กลับหน้าสารบัญ

จังหวัดอุบลราชธานี

เมืองดอกบัวงาม  แม่น้ำสองสี  มีปลาแซบหลาย  หาดทรายแก่งหิน  ถิ่นไทยนักปราชญ์  ทวยราษฏร์ใฝ่ธรรม  งามล้ำเทียนพรรษา  ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์

ข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยว       เทศกาล - ประเพณี     สถานที่พัก     การเดินทาง

อุทยานแห่งชาติแก่งตะนะ      อุทยานแห่งชาติผาแต้ม 

 หน้าอุทยานฯ

 อุทยานแห่งชาติภูจอง-นายอย

   อุบลราชธานี   เป็นจังหวัดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ  เป็นระยะทางประมาณ 629 กิโลเมตร  สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบอันอุดมสมบูรณ์  มีแม่น้ำมูลไหลผ่านตอนกลางของพื้นที่  ด้านทิศตะวันออกเป็นที่ราบสูงและภูเขา  มีหน้าผาหินทรายบริเวณชายฝั่งแม่น้ำโขงอันเป็นเส้นกั้นพรมแดนระหว่างประเทศไทยและลาว

   จังหวัดอุบลราชธานี  มีพื้นที่ประมาณ 15,517 ตารางกิโลเมตร  แบ่งการปกครองออกเป็น 18 อำเภอ และ 6 กิ่งอำเภอ  ได้แก่  อำเภอเมือง  อำเภอวารินชำราบ  อำเภอเดชอุดม  อำเภอพิบูลมังสาหาร  อำเภอตระการพืชผล  อำเภอเขมราฐ  อำเภอน้ำยืน  อำเภอเขื่องใน  อำเภอบุญฑริก  อำเภอศรีเมืองใหม่  อำเภอม่วงสามสิบ  อำเภอนาจะหลวย  อำเภอโขงเจียม  อำเภอกุดข้าวปุ้น  อำเภอโพธิ์ไทร  อำเภอตาลสุม  อำเภอสิรินธร  อำเภอสำโรง  กิ่งอำเภอดอนมดแดง  กิ่งอำเภอทุ่งศรีอุดม  กิ่งอำเภอนาเยีย  กิ่งอำเภอนาตาล  กิ่งอำเภอเหล่าเสือโก๊ก  และกิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยว

อำเภอเมือง

    ทุ่งศรีเมือง    เป็นทุ่งกว้างกลางเมือง  คล้ายสนามหลวงของกรุงเทพฯ  เดิมเป็นที่ทำนาของเจ้าเมือง  ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 5  โปรดฯ  ให้งดการทำนาที่ทุ่งศรีเมือง  เพื่อรักษาไว้ให้เป็นที่พักผ่อนของชาวเมือง  และเป็นที่จัดเทศกาลงานบุญต่าง ๆ  ทางทิศใต้ของทุ่งศรีเมืองเป็นที่ประดิษฐานของศาลหลักเมือง

    วัดทุ่งศรีเมือง    ตั้งอยู่ที่ถนนหลวงในเขตเทศบาลเมือง  มีพระอุโบสถสวยงาม  เป็นสถาปัตยกรรมอีสานที่ได้รับอิทธิพลจากกรุงเทพฯ  สร้างประมาณต้นสมัยรัชกาลที่ 3  ภายในมีจิตรกรรมฝาผนังที่บ่งบอกถึงอารยธรรมและวัฒนธรรมของคนอุบลในสมัยโบราณเมื่อ 200 กว่าปีมาแล้วนอกจากนี้ยังมีหอไตรกลางน้ำ  สร้างด้วยไม้มีลักษณะผสมระหว่างไทย  พม่า  และลาว  ลักษณะอาคารเป็นแบบไทย  เป็นเรือนฝาปะกน  ขนาด 4 ห้อง  เก็บตู้พระธรรมลงรักปิดทอง  หลังคามีลักษณะเป็นศิลปะไทยผสมพม่า  มีช่อฟ้าใบระกา  แต่หลังคาซ้อนกันหลายชั้น  ส่วนลวดลายแกะสลักบนหน้าบันทั้งสองด้าน  เป็นลักษณะศิลปะแบบลาว  เป็นสถาปัตยกรรมของอีสานที่สวยงามและสมบูรณ์ที่สุด

    วัดศรีอุบลรัตนาราม  (วัดศรีทอง)    เป็นอารามหลวงตั้งอยู่บนถนนอุปราชข้างศาลากลางจังหวัดในตัวเมืองอุบลราชธานี  พระอุโบสถสร้างตามแบบวัดเบญจมบพิตร  เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วบุษราคัม  พระคู่บ้านคู่เมือง  ซึ่งอัญเชิญมาจากกรุงศรีสัตนาคนหุต  ประเทศลาว  ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปีจะมีการอัญเชิญพระแก้วบุษราคัมเข้าขบวนแห่ไปรอบเมืองอุบลราชธานี เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้นมัสการและสรงน้ำ

    พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอุบลราชธานี    ตั้งอยู่ที่ถนนเขื่อนธานีตัดกับถนนอุปราช  เป็นอาคารปั้นหยาชั้นเดียว  สร้างเมื่อ พ.ศ. 2461  เดิมใช้เป็นศาลากลางจังหวัด  ต่อมาทางจังหวัดได้มอบอาคารหลังนี้ให้กรมศิลปากร  เพื่อจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติอุบลราชธานี  ภายในมีการจัดแสดงเรื่องราวท้องถิ่น  ได้แก่  สภาพภูมิศาสตร์  ประวัติการตั้งเมือง  โบราณวัตถุซึ่งเป็นหลักฐานทางด้านศิลปโบราณคดี  หัตถกรรมพื้นบ้านการละเล่นพื้นเมือง  และเครื่องใช้ของเจ้าเมืองอุบล  เปิดให้เข้าชมทุกวัน  เว้นวันจันทร์  อังคาร  และวันหยุดนักขัตฤกษ์  เวลา 09.00-16.00 น.  ราคาค่าเข้าชม  ผู้ใหญ่ 10 บาท เด็ก 5 บาท

    วัดแจ้ง    ตั้งอยู่ที่ถนนสรรพสิทธิ์  เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง  เดิมชื่อวัดหลวงมณีโชติศรีสวัสดิ์  แล้วเปลี่ยนเป็นวัดป่าใหญ่และเป็นวัดมหาวนารามในปัจจุบัน  วัดนี้มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะบูชาของประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานี  และจังหวัดใกล้เคียง  คือ  "พระเจ้าใหญ่อินทร์แปลง"  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  มีแผ่นศิลาจารึกฝังอยู่เบื้องหลังแท่นขององค์พระ  ระบุปีที่สร้างวัดนี้ตรงกับ  พ.ศ. 2350  ในวันเพ็ญเดือน 5  (ประมาณเดือนเมษายน)  จะมีการทำบุญตักบาตร  เทศน์มหาชาติชาดก  และสรงน้ำปิดทองพระเจ้าอินแปลงเป็นประจำทุกปี

    วัดบูรพาราม    อยู่ในตัวเมืองอุบลราชธานี  เป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของอาจารย์ชื่อดังทางวิปัสนากรรมฐาน  ได้แก่  อาจารย์สี  ทาชยเสโน  อาจารย์มั่น  ภูริทัตตะเถระ  อาจารย์ลี  ธัมมธโร  อาจารย์เสาว์  กันตสีโล  และอาจารย์สิงห์  ขันตยคโม  ปัจจุบันคงมีแต่รูปเหมือนทำจากหินบริสุทธิ์จากลำน้ำต่าง ๆ เป็นที่เคารพสักการะของชาวเมือง

    วัดสุปัฏนารามวรวิหาร    ตั้งอยู่ที่ถนนสมเด็จ  เป็นพระอารามหลวงในจังหวัดอุบลราชธานี  และเป็นวัดธรรมยุติกนิกายวัดแรกของภาคอีสาน  สร้างใน  พ.ศ. 2396  โดยพระพรหมราชวงศา  (พระอุปราชกุทอง)  เป็นเจ้าเมืองอุบลราชธานี  (สมัยรัชกาลที่ 4  แห่งราชวงศ์จักรี)  ตัววัดตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำมูล  เป็นพระอารามหลวงที่อยู่ในภูมิทัศน์ที่ร่มรื่นสวยงาม  พระอุโบสถเป็นศิลปะไทย-จีน-ยุโรป  หน้าโบสถ์มีรูปสิงโตคล้ายของจริงสองตัว  ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระสัพพัญเจ้า  เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  ขัดเงาไม่ปิดทองที่สง่างามมาก  มีหอศิลปวัฒนธรรม  เก็บรักษาโบราณวัตถุ  เช่น  เสมาหิน  ศิลาจารึก  และทับหลัง

    หาดวัดใต้    เป็นเกาะหาดทรายอยู่กลางลำน้ำมูลช่วงท้ายเมืองใกล้ที่ตั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  จังหวัดอุบลราชธานี  ในฤดูแล้งมีบริเวณกว้างขวาง  มีต้นไม้ขึ้นปกคลุมเขียวชอุ่มให้ความร่มรื่นอยู่ตลอดเวลา  เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง  โดยเฉพาะในตอนเย็น ๆ จะมีคนนำอาหารไปรับประทานร่วมกันแล้วลงเล่นน้ำเป็นที่สนุกสนาน  และยังมีร้านอาหารเรือนแพบริการขายอาหารด้วย

    วัดบ้านนาเมือง    ตั้งอยู่ที่บ้านนาเมือง  ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร  ด้านทิศเหนือของสนามบิน  เป็นวัดที่มีพระอุโบสถแปลกตา  สร้างเป็นรูปเรือสุพรรณหงส์ซึ่งทำด้วยเซรามิค  โดยมีอาจารย์บุญมีเป็นเจ้าอาวาส  เป็นที่เคารพนับถือของชาวอุบลราชธานี

    วัดหนองบัว    อยู่ชานเมืองอุบลราชธานี  บนทางหลวงหมายเลข 212  สายอุบล-อำนาจเจริญ  ประมาณ 3 กิโลเมตร  จะมีทางแยกจากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 800 เมตร  ภายในวัดมีสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจ  คือ  พระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์  ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ครบรอบ 25 ศตวรรษ  ของพุทธศาสนาในปี  พ.ศ. 2500  และได้จำลองแบบมาจากเจดีย์ที่พุทธคยา  ประเทศอินเดีย  นับเป็นวัดเดียวในภาคอีสานที่มีเจดีย์แบบนี้สภาพแวดล้อมโดยทั่วไปเป็นป่าโปร่ง ร่มรื่น

    พิพิธภัณฑ์เปิดบ้านก้านเหลือง    ตั้งอยู่ในบริเวณวัดบ้านก้านเหลือง  จากตัวเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 212  ประมาณ 3 กิโลเมตร  แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2050  ไปอีก  2 กิโลเมตร  กรมศิลปากรได้ทำการขุดค้นเมื่อปี  2535 พบโบราณวัตถุต่าง ๆ มากมาย  เช่น  ลูกปัด  เครื่องปั้นดินเผา  กระพรวนสำริด  ขวานเหล็ก  และแกลบข้าวจำนวนมาก  แต่ไม่พบโครงกระดูกมนุษย์  สันนิษฐานว่าชุมชนโบราณแห่งนี้เป็นแหล่งโบราณคดีสมัยกสิกรรมยุคหลัง  หรืออยู่ในช่วงยุคโลหะตอนปลาย  มีอายุไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี

    หาดคูเดื่อ    เป็นหาดทรายกว้างใหญ่ริมแม่น้ำมูลที่ปรากฏในช่วงหน้าแล้ง  ห่างจากตัวเมืองไปตามถนนเลี่ยงเมือง  ประมาณ 12 กิโลเมตร  ริมหาดมีร้านอาหารจัดเป็นซุ้มบริการนักท่องเที่ยวอยู่หลายร้าน

    บ้านปะอาว    ตั้งอยู่ที่ตำบลหนองขอน  ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 18 กิโลเมตร  ตามทางหลวงหมายเลข 23  ทางไปยโสธร  ถึงหลักกิโลเมตรที่ 273  เลี้ยวขวาไปอีก 3 กิโลเมตร  เป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่มากแห่งหนึ่งของจังหวัดอุบลราชธานี  ตามประวัติศาสตร์นั้น  ได้อพยพมาจากนครเวียงจันทน์  ประเทศลาว  ตั้งแต่สมัยของพระเจ้าสิริบุญสาร  มายังหนองบัวลำภู  นครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน  จนกระทั่งถึงบ้านปะอาวแห่งนี้  ฉะนั้น  หมู่บ้านปะอาว  จึงมีอายุประมาณ 200 กว่าปี  และเป็นหมู่บ้านที่มีอาชีพที่เป็นเอกลักษณ์ประจำหมู่บ้าน  ซึ่งได้รับการสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ  คือการทำเครื่องทองเหลืองกรรมวิธีการผลิตยังเป็นแบบโบราณดั้งเดิมนอกจากนี้แล้วในหมู่บ้าน ยังมีศูนย์สาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทองเหลือง  และทอผ้าไหมที่สวยงาม เปิดทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

อำเภอวารินชำราบ

    วัดหนองป่าพง    เป็นวัดที่มีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ  เหมาะแก่การเล่าเรียนพระธรรมวินัยและปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐาน  สภาพทั่วไปเป็นหนองน้ำมีต้นพงขึ้นอยู่ทั่วไป  อยู่ในอำเภอวารินชำราบ  บนทางหลวงหมายเลข 2178  ห่างจากตัวอำเภอไปประมาณ 6 กิโลเมตร  ตัวโบสถ์เป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สีขาวทั้งหลัง  นอกจากนี้ยังมีหุ่นขี้ผึ้งของพระอาจารย์หลวงปู่ชา  พระชื่อดังสายวิปัสสนา  ผู้เริ่มก่อสร้างวัดนี้ขึ้นมาและเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วไป

    วัดป่านานาชาติ    ตั้งอยู่ที่บ้านบุ่งหวาย  ตำบลบุ่งหวาย  อำเภอวารินชำราบ  จังหวัดอุบลราชธานี  ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานีในเส้นทางศรีสะเกษ  ประมาณ 14 กิโลเมตร  ตามทางหลวงหมายเลข 226  วัดป่านานาชาติเป็นอีกสาขาหนึ่งของวัดหนองป่าพง  ในวัดจะมีชาวต่างประเทศบวชจำพรรษาเป็นจำนวนมาก  เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย  และปฏิบัติทางวิปัสสนากัมมัฏฐาน  ปัจจุบันมีเจ้าอาวาสเป็นชาวต่างประเทศ  พระภิกษุในวัดเกือบทุกรูปจะสามารถพูดภาษาไทย สวดภาษาบาลีได้เป็นอย่างดี  นอกจากนี้ยังเป็นพระที่เคร่งครัดในพระธรรมวินัย  ทำให้เป็นที่เคารพศรัทธาแก่พระพุทธศาสนิกชนทั่วไป

    บ้านท่าข้องเหล็ก    ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 226  สายอุบล-ศรีสะเกษ  ประมาณ 3 กิโลเมตร  (ข้างโรงเรียนวารินชำราบ)  เป็นหมู่บ้านซึ่งทำหม้อดินกันทั้งหมู่บ้าน  โดยใช้ดินเหนียวในลุ่มแม่น้ำมูล  นำมานวดให้เข้าเนื้อ  แล้วผสมกับแกลบและอื่น ๆ ซึ่งเป็นวิธีที่น่าสนใจมาก  วิธีนี้ไม่มีเครื่องจักรมาเกี่ยวข้องเลย

อำเภอพิบูลมังสาหาร

    วัดภูเขาแก้ว    อยู่บนเนินเขาในเขตอำเภอพิบูลมังสาหาร  ตามทางหลวงหมายเลข 217  ห่างจากตัวจังหวัดอุบลราชธานี  44 กิโลเมตร  ก่อนถึงอำเภอพิบูลมังสาหารประมาณ 1 กิโลเมตร  ภายในวัดมีพระอุโบสถสวยงาม  ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบทั้งหลัง  ภายในพระอุโบสถจะตกแต่งด้วยภาพนูนสูงอยู่เหนือบานประตูและหน้าต่างขึ้นไป  เป็นเรื่องราวและภาพจำลองเกี่ยวกับพระธาตุที่สำคัญของประเทศไทย

    แก่งสะพือ    เป็นแก่งที่สวยงามในแม่น้ำมูล  ตั้งอยู่ในอำเภอพิบูลมังสาหาร  ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานี  ตามทางหลวงหมายเลข 217  ประมาณ 45 กิโลเมตร  คำว่า  "สะพือ"  เพี้ยนมาจากคำว่า  "ซำฟืด"  หรือ  "ซำปึ้ด"  ซึ่งเป็นภาษาส่วยแปลว่า  งูใหญ่  หรืองูเหลือม  แก่งสะพือเป็นแก่งที่มีหินน้อยใหญ่สลับซับซ้อน  เมื่อกระแสน้ำไหลผ่านกระทบหิน  แล้วเกิดเป็นฟองขาวมีเสียงดังตลอดเวลา  ช่วงที่เหมาะสำหรับเที่ยวชมแก่งสะพือคือช่วงหน้าแล้ง  ราวเดือนมกราคม-พฤษภาคม  เพราะน้ำจะลดเห็นแก่งหินชัดเจนสวยงาม  ส่วนหน้าฝนน้ำจะท่วมมองไม่เห็นแก่ง  
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถ  เคยเสด็จพระราชดำเนินมาชมแก่งนี้ด้วย 2 ครั้ง  ริมฝั่งแม่น้ำมีศาลาพักร้อน  และร้านขายสินค้าพื้นเมือง  ในวันหยุดมีประชาชนมาเที่ยวพักผ่อนกันเป็นจำนวนมาก   นอกจากนี้แล้วในเดือนเมษายนของทุกปี  ช่วงเทศกาลสงกรานต์  เทศบาลตำบลพิบูลมังสาหารได้จัดงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือ  เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและประเพณีอันดีงามด้วย

อำเภอสิรินธร

    เขื่อนสิรินธร    ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมือง 70 กิโลเมตร  ตามทางหลวง 217  แยกขวาที่กิโลเมตร 71  ไปอีก 500 เมตร  เป็นเขื่อนหินแกนดินเหนียว  สร้างกั้นลำโดมน้อยอันเป็นสาขาของแม่น้ำมูล  ตัวเขื่อนสูง 42 เมตร  ยาว 940 เมตร  อำนวยความประโยชน์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและการชลประทาน  บริเวณริมทะเลสาบมีสวนสิรินธร  ปลูกไม้ดอกไม้ประดับ  มีรูปปั้นและน้ำพุสวยงาม  มีบริการบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยว  ติดต่อที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย  บางกรวย  นนทบุรี  โทร. 436-3271-2

    บ่อน้ำบุ้น    ตั้งอยู่ในวัดป่าน้ำบุ้น  ถัดจากเขื่อนสิรินธรไปอีก 700 เมตร  ตามทางหลวงหมายเลข 217  ด้วยระยะทาง 89 กิโลเมตร  จากอุบลราชธานี   ถนนสายนี้จะเชื่อมกับถนนในเขตลาวเข้าไปสู่เมืองปากเซในอีก 38 กิโลเมตร  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทางหลวงสายเอเชีย  บริเวณช่องเม็กมีด่านตรวจคนเข้าเมืองและร้านขายสินค้าที่นำเข้ามาจาก  ประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

อำเภอโขงเจียม

    วัดถ้ำคูหาสวรรค์    ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222  ก่อนถึงอำเภอโขงเจียมประมาณ 6 กิโลเมตร  วัดนี้ก่อสร้างเมื่อปี  พ.ศ. 2521  โดย "หลวงปู่คำคนิง  จุลมณี"  ซึ่งใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมจำพรรษา  ปัจจุบันหลวงปู่ท่านได้มรณภาพแล้ว  แต่ร่างกายของท่านไม่เน่าเปื่อย  บรรดาลูกศิษย์ได้เก็บร่างของท่านไว้ในโลงแก้วเพื่อบูชา  บริเวณวัดมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพของลำน้ำโขงและฝั่งลาวได้อย่างชัดเจน

    ถ้ำเหวสินธุ์ชัย    ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2222  ก่อนถึงโขงเจียมประมาณ 7 กิโลเมตร  เลี้ยวเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร  ทางเดียวกับแก่งตะนะ  บริเวณถ้ำเป็นสำนักสงฆ์มีพระพุทธไสยาสน์ลักษณะงดงาม  และมีชื่อในการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด  โดยรอบวัดมีลักษณะเป็นไหล่เขา  มีก้อนหินขนาดใหญ่เรียงรายอยู่มากมาย  มีต้นไม้และดอกไม้สวยงาม  นอกจากนี้ยังมีน้ำตกจากหน้าผาลงมาบริเวณด้านหน้าพระนอนเป็นที่ร่มเย็นสวยงาม  จะมีน้ำมากในช่วงปลายฤดูฝน

    แม่น้ำสองสี    หรือดอนด่านปากแม่น้ำมูล  อยู่ในเขตบ้านเวินบึก  นั่งเรือจากตัวอำเภอโขงเจียมไปประมาณ 5 นาที เป็นบริเวณที่แม่น้ำสองสายมาบรรจบกัน  คือ  แม่น้ำโขงสีปูน  แม่น้ำมูลสีคราม  อยู่ห่างจากจังหวัดอุบลราชธานี 84 กิโลเมตร  จุดที่สามารถมองเห็นแม่น้ำสองสีได้อย่างชัดเจน คือ  บริเวณลาดริมตลิ่งแม่น้ำมูล  แม่น้ำโขงหน้าวัดโขงเจียม  และบริเวณบางส่วนของหมู่บ้านห้วยหมาก  ในเดือนเมษายนจะเป็นเดือนที่เห็นความแตกต่างของสีน้ำได้ชัดเจนที่สุด  นอกจากนี้แล้วบริเวณใกล้เคียงยังมีบริการเรือพาล่องชมทัศนียภาพ สองฝั่งแม่น้ำหรือซื้อของที่ระลึกที่ตลาดหมู่บ้านในฝั่งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอีกด้วย

    เขื่อนปากมูล    เป็นเขื่อนหินถมแกนดินเหนียวสร้างกั้นแม่น้ำมูลที่บ้านหัวเหว่  อำเภอโขงเจียม  มีความสูง 17 เมตร  ยาว  300  เมตรอำนวยประโยชน์ในด้านการเกษตรและผลิตกระแสไฟฟ้า  เขื่อนปากมูลอยู่ห่างจากตัวเมืองอุบลราชธานีประมาณ 75 กิโลเมตร  ห่างจากจุดบรรจบของแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขงประมาณ 6 กิโลเมตร  สันของเขื่อนปากมูลสามารถใช้เป็นเส้นทางลัดจากอำเภอโขงเจียมไปอำเภอสิรินธรได้โดยไม่ต้องย้อนไป  อำเภอพิบูลมังสาหารนอกจากนี้บริเวณท้ายเขื่อนยังสามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ลำน้ำมูลที่งดงามโดยตลอด  ไปบรรจบกับแม่น้ำโขงบริเวณที่เรียกว่า  แม่น้ำสองสี

อำเภอศรีเมืองใหม่

    ภูหล่น    ตั้งอยู่ที่ตำบลสงยาง  ห่างจากตัวอำเภอศรีเมืองใหม่ไปทางทิศเหนือประมาณ 20 กิโลเมตร  เป็นภูเขาขนาดย่อมมีต้นไม้ปกคลุมเป็นระยะสลับกับโขดหินน้อยใหญ่  บริเวณนั้นมีถ้ำซึ่งสร้างเป็นสำนักสงฆ์โดยพระอาจารย์มั่น  ภูริทัตตะเถระ  เพื่อใช้เป็นที่วิปัสสนาธรรมบริเวณโดยรอบเย็นสบาย  เงียบสงบเหมาะแก่การพักผ่อนและปฏิบัติธรรม

อำเภอบุณฑริก

    น้ำตกห้วยทรายใหญ่    (แก่งอีเขียว)  เป็นน้ำตกที่สวยงามแห่งหนึ่งของอีสาน  ห่างจากอำเภอบุณฑริกไปทางทิศเหนือตามเส้นทางรพช.  ไปบ้านห้วยทราย  เป็นระยะทาง 19 กิโลเมตร

กิ่งอำเภอทุ่งศรีอุดม

    ปราสาทบ้านเบ็ญ    ตั้งอยู่ที่บ้านหนองอ้ม  ตำบลหนองอ้ม  กิ่งอำเภอทุ่งศรีอุดม  จังหวัดอุบลราชธานี  ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 63 กิโลเมตร  ปราสาทบ้านเบ็ญเป็นศาสนสถานขอมขนาดย่อมประกอบด้วยปรางค์อิฐ 3 หลัง  ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงที่สร้างแยกกัน  กรมศิลปากรได้ทำการขุดแต่งในปี  พ.ศ. 2533  ได้พบทับหลังรูปเทพนพเคราะห์  หรือเทวดาประจำทิศทั้ง 9 องค์  และรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ  จากลักษณะแผนผังทางสถาปัตยกรรมและภาพสลักบนทับหลังที่พบอาจกำหนดอายุปราสาทหลังนี้ได้  ประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ 15  ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 16

กลับด้านบน

 

 

 

 

เทศกาล - งานประเพณี

   งานแห่เทียนพรรษา    เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี  จัดให้มีขึ้นทุกปีในวันอาสาฬหบูชา  และวันเข้าพรรษาสถานที่จัดคือบริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข  มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท  คือประเภทติดพิมพ์  และประเภทแกะสลัก  โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่าง ๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียนจะเคลื่อนขบวนจากหน้าวัดศรีอุบลรัตนารามไปตามถนนมาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง  ในตอนกลางคืนจะมีมหรสพและการแสดงสมโภชต้นเทียนและเห็นแสงไฟต้องลำเทียนงามอร่ามไปทั้งงาน

   งานประเพณีมหาสงกรานต์แก่งสะพือ    ในเดือนเมษายนของทุกปี  ทางเทศบาลพิบูลมังสาหาร  ก็ได้กำหนดจัดงานประเพณีสงกรานต์แก่งสะพือขึ้นเป็นประจำ  ซึ่งในงานนอกจากจะมีการประกวดธิดาสงกรานต์แล้ว  ยังมีการออกร้านจำหน่ายสินค้าของภาคเอกชน  มีการละเล่นกีฬาพื้นเมือง  และการประกวดการเล่นดนตรีพื้นบ้านอีสานอีกด้วย

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

สถานที่พัก

(รหัสทางไกล  045)

อำเภอเมือง

   กรุงทอง    152  ถนนศรีณรงค์  โทร. 254200, 241609, 254245, 242308  จำนวน 130 ห้อง  ราคา 280-480 บาท

    ดอลล่าร์    ถนนสุริยาตร์  โทร. 242310 จำนวน 45 ห้อง  ราคา 220-300 บาท

    โตเกียว    360  ถนนอุปราช  โทร. 241739, 241262  โทรสาร 263140  จำนวน 70 ห้อง  ราคา 180-280 บาท

    ทอแสง    251  ถนนพโลชัย  โทร. 245531-9, 241925  จำนวน 76 ห้อง  ราคา 1,800-3,750 บาท

    เนวาด้า  อินน์    ถนนชยางกูร  โทร. 313351-8  จำนวน 63 ห้อง  ราคา 650-1,000 บาท

    บดินทร์    14  ถนนพโลชัย  โทร. 241444, 243000  จำนวน 110 ห้อง  ราคา 280-450 บาท

    ปทุมทองการ์เด้น    961  ถนนชยางกูร  โทร. 311617 ,311305  จำนวน 52 ห้อง  ราคา 450-600 บาท

    ปทุมรัตน์    337  ถนนชยางกูร  โทร. 241501-11  จองที่กรุงเทพฯ  โทร. 254-6501  จำนวน 169 ห้อง  ราคา 550-2,500 บาท

    พีวีทาวเวอร์    ถนนสุรศักดิ์  โทร. 244703-4 ,242951-60  จำนวน 10 ห้อง  ราคา 210-500 บาท

    ราชา    19  ถนนชยางกูร  โทร. 255293 ,254155  จำนวน 59 ห้อง  ราคา 180-230 บาท

    ราชธานี    297  ถนนเขื่อนธานี  โทร. 244388-90  โทรสาร 243561  จำนวน 103 ห้อง  ราคา 280-800 บาท

    รีเจ้นท์พาเลซ    265-271  ถนนชยางกูร  โทร. 245046-7  จำนวน 120 ห้อง  ราคา 660-800 บาท

    เรืองรังษีแมนชั่นปาร์ค    ถนนราชธานี  โทร. 244744-7 ,254294  จำนวน 50 ห้อง  ราคา 600-1,500 บาท

    ลายทอง    50  ถนนพิชิตรังสรรค์  โทร. 264271 ,264265-9  จำนวน 124 ห้อง  ราคา 1,160-4,605 บาท

    วีไอพี    ถนนชยางกูร  โทร. 242305  จำนวน 51 ห้อง  ราคา 420 บาท

    ศรีกมล    26  ถนนอุบลศักดิ์  โทร. 243793 ,241136  จำนวน 42 ห้อง  ราคา 630-5,000 บาท

    อุบลโฮเต็ล    (9 ชั้น)  2  ถนนอุบลกิจ  โทร. 241045-7 ,254952-4  จำนวน 130 ห้อง  ราคา 250-700 บาท

อำเภอวารินชำราบ

    อุบลบุรี รีสอร์ท    เลขที่ 1  ถนนศรีมงคล  โทร. 266777  จำนวน 110 ห้อง  ราคา 1,900-3,000 บาท

อำเภอโขงเจียม

    ทอแสง-โขงเจียมริเวอร์ไซด์รีสอร์ท    68  หมู่ 7  บ้านห้วยหมากใต้  โทร. 351162  จำนวน 48 ห้อง  ราคา 1,600-2,800 บาท

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

การเดินทาง

   โดยทางรถยนต์    ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน)  ไปสระบุรี  เลี้ยวเข้าทางหลวงหมายเลข 2  (มิตรภาพ)  ต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 24  (สายโชคชัย-เดชอุดม)  ไปจนถึงอุบลราชธานี  หรือใช้เส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา  แล้วต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 226  ผ่านบุรีรัมย์  สุรินทร์  ศรีสะเกษ  และเข้าสู่จังหวัดอุบลราชธานี

ตรวจเช็คข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

กลับด้านบน

1