จังหวัดอุตรดิตถ์
|
||
การเดินทาง |
จังหวัดอุตรดิตถ์ ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่าง เมืองแห่งพระแท่นศิลาอาสน์ ตำนานเมืองลับแลที่มีแม่ม่ายและสาวสวย เมืองแห่งลางสาดหวานหอม และบ้านเกิดของพระยาพิชัยดาบหัก ขุนศึกคู่บารมีสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช อุตรดิตถ์เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์มาแต่อดีตกาล โดยมีประวัติความเป็นมาอันยาวนานผ่านพัฒนาการมาหลายยุคหลายสมัย นับแต่ชุมชนสมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงปัจจุบัน
จากการค้นพบกลองมโหระทึกทำด้วยทองสัมฤทธิ์ที่ตำบลท่าเสา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ เมื่อปี พ.ศ. 2470 ทำให้เราทราบว่าอุตรดิตถ์เป็นดินแดนที่มีผู้คนเข้ามาอาศัยอยู่ก่อน พ.ศ. 1000 แล้ว เพราะโบราณวัตถุที่ค้นพบดังกล่าวเป็นโลหะที่มีใช้กันอยู่ในยุคสัมฤทธิ์หรือยุคโลหะตอนต้น อันเป็นยุคก่อนประวัติศาสตร์นั่นเอง จึงนับได้ว่า อุตรดิตถ์เป็นแหล่งศิลปวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมอันดีงามมาโดยลำดับ และสิ่งที่ยังเป็นความภาคภูมิใจของชาวอุตรดิตถ์ก็คือความเกรียงไกรของพระยาพิชัยดาบหัก เดิมทีตัวเมืองอุตรดิตถ์เป็นเพียงตำบลชื่อ "บางโพธิ์ท่าอิฐ" ขึ้นกับเมืองพิชัย แต่เพราะบางโพธิ์ท่าอิฐซึ่งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำน่านมีความเจริญรวดเร็ว เพราะเป็นท่าเรือขนถ่ายสินค้า ดังนั้นในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะตำบลบางโพธิ์ท่าอิฐขึ้นเป็นเมือง "อุตรดิตถ์" ซึ่งมีความหมายว่าท่าน้ำแห่งทิศเหนือ แต่ยังคงขึ้นกับเมืองพิชัยอยู่ ต่อมาอุตรดิตถ์กลับเจริญขึ้นกว่าเมืองพิชัย อุตรดิตถ์จึงได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นจังหวัด และเมืองพิชัยเลื่อนลงไปเป็นอำเภอหนึ่งขึ้นกับจังหวัดอุตรดิตถ์จนทุกวันนี้
อำเภอเมือง
วัดพระฝาง หรือวัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ เคยเป็นวัดที่จำพรรษาของเจ้าพระฝาง เมืองสวางคบุรี ซึ่งอยู่ในสมณเพศ แต่นุ่งห่มผ้าแดงและมิได้สึกเป็นฆราวาส ท่านได้ซ่องสุมผู้คนสมัยกรุงศรีอยุธยาแตกครั้งที่ 2 เพื่อจะกู้เอกราชปัจจุบันวัดพระฝางประกอบด้วยโบสถ์วิหาร และพระธาตุเจดีย์เป็นสถาปัตยกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย สำหรับบานประตูแกะสลักของพระวิหารปัจจุบันเก็บรักษาไว้ที่วัดธรรมาธิปไตยในตัวเมือง วัดพระฝางจะตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านพระฝางตำบลผาจุก ห่างจากตัวเมืองประมาณ 25 กิโลเมตร จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 1045 ถึงทางหลวงหมายเลข 11 แล้วเลี้ยวขวาไปทางพิษณุโลกประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายจากทางแยกเข้าไปประมาณ 14 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดพอดี
วัดใหญ่ท่าเสา วัดนี้จะมีวิหารที่เก่าแก่ซึ่งมีบานประตูไม้แกะสลักอย่างประณีตอยู่ 2 บาน และทางด้านหน้าวิหารจะมีลายไม้ที่งดงาม ซึ่งวัดใหญ่ท่าเสาจะตั้งอยู่ในตำบลท่าเสา อยู่ทางทิศตะวันออกของตัวเมืองอุตรดิตถ์ โดยเดินทางไปตามถนนสำราญรื่น แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าซอย 10 เดินทางต่อไปอีก 3 กิโลเมตร
วัดธรรมาธิปไตย เป็นวัดที่เก็บบานประตูของวิหารหลังใหญ่และเก่าแก่มากของวัดพระฝาง ซึ่งจะแกะสลักเป็นลายกนกก้านขด มีลายพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ 7 พุ่ม ระหว่างพุ่มจะมีกนกใบเทศขนาบสองด้าน แกะสลักอย่างประณีตงดงามมาก ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นบานประตูไม้แกะสลักที่มีความงดงามเป็นที่สองรองลงมาจากประตูวิหารวัดสุทัศน์ที่กรุงเทพมหานคร วัดธรรมาธิปไตยจะอยู่ในตัวเมืองใกล้สี่แยกจุดตัดของถนนอินใจมี กับถนนสำราญรื่น
หลวงพ่อเพชรวัดท่าถนน หลวงพ่อเพชรเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์สมัยเชียงแสน นั่งขัดสมาธิเพชร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดอุตรดิตถ์ จะประดิษฐานอยู่ที่วัดท่าถนน หรือเรียกอีกชื่อว่าวัดวังเตาหม้อ ตั้งอยู่ในตัวเมืองอุตรดิตถ์ ่บริเวณแม่น้ำน่าน ถนนเกษมราษฎร์ ตำบลท่าอิฐ
อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติของท่านในความองอาจกล้าหาญ รักชาติ และเสียสละ จะอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์
หอวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นศูนย์รวมวัตถุโบราณที่สำคัญของชาวอุตรดิตถ์ ซึ่งจะมีโบราณวัตถุที่สำคัญอยู่ชิ้นหนึ่งคือ ยานมาศ หรือคานหามไม้แกะสลักโปร่ง 3 ชั้น ซึ่งเป็นฝีมือช่างสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
อำเภอน้ำปาด
วนอุทยานสักใหญ่ ลักษณะเป็นป่าเบญจพรรณจะมีเนื้อที่ประมาณ 1,000 ไร่ ภายในอุทยานฯ จะมีต้นสักใหญ่ที่สุดในโลก มีความยาวรอบต้นประมาณ 987 เซนติเมตร สูงประมาณ 47 เมตร (ข้อมูลนี้วัดเมื่อ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530) มีอายุประมาณ 1,500 ปี ปัจจุบันได้ถูกพายุพัดส่วนยอดหัก ลำต้นส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งวนอุทยานสักใหญ่จะอยู่ที่หมู่ 4 บ้านปางเกลือ ตำบลน้ำไคร้ ห่างจากตัวเมืองเดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1045 ประมาณ 60 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 1146 เดินทางไปอีกประมาณ 7 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1047 ประมาณ 11 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 81 กิโลเมตร
อำเภอลับแล
วัดพระยืนพุทธบาทยุคล ภายในวัดจะมีมณฑปเป็นศิลปะแบบเชียงแสน ครอบรอยพระพุทธบาทคู่ประทับยืนบนฐานดอกบัวสูงประมาณ 1.5 เมตร ที่วัดพระยืนพุทธบาทยุคลนี้มีพระพุทธบาทรูปหล่อด้วยสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยขนาดหน้าตักกว้าง 55 นิ้ว เป็นพระพุทธรูปศิลปะสุโขทัย เรียกกันว่า หลวงพ่อพุทธรังษี วัดพระยืนพุทธบาทยุคลจะอยู่เลยวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งไปตามทางหลวงหมายเลข 102 ประมาณ 500 เมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือของถนนใกล้ทางแยก
วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง เดิมชื่อวัดมหาธาตุ เป็นวัดที่เก่าแก่อยู่ติดถนนใหญ่สายบรมอาสน์ ใกล้กับวัดพระยืนพุทธบาทยุคล และวัดแท่นศิลาอาสน์ ภายในพระบรมธาตุทุ่งยั้งเก่าแก่มาก เป็นเจดีย์ทรงลังกาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า วัดนี้จะตั้งอยู่หมู่ที่ 3 บ้านทุ่งยั้ง และวัดพระยืนพุทธบาทยุคล
อนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศ เจ้าเมืองลับแลในสมัยรัชการที่ 5 ชื่อทองอินเป็นนายอากรสุรา เชื้อสายจีน ด้วยความรักในท้องถิ่น จึงชักชวนให้ชาวลับแลทุกบ้านปลูกหมาก มะพร้าว ลางสาด ทุเรียน และผลไม้อื่น ๆ อีกจำนวนมาก และท่านได้พัฒนาเมืองลับแลมาโดยตลอด ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ชาวเมืองลับแลมีพืชเศรษฐกิจที่ดีจนถึง ทุกวันนี้ เป็นผู้นำชุมชนที่ชาวลับแลให้ความนับถือ ซึ่งอนุสาวรีย์พระศรีพนมมาศจะอยู่ตรงสี่แยกตลาดลับแล
อนุสาวรีย์เจ้าฟ้าฮ่ามกุมาร เป็นอนุสาวรีย์ของผู้ครองเมืองลับแลคนแรก ซึ่งบนเนินเขาด้านหลังจะมีจุดชมทัศนียภาพที่สวยงามของเมืองลับแล ซึ่งจะอยู่หมู่ที่ 7 บ้านท้องลับแล ตำบลฝายหลวง อยู่ห่างจากตัวจังหวัด 12 กิโลเมตรจากอำเภอลับแลใช้ทางหลวงหมายเลข 1043
น้ำตกแม่พูล เป็นน้ำตกที่เกิดจากการตกแต่งธารน้ำ โดยการเทปูนมีความสูงหลายชั้น มีลักษณะเป็นฝายน้ำล้น เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใกล้ตัวเมืองและมีถนนเข้าถึงอย่างสะดวกสบาย ซึ่งน้ำตกแม่พูลนี้จะอยู่หมู่ที่ 4 บ้านต้นเกลือ ตำบลแม่พูล ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร จากอำเภอลับแลเดินทางโดยใช้ทางหลวงหมายเลข 1041-1043
อำเภอแสนขัน
ถ้ำดิน เป็นถ้ำหินอ่อนสวยงามและมีถ้ำที่เป็นที่อยู่ของค้างคาวปากย่นจำนวนกว่าสามล้านตัว ถ้ำดินจะอยู่ที่หมู่ 9 บ้านถ้ำดิน ตำบลบ่อทอง ตามทางหลวงหมายเลข 1254
บ่อเหล็กน้ำพี้ เป็นบ่อเหล็กกล้าที่ได้ชื่อว่าเป็นเหล็กเนื้อเหนียวที่สุดเมื่อนำไปตีดาบ เนื้อเหล็กจะมีสีเขียวเหลือบ บ่อเหล็กน้ำพี้จะมีอยู่หลายบ่อ แต่ที่ปรากฏให้เห็นชัดเจนจะมีอยู่ 2 บ่อ คือ บ่อพระแสง และบ่อพระขรรค์ สงวนไว้สำหรับทำดาบของพระมหากษัตริย์เท่านั้น ซึ่งบ่อเหล็กน้ำพี้นี้จะอยู่ที่หมู่ 1 บ้านน้ำพี้ ตำบลน้ำพี้ ห่างจากตัวจังหวัดไปประมาณ 56 กิโลเมตร ไปตามเส้นทางหลวง หมายเลข 11 และเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1245
อำเภอท่าปลา
เขื่อนสิริกิต์ เป็นเขื่อนดินสร้างกั้นแม่น้ำน่านที่ผาซ่อม เป็นเขื่อนคอนกรีตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บริเวณเหนือเขื่อนเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ ชื่อทะเลสาบ สุริยันจันทรา มีทิวทัศน์สวยงาม โดยเฉพาะในฤดูหนาว พันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับที่ถูกปลูกไว้ตกแต่งอย่างสวยงามจะพากันออกดอกบานสะพรั่ง เขื่อนสิริกิต์จะอยู่ที่บ้านผาซ่อม ตำบลท่าปลา ห่างจากตัวจังหวัดไปประมาณ 60 กิโลเมตร ตามทางหลวงสายอุตรดิตถ์-ท่าปลา ถนนราดยางตลอด
เขื่อนดินช่องเขาขาด หรือแซดเดิ้ล เป็นเขื่อนดินที่สร้างปิดช่องเขาเพื่อป้องกันมิให้น้ำในอ่างเก็บน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ให้ไหลออกมาทางช่องเขานี้ สันเขื่อนเป็นถนนมีท่าเรือสำหรับส่งปลา และเรือเอกชนบริการนำเที่ยวในอ่างเก็บน้ำอีกด้วย จะอยู่ห่างจากอำเภอท่าปลา 4 กิโลเมตร ใช้ทางหลวงหมายเลข 1163
งานวันลางสาด ลางสาดเป็นผลไม้ที่มีชื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะเป็นอาชีพหลักของเกษตรกรชาวอำเภอลับแลมาเป็นเวลานาน กลุ่มเกษตรอำเภอลับแล เทศบาลตำบลศรีพนมมาศ และสำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ (โทร. 055-411769) จึงได้ร่วมกันจัดงานวันลางสาดขึ้น เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกษตรกรปรับปรุงพันธุ์ลางสาดของตนให้มีคุณภาพตามที่ตลาดต้องการ กำหนดงานประมาณวันเสาร์-อาทิตย์ หรือปลายเดือนกันยายนของทุกปี จัดขึ้น ณ บริเวณสนามกีฬาพิชัยดาบหัก หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์โดยจัดให้มีนิทรรศการทางวิชาการเกี่ยวกับลางสาด การประกวดลางสาด ธิดาลางสาด การประกวดรถผลไม้ การออกร้านสินค้าพื้นเมือง ตลอดจนการแสดงและมหรสพพื้นเมืองของชาวลับแลอีกด้วย
งานพระยาพิชัยดาบหักและงานกาชาด เป็นงานฤดูหนาวประจำปี และงานรำลึกถึงวีรกรรมของพระยาพิชัยดาบหัก กำหนดจัดงาน วันที่ 7-14 มกราคมของทุกปี
งานเทศกาลวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ และวัดพระยืนพุทธบาทยุคล วันขึ้น 8-15 ค่ำเดือน 3 (วันมาฆบูชา)
ประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า จัดขึ้นที่วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 (วันวิสาขะบูชา) เป็นสัปดาห์ส่งเสริมพุทธศาสนา หลังจากวันวิสาขะบูชาอีก 7 วัน เรียกว่าวันอัฐมีบูชา จะมีพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระพุทธเจ้า
(รหัสทางไกล 055)
อำเภอเมือง
บ้านพักเขื่อนสิริกิต์ ภายในบริเวณเขื่อนสิริกิต์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย โทร 412 - 639 หรือ ที่กรุงเทพฯ โทร. 436-3179
พ.วานิช 2 1-5 ถนนศรีอุตรา โทร. 411499 จำนวน 60 ห้อง ราคา 110-220 บาท
ฟรายเดย์ 172 ถนนบรมอาสน์ โทร. 440292-300 จำนวน 147 ห้อง ราคา 1,400-2,500 บาท
วิวัฒน์ 159 ถนนบรมอาสน์ โทร. 411778, 411791 จำนวน 74 ห้อง ราคา 220-550 บาท
สีหราช 163 ถนนบรมอาสน์ โทร. 411106, 412223 จำนวน 152 ห้อง ราคา 1,200-2,000 บาท
โดย ทางรถยนต์ อุตรดิตถ์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 491 กิโลเมตร การเดินทางโดยทางรถยนต์สามารถไปได้ 2 ทาง คือ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เข้านครสวรรค์ แล้วใช้เส้นทาง 11 เข้าพิษณุโลก แล้วเดินทางตามเส้นทางหมายเลข 11 ถึงอุตรดิตถ์ อีกเส้นทางหนึ่ง คือ กรุงเทพฯ ไปสิงห์บุรี แล้วใช้เส้นทางสายอินทร์บุรี-ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จนถึงทางหลวงหมายเลข 12 (พิษณุโลก-หล่มสัก) เลี้ยวซ้ายไปอีก 8 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 11 จนถึงอุตรดิตถ์
โดยทางรถไฟ มีรถไฟออกจากหัวลำโพง ไปอุตรดิตถ์ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ติดต่อที่ โทร.223-7010