรติแห่งสัญชาติของมันเช่นกัน  ส่วนนักรบนามกระต่าย ความเร็ยในการเคลื่อนที่ของชีวิตเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับเรื่องราวในอาณาจักรของมัน  มันต้องสะสมพลังงานเพื่อวันต่อๆไปมันต้องอยู่ในสภาพที่พร้อมรบเสมอ และนั่นก็ด้วยเกียรติแห่งสัญชาติของมันเช่นกัน
......ทั้งสองอาณาจักรช่างมีความแตกต่าง แต่กลับต้องมาเผชิญหน้ากัน  ผมว่าสงครามไม่อาจจะสร้างความเร็วให้กับอาณาจักรของกระต่ายได้ด้วยเกียรติแห่งสัญชาติของกระต่าย ทั้งไม่สามารถสร้างความสง่างามสุขมเยือกเย็นให้กับอาณาจักรของกระต่ายได้ด้วยเกียรติแห่งสัญชาติของกระเต่าได้
......นักรบไม่จำเป็นต้องอาศัยความแตกต่างจึงจะต่อสู้ แต่ในสนามรบย่อมมีแนวทางในการต่อสู้ของนักรบเมื่อเผชิญหน้า  นั่นคือ สงครามที่เคารพตนและศัตรูอย่างแท้จริงและนี่คือเกียรติแห่งสัญชาติของนักรบ
......ความแตกต่างของเกียรติแห่งสัญชาติจึงไม่ใช่ข้ออ้างที่เหมาะสมในการทำสงคราม สงครามมิใช่การได้มาซึ่งชัยชนะ  การดำรงอยู่ด้วยเกียรติแห่งสัญชาติต่างหาก คือชัยชนะที่สัมบูรณ์ของอาณาแห่งนั้น
......เรื่องราวของกระเต่ากับกระต่ายจะไม่ดำเนินต่อไป ถ้าผมหยุดพวกมันด้วยเกียรติแห่งสัญชาติของนักรบ  แต่ทั้งหมดหาเป็นเช่นนั้นไม่  ผมเดินไปหากระเต่า แล้วบอกว่าคุณไม่ใช่นักรบนะ ยุติมันเถิด "ไม่ได้หรอกอาณาจักรอื่นๆมองดูอาณาจักรของเราอยู่ ฉันต้องการชัยชนะเพื่อเป็นเกียรติของอาณาจักร" นี่คือคำตอบของท่านกระเต่า นั่นทำให้ผมนิ่งไปได้สักครู่ใหญ่เลยที่เดียว"  ผมรู้สึกว่ากลิ่นหอมหวนของกาแฟเท่านั้น ที่ผมต้องการในขณะนี้  แต่ผมต้องเดินต่อไป "คุณไม่ใช่นักรบนะ ยุติมันซะเถิด" ผมพูดกับท่านกระต่าย "ไม่ได้หรอกอาณาจักรอื่นๆมองดูอาณาจักรของเราอยู่ ฉันต้องการชัยชนะเพื่อเป็นเกียรติของอาณาจักร"  นี่คือคำตอบของท่านกระต่าย
......ในที่สุดผมก็ได้ดื่มกาแฟอย่างที่ได้ตั้งใจไว้ และสิ่งที่เข้าถึงผมได้มีเพียงความเงียบ!  ครุ่นคิดอยู่ บางทีผมอาจเป็นเช่นเดียวกับพวกเขาก็ได้
......ผมตกใจตื่นขึ้น ผมเข้าใจแล้วละว่าสงครามมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ความหยิ่งยโสแห่งสัญชาติไง ความหยิ่งยโสสำคัญมากเพราะมันจะนำพาเราไปสู่เกียรติแห่งสัญชาติ พวกมันเป็นสิ่งที่เอื้ออำนวยซึ่งกันและกัน ค้นพบเกียรติที่แท้จริง เกียรตินั้นจะกลับวิภาษความหยิ่งยโส และความหยิ่งยโส จะกลับมาวิภาษเกียรติ จนกว่าความสมดุลย์จะเกิดขึ้น อาภรณ์แห่งสัญชาติก็จะอุบัติขึ้น มันคือเกียรติของสัญชาติของนักรบ และนั่นคือหัวใจของนักรบ

(ตั้ง ทหารกล้า)

 

 

1