สุรินทร์เป็นจังหวัดที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ไม่ปรากฏหลักฐานแน่นอนถึงความเป็นมา แต่เชื่อกันว่าเมืองสุรินทร์ถูกสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 2000 ปีมาแล้ว ในสมัยที่ขอมเรืองอำนาจ สุรินทร์เป็นจังหวัดที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองช้างใหญ่ ไหมงามและมีวัฒนธรรมที่ดีงามไม่น้อยหน้าจังหวัดอื่นๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เขตการปกครองแบ่งออกเป็น 13 อำเภอ และ 4 กิ่งอำเภอ
อำเภอ | จากอำเภอเมือง | อำเภอ | จากอำเภอ |
อำเภอบัวเชด | 66 กิโลเมตร | อำเภอลำดวน | 25 กิโลเมตร |
อำเภอจอมพระ | 26 กิโลเมตร | อำเภอปราสาท | 28 กิโลเมตร |
อำเภอศีขรภูมิ | 32 กิโลเมตร | อำเภอสังขะ | 49 กิโลเมตร |
อำเภอสนม | 50 กิโลเมตร | อำเภอท่าตูม | 52 กิโลเมตร |
อำเภอชุมพลบุรี | 92 กิโลเมตร | อำเภอกาบเชิง | 58 กิโลเมตร |
อำเภอสำโรงทาบ | 51 กิโลเมตร | อำเภอรัตนบุรี | 70 กิโลเมตร |
กิ่งอำเภอโนนนารายณ์ | 70 กิโลเมตร | กิ่งอำเภอเขวาสินรินทร์ | 20 กิโลเมตร |
กิ่งอำเภอศรีณรงค์ | 65 กิโลเมตร | กิ่งอำเภอพนมดงรัก | 76 กิโลเมตร |
หลักเมืองสุรินทร์
อยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดไปทางตะวันตกประมาณ
500 เมตร
เป็นสถานที่สำคัญและเป็นที่นับถือคู่บ้านคู่เมืองของสุรินทร์
หลวงพ่อพระชีว์
หรือหลวงพ่อประจี
ประดิษฐานอยู่ที่วัดบูรพาราม
ใกล้กับศาลากลางจังหวัด
เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย
ไม่ปรากฏว่าสร้างเมื่อใด
แต่คาดว่าสร้างพร้อมกับวัดบูรพาราม
เป็นที่เคารพบูชาและเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดของเมือง
ห้วยเสนง
เป็นอ่างเก็บน้ำที่มีสันเขื่อนสูง
เป็นสถานที่พักผ่อนของชาวเมือง
มีบริการบ้านพักไว้สำหรับนักท่องเที่ยว
สอบถามที่ โทร 044 - 511966
วนอุทยานพนมสวาย
อยู่ในท้องที่ตำบลนาบัว
อำเภอเมือง เป็นภูเขาเตี้ยๆ
มียอดเขาอยู่ 3 ยอด
ยอดที่ 1 ชื่อยอดเขาชาย (พนมเปราะ)
สูง 210 เมตร
เป็นที่ตั้งของวัดพนมสวาย
มีบันไดขึ้นวัด
และสระน้ำกว้างใหญ่ร่มรื่นด้วยต้นไม้
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธสุรินทรมงคลปางประทานพร
ภปร.
ยอดที่ 2
ชื่อยอดเขาหญิง (พนมสรัย)
สูง 228 เมตร
วัดได้จัดสร้างพระพุทธรูปองค์ขนาดกลางประดิษฐานไว้
ยอดที่ 3 ชื่อเขาคอก (เขาคอก)
มีการสร้างศาลาอัฏฐะมุข
เป็นอนุสรณ์ฉลองครบรอบ 200 ปี
แห่งการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เพื่อประดิษฐานพระพุทธบาทจำลอง
บรรพบุรุษชาวสุรินทร์ถือว่าเป็นสถานที่แสวงบุญ
โดยการเดินทางไปขึ้นยอดเขาในวันขึ้น
1 ค่ำ เดือน 5
ซึ่งเป็นวันหยุดงานตามประเพณีของชาวสุรินทร์มาตั้งแต่โบราณ
ปราสาทหินบ้านพลวง
สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่
16 - 17 เป็นศิลปะสมัยบาปวน
เป็นปราสาทหินขนาดเล็กซึ่งงดงามมาก
ฐานของปราสาทก่อด้วยศิลาแลง
องค์ปราสาทก่อด้วยหินทรายเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม
บริเวณรอบองค์ปราสาทได้รับการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม
เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา
07.30 -18.00 ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท
ชาวต่างชาติ 30 บาท
ปราสาทศรีขรภูมิิ
มีลักษณะเป็นปรางค์หมู่ 5
องค์ ตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน
ฐานก่อด้วยศิลาแลง
ปรางค์องค์กลางสูงประมาณ 32
เมตร
มีลวดลายสลักหินตามประตูและทับหลังที่งดงาม
สันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่
17 หรือ ต้นสมัยนครวัด
เปิดให้เข้าชมทุกวันระหว่างเวลา
07.30 -18.00 ค่าเข้าชม คนไทย 10 บาท
ชาวต่างชาติ 30 บาท
ปราสาทภูมิโปน
เป็นปราสาทขอมแบบไพรกเมง
มีอายุราวพุทธสตวรรษที่ 12 - 13
ลักษณะเป็นปรางค์รูปสี่เหลี่ยมก่อด้วยอิฐ
ฐานก่อด้วยศิลาแลง
ห่างจากฐานปรางค์มาทางตะวันตก
มีฐานวิหาร 1 หลัง
และห่างออกไปทางตะวันตก 32
เมตร มีวิหารอีกหลังหนึ่ง
ปราสาทภูมิโปนเป็นปราสาทที่เก่าแก่ที่สุดของจังหวัดสุรินทร์
และเก่าแก่กว่าหลายๆ
แห่งของภาคอีสาน
หมู่บ้านช้าง
ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 9 และ 13
บ้านตากลาง
ชาวบ้านดั้งเดิมเป็นส่วย
มีอาชีพในการคล้องช้างป่า
ฝึกช้าง และเลี้ยงช้าง
ปัจจุบันยังคงมีการเลี้ยงช้างและการฝึกช้างเพื่อร่วมการแสดงช้างของจังหวัดทุกปี
นักท่องเที่ยวสามารถไปชมการฝึกช้างได้ทุกวัน
ในช่วงเดือนตุลาคม -
เดือนพฤศจิกายน
ศูนย์คชศึกษา
อยู่ที่หมู่บ้านช้าง
เพื่อเป็นจุดรวมสังคมคนกับช้าง
เป็นศูนย์ข้อมูลวัฒนธรรมท้องถิ่น
โดยทางอำเภอท่าตูม
และชุมชนหมู่บ้านช้างบ้านตากลาง
ได้ร่วมกันจัดแสดง
เปิดแสดงทุกวันเสาร์ เวลา 09.30 -
11.00 น. ค่าเข้าชม
คนไทยผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20
บาท ชาวต่างชาติ 100 บาท
ค่าขี่ช้างต่อเชือก 50
บาทต่อเชือก ติดต่อ โทร (044)
512925 หรือ (01) 977-4420
งานแสดงของช้าง - จังหวัดสุรินทร์เป็นดินแดนที่มีช้างมากมาแต่โบราณชาวเมืองในอดีตหรือที่เรียกว่า "ส่วย" ได้จับช้างป่ามาฝึกเพื่อใช้เป็นพาหนะและขนส่งช้าง และการควบคุมบังคับขี่ช้างของชาวสุรินทร์ได้เคยทำชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทยมาแล้วและเมื่อ "การแสดงของช้าง" ได้ถือกำเนิดขึ้นมาเมื่อ พ.ศ. 2503 นั้น ทำให้นามของจังหวัดสุรินทร์เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
้กำหนดการจัดงานแสดงของช้าง ในวันเสาร์-อาทิตย์กลางเดือนพฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นงานประจำปีระดับชาติ แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั่วทุกมุมโลกมาร่วมชมงานี้ เป็นงานแสดงที่ยิ่งใหญ่ที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย และจังหวัดสุรินทร์ การแสดงของช้างประกอบด้วยการแสดงคล้องช้าง การชักเย่อระหว่างคนกับช้าง ช้างแข่งฟุตบอล ช้างเต้นระบำ ขบวนพาเหรด ขบวนช้างศึก รวมทั้งการแสดงศิลปะพื้นเมือง เช่น รำเรืออัมเร เซิ้งบั้งไฟ ฯลฯ
รหัสทางไกล 044
อำเภอเมือง
กรุงศรี 185 ถนนกรุงศรีใน (หน้าหอนาฬิกา) โทร. 511037 โทรสาร 513137 จำนวนห้องพัก 67 ห้อง ราคา 160-300 บาท
ทองธารินทร์ 60 ถนนศิริรัฐ โทร. 514281-8 โทรสาร 511580 จำนวนห้องพัก 233 ห้อง ราคา 1,000-6,000 บาท
นิวโฮเต็ล 6-8 ถนนธนสาร (ใกล้สถานีรถไฟ) โทร. 511341, 511322 โทรสาร 511971 จำนวนห้องพัก 102 ห้อง ราคา 160-760 บาท
นิดเดียวแสงทองโฮเต็ล 279-281 ถนนธนสาร โทร. 512099, 511009 โทรสาร 514329 จำนวนห้องพัก 100 ห้อง ราคา 200-800บาท
เพชรเกษม 104 ถนนจิตรบำรุง โทร. 511274 จำนวนห้องพัก 162 ห้อง ราคา 900-3,400 บาท
เมมโมเรียล 646 ถนนหลักเมือง โทร. 511288 จำนวนห้องพัก 56 ห้อง ราคา 300-600 บาท
โดยทางรถยนต์ สามารถใช้เส้นทางได้ 2 เส้นทาง ได้แก่
เส้นทางที่ 1 ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วแยกเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่จังหวัดสระบุรีและเดินทางเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ตรงเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 224 นครราชสีมา อำเภอโชคชัย แยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 24 (ถนนโชคชัย- เดชอุดม) พอถึงอำเภอปราสาทแล้วแยกซ้ายใช้เส้นทางหมายเลข 214 เข้าสู่ตัวเมืองสุรินทร์
เส้นทางที่ 2 ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วแยกเข้าสู่เส้นทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ที่จังหวัดสระบุรี และเดินทางเข้าสู่จังหวัดนครราชสีมาผ่านจังหวัดบุรีรัมย์ตรงเข้าสู่ตัวจังหวัดสุรินทร์ โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 226