กลับหน้าสารบัญ

จังหวัดสุพรรณบุรี เมืองยุทธหัตถี  วรรณคดีขึ้นชื่อ  เลื่องลือพระเครื่อง   รุ่งเรืองเกษตรกรรม  สูงล้ำประวัติศาสตร์  แหล่งปราชญ์ศิลปิน  ภาษาถิ่นชวนฟัง

ข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยว

      งานประเพณี               สถานที่พัก

การเดินทาง

             จังหวัดสุพรรณบุรี  อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ  ประมาณ 100 กิโลเมตร  เป็นเมืองสมัยโบราณ  พบหลักฐานทางโบราณคดี  มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,500-3,800 ปี  โบราณวัตถุที่ขุดพบมีทั้งยุคหินใหม่  ยุคสัมฤทธิ์  ยุคเหล็ก  และสืบทอดวัฒนธรรมต่อเนื่องมาตั้งแต่สมัยสุวรรณภูมิ  ฟูนัน  อมราวดี  ทวารวดี  ศรีวิชัย  เดิมจังหวัดสุพรรณบุรีเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  "เมืองทวาราวดีศรีสุพรรณภูมิ"  หรือ  "พันธุมบุรี"  นอกจากนี้ยังเป็นเมืองกำเนิดเรื่อง  ขุนช้างขุนแผน  อันเป็นวรรณคดีสำคัญเรื่องหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี  และของชาติไทย  ชื่อตำบล  ชื่อบ้าน  และชื่อสถานที่สำคัญอื่น ๆ ในท้องเรื่องยังมีปรากฏอยู่  เช่น  บ้านรั้วใหญ่  วัดเขาใหญ่  ท่าสิบเบี้ย  ไร่ฝ้าย  วัดป่าเลไลยก์  วัดแค  อำเภออู่ทอง  และอำเภอศรีประจันต์  เป็นต้น

           สุพรรณบุรี  มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ  5,358  ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ ได้แก่  อำเภอเมือง  อำเภอบางปลาม้า  อำเภอศรีประจันต์  อำเภอดอนเจดีย์  อำเภออู่ทอง  อำเภอสามชุก  อำเภอเดิมบางนางบวช  อำเภอหนองหญ้าไซ  อำเภอสองพี่น้อง และอำเภอด่านช้าง

กลับด้านบน

 

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยว

 อำเภอเมือง

หอคอยบรรหาร-แจ่มใส  และ  สวนเฉลิมภัทรราชินี    ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสุพรรณบุรี  บนถนนนางพิม  ตำบลท่าพี่เลี้ยง  ในส่วนของ  หอคอยบรรหาร-แจ่มใส  เป็นหอคอยแห่งแรกและสูงที่สุดในประเทศไทย  มีความสูงถึง 123.25 เมตร  มีชั้นสำหรับชมวิวในระดับสูงสุด 78.75  เมตร  และระดับต่ำลงมาคือ 72.75, 66.75  และ 33.75  เมตร  ตามลำดับ  บนหอคอยได้มีการติดตั้งกล้องส่องทางไกลไว้รอบด้าน  มีร้านขายของที่ระลึก  และอาหารว่าง  มีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับเมืองสุพรรณบุรี  ทั้งด้านประวัติศาสตร์  วรรณคดี  ศิลปวัฒนธรรม  ชีวิตความเป็นอยู่ รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและเรื่องราวน่ารู้ของจังหวัดสุพรรณบุรีไว้ทั้งหมด     และภายในสวนเฉลิมภัทรราชินี  ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่สมบูรณ์แบบ  ในเนื้อที่ 15 ไร่  นอกจากจะเป็นที่ตั้งของหอคอยบรรหาร-แจ่มใส   ยังมีสวนน้ำพร้อมสไลเดอร์  สวนลายไทย  สวนนกพิราบ  สวนดอกไม้  สนามเด็กเล่น  บ่อน้ำพุ  สนามออกกำลังกาย  ฯลฯ

หอคอยบรรหาร-แจ่มใส  เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์  อัตราค่าเข้าชมผู้ใหญ่ 40 บาท  เด็ก 20 บาท
สวนเฉลิมภัทรราชินี  เปิดให้เข้าชมทุกวัน  เว้นวันจันทร์  ตามวัน  และเวลาดังนี้
วันอังคาร-ศุกร์   เวลา 10.00-19.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์  เวลา 10.00-20.30 น.
อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 10 บาท  เด็ก 5 บาท
  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (035) 522 - 721

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติชาวนาไทย    ตั้งอยู่ที่ถนนพระพันวษา  ตำบลท่าพี่เลี้ยง  ในบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดสุพรรณบุรี  เป็นอาคารคอนกรีต  สร้างแบบเรือนไทยประยุกต์ 2 ชั้น  ชั้นล่าง  จัดแสดงเรื่องราวความเป็นมาของการทำนา  เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำนา  ประเพณี  และวิถีชีวิตของชาวนา  ส่วน  ชั้นบน  แสดงให้เห็นถึงพระมหากษัตริย์ไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน  ทรงเป็นผู้อุปถัมภ์ค้ำชูชาวนาไทย  และทรงพัฒนาการทำนา  และการเกษตรของชาติ  รวมถึงจัดแสดงภาพจำลองเหตุการณ์พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  ได้ทรงทำปุ๋ยหมักหว่าน  และเก็บเกี่ยวข้าวด้วยพระองค์เอง ณ แปลงนาสาธิต  บึงไผ่แขก  ตำบลดอนโพธิ์ทอง  อำเภอเมืองสุพรรณบุรี  เมื่อปี พ.ศ. 2529  และเก็บรักษาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ที่พระองค์ทรงใช้  นอกจากนี้ยังมีห้องค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องราว  และวัตถุที่จัดแสดงโดยเปิดให้เข้าชมทุกวันพุธถึงวันอาทิตย์  ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

บ้านยะมะรัชโช    ตั้งอยู่เลขที่ 109 ก. ถนนหมื่นหาญ  ตำบลท่าพี่เลี้ยง  ตรงข้ามเทศบาลเมือง  ซึ่งเป็นบ้านเจ้าพระยายมราช  (ปั้น  สุขุม)  อดีตเสนาบดีสามแผ่นดิน  และอดีตผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล  ลักษณะเป็นเรือนหมู่  สภาพปัจจุบันเหลือตัวเรือนเดิม  เรือนนอน 2 หลัง  หอกลาง 1 หลัง  หอนั่งสร้างใหม่แทนของเดิม 1 หลัง  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เคยเสด็จบ้านนี้ 2 ครั้ง  และได้พระราชทานชื่อบ้านหลังนี้  ต่อมาจังหวัดฯ  ได้จัดทำโครงการอนุรักษ์บ้านยะมะรัชโช  โดยส่งเข้าประกวดโครงการดีเด่น  ในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมในเมือง  และได้รับรางวัลพร้อมโล่  และใบประกาศเกียรติคุณ  ปัจจุบันนี้บ้าน ยะมะรัชโชเป็นของกองทุนมูลนิธิพระยาสุนทรสงคราม  (ปุย  สุวรรณศร)

วัดสุวรรณภูมิ    ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดใหม่  ตั้งอยู่ตรงข้ามศาลากลางจังหวัดที่วัดนี้มีพิพิธภัณฑ์ปุ่นปุณณสิริ  ซึ่งเก็บรวบรวมศิลปะโบราณวัตถุต่าง ๆ เช่น ถ้วยชาม  แจกัน  พระพุทธรูปสมัยต่าง ๆ นาฬิกา  อาวุธ  สมัยโบราณ  น่าชมมาก

วัดประตูสาร    อยู่ที่ถนนขุนช้าง ตำบลรั้วใหญ่  ภายในเขตเทศบาลเมือง  เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่ง  และสถาปนาขึ้นเป็นวัด  ไม่มีหลักฐานเก่าระบุไว้แต่คงจะสร้างขึ้นก่อนปี พ.ศ. 2379  ซึ่งเป็นปีที่สุนทรภู่มาสุพรรณบุรี  ภายในพระอุโบสถมีจิตรกรรมฝาผนังเรื่องพุทธประวัติ  ฝีมือช่างหลวง  เชื่อกันว่า  เป็นคนเดียวกับที่เขียนจิตรกรรมฝาผนังวัดหน่อพุทธางกูร  เขียนราว  พ.ศ. 2391  นอกจากนี้ยังมีจิตรกรรมที่เขียนบนพื้นไม้เป็นแผ่น ๆ เรื่องราวพุทธประวัติและมหาชาติ  ลักษณะของภาพเหมือนจะลอกแบบจิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ  เก็บรักษาอยู่ในวิหาร

วัดพระรูป    ตั้งอยู่ที่ถนนขุนช้าง  ริมฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำท่าจีน  ตรงข้ามตลาดสุพรรณบุรี  วัดนี้เป็นวัดที่เก่าแก่มีอายุอยู่ในสมัยอู่ทองตอนปลาย  ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ  ได้แก่  พระพุทธรูปปางไสยาสน์  ชาวบ้านเรียกว่า  เณรแก้ว  ก่ออิฐถือปูน  ยาว 13 เมตร  สูง 3 เมตร  พระพักตร์กลมยาวคล้ายผลมะตูม  ผินพระพักตร์สู่ทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างในราว  พ.ศ. 1800-1893  และถือว่าเป็นพระนอนที่มีพระพักตร์งามมากที่สุดในประเทศไทย
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าชม  ได้แก่  พระพุทธบาทไม้  เป็นโบราณวัตถุที่หาค่าไม่ได้  ศิลปการแกะสลักงดงามมากมีขนาดยาว  221.5  เซนติเมตร  กว้าง 74 เซนติเมตร  หนา 10 เซนติเมตร  ทำจากไม้ประดู่แกะสลักทั้ง 2 ด้าน  มีเพียงชิ้นเดียวในประเทศไทย  เดิมพระพุทธบาทไม้อยู่ที่วัดเขาดิน  เมื่อตอนเกิดศึกไทย-พม่า  พระภิกษุรูปหนึ่งเกรงจะถูกทำลายจึงนำล่องลงมาทางน้ำแล้วเอาขึ้นที่วัดพระรูป
นอกจากนี้ยังมี  เจดีย์อู่ทองและซากเจดีย์สมัยทวารวดี  ระฆังสัมฤทธิ์  และธรรมาสน์สังเค็ต  ฝีมือช่างอยุธยาตอนปลายและยังเป็นกรุ  "พระขุนแผน"  อันมีชื่อเสียงอีกด้วย

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ    อยู่ในตำบลรั้วใหญ่  ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี  ถนนสมภารคง  แยกจากถนนมาลัยแมนไปประมาณ 300 เมตร  ในสมัยก่อนเป็นศูนย์-กลางของเมืองสุพรรณภูมิเป็นวัดคู่บ้านคู่เมือง   มีอายุไม่ต่ำกว่า 600 ปี  ปรางค์องค์ประธานเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้  แต่ได้ถูกชาวบ้านลักลอบขุดค้นหาทรัพย์สินจนทรุดโทรมไปมาก  พระพิมพ์ผงสุพรรณบุรีที่โด่งดังมาก  อันเป็นหนึ่งใน  "เบญจภาคี"  ก็ได้ไปจากกรุในองค์พระปรางค์นี้  นักโบราณคดีหลายท่านให้ความเห็นว่าน่าจะเป็นศิลปะการก่อสร้างในสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิ  เพราะหลักฐานการก่อสร้างเป็นการก่ออิฐไม่ถือปูน  ซึ่งเป็นวิธีการเก่าแก่ก่อนสมัยอยุธยา

วัดแค    เป็นวัดเก่าแก่ที่มีชื่อปรากฏในวรรณคดีเรื่อง "ขุนช้างขุนแผน"  อยู่ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรี  ไปทางเหนือวัดพระศรีรัตนมหาธาตุประมาณ 2 กิโลเมตร  ภายในวัดนี้มีต้นมะขามใหญ่วัดโคนต้นโดยรอบได้ประมาณ 10 เมตร  เชื่อกันว่าขุนแผนได้เรียนวิชาเสกใบมะขามจากต้นมะขามต้นนี้ ให้เป็นตัวต่อตัวแตนจากท่านอาจารย์คงไว้โจมตีข้าศึก  นอกจากนี้ทางจังหวัดได้สร้างเรือนไทยทรงโบราณเรียกว่า  "คุ้มขุนแผน"  ไว้ใกล้กับต้นมะขามยักษ์นี้อีกด้วย  พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เคยเสด็จประพาสวัดแคเมื่อ  พ.ศ. 2447  วัดนี้มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจ  ได้แก่  พระพุทธบาทสี่รอย  ทำด้วยทองเหลืองกว้าง 1.40 เมตร  ยาว 2.80 เมตร  สร้างซ้อนกันไว้ในรอยใหญ่  นอกจากนี้ก็มีพระพุทธรูปปางมารวิชัยขัดสมาธิราบศิลปรัตนโกสินทร์  จีวร  และอังสะเป็นดอกพิกุลงดงามมาก  ประดิษฐานอยู่ในวิหารหน้าพระประธาน  สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ก็มี  เช่น  ระฆังทองเหลือง  หม้อต้ม  กรักทองเหลือง  ตู้ใส่หนังสือที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงถวายเมื่อ ปี 2412

วัดหน่อพุทธางกูร    เดิมชื่อ  วัดมะขามหน่อ  ตั้งอยู่ที่ตำบลพิหารแดง  อยู่เลยวัดแคไปทางเหนืออีก 2 กิโลเมตร  อยู่ฝั่งทิศตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ  สร้างในสมัยต้นรัตนโกสินทร์  ภายในพระอุโบสถหลังเก่ามีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติ  เป็นจิตรกรรมที่มีความงดงาม  เขียนราว พ.ศ.2391  สมัยรัชกาลที่ 3

อุทยานมัจฉา  วัดพระนอน    ตำบลพิหารแดง  อยู่เลยวัดหน่อพุทธางกูรไปเล็กน้อย   วัดพระนอนนี้อยู่ติดกับแม่น้ำท่าจีน  บริเวณริมน้ำหน้าวัดมีปลานานาชนิด  และชุกชุม  มีทั้งปลาสวาย  ปลาตะเพียน  ปลาแรด  ปลาตะโกก  จำนวนนับแสนตัว  แรกทีเดียวพระภิกษุสามเณรในวัดนำเศษอาหารมาโปรยให้เป็นทาน  และทางวัดประกาศเป็นเขตอภัยทาน  ต่อมาทางวัดได้จัดอาหารปลาจำหน่าย  ปลูกไม้  ทั้งไม้ผล  และไม้ประดับ  บริเวณจึงร่มรื่นสวยงาม  และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจที่ขึ้นหน้าขึ้นตาแห่งหนึ่งของจังหวัด  นอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระนอนเป็นพระพุทธรูป  ในลักษณะนอนหงายสร้างเท่าคนโบราณ  มีลักษณะเหมือนกับพระนอนที่เมืองกุสินารา  สถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า  ในประเทศอินเดีย

อุทยานมัจฉา  วัดพระลอย     อยู่ที่ริมแม่น้ำท่าจีน  ในตำบลรั้วใหญ่  ห่างจากจังหวัดประมาณ 2 กิโลเมตร  ภายในวัดมีอุโบสถจตุรมุขใหญ่  สูงเด่น  สง่างาม มี พระพุทธนวราชมงคล  สวยงามมาก  และมีพระพุทธรูปเนื้อหินทรายปางต่าง ๆ เก่าแก่มาก  บริเวณหน้าวัดเป็นที่สงวนพันธุ์สัตว์น้ำ  มีฝูงปลาหลายชนิดเป็นจำนวนมาก  อาศัยความร่มเย็นของวัดพระลอย  ซึ่งทางวัดได้จัดอาหารจำหน่ายนำรายได้เข้าวัดอีกด้วย  ถือเป็นอุทยานมัจฉาอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดสุพรรณบุรี

วัดสนามไชย    ตั้งอยู่หมู่ที่ 5  ตำบลสนามไชย  อำเภอเมือง  ห่างจากริมฝั่งทิศตะวันออกของแม่น้ำสุพรรณ  1 กิโลเมตร  ปัจจุบันเป็นวัดร้างเหลือแต่ซากเจดีย์ทางด้านเหนือเพียงซีกเดียว  ซากเจดีย์นี้ใหญ่โตมาก  ประมาณว่าถ้าหากอยู่ในสภาพสมบูรณ์จะมีความสูงประมาณ 70-80 เมตร  เมื่อต้นปี พ.ศ. 2505  กรมศิลปากร  ได้ขุดแต่งองค์เจดีย์เพื่อหาโบราณวัตถุ  แต่ไม่ปรากฏว่าพบอะไร  คงเป็นเพราะได้ถูกคนลักลอบขุดค้นไปหมด  เมื่อหลายปีมาแล้ว  เพียงแต่พบอัฐิธาตุของคนซึ่งสันนิษฐานไว้ทางหนึ่งว่าเป็นอัฐิของทหารนักรบโบราณที่เสียชีวิตในสงคราม  จึงให้นามเจดีย์นี้ว่า  "เจดีย์ทหารนิรนาม"

วัดพระอินทร์และแหล่งขุดพบภาชนะดินเผา    วัดพระอินทร์เป็นวัดเก่าแก่อยู่ในตัวเมือง  ภายในวัดมีซากเจดีย์ปรักหักพัง  ปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้รับการดูแล  ลักษณะเจดีย์เป็นฐานแปดเหลี่ยม  มีซุ้มไว้พระพุทธรูปประกอบด้วยภายปูนปั้น  และภาพนูนต่ำ  ที่ขอบซุ้มมีลายใบไม้ม้วนเรียงกันไปทางทิศเหนือเป็นแนวเดียวกัน  ซุ้มด้านตะวันตกมีพระพุทธรูปยืนปางปฐมเทศนา  ที่ปลายของซุ้มทั้งสองข้างทำลวดลายเป็นรูปพญานาคชูคอขึ้น  ที่หัวมีรัศมีแผ่คล้ายพัดใกล้ฐานพระเจดีย์  มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งมีลักษณะครึ่งองค์ตั้งอยู่บนพื้นดิน  นอกจากนี้รอบ ๆ องค์เจดีย์ยังมีเศษภาชนะดินเผา  และชิ้นส่วนของเครื่องสังคโลกกระจัดกระจายอยู่ทั่วไป  ปลายปี พ.ศ. 2528  ได้ค้นพบแหล่งเตาเผาเครื่องถ้วยชามบริเวณสองฝั่งของแม่น้ำสุพรรณบุรี  บริเวณบ้านค่ายเก่ากับโพธิ์พระยาในเขตตำบลพิหารแดง  สนามชัย  และรั้วใหญ่  ได้พบเศษภาชนะต่าง ๆ เช่นเครื่องสังคโลก  เครื่องถ้วยจีน  ภาชนะดินเผาเนื้อดินและเนื้อหิน  จำนวนหมื่นๆ ชิ้น  ต้นปี พ.ศ. 2529  ได้ขุดค้นที่แหล่งโบราณคดีเตาบ้านสุมน แหล่งเตาบ้านปูน  ตำบลพิหารแดง  พบเตาเผาถึง 10 เตา  มีความยาว 5 เมตร  กว้าง 2 เมตร  ซึ่งใช้ผลิตภาชนะเนื้อหิน  เช่น  ชาม  จาน  อ่าง  แจกัน  หม้อ  ซึ่งมีลวดลายแปลกแตกต่างกัน  เช่น  ลายเทวดา  ลายเทพพนม  รูปทรงเรขาคณิต  ลายดอกไม้  ฯลฯ

ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง    อยู่ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี  (แม่น้ำท่าจีน)  ห่างจากตัวสะพานไปครึ่งกิโลเมตร  เดิมตัวศาลเป็นศาลไม้ทรงไทย  มีเทวรูปพระอิศวรและพระนารายณ์สลักด้วยหินสีเขียวสององค์  ปัจจุบันศาลเป็นรูปเก๋งจีน  ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองนี้เป็นที่เคารพของชาวเมืองเป็นอย่างยิ่ง  มีงานประจำปีทิ้งกระจาดทุกปี  ในวันขึ้น 15 ค่ำ  เดือน 7  ของจีน

กำแพงเมืองเก่าและประตูเมือง  เมืองสุพรรณบุรีเก่าตั้งอยู่ในตำบลรั้วใหญ่  (บ้านขุนช้าง)  ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำ  ขณะนี้ยังเหลือแนวกำแพงดิน และคูเมืองให้เห็นชัดระหว่างทางไปวัดป่าเลไลยก์กับศาลเจ้าพ่อหลักเมืองทางด้านทิศตะวันตกของเมืองนี้  กำแพงทำแข็งแรงเป็นพิเศษสองชั้น  มีคูน้ำกั้นอยู่ชั้นนอก  มีเนินดิน  และกำแพงอยู่ชั้นในยาวถึง 3,500 เมตร  ส่วนด้านกว้างกำแพงยาว 1,000 เมตร  จดแม่น้ำ แต่ไม่พบตัวกำแพงด้านตะวันออก  เพราะถูกรื้อเสียในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ  สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5  ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ในพระราชหัตถเลขา  เรื่องเสด็จประพาสลำน้ำมะขามเฒ่าว่า  "เมืองสุพรรณบุรีมีกำแพงเป็นสองฟากเหมือนเมืองพิษณุโลกยื่นขึ้นไปจากฝั่งแม่น้ำราว 25 เส้น  ดูกว้างประมาณ 6 วา นอกเชิงเทิน "  ส่วนประตูเมืองตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน  บนแนวกำแพงเมืองเก่า  ประตูเมืองที่เห็นในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ตามแบบของกรมศิลปากร  ตรงสถานที่ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นที่ตั้งของประตูเมืองเดิม

วัดป่าเลไลยก์    เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่ริมถนนมาลัยแมน  ตำบลรั้วใหญ่  อำเภอเมือง  อยู่ทางฝั่งตะวันตกของลำน้ำสุพรรณห่างจากศาลากลางจังหวัดประมาณ 4 กิโลเมตร  ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า วัดป่า  ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต  ปางป่าเลไลยก์  ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือมาก  แต่เดิมหลวงพ่อโตเป็นพระปางปฐมเทศนา  ต่อมาได้มีการบูรณะซ่อมแซมใหม่  และทำเป็นปางป่าเลไลยก์  ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันทุกปีจะมีงานนมัสการหลวงพ่อวัดป่าเลไลย์ปีละ 2 ครั้ง  ในเดือน 5 และเดือน 12  ตั้งแต่วันขึ้น 7-9 ค่ำ

สระศักดิ์สิทธิ์    มีทั้งหมด 4 สระ ชื่อว่าสระแก้ว  สระคา  สระยมนา  และสระเกษ  ตั้งอยู่ที่ตำบลสระแก้ว  อำเภอเมือง  ใกล้กับลำน้ำท่าว้า  ห่างจากตัวเมือง 14 กิโลเมตร  สันนิษฐานว่าเป็นสระน้ำศักดิ์สิทธิ์  ซึ่งมีมาตั้งแต่สมัยเมืองอู่ทองยังเจริญรุ่งเรืองอยู่น้ำในสระศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 นี้ ได้เคยนำมาประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกต่าง ๆ ด้วย

สวนนกท่าเสด็จ    (หน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จ)  ตั้งอยู่ที่บ้านท่าเสด็จ  ตำบลสระแก้ว  ห่างจากตัวเมืองประมาณ 15 กิโลเมตร  ตามทางสายสุพรรณบุรี-ดอนเจดีย์  (ทางหลวงหมายเลข 322)  จากตัวเมืองเดินทางไปยังสี่แยกแขวงการทาง  แล้วเลี้ยวซ้ายข้ามสะพานสูงไปจนถึงสามแยก  ตรงไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร  เลี้ยวขวาไปอีก 2 กิโลเมตร  สวนนกแห่งนี้  ตั้งอยู่ในที่ดินของนางสวนนก  พันธุ์เผือก  และนายจอม-นางถนอม  มาลัย  ซึ่งมีนกอาศัยทำรังอยู่เป็นจำนวนนับหมื่นตัว  เช่น  นกปางห่าง  นกยาง  นกกาน้ำ  นกกาบบัว  นกกระสา  นกแขวก  และนกช้อนหอย  เป็นต้น  ในเวลากลางวันจะมีนกให้ชมอยู่บ้าง  ส่วนในตอนเย็นจะมีนกบินกลับรังจนดูมืดฟ้ามัวดิน  นกเหล่านี้ได้มาอาศัยอยู่ในสวนนี้นับ 10 ปีมาแล้ว  ขณะนี้กรมป่าไม้ได้จัดเจ้าหน้าที่มาประจำสวนนกแห่งนี้  และจัดตั้งเป็นหน่วยอนุรักษ์นกท่าเสด็จช่วงที่มีนกมาก  คือ  ในช่วงเดือนตุลาคม

ศูนย์ฝึกอบรมช่างสิบหมู่สุพรรณบุรี    ดำเนินงานโดยกรมศิลปากร  ตั้งอยู่ตรงข้ามกับวิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี  ติดกับสนามกีฬาจังหวัด  ถนนมาลัยแมน  มีนโยบายในการฝึกอบรมงานช่างสิบหมู่  ในสาขาวิชาดังนี้  หมู่ช่างเขียน  หมู่ช่างรัก  หมู่ช่างแกะ  หมู่ช่างสลัก  หมู่ช่างปั้น  หมู่ช่างหล่อ  หมู่ช่างหุ่น  หมู่ช่างบุ  หมู่ช่างปูน  และหมู่ช่างกลึง

ศูนย์หัตถกรรมภาคตะวันตก    ตั้งอยู่ที่ตำบลดอนกำยาน  ริมถนนมาลัยแมน  ห่างจากตัวเมืองไปทางอำเภออู่ทอง  ประมาณ 8 กิโลเมตร  ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนด้านอุตสาหกรรมในครอบครัว  และหัตถกรรมในเขตพื้นที่ 14 จังหวัดภาคตะวันตก  มีอาคารแสดงนิทรรศการผลงานผลิตภัณฑ์หัตถกรรมดีเด่นสวยงามประเภทต่าง ๆ รวมทั้งจัดจำหน่ายให้กับประชาชนทั่วไปในราคาย่อมเยา

วัดมหาธาตุ    หรือวัดพระธาตุศาลาขาว  อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปตามถนนมาลัยแมน (ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณ)  ไป 15 กิโลเมตร  วัดมหาธาตุตั้งอยู่ตรงข้ามกับวัดสวนแตง  ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า  วัดพระธาตุนอก  เพราะลักษณะพระปรางค์คล้ายกับพระปรางค์ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุแต่ขนาดย่อมกว่า  มีความสูงประมาณ 20-25 เมตร  เป็นพระปรางค์เดี่ยว  ไม่มีพระปรางค์องค์เล็กคู่เดียวประกอบทั้งด้านหน้าด้านหลัง  มีบันได  และซุ้มประตู  ยอดพระปรางค์มนกว่ายอดพระปรางค์วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ  ซึ่งมียอดแหลม  แผ่นอิฐมีขนาดเล็ก  และสอด้วยปูนหวาน  เนื้อหยาบ  จากหลักฐาน พ.ศ. 1967-2031  (ในรัชสมัยพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา)  หรือพระบรมไตรโลกนาถ)

วัดพร้าว    อยู่ที่ตำบลโพธิ์พระยา  ติดกับประตูน้ำโพธิ์พระยา  ห่างจากจังหวัดประมาณ 9 กิโลเมตร  ภายในวัดมีวิหารเลียนแบบสถาปัตยกรรมพม่า  เป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง  นอกจากนั้น  ยังมีหอไตรกลางน้ำ  ตู้พระธรรม  ในวัดยังมีดงยางเป็นที่อยู่อาศัยของค้างคาวแม่ไก่  จำนวนนับพันตัว

อำเภอบางปลาม้า

อุทยานมัจฉา  วัดป่าพฤกษ์    อยู่ที่ ตำบลบ้านแหลม  ห่างจากจังหวัดประมาณ 17 กิโลเมตร  บริเวณหน้าวัดมีฝูงปลาโดยเฉพาะปลาสวาย  ปลานิล  เป็นจำนวนมาก  นักท่องเที่ยวสามารถยืนชม  และให้อาหารปลาได้อย่างใกล้ชิด  บริเวณริมแม่น้ำซึ่งทางวัดก่อสร้างเป็นเขื่อนทางเท้าริมน้ำ  ยาวประมาณ 100 เมตร  เป็นอุทยานมัจฉาอีกแห่งหนึ่งของจังหวัด

วัดบางเลน    อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 24 กิโลเมตร  ภายในบริเวณวัดมีค้างคาวแม่ไก่อยู่เป็นจำนวนมาก  อาศัยเกาะอยู่ตามต้นไม้

อำเภออู่ทอง

พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ  อู่ทอง    ตั้งอยู่ที่ถนนมาลัยแมน  ติดกับที่ว่าการอำเภอ  เป็นสถานที่รวบรวมศิลปวัตถุในสมัยต่าง ๆ ที่ขุดค้นพบแสดงถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ยุคสมัยต่าง ๆ ที่เคยอาศัยอยู่ในดินแดนแถบสุพรรณบุรี  เครื่องมือเครื่องใช้สมัยหินใหม่ถึงสมัยสัมฤทธิ์  พระพุทธรูปสมัยทวารวดี ฯลฯ  นอกจากนี้  ยังได้รวบรวมวัฒนธรรมลาวโซ่งซึ่งเดิมเป็นชนกลุ่มน้อย  ปัจจุบันได้ผสมกลมกลืนไปกับชาวพื้นเมืองแล้ว  แต่ก็ยังพอมีให้เห็นอยู่บ้างลักษณะที่สำคัญได้แก่  ประเพณี  ความเชื่อ  การทำมาหากิน  การแต่งกาย  โดยภายในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอู่ทอง  ได้จัดสร้างบ้านลาวโซ่งขึ้น  ภายในบ้านมีเครื่องมือ  เครื่องใช้ประจำวันอยู่ครบครัน

พิพิธภัณฑ์เปิดบริการให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน  เว้นวันจันทร์ วันอังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์   ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.  อัตราค่าเข้าชม  ชาวไทย 10 บาท  ชาวต่างประเทศ 30 บาท

วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม    เดิมชื่อ  วัดเขาพระ  ตั้งอยู่ที่ตำบลอู่ทองบนถนนมาลัยแมน  อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 34 กิโลเมตร  เป็นวัดเก่าแก่  สันนิษฐานว่ามีมาแต่สมัยทวารวดี  เพราะมีโบราณวัตถุหลายอย่าง  เช่น  พระพุทธไสยาสน์  พระพุทธรูปปางต่าง ๆ ซึ่งสลักด้วยเนื้อหินมีเทวรูปจักรนารายณ์เนื้อหิน  เจดีย์สมัยอยุธยาบนยอดเขา 1 องค์  และยังมีรอยพระบาทจำลองแกะสลักด้วยหินเขียวธรรมชาติ  ประดิษฐานไว้ในมณฑป  บนยอดเขาอีกด้วย  มีงานประจำปีนมัสการพระพุทธไสยาสน์  ปีละ 2 ครั้ง  คือ  วันขึ้น 15 ค่ำ  และแรม 1 ค่ำ  เดือน 12 กับวันขึ้น 14-15 ค่ำ  และแรม 1 ค่ำ เดือน 5

วนอุทยานพุม่วง    อยู่ที่หมู่ 5  ตำบลจระเข้สามพัน  ห่างจากจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร  ทางเข้าห่างจากทางแยกอู่ทอง-บ่อพลอย  2 กิโลเมตร  เป็นบริเวณป่าสงวนของกรมป่าไม้  ตรงที่ราบเชิงเขามีคอกช้างสมัยทวารวดีจำนวน 3 คอก  เนื้อที่ประมาณ 10 ไร่  ถัดไปเป็นเขาถ้ำเสือ  มีกรุพระเครื่องถ้ำเสืออันลือชื่อ  มีน้ำตกพุม่วงที่กล่าวอ้างอิงถึงในสภาขุนช้างขุนแผน  มีถนนเลียบไหล่เขาขึ้นไปวัดถ้ำเสือด้านหนึ่ง  และขึ้นไปยังที่ทำการวนอุทยานอีกด้านหนึ่งเส้นทางนี้ต่อไปยังเขาตะโกปิดทอง  และเขาเพชรน้อย  ซึ่งต่อกันเป็นเทือกไปถึงเขาพระธรรมชาติบนเขาเทือกนี้ประกอบด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด  อาทิ  จันทน์กะพ้อ  ปรงเผือก  นอกจากนั้น  ยังมีสวนหินที่สวยงามอีกด้วย  วนอุทยานแห่งนี้  มีเนื้อที่ 1,725 ไร่  เป็นป่าใกล้เมืองที่หาได้ยากแห่งหนึ่ง

รอยพระพุทธบาทวัดเขาดีสลัก    ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 5  ตำบลดอนคา  เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองสร้างด้วยหินสีเขียว  มีลักษณะแตกต่างจากรอยพระพุทธบาทที่พบตามที่อื่น ๆ คือเป็นรอยพระพุทธบาทนูน  ขนาดกว้างประมาณ 65.5 เซนติเมตร  ยาว 141.5 เซนติเมตร  นักโบราณคดีให้ความเห็นว่าเป็นศิลปะสมัยทวารวดี  อายุประมาณพุทธศตวรรษที่ 14-16  นอกจากนี้ยังพบโพรงหินภายในมีพระพุทธรูป และโบราณวัตถุต่าง ๆ อีกหลายชนิด

อำเภอสองพี่น้อง   

วัดไผ่โรงวัว    สร้างขึ้นในสมัยปัจจุบัน  ประมาณปี 2469  อยู่ที่ตำบลบางตาเถร  ริมคลองพระยาบันลือ  อ.สองพี่น้อง  เป็นที่ประดิษฐาน  "พระพุทธโคดม"  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อโลหะที่ใหญ่ที่สุดในโลก  มีขนาดหน้าตักกว้าง 10 เมตร  สูง 26 เมตร  ภายในบริเวณวัดมีสิ่งก่อสร้างเกี่ยวกับพุทธศาสนา  เช่น วังสามฤดูของเจ้าชายสิทธัตถะ  สถานที่แสดงปฐมเทศนา  ตรัสรู้  และปรินิพพาน  เมืองนรก  เป็นต้น  การเดินทางใช้เส้นทางหมายเลข 321  ไปอำเภอสองพี่น้อง  แล้วแยกขวาไปวัดไผ่โรงวัวหรือจะเดินทาง ทางเรือซึ่งมีบริการทุกวันเสาร์-อาทิตย์  จากท่าช้าง  กรุงเทพฯ  ค่าบริการคนละ 140 บาท  เรือออกเวลาประมาณ 07.00 น.

หนองอ้อนกกะโท    อยู่ที่ตำบลศรีสำราญ  ห่างจากจังหวัดประมาณ 35 กิโลเมตร  เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่ในที่ดินสาธารณะ  มีเนื้อที่ 200 ไร่  มีเกาะเป็นรูปแผนที่ประเทศไทยกลางหนองน้ำ  บริเวณบนเกาะมีศาลาอเนกประสงค์ใช้เป็นสถานที่ประชุม  และเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในวันหยุด  และตอนเย็นของทุกวัน

อำเภอศรีประจันต์

อุทยานมัจฉา  วัดบ้านกร่าง    อยู่บนฝั่งแม่น้ำสุพรรณบุรีคนละฟากกับที่ว่าการอำเภอ  ห่างจากจังหวัดประมาณ 20 กิโลเมตร  มีพระเครื่องเก่าสร้างไว้แต่โบราณ  คือ  พระขุนแผนบ้านกร่าง  ด้านใต้ของวัดมีเจดีย์องค์หนึ่งอายุประมาณ 100 ปี  บริเวณหน้าวัดมีปลาจำนวนมาก  และทางวัดได้จัดอาหารจำหน่ายนำรายได้เพื่อไปเลี้ยงปลาดังกล่าวด้วย  ถือเป็นอุทยานมัจฉาแห่งหนึ่งของจังหวัด

บึงหนองจอก    อยู่ที่ตำบลวังหว้า  ห่างจากจังหวัดประมาณ 27 กิโลเมตร  มีเนื้อที่ประมาณ 78 ไร่  นอกจากเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนแล้ว  ยังเป็นแหล่งน้ำเพื่อเกษตรกรรม  และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาด้วย

อำเภอดอนเจดีย์

พระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์    อยู่ที่ตำบลดอนเจดีย์  อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 31 กิโลเมตร  ตามทางหลวงหมายเลข 322  ประกอบด้วย  พระบรมราชานุสาวรีย์  สมเด็จพระนเรศวรมหาราช  ทรงพระคชาธารออกศึก  และองค์เจดีย์ยุทธหัตถี  สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงสร้างเจดีย์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองชัยชนะ ในสงครามยุทธหัตถีที่ทรงมีต่อพระมหาอุปราชาแห่งพม่า  เมื่อ ปี พ.ศ. 2134

ในปี พ.ศ. 2495  กองทัพบกได้บูรณะ ปฏิสังขรณ์องค์เจดีย์ขึ้นใหม่โดยสร้างเป็นเจดีย์แบบลังกาทรงกลมใหญ่  สูง 66 เมตร  ฐานกว้างด้านละ 36 เมตร  ครอบเจดีย์องค์เดิม  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ได้ทรงเสด็จไปประกอบพิธีบวงสรวง  และเปิดพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์เมื่อวันที่ 25 มกราคม  2502

รัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 25 มกราคม  ของทุกปี  เป็นวันถวายราชสักการะพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์ และถือเป็นวันกองทัพไทยด้วย  พร้อมกันนั้นทางจังหวัดได้จัดให้มีงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์เฉลิมฉลองด้วย

หนองสาหร่าย    อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 40 กิโลเมตร  เป็นหนองน้ำธรรมชาติที่มีขนาดใหญ่  และมีส่วนเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สงครามยุทธหัตถีของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช กับพระมหาอุปราชาแห่งพม่าสมเด็จพระนเรศวรทรงเลือกบริเวณหนองสาหร่ายเป็นที่ตั้งทัพ  เพื่ออาศัยเป็นแหล่งน้ำประกอบกับเป็นชัยภูมิที่ตั้งสูงห่างข้าศึก  ปัจจุบันสภาพหนองได้ตื้นเขิน  และมีเนื้อที่เหลือที่เป็นหนองน้ำ  25 ไร่  มีศาลากลางหนองน้ำ  บริเวณโดยรอบมีต้นไม้ร่มรื่น  และมีรั้วล้อมรอบตลอด  เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจ

อำเภอสามชุก

บึงระหาร    อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 38 กิโลเมตร  เป็นบึงขนาดใหญ่มีเนื้อที่ 252 ไร่  มีถนนวนรอบบึงมีร้านอาหาร  และศาลาสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

อำเภอเดิมบางนางบวช

วัดเขาขึ้น  หรือวัดเขานางบวช    (วัดพระอาจารย์ธรรมโชติ)  ห่างจากจังหวัดประมาณ 51 กิโลเมตร  บริเวณวัดตั้งอยู่บนเขานางบวช  มีทางราดยางขึ้นไปจนถึงยอดเขา  หรือจะเดินขึ้นบันได 249 ชั้น  จนถึงยอดเขาก็ได้เป็นวัดของพระอาจารย์ธรรมโชติ  ผู้ทรงคุณวุฒิเครื่องรางของขลังสมัยศึกบางระจัน  ชาวบ้านบางระจันนิมนต์ไปเป็นกำลังใจในการสู้รบกับพม่า  มีรอยพระพุทธบาทอยู่ในวิหารพระอาจารย์ธรรมโชติ  มีเจดีย์หินแผ่น  รูปปั้นอาจารย์ธรรมโชติ  เมื่อยืนอยู่บนเขาสามารถชมทิวทัศน์อันสวยงามของอำเภอเดิมบางนางบวชได้อย่างทั่วถึง

วัดหัวเขา    อยู่ห่างจากจังหวัด 60 กิโลเมตร  วัดนี้มีประเพณีตักบาตรเทโว  ซึ่งเป็นพิธีทำบุญของชาวไทยในเทศกาลออกพรรษา  เริ่มงานหลังจากวันออกพรรษา 1 วัน  คือ แรม 2 ค่ำ เดือน 11  มีบันไดขึ้นลงเขาทำด้วยคอนกรีตจำนวนรวม 212 ขั้น  ทุก ๆ ปีมีคนมาร่วมทำบุญเป็นจำนวนมาก

วัดเดิมบาง    ห่างจากจังหวัดประมาณ 55 กิโลเมตร  ภายในวัดมีมณฑป  ศาลา  หอระฆัง  ที่ก่อสร้างได้วิจิตรประณีตมาก  และธรรมาสน์ที่สร้างโดยช่างชาวจีน  และเป็นศิลปะไทยปนจีน  สร้างเมื่อ พ.ศ. 2458  แล้วเสร็จ เมื่อ พ.ศ. 2466  นอกจากนั้น ยังมีหอสวดมนต์ที่เก็บของมีค่าของวัด 3 ชิ้น  ได้แก่ ฝาบาตรมุก  ตาลบัตร  ปิ่นโต  ซึ่งรัชกาลที่ 5  ได้พระราชทานแก่วัด  ทางวัดได้เก็บรวบรวมไว้ และยังอยู่ในสภาพดี

บึงฉวาก  (บึงบัวแดง)    อยู่ห่างจากจังหวัดประมาณ 64 กิโลเมตร  เขตติดต่อกับ  อำเภอหันคา  จังหวัดชัยนาท  เป็นบึงขนาดใหญ่มาก  มีเนื้อที่ประมาณ 2,700 กว่าไร่  อยู่ในเขต  อำเภอเดิมบางนางบวช  1,700 ไร่  ในบริเวณบึงเต็มไปด้วยบัวแดง  ช่วงตอนเช้าจะบานสวยงาม  และมีนกเป็ดน้ำอาศัยอยู่จำนวนมาก  มีศาลาสำหรับเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน

อำเภอด่านช้าง

เขื่อนกระเสียว    อยู่ที่ตำบลด่านช้าง เป็นเขื่อนกักเก็บน้ำสร้างกั้นลำห้วยกระเสียว  เป็นเขื่อนดินขาว 4,250 เมตร  สูง 32.5 เมตร  พื้นที่กักเก็บน้ำที่ระดับน้ำสูงสุด  28,750 ไร่  ปริมาณน้ำที่สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุด 240 ล้านลูกบาศก์เมตร  เป็นเขื่อนดินที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย  และเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง  รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงาม

ถ้ำเวฬุวัน    ตั้งอยู่ในบริเวณวัดวังคัน  ห่างจากอำเภอประมาณ 14 กิโลเมตร  มีบันไดคอนกรีตขึ้นถึงบริเวณปากถ้ำ  จำนวน 61 ขั้น  สภาพภายในถ้ำมีไฟนีออนสว่างพอให้นักท่องเที่ยวเห็นสภาพภายในถ้ำ  ซึ่งมีหินงอกและหินย้อยสวยงาม  และมีพระพุทธรูปจำลองปางป่าเลไลยก์ให้นักท่องเที่ยวได้สักการะบูชา นอกจากนั้นในบริเวณวัดซึ่งมีพื้นที่ 30 ไร่  ทางอำเภอได้จัดทำเป็นสวนไผ่เทิดพระเกียรติ  มีพันธุ์ไผ่ต่าง ๆ ปลูกไว้ประมาณ 10 ชนิด

กลับด้านบน

 

 

 

 

เทศกาล - งานประเพณี

งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์    ณ บริเวณพระบรมราชานุสรณ์ดอนเจดีย์  อำเภอดอนเจดีย์  มีการแสดงยุทธหัตถีชนช้างเทิดพระเกียรติ  การออกร้านของอำเภอและหน่วยราชการต่าง ๆ รวมทั้งการแสดงมหรสพ  งานนี้จะจัดในช่วงปลายเดือนมกราคม  ระยะเวลาประมาณ 9 วัน  โดยจะกำหนดให้ตรงกับวันที่ 25 มกราคม  ของทุกปี

งานเทศกาลทิ้งกระจาด    กำหนดจัดงานหลังสารทจีนไป 3 วัน  เริ่มวันที่ 18 เดือน 7 ของจีน  ตรงกับเดือน 9 ของไทย  ราวเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี  สถานที่จัดงานอยู่ในเขตเทศบาล  ตั้งแต่สมาคมตงฮั้วฮ่วยก้วง  จนถึงด้านหลังเทศบาลเมือง

ประเพณีตักบาตรเทโว    จัดในเดือนตุลาคม  หลังจากออกพรรษาแล้วในเดือนตุลาคม  จะมีการนำอาหารขนมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ขนมต้มลูกโยนใส่บาตรให้กับพระสงฆ์

ประเพณีกำฟ้า    เป็นวัฒนธรรมเก่าแก่ของไทยพวน  แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ วันขึ้น 3 และ 7 ค่ำ  เดือนกุมภาพันธ์  วันกำฟ้าจะหยุดทำงาน  และเตรียมอาหาร  ขนมหวาน  คือ  ข้าวหลาม  นำไปถวายพระเมื่อถึงกลางคืนจะมีงานเลี้ยงฉลอง  ประเพณีนี้ยังคงมีอยู่ในหมู่บ้านไทยพวน

ประเพณีบุญบั้งไฟ    จัดขึ้นในหมู่ไทยพวน  ไทยเวียง ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนพฤษภาคม  เพื่อเป็นการบูชาเทวดาให้ฝนตกตามฤดูกาล  มีการจัดเตรียมบั้งไฟแห่แหนไปวัด  และยิงบั้งไฟที่วัด  ปัจจุบันยังคงหาดูได้ในตำบลต่าง ๆ ในอำเภออู่ทอง  และอำเภอบางปลาม้า

กลับด้านบน

 

 

 

 

สถานที่พัก

 (รหัสทางไกล  035)

อำเภอเมือง

   คันทรี่    207  หมู่ 3  ถนนสุพรรณบุรี-บางบัวทอง  โทร. 502297-9  จำนวน 44 ห้อง  ราคา 400-450 บาท

   คุ้มสุพรรณ    28/2  ถนนหมื่นหาญ  โทร. 522273-5  จำนวน 224 ห้อง  ราคา 1,400-4,500 บาท

   ดีรักษ์    2  ถนนเณรแก้ว  โทร. 521513, 521546  จำนวน 40 ห้อง  ราคา 350-450 บาท

   สองพันบุรี    135/1  ถนนประชาธิปไตย  โทร. 522555-7  จำนวน 105 ห้อง  ราคา 1,600 บาท

   สุขสันต์    113  ถนนนางพิม  โทร. 521668, 521748, 522470, 523477  จำนวน 64 ห้อง  ราคา 200-350 บาท

อำเภอศรีประจันต์

   วังยาง ริเวอร์ พาร์ค รีสอร์ท    28/1  หมู่ 6  ตำบลวังยาง  โทร. 548870-1, (01) 216-2835  จำนวน 22 หลัง  ราคา 2,000 บาท  บังกะโล  4 หลัง  ราคา 3,000-6,000 บาท  เต็นท์  ราคา 350 บาท

อำเภออู่ทอง

   สยาม    1603  หมู่ 6  ซอยสุขศาลา  โทร. 551570  จำนวน 40 ห้อง  ราคา 200-400 บาท

   อู่ทองธานี    ถนนท้าวอู่ทอง  ตำบลอู่ทอง  โทร. 551840  จำนวน 30 ห้อง  ราคา 200-300 บาท

กลับด้านบน

 

 

 

 

การเดินทาง

   รถยนต์    สามารถใช้เส้นทางในการเดินทางได้หลายเส้นทาง  ดังนี้

   1.  กรุงเทพฯ-บางบัวทอง-สุพรรณบุรี  หรือ  กรุงเทพฯ-นนทบุรี-บางบัวทอง-สุพรรณบุรี  ระยะทาง 107  กิโลเมตร

   2.  กรุงเทพฯ-ปทุมธานี-ลาดหลุมแก้ว-สุพรรณบุรี  ระยะทาง 115 กิโลเมตร

   3.  กรุงเทพฯ-อยุธยา-สุพรรณบุรี  ระยะทาง 132 กิโลเมตร

   4.  กรุงเทพฯ-สิงห์บุรี-เดิมบางนาบวช-สุพรรณบุรี  ระยะทาง 228 กิโลเมตร

   5.  กรุงเทพฯ-อ่างทอง-สุพรรณบุรี  ระยะทาง 150 กิโลเมตร

   6.  กรุงเทพฯ-นครปฐม-กำแพงแสน-สุพรรณบุรี  ระยะทาง 164 กิโลเมตร

ตรวจเช็คข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

กลับด้านบน

1