จังหวัดยะลา
|
||
จังหวัดยะลา แต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดปัตตานี ซึ่งเป็นเมืองขึ้นอยู่กับราชอาณาจักรไทย ครั้งสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีในปี พ.ศ.2310 หลังจากที่กรุงศรีอยุธยาเสียแก่พม่าแล้ว บรรดาหัวเมืองต่าง ในบริเวณแถบนี้ต่างก็ประกาศตัวเป็นอิสระ ครั้นสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ได้รับสั่งให้กรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท เสด็จยกทัพหลวงไปปราบ และตีเมืองปัตตานีเป็น 7 หัวเมือง คือ เมืองปัตตานี เมืองสายบุรี เมืองหนองจิก เมืองยะหริ่ง เมืองระแงะ เมืองรามัน และเมืองยะ สำหรับเมืองยะลานั้น มีต่วนยาลอ เป็นพระยาลอ และได้มีการเปลี่ยนเจ้าเมืองกันหลายครั้ง จังหวัดยะลาจึงได้เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย ก่อนที่จะมีการประกาศยกเลิกมณฑล ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยระเบียบแห่งราชอาณาจักรสยามในปี พ.ศ. 2476
จังหวัดยะลาเป็นจังหวัดที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย มีอาณาเขตติดต่อ จังหวัดสงขลา ปัตตานี นราธิวาส และประเทศมาเลเซีย พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขาและป่าไม้ และเป็นจังหวัดเดียวใน 14 จังหวัดภาคใต้ที่ไม่มีพื้นที่ติดทะเลยะลาแบ่งการปกครองเป็น 6 อำเภอ และ 2 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอเบตง อำเภอบันนังสตา อำเภอยะหา อำเภอรามัน อำเภอธารโต กิ่งอำเภอกาบัง และกิ่งอำเภอกรงปินัง
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นที่ตั้งของหลังเมืองจังหวัดยะลา ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวจังหวัดยะลา ตั้งอยู่ใจกลางวงเวียนหน้าศาลากลางจังหวัด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานยอดเสาหลักเมืองให้เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2505 บริเวณโดยรอบเป็นสวนสาธารณะร่มรื่นสวยงาม เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนทั่วไป และทุกๆ ปีจะมีการจัดงานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมือง ระหว่างวันที่ 25-31 พฤษภาคม
สวนขวัญเมือง เป็นสวนสาธารณะกลางเมืองยะลา ดัดแปลงมาจากสวนสาธารณะพรุบาโกยจัดให้เป็นสนามกีฬาและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง มีโขดหินและชายหาดจำลอง มีสนามแข่งขันนกเขาชวาเสียง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้เดินทางมาเปิดป้ายชื่อสวนขวัญเมืองเป็นทางการ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2529 อยู่ห่างจากศาลเจ้าพ่อหลักเมือง 300 เมตร
วัดคูหาภิมุข (วัดหน้าถ้ำ) ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าถ้ำ อำเภอเมือง ไปตามเส้นทางยะลา-หาดใหญ่ ห่างจากตัวเมือง 4 กิโลเมตร ตามเส้นทางไปสู่อำเภอยะหา ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดหน้าถ้ำ เพราะภายในวัดนี้มีถ้ำใหญ่แห่งหนึ่ง มีพระพุทธไสยาสน์ของโบราณขนาดใหญ่ ประดิษฐานอยู่ภายใน สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ปี พ.ศ.1300 เป็นพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัยมีขนาดความยาว 81 ฟุต 1 นิ้ว เชื่อกันว่าเดิมเป็นปางนารายณ์บรรทมสินธุ์ เพราะมีภาพนาคแผ่พังพานปกพระเศียร ต่อมาจึงได้ดัดแปลงเป็นพระพุทธไสยาสน์แบบหินยาน พระพุทธไสยาสน์วัดหน้าถ้ำแห่งนี้ ชาวภาคใต้ถือว่าเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ 1 ใน 3 ของดินแดนภาคใต้ คือ พระบรมธาตุเมืองนครฯ พระธาตุไชยาที่สุราษฎร์ธานี และพระพุทธไสยาสน์วัดหน้าถ้ำ
เขื่อนบางลาง สร้างกั้นแม่น้ำตาปีที่บ้านบางลาง ตำบลบาเจาะ อำเภอบันนังสตา ห่างจากตัวเมืองยะบาไปตามเส้นทางยะลา-เบตงประมาณ 58 กิโลเมตรและมีทางแยกเข้าเขื่อนตรงหลักกิโลเมตรที่ 46 เลี้ยวเข้าเขื่อนเข้าไปอีกประมาณ 12 กิโลเมตร เป็นเขื่อนที่สร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ทางด้านการป้องกันอุทกภัย การชลประทาน การผลิตกระแสไฟฟ้า บริเวณเหนือเขื่อนทีศาลาชมวิว มองเห็นทัศนียภาพงดงาม แต่ทางขึ้นค่อนข้างสูงชัน รถที่จะขึ้นไปชมวิวควรจะเป็นรถที่มีสภาพดีมีกำลังแรง
น้ำตกถือลองหรือน้ำตกสุขทาลัย ใช้เส้นทางยะลา - เบตง 50 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายตรงนิคมสร้างตนเองภาคใต้ไปอีก 9 กิโลเมตร เป็นธารน้ำตกที่ไหลลดหลั่นมาตามซอกเขาดูสวยงาม
น้ำตกธารโต อยู่บนเส้นทางยะลา-เบตง ห่างจากยะลาประมาณ 57 กิโลเมตร มีทางแยกลูกรังเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร บริเวณนี้เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติบางลาง ลักษณะภูมิประเทศแถบนี้มีป่าไม้ขึ้นอยู่หนาแน่น ล้อมรอบด้วยภูเขาใหญ่ น้ำตกไหลพลิ้วลงมาจากยอดเขาสูงเป็นขั้นๆ ถึง 7 ชั้น
หมู่บ้านซาไก อยู่ที่หมู่ 3 ตำบลบ้านแหร อำเภอธารโต ห่างจากตัวเมืองยะลาไปทางอำเภอเบตงประมาณ 80 กิโลเมตร มีทางลูกรังแยกจากถนนใหญ่ บริเวณกิโลเมตรที่ 67-68 ไปอีก 4 กิโลเมตร เมื่อปี พ.ศ.2516 กรมประชาสงเคราะห์ได้รวบรวมเงาะซาไก ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในเขตอำเภอเบตงและอำเภอบันนังสตาจำนวน 21 ครอบครัว 52 คนให้มาอยู่ ณ ที่นี้ โดยสร้างบ้านให้อยู่อาศัยและจัดสรรที่ดินพร้อมยางพาราพันธุ์ดีให้จำนวน 300 ไร่ และได้กราบบังคมทูลสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ขอใช้คำว่า "ศรีธารโต" ให้ทุกคนใช้เป็นนามสกุล
น้ำตกละอองรุ้ง ห่างจากยะลาประมาณ 100 กิโลเมตรตามถนนสายยะลา-เบตง สูงประมาณ 50 เมตรสายน้ำยามต้องแสงแดดจะเกิดเป็นสีรุ้งสวยงาม
นิคมสร้างตนเองธารโต เป็นสถานที่อันน่าสนใจอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดยะลา ตั้งอยู่ข้างทางสายยะลา-เบตง ก่อนจะถึงน้ำตกธารโตเป็นนิคมสร้างตนเองที่กว้างขวางใหญ่โตตั้งอยู่ในระหว่างภูมิประเทศที่ล้อมรอบด้วยภูเขา ชาวนิคมสร้างตนเองปลูกพืชต่าง ๆ หลายชนิดและยังสามารถปลูกโสมเกาหลีได้ดีอีกด้วย
อำเภอเบตง เป็นอำเภอที่อยู่ใต้สุดของประเทศไทย เป็นประตูไปสู่ประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ นับเป็นอำเภอชายแดนที่น่าสนใจของจังหวัดยะลา อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 140 กิโลเมตร บ้านเมืองที่นี่สร้างใหญ่โต มีความเจริญทัดเทียมกับจังหวัดหรือยิ่งกว่าบางจังหวัดของไทย ที่นี่มีถนนเชื่อมสู่เขตสหพันธรัฐมาเลเซียที่ตรงด่านเบตง ตัวเมืองเบตงอยู่ในหุบเขา มีสวนสาธารณะบนเขาที่สวยงาม เป็นสถานที่พักผ่อนและออกกำลังกายของชาวเบตง
ตู้ไปรษณีย์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ตั้งอยู่อำเภอเบตงในเขตเทศบาลมุมถนนสุขยางค์สร้างขึ้นเมื่อปี
พ.ศ. 2467 โดยคุสงวน
จิระจินดา อดีตนายไปรษณีย์-โทรเลข
อำเภอเบตงเพื่อให้เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอเบตงในเรื่องการติดต่อสื่อสาร
ลักษณะของตู้เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กเป็นรูปกลมทรงกระบอกแยกได้เป็น
2 ส่วน
คือส่วนฐานและส่วนตัวตู้
ส่วนสูงของตู้คือ 290
เซนติเมตร
นับจากฐานขึ้นไปรวมความสูงของตู้ด้วยวัดได้
320 เซนติเมตร
ปัจจุบันนี้ตู้ไปรษณีย์ใบนี้ยังใช้งานได้อยู่
นกนางแอ่นเบตง เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองเบตงคือเมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง คือ ระยะที่ต้นยางพาราผลัดใบ (ประมาณเดือนกันยายน-มีนาคม) ในยามเย็นก่อนที่พระอาทิตย์จะลับไป เมืืองเบตงจะดำทะมึนไปหมดนกนางแอ่นเหล่านี้จะบินมาจากป่าดงอย่างมืดฟ้ามัวดินและจะเกาะนอนอยู่บนสายไฟฟ้า สายโทรศัพท์ เบียดตัวกันแน่นขนัด ซึ่งถ้าหากไปเบตงตอนกลางวันท่านจะไม่ได้เห็นนกนางแอ่นหลงเหลืออยู่เลย
วัดพุทธาธิวาส ตั้งอยู่ในตัวเมืองเบตง มีพระมหาธาตุเจดีย์พระพุทธธรรมประกาศ สูง 3909 เมตร เป็นสีทองโดดเด่นแลเห็นได้แต่ไกลศิลปการก่อสร้างเป็นสถาปัตยกรรมศรีวิชัยประยุกต์
บ่อน้ำร้อนเบตง ก่อนถึงอำเภอเบตง 4 กิโลเมตร มีทางแยกขวาอีก 6 กิโลเมตร ถึงบ่อน้ำร้อนเบตงได้รับการตกแต่งบริเวณอย่างสวยงาม มีห้องอาบน้ำร้อนของเอกชนและร้านอาหารบริการ
น้ำตกอินทสร เป็นน้ำตกขนาดเล็ก มีแอ่งน้ำสำหรับลงเล่นน้ำท่ามกลางป่าเขียวขจีโดยรอบอยู่ถัดจากบ่อน้ำร้อนเบตงไปทางหมู่บ้านปิยะมิตร1 อีก 2 กิโลเมตร
อุโมงค์ปิยะมิตร อยู่ถัดจากน้ำตกอินทสรไปอีก 3 กิโลเมตร เป็นอุโมงค์ดินซึ่งอดีต ขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายา (จคม.) สร้างขึ้นบนเนินเขาในป่าทึบ สำหรับเป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง
บึงน้ำใส แหล่งกำเนิดปลามังกรอยู่ที่อำเภอรามัน ห่างจากตัวเมืองยะลาราว 26 กิโลเมตร ผ่านอำเภอรามันไปทางอำเภอรือเสาะประมาณ 8 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายจากถนนใหญ่เข้าสู่บ้านบึงน้ำใสหมู่ที่ 5 ตำบลตะโละหะลออำเภอรามัน ปลาชนิดนี้มีมากในแถบอินโดจีน มาเลเซีย และประเทศไทยตอนล่าง เชื่อกันว่าใครเลี้ยงปลามังกรจะมีโชคลาภ ราคาซื้อขายจึงค่อนข้างสูง
งานมหกรรมแข่งขันนกเขาชวาเสียงอาเซี่ยน ยะลาเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ตอนล่าง ที่นิยมเสียงของนกเขาและยังเชื่อว่า นกเขาเป็นสัตว์มงคลที่จะนำโชคลาภมาให้แก่ผู้เป็นเข้าของ โดยเฉพาะหากเป็นนกเขาที่มีลักษณะถูกต้องตามตำรา ด้วยเหตุนี้ทางเทศบาลเมืองยะลาร่วมกับชมรมผู้เลี้ยงนกชาวเขาชวาจังหวัดยะลา จึงจัดให้มีการแข่งขันนกเขาชวาเสียงชิงแชมป์อาเซี่ยน ครั้งที่ 1 ขึ้นในประเทศไทย เมื่อปี พ.ศ. 2529 ต่อมาได้จัดเป็นงานเทศกาลประจำปีของจังหวัดยะลา ณ บริเวณสนามสวนขวัญเมือง กำหนดการจัดงาน คือ วันเสาร์-อาทิตย์ แรกของเดือนมีนาคม ทุกปี
งานสมโภชเจ้าพ่อหลักเมืองยะลา กำหนดการจัดงานจะจัดทุกเดือนพฤษภาคม ในงานจะมีขบวนแห่ศาลเจ้าเพ่อหลักเมืองจำลอง มีการออกร้านนิทรรศการและแสดงสินค้า ผลิตภัณฑ์ของส่วนราชการ การแสดงมหรสพพื้นบ้าน เช่น มโนราห์ หนังตะลุง ลิเกฮูลู โดยจัดงานบริเวณเทศบาลเมืองยะลา
งานเทศกาลฟื้นฟูประเพณีและของดีเมืองยะลา กำหนดจัดวันเสาร์-อาทิตย์ แรกของเดือนสิงหาคม บริเวณเทศบาลเมืองยะลา มีการแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นบ้านของประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มคนจีนไทยพุทธ และไทยมุสลิม การประกวดรำซีละ สตรีแต่งกายชุดบานง ประกวดศรีบุหงาศิรี ประกวดรำรองเง็ง ประกวดขับร้องเพลงอันนาซีตภาษามลายูและภาษาไทย และการแสดงศิลปะประเพณีท้องถิ่นของสถานศึกษาต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการแสดงนิทรรศการของดีเมืองยะลา เช่น กล้วยหิน ไม้เหลาชะโอน กบภูเขา ปลามังกร เป็นต้น
(รหัสทางไกล 073)
อำเภอเมือง
เทพวิมาน 31-37 ถนนศรีบำรุง โทร. 212400, 212796 จำนวน 87 ห้อง ราคา 150-380 บาท
ยะลารามา 21 ถนนศรีบำรุง โทร. 212815, 212563 จำนวน 133 ห้อง ราคา 265-780 บาท
ยะลามายเฮ้าส์ 109 ถนนรัฐคำนึง โทร. 213870, 213147 จำนวน 60 ห้อง ราคา 280-350 บาท
ศรียะลา 16-22 ถนนไชยจรัล โทร. 212045, 212299 จำนวน 93 ห้อง ราคา 160-320 บาท
ฮั่ว อัน 352/1 ถนนสิโรรส โทร. 212771 จำนวน 40 ห้อง ราคา 130-260 บาท
อำเภอเบตง
แกรนด์วิว 30-34 ถนนแกรนด์วิลล่า โทร. 230951 จำนวน 79 ห้อง ราคา 690-750 บาท
คาเธ่ย์เบตง 17-21 ถนนจันทโรทัย โทร. 230996-99 จำนวน 99 ห้อง ราคา 590-640 บาท
ไทยโฮเต็ล 25 ถนนรัตนกิจ โทร. 231036 จำนวน 81 ห้อง ราคา 200-350 บาท
ไนซ์ รีสอร์ท ถนนสุขยางค์ โทร.245620-4 จำนวน 44 ห้อง ราคา 800-2,500 บาท
เบตงซิตี้พลาซ่า 1 ถนนธรรมวิถี โทร. 230441-3 จำนวน 130 ห้อง ราคา 300-800 บาท
เบตงเมอร์ลิน 33 ถนนฉายาชวลิต โทร. 230222-40 จำนวน 190 ห้อง ราคา 875-3,600 บาท
เพนท์เฮ้าส์ รีสอร์ท 68/1 ถนนรัตนเสถียร โทร. 231501-2 จำนวน 36 ห้อง ราคา 580-720 บาท
โฟร์ทูน่า 50-58 ถนนภักดีดำรงค์ โทร. 231180 จำนวน 71 ห้อง ราคา 500-600 บาท
มายเฮ้าส์โฮเต็ล 27 ถนนรัตนกิจ โทร. 230525-6 จำนวน 63 ห้อง ราคา 300-500 บาท
ศรีเบตง 2-4 ถนนธรรมวิถี โทร. 231560 จำนวน 120 ห้อง ราคา 200-400 บาท
การเดินทางโดยรถยนต์
จากกรุงเทพฯ จังหวัดยะลาอยู่ห่างจากรุงเทพฯ 1,084 กิโลเมตร ผ่านชุมพร-สุราษฎร์ธานี-นครศรีธรรมราช-สงขลา-ปัตตานี-ยะลา