จังหวัดอุทัยธานี ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่าง มีพื้นที่ประมาณ 6,730 ตารางกิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าและภูเขาสูง สภาพป่าไม้ของจังหวัดอุทัยธานีอุดมสมบูรณ์มีความหลากหลายทางธรรมชาติ จนทำให้เขตรักษาพันธุ์ห้วยขาแข็งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่ควรค่าแก่การดูแลรักษาและนำความภาคภูมิใจมาสู่คนไทยทุกคน ดินแดนบางส่วนพบหลักฐานว่าเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมืองในสมัยทวารวดี ตามตำนานกล่าวว่าในสมัยสุโขทัยท้าวมหาพรหมได้เข้ามาสร้างเมืองที่บ้านอุทัยเก่า (อำเภอหนองฉาง) แล้วพาคนไทยมาอยู่ท่ามกลางหมู่บ้านกะเหรี่ยงและหมู่บ้านมอญจึงเรียกว่า "เมืองอู่ไทย" ตามกลุ่มหรือที่อยู่ของคนไทย ต่อมาเกิดน้ำแล้งกระแสน้ำเปลี่ยนทางเมืองจึงถูกทิ้งร้าง ในสมัยอยุธยาชาวกะเหรี่ยงชื่อ "พะตะเบิด" เข้ามาปรับปรุงเมืองอู่ไทยโดยขุดทะเลสาบขังน้ำไว้ใกล้เมืองและเป็นผู้ปกครองเมืองอู่ไทยเก่าคนแรก ชื่อเมืองจึงเรียกเพี้ยนเป็น "เมืองอุไทย" ตามสำเนียงชาวกะเหรี่ยงและมีฐานะเป็นหัวเมืองหน้าด่านชั้นนอกสกัดกั้นกองทัพพม่าที่จะเข้ามาตีกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นมีการอพยพผู้คนมาตั้งบ้านเรือนที่ริมฝั่งแม่น้ำสะแกกรังมากขึ้น และได้กลายเป็นที่ตั้งของตัวเมืองอุทัยธานีในปัจจุบัน อุทัยธานีมีสถานที่น่าสนใจทางธรรมชาติประวัติศาสตร์ และโบราณคดีหลายแห่งที่น่ามาเที่ยวชมศึกษาหาความรู้ อีกทั้งมีสินค้าที่ระลึก เช่น หน่อไม้รวก ข้าวเกรียบปลา ผลไม้แช่อิ่ม ผ้าทอ เครื่องจักสาน ซึ่งสามารถติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝาก
จังหวัดอุทัยธานีแบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ คือ อำเภอเมืองอุทัยธานี อำเภอลานสัก อำเภอหนองขาหย่าง อำเภอหนองฉาง อำเภอทัพทัน อำเภอบ้านไร่ อำเภอสว่างอารมณ์ และอำเภอห้วยคต
อำเภอเมือง
วัดอุโปสถาราม หรือวัดโบสถ์มโนรมย์ แต่ชาวบ้านจะเรียกว่า วัดโบสถ์เป็นวัดเก่าแก่อยู่ริมลำน้ำสะแกกรัง ในเขตเทศบาลเมือง ตลาดสดเทศบาล มีสะพานข้ามแม่น้ำไปยังวัดอุโปสถาราม ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเทโพ มีอาคารสถาปัตยกรรมเก่าแก่ สิ่งที่น่าสนใจได้แก่ จิตรกรรมฝาผนังในโบสถ์เป็นภาพเขียนสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เกี่ยวกับพุทธประวัติเริ่มตั้งแต่ประสูติจนถึงปรินิพพาน ฝีมือประณีตมาก และจิตรกรรมฝาผนังในวิหาร เป็นฝีมือสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น
วัดสังกัสรัตนคีรี เป็นวัดเก่าตั้งอยู่เชิงเขาสะแกกรัง สุดถนนท่าช้างในเขตเทศบาลเมือง ในวิหารของวัดประดิษฐานพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี มีประวัติว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกโปรดเกล้าฯ ให้นำพระพุทธรูปขนาดย่อมที่ชำรุดไปไว้ตามหัวเมืองต่าง ๆ เมื่อ พ.ศ. 2335-2342 เมืองอุทัยธานีได้รับ 3 องค์ โดยอัญเชิญลงแพมาขึ้นฝั่งที่ท่าพระแล้วนำมาประดิษฐานไว้ที่วัดขวิด พระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระเนื้อสำริดปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 3 ศอก สร้างในสมัยพระเจ้าลิไท ฝีมือช่างสุโขทัยยุค 2 ส่วนเศียรกับส่วนองค์พระเป็นคนละองค์ แต่ขนาดเดียวกัน แต่มาเมื่อยุบวัดขวิดไปรวมกับวัดทุ่งแก้ว จึงได้ย้ายพระพุทธรูปองค์นี้ไปยังวัดสังกัสรัตนคีรี ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 1 กิโลเมตร และได้ทำพิธีบรรจุ พระบรมสารีริกธาตุไว้ในพระเศียรพร้อมกับถวายพระนามว่า พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์
วัดจันทาราม หรือวัดท่าซุง เดิมเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยอยุธยา มีโบสถ์ขนาดเล็ก ภายในมีจิตรกรรมฝาผนัง ฝีมือพื้นบ้าน มีศาลา มณฑปแก้วที่สร้างขึ้นใหม่ และอาคารเรียนขนาดใหญ่ โบราณวัตถุของวัดคือ ธรรมมาสน์ที่หลวงพ่อใหญ่สร้าง ด้านตรงข้ามกับวัดเป็นปูชนียสถานแห่งใหม่ มีการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ มากมาย ซึ่งสร้างโดยพระราชพรหมยานเถรหรือหลวงพ่อฤษีลิงดำ พระเถระที่มีชื่อเสียง เป็นบริเวณพุทธาวาสที่น่าชมมาก พระอุโบสถใหม่สร้างสวยงามภายในประดับและตกแต่งอย่างวิจิตร บานหน้าต่างและประตูด้านในเขียนภาพเทวดาโดยจิตรกรฝีมือดี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จพระราชดำเนินมาตัดลูกนิมิตพระอุโบสถแห่งนี้ บริเวณโดยรอบสร้างกำแพงแก้วและมีรูปหล่อหลวงพ่อปาน และหลวงพ่อใหญ่ขนาด 3 เท่า อยู่มุมกำแพงด้านหน้า ซึ่งวัดจันทารามนี้จะตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลน้ำซึม ห่างจากอำเภอเมือง ไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 3265 มุ่งตรงไปทางแพข้ามฟากอำเภอมโนรมย์ประมาณ 12 กิโลเมตร
ลำน้ำสะแกกรัง จะไหลผ่านตัวจังหวัดอุทัยธานี เฉพาะส่วนที่อยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุทัยธานีจะมีเรือแพ จอดเรียงรายอยู่ ทั้งสองริมฝั่งน้ำ ฝั่งแม่น้ำทิศตะวันตกข้างบนเป็นตลาดใหญ่มีอาคารบ้านเรือนหนาแน่น ส่วนฝั่งแม่น้ำทิศตะวันออกเป็นเกาะเทโพ มีสวนผลไม้และป่าตามธรรมชาติ จึงเหมาะสำหรับนั่งเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งได้รอบตัวเกาะ เรือนแพที่อยู่ชิดริมฝั่งด้านตัวเมืองสามารถเข้าถึงได้ทางบก แต่เรือนแพที่อยู่ฝั่งทางด้านตะวันออกที่อยู่ตรงข้ามกับชุมชนเมืองต้องใช้เรือเป็นพาหนะเข้าถึง
เขื่อนวังร่มเกล้า เป็นเขื่อนชลประทานขนาดเล็กซึ่งกั้นแม่น้ำตากแดด หรือแม่น้ำสะแกกรังในเขตอำเภอเมืองอุทัยธานี ซึ่งอยู่ที่บ้านใต้ ตำบลทุ่งใหญ่ เขตอำเภอเมือง การเดินทางใช้เส้นทางจากอำเภอทัพทันไปอำเภอโกรกพระ ตามทางหลวงหมายเลข 3005 เป็นระยะทาง 8 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือเป็นทางลูกรังเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กิโลเมตร ก็จะถึงเขื่อนวังร่มเกล้าพอดี
อำเภอลานสัก
เขาผาแรด จะเป็นเขาลูกเล็ก ๆ มีความสูงประมาณ 376 เมตร ภายในเขาลูกนี้เป็นที่ตั้งของถ้ำ ซึ่งมีหินงอกหินย้อย พร้อมทั้งเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงค้างคาวและมีสำนักสงฆ์อยู่ใกล้เชิงเขา ซึ่งเขาผาแรดนี้จะอยู่ที่ตำบลลานสัก อยู่หลังที่ว่าการอำเภอลานสัก ประมาณ 7.5 กิโลเมตร จะอยู่ห่างจากเขาพระยาพายเรือประมาณ 8 กิโลเมตร
เขาปลาร้า เป็นเขาแบ่งเขตของหมู่บ้านห้วยโศก อำเภอลานสัก กับตำบลเขาบางแกรก อำเภอหนองฉาง อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 40 เมตร สูงประมาณ 598 เมตร มีลักษณะสูงชันมาก ต้องเดินเท้าและปีนเขาขึ้นไปอีกประมาณ 2 ชั่วโมง จึงจะถึงยอดเขา ซึ่งข้างบนจะเป็นที่ราบขนาดใหญ่ที่อุดมไปด้วย ป่าไม้ และที่หน้าผาด้านตะวันตกพบภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์เขียนไว้บนหน้าผาที่มีกลุ่มภาพมนุษย์ มีหลายแบบหลายลักษณะ และกลุ่มภาพสัตว์ซึ่งมีประมาณ 40 ภาพลักษณ์ ซึ่งเป็นมรดกทางศิลปกรรมของจังหวัดอุทัยธานี
ถ้ำพนาสวรรค์ ภายในถ้ำแบ่งออกเป็นโถงถ้ำหลายถ้ำมีหินงอกหินย้อยสวยงามตามธรรมชาติ และบริเวณใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของวัดห้วยโศก ซึ่งเป็นถ้ำในเทือกเขาที่ท้ายห้วยโศก ตำบลป่าอ้อ อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 50 กิโลเมตร โดยแยกตรงหลักกิโลเมตรที่ 22 ของถนนสายหนองฉาง-ลานสัก เข้าหมู่บ้านฝางและหมู่บ้านห้วยโศกอีกประมาณ 5 กิโลเมตร
ถ้ำเขาฆ้องชัย เป็นเทือกเขาที่อยู่ในตำบลลานสัก มีความสูงประมาณ 353 เมตร ทางด้านหน้าของเขาฆ้องชัยจะเป็นถ้ำตื้นกว้างเหมือนอุโมงค์ใหญ่เข้าใจว่าเดิมมีมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์อาศัยอยู่ เพราะพบเครื่องมือหิน และเศษภาชนะดินเผา ภายในบริเวณถ้ำแห่งนี้จะมีฝูงค้างคาวอาศัยอยู่จำนวนมาก และถ้าปีนหน้าผาสูงไปได้จะพบถ้ำอยู่ทางด้านบน มีถ้ำธงชัย ถ้ำมหาสมบัติ ถ้ำเป็ด และถ้ำลม ใกล้กันเป็นที่ตั้งของเขาอีกลูกหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดและโรงเรียนลานสักวิทยา การเดินทางถ้าเดินทางจากอำเภอหนองฉาง สู่อำเภอลานสัก ถ้ำเขาฆ้องชัยนี้จะอยู่ก่อนถึงอำเภอลานสักประมาณ 5 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือ แล้วเลี้ยวเข้าโรงเรียนลานสักวิทยาไปอีกประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงบริเวณถ้ำเขาฆ้องชัยพอดี
สวนป่าห้วยระบำ เป็นของบริษัท ไม้อัดไทย จำกัด มีเนื้อที่ 2,890 ไร่ อยู่ที่ป่าห้วยระบำ ตำบลลานสัก อำเภอลานสัก ห่างจากตัวจังหวัดไปประมาณ 78 กิโลเมตร สามารถเข้าไปชมแปลงป่าที่ปลูกใหม่ได้ มีเรือนพักรับรองสำหรับผู้นิยมธรรมชาติ บริเวณที่ทำการสวนป่าปลูกดอกกุหลาบและพันธุ์ไม้อย่างสวยงาม
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ได้รับการประกาศเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ.2515 และได้รับการประกาศให้เป็นมรดกทางธรรมชาติของโลก เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2534 มีอาณาเขตคลุมท้องที่ ตำบลระบำ ตำบลป่าอ้อ อำเภอลานสัก ตำบลคอกควาย ตำบลแก่นมะกรูด อำเภอบ้านไร่ ตำบลทองหลาง อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี และตำบลแม่ละมุ้ง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก มีเนื้อที่ประมาณ 1,752,669 ไร่ สภาพป่าส่วนใหญ่ยังสมบูรณ์ เป็นบริเวณที่ลุ่มริมห้วยขาแข้งและห้วยใหญ่ป่าดงดิบชื้น มียอดเขาสูงและเป็นเนิน นอกจากนี้ยังมีน้ำตกโจนซึ่งอยู่ห่างจากที่ทำการฯ ประมาณ 8 กิโลเมตร น้ำตกนี้มีน้ำไหลตลอดปี
อำเภอสว่างอารมณ์
เมืองโบราณบึงคอกช้าง เป็นเมืองโบราณที่มีคูเมืองและกำแพงดินล้อมรอบ ค้นพบซากโบราณสถาน เครื่องปั้นดินเผา หินบดยา เครื่องมือเหล็ก ลูกปัดสีเหลือง และยังขุดพบศิลาจารึกอักษรขอมโบราณ 3 หลัก ซึ่งจะอยู่ที่ตำบลไผ่เขียว ใช้เส้นทางสว่างอารมณ์-ลาดยาว ทางหลวงหมายเลข 3013 ก่อนสุดเขตจังหวัดอุทัยธานี มีทางลูกรังแยกซ้ายไปบึงคอช้างไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร ซึ่งค่อนข้างจะอยู่ห่างไกลชุมชน
เขากวางทองไผ่เขียว เป็นเขาสูง 372 เมตร มีหน้าผาสวยงามและถ้ำอีกหลายแห่ง หินงอกหินย้อยเป็นประกายระยิบระยับสวยงามมาก ใกล้เขากวางทองมีเขาเล็ก ๆ คือ เขาลูกไก่ที่มีหินสลับซับซ้อน แปลกตา มีเขาพระอยู่ทางด้านเหนือ ซึ่งมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่ ซึ่งจะอยู่ตำบลไผ่เขียว ห่างจากตัวอำเภอ 9 กิโลเมตร
อำเภอหนองขาหย่าง
บึงทับแต้ จะอยู่ตอนปลายของห้วยขวี ซึ่งมีความยาวประมาณ 8 กิโลเมตร ส่วนที่เป็นบึงกว้างประมาณ 330 เมตร ยาว 1.1 กิโลเมตร เป็นแหล่งที่มีปลาอาศัยอยู่ริมบึงอย่างชุกชุม การเดินทางจากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 3265 ประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวเข้าทางลูกรังบริเวณสะพานคลองยางไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร หรือจะเช่าเรือจากบริเวณปากคลองยางเข้าไปอีกประมาณ 5-6 กิโลเมตร
แหล่งทอผ้าพื้นเมืองบ้านโคกหม้อ ตั้งอยู่ที่ตำบลโคกหม้อ มีผ้าทอพื้นเมืองนิยมทำเป็นผ้าซิ่นตีนจก ผ้ามัดหมี่ ผ้ายกดอกลายเชิงแบบเก่า การเดินทางจากอำเภอทัพทันไปยังอำเภอสว่างอารมณ์ตามเส้นทางสาย 3013 ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวามือไปยังบ้านโคกหม้ออีกประมาณ 4 กิโลเมตร
ตลาดนัดโค กระบือ หนองหญ้าปล้อง ตั้งอยู่ที่บ้านหนองหญ้าปล้อง เดินทางจากอำเภอทัพทันไปตามถนนสายทัพทัน-โกรกพระ ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร จะพบตลาดนัดโค กระบือทางด้านขวามือ ซึ่งเป็นตลาดที่มีบริเวณพื้นที่ซื้อขายกว้างใหญ่ ตลาดนัดแห่งนี้จะมีเฉพาะวันพระและวันโกน เท่านั้น แต่ละครั้งที่มีการซื้อขาย จะมีโค กระบือที่ถูกนำมาขายนับพันตัว
เขาปฐวี เป็นเทือกเขาขนาดเล็กยาวประมาณ 720 เมตร สูง 253 เมตร มีลักษณะเป็นเทือกเขาหินที่เรียงซ้อนกันเป็นยอดค่อนข้างสูงชัน มีถ้ำอยู่เรียงรายโดยรอบประมาณ 30 ถ้ำ ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ ถ้ำเกือบทั้งหมดจะเป็นถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่ สามารถปีนไต่ตัวยอดเขาได้ บริเวณลานกว้างหน้าเขามีร่มไม้ และฝูงลิงจำนวนมาก มีผู้คนนิยมมาเที่ยวชมฝูงลิงและชมถ้ำอยู่เสมอ เขาปฐวีนี้พบเครื่องมือหินและโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ด้วย ซึ่งเขาปฐวีนี้จะอยู่ในตำบลตลุกดู่
อำเภอห้วยคต
น้ำตกไซเบอร์หรือน้ำตกหินลาด น้ำตกนี้เกิดจากลำห้วยล่อยจ้อยที่ไหลมาจากภูเขาสูง ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง จึงทำให้เกิดน้ำตกขึ้นเป็นระยะ ๆ หลายชั้น น้ำตกส่วนที่อยู่ตอนบนเรียกน้ำตกล่อยจ้อย บางแห่งตกจากที่สูงปะทะกับก้อนหินใหญ่เรียกว่า น้ำตกหินลาด ข้างล่างเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่รับน้ำตกที่ตกลงมาไม่ขาดสาย เป็นน้ำตกที่อยู่ใกล้หมู่บ้านไซเบอร์ ตำบลคอกควาย อำเภอห้วยคต อยู่ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 86 กิโลเมตร
น้ำพุร้อนบ้านสมอทอง เป็นน้ำพุร้อนแบบธรรมชาติขนาดเล็กที่ผุดขึ้นมาบนผิวดิน โดยไหลผ่านช่องเขาสองลูก น้ำที่ผุดขึ้นมานี้จะไหลมารวมกันเป็นลำธารสายเล็ก ๆ ไหลลงสู่ลำธารคอกควาย น้ำพุที่ผุดขึ้นมานี้ไม่มีกลิ่นกำมะถันฉุน น้ำจะใส มีความร้อนขนาดต้มไข่สุกภายในเวลา 5 นาที มีบริเวณกว้างโดยน้ำจะไหลลาดตามหินของภูเขาลงไปรวมกับน้ำในลำห้วยคอกควาย เส้นทางเข้าชมน้ำพุร้อนผ่านหมู่บ้านวังปาง บ้านกลาง และหมู่บ้านสมอทอง แล้วเดินข้ามห้วยไปชมบ่อน้ำพุร้อน
อำเภอหนองฉาง
เมืองอุทัยธานีเก่า อยู่ที่บ้านอุทัยธานีเก่า เป็นที่ตั้งของเมืองอุทัยธานีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งยังมีซากโบราณสถานเหลืออยู่ วัดที่ยังคงสภาพอยู่จนถึงปัจจุบันนี้คือวัดแจ้ง มีพระปรางค์ซึ่งเดิมสร้างเมื่อ พ.ศ. 2081 ต่อมาถูกพม่าทำลายยอดหัก จึงบูรณะซ่อมแซมใหม่ เมื่อพ.ศ. 2458 พร้อมกับโบสถ์เก่า ซึ่งเป็นโบสถ์ขนาดเล็กประตูเดียวแบบอยุธยาตอนปลาย ลายปูนปั้นของพระปรางค์ และหน้าบันโบสถ์เป็นฝีมือเดียวกัน อีกวัดหนึ่งคือ วัดหัวเมือง ยังคงมีซากโบสถ์เก่าแบบอยุธยาเหลืออยู่ และเจดีย์โบราณขนาดเล็กหน้าโบสถ์เก่า
ถ้ำพุเขากวางทอง เป็นถ้ำที่อยู่ในเขากวางทอง ตำบลทุ่งโพ มีความสูงประมาณ 325 เมตร ห่างจากอำเภอหนองฉางประมาณ 20 กิโลเมตร อยู่ขนานกับเขาบางแกรก ที่ราบลุ่มตรงกลางเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ภายในถ้ำมีน้ำพุและมีหินงอกหินย้อยสวยงามมาก
ตลาดนัดกระบือหนองฉาง ตลาดนัดแห่งนี้อยู่ที่หมู่บ้านล่อมเสือโฮก ตำบลหนองฉาง ซึ่งจะมีทุกวันขึ้น 4 ค่ำ 8 ค่ำ และแรม 4 ค่ำ 8 ค่ำ โดยจะมีชาวบ้านจากอำเภอและจังหวัดใกล้เคียง นำกระบือมาแลเปลี่ยนซื้อขายเป็นจำนวนนับพันตัว
อำเภอบ้านไร่
วัดเขาวงพรหมจรรย์ เป็นวัดที่ตั้งอยู่ในหุบเขา 2 ลูก คือเขาวงและเขาพรหมจรรย์ มีถ้ำสวยงามหลายถ้ำ เช่น ถ้ำเพชร ถ้ำแก้ว ถ้ำปลา ด้านขวามือมีชะง่อนหินสูงตั้งมณฑปขนาดเล็กและไหล่เขาสร้างอุโบสถสวยงามตั้งอยู่ตำบลวังหิน อยู่เลยวัดถ้ำเขาตะพาบประมาณ 6 กิโลเมตร
เขาวง เป็นเขาขนาดใหญ่อยู่ในตำบลไร่ อยู่ห่างจากอำเภอ 12 กิโลเมตร ผ่านหมู่บ้านสะนำ บ้านหินตุ้ม มีทางเข้าด้านทิศใต้ที่หนองใหญ่ ซึ่งขึ้นสูงชันและลาดทีละน้อย เส้นทางอ้อมโค้ง ทางเข้าทิศเหนือเป็นหน้าผาต้องไต่ไปตามซอกเขา ระยะทาง 500 เมตร บนเขามีที่ราบกว้างมีต้นไม้หลายชนิด นอกจากนั้นมีสัตว์ป่าอาศัยอยู่บ้าง สำหรับถ้ำมีหินงอกหินย้อยงดงามมาก บางถ้ำมีช่องเขาถ้ำเป็นวงกลม
เขาถ้ำตะพาบ ภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อยแปลกตา ทางด้านหน้าของถ้ำได้สร้างพระพุทธรูป และจัดเป็นเขตสังฆาวาส ส่วนถ้ำที่อยู่ด้านหลังเลี้ยวขวามือเป็นถ้ำท้องพระโรง ถ้ำแก้ว ถ้ำปราสาท และถ้ำเรือ เป็นต้น หากเลี้ยวซ้ายจะพบทางออกด้านหลังซึ่งเป็นทางไปสู่ถ้ำลึกที่มีบันไดลงไปถึงก้นถ้ำ ผนังภายในเป็นคราบหินสีและมีหินงอกหินย้อยระยิบระยับสวยงาม ตรงอุโมงค์หลังถ้ำมีหินรูปร่างคล้ายตะพาบ และเคยพบเครื่องมือหินสมัยก่อนประวัติศาสตร์ ถ้ำทุกแห่งจะมีไฟฟ้าส่องทางเพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้าชม ซึ่งเขาถ้ำตะพาบจะเป็นเขาลูกเล็ก ๆ อยู่ในเขตตำบลวังหิน ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 56 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 333 มีทางแยกขวาเข้าสู่ถ้ำอีก 3 กิโลเมตร ในบริเวณเดียวกันมีถ้ำอีกหลายแห่ง
น้ำตกอีซ่า เป็นน้ำตกธรรมชาติที่มีน้ำไหลตลอดปี เกิดขึ้นจากลำธารอีซ่า บริเวณน้ำตกมีสภาพป่าที่เป็นธรรมชาติและบริเวณป่าใกล้ ๆ น้ำตกนี้จะมีหมูป่าชุกชุม ซึ่งน้ำตกอีซ่าจะอยู่ที่หมู่บ้านกุดจะเริก ตำบลคอกควาย การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 333 มีเส้นทางเข้าตรงทางแยกเข้าบ้านวังบ่างตรงหลักกิโลเมตรที่ 41 ของถนนสายหนองฉาง-บ้านไร่ และแยกเข้าถนนสายวังบ่าง-สมอทอง อีกประมาณ 18 กิโลเมตร ถึงหมู่บ้านกุดจะเริก แล้วเดินเท้าอีกประมาณ 3 กิโลเมตรก็จะถึงบริเวณน้ำตกอีซ่า
งานตักบาตรเทโว วัดสังกัสรัตนคีรี ถือเป็นประเพณีสำคัญในวันออกพรรษาของจังหวัดอุทัยธานี ซึ่งจะจัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 (ตุลาคม) ของทุกปี พระสงฆ์ทุกรูปที่จำพรรษาในเขตอำเภอเมืองอุทัยธานีประมาณ 200-300 รูป จะออกรับบิณฑบาตโดยเดินลงบันได จากยอดเขาสะแกกรังนำด้วยพระพุทธรูปปางเสด็จจากดาวดึงส์ลงมารับบิณฑบาตข้าวสารจากพุทธศาสนิกชนที่ลานวัด โดยสมมติมณฑปบนยอดเขาสะแกกรังเป็น "สิริมหามายากูฎคาร" ที่พระพุทธเจ้าทรงเทศน์โปรดมารดา แล้วเสด็จกลับสู่โลกมนุษย์ลงบันได 339 ขั้น ซึ่งถือเป็นบันไดแก้วสู่กัสนคร คือ บริเวณวัดสังกัสรัตนคีรี ดังนั้น วันนั้นประชาชนจะแต่งกายสวยงามและมาร่วมทำบุญกันอย่างพร้อมเพรียง นับเป็นงานประเพณีที่มีชื่อเสียงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทุกปี
งานไหว้พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ ที่วัดสังกัสรัตนคีรี ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมืองอุทัยธานี โดยจะจัดขึ้นในวันขึ้น 3-8 ค่ำ เดือน 4 ของทุกปี เป็นงานประเพณีไหว้พระคู่บ้านคู่เมืองอุทัยธานี ซึ่งเดิมนั้นเป็นงานนมัสการปิดทองพระพุทธบาทจำลองบนยอดเขาสะแกกรัง ในระยะหลังจึงจัดงานในคราวเดียวกันที่วัดนี้ในวันขึ้น 5 ค่ำ เนื่องจากเป็นวันที่พุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่มาไหว้พระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์ และขึ้นยอดเขาเพื่อปิดทองพระพุทธบาทจำลองมากที่สุด และได้จัดให้มีการละเล่นสนุกสนานควบคู่กันไปทุกปี
งานประจำปีวัดหนองขุนชาติ อำเภอหนองฉาง โดยจัดให้มีงานในวันขึ้น 12 ค่ำ - วันแรม 1 ค่ำ เดือน 3 ของทุกปี ซึ่งเดิมเป็นงานนมัสการพระพุทธบาทจำลอง ต่อมาการจัดงานได้รับความนิยมมาก จึงได้จัดให้มีขึ้นเป็นประจำทุกปี
งานแห่เจ้าของชาวจีนในอุทัยธานี เป็นประเพณีของชาวจีนในอุทัยธานีที่จะจัดพิธีแห่เจ้าพ่อ และเจ้าแม่ซึ่งประดิษฐานอยู่ตามศาลต่าง ๆ โดยกำหนดมีงานตามการครบปีของเจ้าแต่ละองค์ ซึ่งบางองค์ 5 ปีแห่ครั้งหนึ่ง บางองค์ 12 ปีแห่ครั้งหนึ่ง บางองค์ 14 ปีแห่ครั้งหนึ่ง ไม่เหมือนกัน การแห่เจ้าพ่อปุงเถ่ากง เจ้าพ่อหลักเมืองอุทัยธานี จะขบวนสาวงามถือธงร่วมขบวนเป็นแถวยาวผ่านตลอดไปตามถนนรอบเมือง และจะมีสิงโตคณะต่าง ๆ ของชาวจีนในอุทัยธานีร่วมให้พรตามร้านค้าคนจีนในตลาด ซึ่งทุกร้านจะตั้งโต๊ะบูชาประดับด้วยงาช้างขนาดใหญ่สวยงาม ถ้าเป็นงานของเจ้าแม่ทับทิม "จุ้ยบ้วยเนี้ยว" จะมีพิธีเปลี่ยนเครื่องทรงเจ้าแม่เมื่อครบ 12 ปี และเข้าทรงทำการลุยไฟด้วย
(รหัสทางไกล 056)
อำเภอเมือง
โรงแรมห้วยขาแข้งเชษฐศิลป์ 76/23 ถนนเติบศิริ ตำบลอุทัยใหม่ โทร. 524833-5 โทรสาร 511264 จำนวน 120 ห้อง ราคา 770-1,300 บาท
พิบูลย์สุข 336 ถนนศรีอุทัย โทร. 511048 จำนวน 79 ห้อง ราคา 190-500 บาท
อมรสุข 71/7-21 ถนนรักการดี (หน้าโรงพยาบาลอุทัยธานี) โทร. 512164, 524339 จำนวน 59 ห้อง ราคา 120-400 บาท
อำเภอบ้านไร่
สวนห้วยป่าปก รีสอร์ท 69 หมู่ 10 โทร. 412424 ต่อ 28, 539084-5, (01) 529-0027 ,(01) 949-5587, (01) 948-1397 จำนวน 11 ห้อง บังกาโล 2 หลัง ราคา 500-600 บาท
ห้วยขาแข้งคันทรีโฮม รีสอร์ท 102 หมู่ 8 ตำบลคอกควาย โทร. (01) 211-2180 , (01) 924-9373 กรุงเทพฯ โทร. 373-6351 ,373-6038 โทรสาร 373-6351 จำนวน 47 หลัง ราคา 500-1,000 บาท
ปางนเรศวร์ รีสอร์ท 113 หมู่ 3 ตำบลบ้านไร่ โทร. 561-1417, 579-1295 จำนวน 13 หลัง ราคา 500-1,500 บาท
โดยทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปอุทัยธานี ได้หลายเส้นทางได้แก่
เส้นทางที่ 1 จากถนนพหลโยธินผ่านจังหวัดสระบุรี อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ และอำเภอมโนรมย์ จังหวัดชัยนาท ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาลงแพขนานยนต์ ที่อำเภอมโนรมย์ ผ่านวัดท่าซุง (วัดจันทาราม) ศาลากลางจังหวัด เข้าตลาดอุทัยธานี รวมระยะทางประมาณ 305 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 จากถนนสาย 32 ผ่านอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท เลี้ยวซ้ายตรงทางแยกท่าน้ำอ้อยบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 206 ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยามาตามถนนสาย 333 ระยะทางประมาณ 16 กิโลเมตร ผ่านหน้าโรงพยาบาลเลี้ยวซ้ายเข้าตลาดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 222 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 3 จากถนนสาย 32 ผ่านจังหวัดอยุธยา เลี้ยวซ้ายข้ามสะพานจังหวัดอ่างทอง มาตามถนนสายในผ่ายจังหวัดสิงห์บุรี อำเภอสรรพยา เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอวัดสิงห์ ผ่านวัดท่าซุง ศาลากลางจังหวัด เข้าตลาดจังหวัดอุทัยธานี รวมเป็นระยะทางประมาณ 283 กิโลเมตร
โดยทางรถไฟ ลงที่จังหวัดนครสวรรค์ แล้วต่อรถเข้าอุทัยธานีประมาณ 50 กม.