สาวผู้ถูกตี

......ซาดิกอาศัยกลุ่มดาวนำทาง กลุ่มดาวไถและดาวสุนัขที่สุกใสพาเขาไปทางทิศใต้ เขารู้สึกชื่นชมหมู่ดาวที่ส่องแสงอยู่บนฟากฟ้าที่กว้างใหญ่ไพศาลซึ่งมนุษย์เรามองเห็นแต่ประกายระยิบระยับเท่านั้น ในขณะที่โลกของเราซึ่งจริงๆ แล้วเป็นเพียงจุดเล็กๆ มองแทบไม่เห็นในจักรวาล แต่ความโลภของมนุษย์ทำให้เห็นว่าโลกเรานั้นแสนจะยิ่งใหญ่และสูงส่งเสียเหลือเกิน ซาดิกประจักษ์ชัดว่าที่แท้มนุษย์เราก็เป็นเหมือนหมู่แมลงที่เขมือบกันเองบนผืนแผ่นดินเล็กกระจิดริด ภาพแห่งความจริงนี้ดูเหมือนจะช่วยผ่อนคลายความทุกข์ของเขาได้ โดยย้อนรอยให้เขาเห็นถึงความไม่เที่ยงของตัวเขาและของกรุงบาบิโลน วิญญาณของเขาล่องลอยไปสู่ความว่างเปล่าอันไร้ขอบเขต หลุดพ้นจากประสาทสัมผัสใดๆ เพ่งไปยังระบบจักรวาลที่คงไม่เปลี่ยนแปลง แต่ครั้นรู้สึกตัวต่อมาและหวนคิดถึงหัวอกของตนเอง เขาก็นึกไปว่าพระราชินีอัสตาร์เต้ อาจจะสิ้นพระชนม์เพื่อเขาเสียแล้ว คิดดังนั้น จักรวาลก็พลันหายวับไปจากสายตา ในโลกนี้ทั้งโลกมองเห็นแต่พระนางอัสตาร์เต้ ผู้กำลังจะวายชนม์และซาดิกผู้โชคร้ายเท่านั้น
......ซาดิกปล่อยใจสลับกันไปมาระหว่างปรัชญาที่สูงส่งและความทุกข์ที่หนักอึ้ง จนกระทั่งเดินทางไปถึงชายแดนประเทศอียิปต์ บ่าวผู้ซื่อสัตย์ของเขาได้ไปหาที่พักในหมู่บ้านแห่งแรก ระหว่างรอซาดิกก็เดินแล่นไปทางสวนท้ายหมู่บ้านไม่ไกลจากถนนใหญ่นัก เขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังร้องห่มร้องไห้พลางเรียกร้องให้พระเจ้าและคนช่วยอยู่ดังลั่น มีผู้ชายคนหนึ่งท่าทางโกรธจัดวิ่งตามหลังหล่อนมาจนทัน หล่อนกอดเข่าทั้งสองของเขาไว้ แต่ชายดังกล่าวทั้งตีทั้งด่าอุตลุด เมื่อดูจากความรุนแรงของชายชาวอียิปต์และคำกล่าวขอโทษซ้ำแล้วซ้ำอีกของผู้หญิง ซาดิกก็ลงความเห็นว่าคนหนึ่งคงขึ้หึง และอีกคนคงนอกใจ แต่เมื่อพิจารณาดูผู้หญิงคนนี้เขาห็เห็นว่าหล่อนสวยซึ้งตรึงใจ และยังส่วนคล้ายพระราชินีอัสตาร์เต้ ผู้น่าสงสารอยู่บ้างอีกด้วย ทำให้เขารู้สึกสงสารหล่อนจับใจและพลอยเกลียดชังชายอียิปต์ หล่อนตะโกนเรียกซาดิกพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้นว่า
......"โปรดช่วยข้าด้วย โปรดช่วยดึงข้าให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของไอ้คนป่าเถื่อนที่สุดคนนี้ โปรดช่วยชีวิตข้าด้วยเถิด"
......พอได้ยินเสียงเรียก ซาดิกก็วิ่งปราดเข้าไปขวางระหว่างกับเจ้าคนป่าเถื่อน เขาพอจะรู้ภาษาอียิปต์อยู่บ้าง จึงพูดกับชายชาวอียิปต์ว่า
......"ถ้าเจ้ามีมนุษยธรรมอยู่บ้าง ข้าก็อยากจะขอร้องเจ้าให้เคารพความงามและความอ่อนแอด้วยเถอะ เจ้ากล้าทำร้ายผลงานชิ้นเอกของธรรมชาติที่อยู่แทบเท้าเจ้าและมีแต่น้ำตาเป็นอาวุธป้องกันตัวเท่านั้นได้ลงคอยังไงกัน"
......เจ้าคนโมโหจัดพูดว่า
......"อะฮ้า งั้นเจ้าก็รักมันเข้าอีกคนละซิ ข้าควรจะแก้แค้นเจ้านั่นแหละ"
......กล่าวจบ ก็ปล่อยผมผู้หญิงที่ดึงไว้ หยิบหอกขึ้นมาเแทน หมายแทงอกชายแปลกหน้าซึ่งใจเย็นมาก จึงหลบหอกของเจ้าคนโมโหได้ไม่ยาก ซาดิกยึดตรงหัวหอกที่มีหอกเหล็กแหลมคมไว้แน่น ฝ่ายหนึ่งต้องการดึงหอกกลับไป อีกฝ่ายกระชากกลับมา มันจึงหักสะบั้นคามือคนทั้งสอง ชายอียิปต์ดึงดาบออกมา ซาดิกก็ชักดาบของตนมั่ง ต่างต่อสู่กันพัลวัน คนนี้ฟันรุกอย่างรวดเร็วนับครั้งไม่ถ้วน ส่วนคนโน้นก็ตั้งรับอย่างชำนิชำนาญ แม่สาวนั้นพอจัดผมให้เข้ารูปเข้าทรงแล้วก็นั่งดูคนทั้งสองอยู่บนพื้นหญ้า ชาวอียิปต์แข็งแรงบึกบึนกว่าคู่ต่อสู้ แต่ซาดิกคล่องแคล่วว่องไวกว่า เขาต่อสู้แบบใช้สมองนำแขน ส่วนอีกคนสู้แบบคนโมโห ซึ่งความโกรธจนหน้ามืดตาลายพาให้ฟันไปมาสะเปะสะปะ ซาดิกได้ทีปัดดาบเขาหลุดมือไป ทำให้เขาทวีความโกรธยิ่งขึ้นกระโจนเข้าปล้ำซาดิก แต่กลับถูกซาดิกจัดกดลงกับพื้น พร้อมกับเอาดาบจ่อตรงกับหน้าอก แล้วเสนอว่าจะไว้ชีวิตให้ แต่ชายอียิปต์โกรธจัดจนลืมตัว ดึงมีดสั้นออกมาแทงซาดิกผู้ชนะที่กำลังให้อภัยเขาจนบาดเจ็บ ซาดิกรู้สึกโมโหจึงแทงดาบเข้าไปในทรวงอกชายอียิปต์ ซึ่งร้องโหยหวนพร้อมกับบิดตัวเร่าๆ ขาดใจตายไป
......ซาดิกจึงเดินตรงไปหาแม่สาว พูดกับหล่อนด้วยเสียงอ่อนโยนว่า
......"เขาบังคับให้ข้าฆ่าเขา ข้าได้แก้แค้นให้เจ้าแล้ว เจ้าเป็นอิสระจากผู้ชายที่ดุร้ายที่สุดที่ข้าเคยพบเห็นมา ตอนนี้เจ้าต้องการอะไรจากข้าอีกล่ะแม่นาง"
......หล่อนตอบว่า
......"ข้าอยากให้แกตาย ไอ้มาตกร ข้าอยากให้แกตาย แกได้ฆ่าคนรักของข้า ข้าอยากฉีกอกแกนัก"
......ซาดิกตอบหล่อนว่า
......"ว่าไปตามจริงแล้ว แม่นางมีชายคนรักที่แปลกมาก เขาตบตีเจ้าอย่างสุดแรงและยังอยากจะคร่าชีวิตข้าเพราะเจ้าเป็นผู้อ้อนวอนให้ช่วยอีก" แม่สาวส่งเสียงร้องกรี๊ดๆ พร้อมกับพูดต่อว่า
......"ข้าอยากให้เขาตีข้าอีก ข้าสมควรที่จะถูกตีเพราะข้าทำให้เขาหึง ขอให้สวรรค์ทรงโปรดให้เขาตีข้า และให้เจ้าตายแทนที่เขาด้วยเถิด"
......ซาดิกไม่เคยประหลาดใจมากและโมโหจัดเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต เขาพูดกับหล่อนว่า
......"แม่นาง แม้เจ้าจะสวยเลิศ แต่ก็สมควรถูกข้าตีอีกทีด้วย เจ้าเป็นคนไร้เหตุผลเสียเหลือเกิน แต่ข้าจะไม่เสียแรงทำหรอก"
......พูดจบ ซาดิกก็กลับไปขึ้นหลังอูฐมุ่งหน้าตรงไปยังหมู่บ้านไปได้ไม่ทันกี่ก้าวก็ต้องหันหลังกลับไปดูตามเสียงฝีเท้าม้าของทหารนำสารสี่คน ซึ่งกำลังห้อมาเต็มเหยียดจากกรุงบาบิโลน คนหนึ่งในจำนวนนั้นร้องตะโกนออกมาเมื่อมองเห็นแม่สาวนั้นว่า
......"ใช้นางแน่แล้ว หน้าเหมือนกับที่คนบอกมาเลย"
......พวกทหารไม่สนใจชายผู้ตาย และจับตัวผู้หญิงไปทันที หล่อนร้องเรียกซาดิกไม่หยุด
......"โปรดช่วยข้าอีกครั้งเถอะ ท่านคนแปลกหน้าผู้ใจกว้าง ข้าขออภัยที่ได้ด่าว่าท่าน โปรดช่วยข้าด้วยเถิด แล้วข้าจะเป็นของท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่"
......ซาดิกไม่อยากที่จะช่วยต่อสู้เพื่อหล่อนอีกต่อไป เขาตอบว่า
......"ขอให้คนอื่นช่วยเถอะ เจ้าหลอกข้าอีกไม่ได้หรอก"
......อีกอย่าง เขาก็บาดเจ็บด้วย เลือดไหลออกมาจากแผลและต้องการคนช่วยรักษา นอกจากนี้ภาพของชาวบาบิโลนสี่คน ซึ่งอาจจะถูกพระราชาโมอับดาร์ส่งมา ทำให้เขาเต็มไปด้วยความกังวล ทำไมทหารนำสารชาวบาบิโลนทั้งสี่คนจึงมาจับตัวสาวอียิปต์ไป และที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่านั้นก็คือ ลักษณะนิสัยใจคอของหล่อน
1