จังหวัดศรีสะเกษ
|
จังหวัดศรีสะเกษมีเนื้อที่ประมาณ 8,839 ตารางกิโลเมตร แบ่งเขตการปกครองออกเป็น อำเภอเมือง อำเภอกันทรารมย์ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอปรางค์กู่ อำเภออุทุมพรพิสัย อำเภอขุขันธ์ อำเภอราษีไศล อำเภอไพรบึง อำเภอยางชุมน้อย อำเภอขุนหาญ อำเภอโนนคูณ อำเภอห้วยทับทิม อำเภอศรีรัตนะ อำเภอบึงบูรพ์ อำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอวังหิน อำเภอสิงห์ อำเภอเบญจลักษ์ กิ่งอำเภอพยุห์ กิ่งอำเภอเมืองจันทร์ และกิ่งอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ
อำเภอเมือง
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตั้งอยู่ที่สี่แยกถนนเทพาตัดกับถนนหลักเมืองห่างจากศาลากลางจังหวัดเพียงเล็กน้อย เดิมมีสภาพชำรุดทรุดโทรมไม่เหมาะแก่การประกอบพิธีกรรม ดังนั้นในปี พ.ศ. 2529 ทางจังหวัดจึงได้ก่อสร้างศาลหลักเมืองขึ้นใหม่ ลักษณะเป็นแบบจตุรมุข ประดับด้วยหินอ่อนและกระจกสีอย่างงดงาม เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์ ลักษณะเสาหัวเม็ดทรงมัณฑ์ นับเป็นศาลหลักเมืองที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย
วัดมหาพุทธาราม ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศ 6.85 เมตร หน้าตกกว้าง 3.50 เมตร เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษ
สวนสมเด็จศรีนครินทร์ ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรม จังหวัดศรีสะเกษ ถนนกสิกรรรม ตำบลหนองครก ห่างจากศาลากลางจังกวัดประมาณ 2 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 237 ไร่ ลักษณะเป็นสวนป่าในเขตเมือง มีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดงใหญ่ เหมาะแก่การทัศนศึกษาในเชิงพฤกษศาสตร์ ต้นลำดวน ซึ่งมีจำนวนกว่าสี่หมื่นต้นนี้จะผลิตดอกหอมอบอวลไปทั่วในราวเดือนมีนาคมของทุกปี และเนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ ศรีนครลำดวน ในอดีต จึงได้นำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด นอกจากนี้มีพื้นที่ซึ่งจัดเป็นสวนสาธารณะ มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่นและพักผ่อนหย่อนใจ
สวนสัตว์องค์การบริหารส่วนจังหวัด (สวนสัตว์ราษฎร์ประเสริฐอนุสรณ์) อยู่ในบริเวณสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ ร.9 โนนหนองกว้าง ตำบลน้ำคำ ห่างจากศาลากลางจังหวัดราว 4 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายศรีสะเกษ-อำเภอยางชุมน้อย เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ในบริเวณมีสัตว์ป่าหลายชนิดให้ชมและมีหนองน้ำขนาดใหญ่สำหรับแข่งเรือพายและศาลาริมน้ำสำหรับพักผ่อน
พระธาตุเรืองรอง ตั้งอยู่ที่บ้านสร้างเรือง ตำบลหญ้าปล้อง ห่างจากเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 2373 สายศรีสะเกษ-ยางชุมน้อย ประมาณ 7.5 กิโลเมตร เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นโดยผสมศิลปอีสานใต้สี่เผ่าไทย ได้แก่ ลาว ส่วย เขมร และเยอ มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว พระธาตุมีความสูง 49 เมตร แบ่งออกเป็น 6 ชั้น ชั้นล่างสุดใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา ชั้นที่สองและสามเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านสี่เผ่าไทย ชั้นที่สี่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ ชั้นที่ห้าใช้สำหรับการทำสมาธิ และชั้นที่หกเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและจุดชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ
อำเภออุทุมพรวิสัย
ปราสาทหินวัดสระกำแพงใหญ่ ตั้งอยู่ที่บ้านกำแพงใหญ่ ตำบลสระกำแพงใหญ่ อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภออุทุมพรพิสัยตามทางหลวงหมายเลข 226 ทางไปตัวเมืองศรีสะเกษ ประมาณ 2 กิโลเมตร บริเวณ กม.81 เป็นปราสาทขอมที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด ลักษณะเป็นปรางค์ 3 องค์บนฐานเดียวกัน เรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้ หันหน้าไปทางทิศตะวันออกปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง ก่อด้วยหินทราย มีอิฐแซมบางส่วน มีทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างบนแท่นเหนือหน้ากาล ส่วนปรางค์อีก 2 องค์ เป็นปรางค์อิฐ มีส่วนประกอบตกแต่งที่เป็นหินทราย เช่น ทับหลัง กรอบหน้าบันและกรอบเสาประตู ด้านหลังปรางค์องค์ทิศใต้มีปรางค์ก่ออิฐอีก 1 องค์ ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ 2 หลัง ล้อมรอบด้วยระเบียงคต มีโคปุระหรือประตูซุ้มทั้ง 4 ทิศ บริเวณปราสาทมีการขุดค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก เช่น ทับหลังจำหลักลวดลายต่าง ๆ พระพุทธรูปนาคปรก พระพุทธรูปปางสมาธิ พระพิมพ์ดินเผา และประติมากรรมทวารบาลสำริด
ปราสาทหินวัดสระกำแพงใหญ่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16 เพื่อเป็นทวาลัยถวายแด่พระศิวะ และได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนาในลัทธิมหายานเมื่อประมาณพุทธ ศตวรรษที่ 18
ปราสาทหินวัดสระกำแพงน้อย ตั้งอยู่ที่บ้านกลาง ตำบลชุยูง ห่างจากตัวอำเภออุทุมพรพิสัย ตามเส้นทางอุทุมพรพิสัย-ศรีสะเกษ (ทางหลวงหมายเลข 226) ประมาณ 14 กิโลเมตร ประกอบด้วยปรางค์และวิหารซึ่งก่อด้วยศิลาแลง มีกำแพงล้อมรอบ สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาลหรือสุขศาลาประจำชุมชนที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกับปราสาทสระกำแพงใหญ่ แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก บริเวณใกล้กับปราสาทมีสระน้ำขนาดเล็ก ขอบเป็นศิลาแลงเรียกกันว่า สระอโนดาต
อำเภอห้วยทับทัน
ปราสาทบ้านปราสาท ตั้งอยู่ที่ตำบลปราสาท จากตัวเมืองศรีสะเกษเดินทางไปตามทางหลวงสาย 226 ประมาณ 20 กิโลเมตร ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภออุทุมพรพิสัย เลยไปถึงอำเภอห้วยทับทันแล้วเลี้ยวขวาไปอีก 7 กิโลเมตร โบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินดิน มีลักษณะเป็นปรางค์สี่เหลี่ยมย่อมุมทรงแหลมเรียวรีลดหลั่นจากส่วนฐานจนถึงยอด ไล่เลี่ยกัน 3 องค์ ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน ในแนวเหนือ-ใต้ ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าปรางค์อีก 2 องค์ที่ขนาบข้างเล็กน้อย แต่ส่วนหลังคาจะเตี้ยกว่า ปรางค์ทิศเหนือและทิศใต้สูงประมาณ 15 เมตร องค์กลางสูงประมาณ 13 เมตร มีประตูทางด้านตะวันออกของปรางค์องค์กลาง
อาจสันนิษฐานได้ว่า ปราสาทแห่งนี้มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่ 16 และได้รับการดัดแปลงในสมัยต่อมา ดังจะเห็นได้จากลักษณะทางด้านศิลปกรรมของทับหลังที่ปรากฎอยู่ นอกจากนั้นปรางค์สององค์ที่ขนาดข้างยังถูกดัดแปลงรูปแบบไปมาก โดยเฉพาะส่วนหลังคาและประตูซึ่งถูกก่อทึบหมดทุกด้าน
อำเภอปรางค์กู่
ปราสาทปรางค์กู่ ตั้งอยู่ที่บ้านกู่ อยู่ห่างจากศรีสะเกษเป็นระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร สามารถเดินทางเข้าถึงได้สองเส้นทางคือ ใช้เส้นทางศรีสะเกษ-สุรินทร์ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง 2234 หรือใช้เส้นทางศรีสะเกษ-ขุขันธ์ แล้วแยกขวาเข้าเส้นทาง 2167 ปรางค์กู่อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 10 กิโลเมตร ปรางค์องค์นี้สร้างด้วยอิฐเรียงแผ่นโต ๆ เหมือนปราสาทศรีขรภูมิที่จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นศาสนสถานสมัยขอมที่เก่าแก่มาก มีอายุกว่าพันปีมาแล้ว ด้านหน้าปรางค์กู่มีสระน้ำขนาดใหญ่ เป็นทำเลพักหากินของนกเป็ดน้ำ ซึ่งมีมากในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป
ปราสาทหินบ้านสมอ ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลสมอ อำเภอปรางค์กู่ ห่างจากปราสาทกู่มาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 10 กิโลเมตร มีลักษณะคล้ายปราสาทหินวัดสระกำแพงน้อยที่อำเภออุทุมพรพิสัย เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็กล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลงขนาดกว้าง 25 เมตร ยาว 35 เมตร ประกอบด้วยปรางค์ศิลาแลงเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม บนประตูหลอกด้านทิศใต้มีทับหลังศิลาจำหลักลวดลายค้างอยู่ ภายในองค์ปรางค์มีรูปประติมากรรมศิลา นอกกำแพงมีการค้นพบสระโบราณอยู่สองแห่ง
อำเภอขุขันธ์
ปราสาทตาเล็ง ตั้งอยู่ที่หมู่ 6 บ้านปราสาท ตำบลกันทรารมย์ การเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษ ตามทางหลวงสาย 220 จนถึงอำเภอขุขันธ์เลี้ยวขวาผ่านสถานีตำรวจไป 3 กิโลเมตร ถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย 300 เมตร แล้วเลี้ยวขวาตรงไปอีกประมาณ 16 กิโลเมตร ปราสาทตาเล็งลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวตั้งอยู่บนฐาน องค์ปรางค์มีผนังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ปัจจุบันเหลือเพียงผนังด้านหน้าและผนังด้านข้างบางส่วน มีประตูเข้าได้เพียงประตูเดียวด้านหน้าอีกสามด้านเป็นประตูหลอก ที่สำคัญคือเสาติดผนังของประตูหน้าทั้งสองข้างยังคงมีลวดลายก้านขดสลักเต็มแผ่นอย่างสวยงาม สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 16-17
อ่างเก็บน้ำห้วยศาลา ตั้งอยู่ในเขตตำบลโคกตาล ห่างจากตัวอำเภอขุขันธ์ไปตามทางหลวงหมายเลข 2157 ประมาณ 21 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาพนมดงรัก นอกจากนี้ตามเส้นทางห้วยศาลา-หมู่บ้านโอดราวยังเป็นเส้นทางหนึ่งที่ เหมาะแก่การขับรถชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำที่สวยงามอีกด้วย
อำเภอขุนหาญ
วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด) ตั้งอยู่ในเขตอำเภอขุนหาญ การเดินทางจากศรีสะเกษไปขุนหาญสามารถใช้เส้นทาง 211 และ 2111 ผ่านกิ่งอำเภอพยุห์อำเภอไพรบึงไปขุนหาญระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร สิ่งปลูกสร้างภายในตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสนับล้านใบที่ชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาค นับเป็นวัดที่มีลักษณะสวยงามแปลกตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลาใหญ่ที่เรียกว่า ศาลาฐานสโมสรมหาเจดีย์แก้ว มีความวิจิตรงดงามมาก
ปราสาทตำหนักไทร หรือปราสาททามจาน ตั้งอยู่ที่บ้านตำหนักไทร ตำบลบักดอง จากตัวอำเภอขุนหาญใช้เส้นทาง 2127 ไปอีก 19 กิโลเมตร ปราสาทตำหนักไทรมีลักษณะเป็นปรางค์เดี่ยวรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ตัวปรางค์ก่อด้วยอิฐส่วน กรอบประตูและทับหลังทำด้วยหินทราย บริเวณทางเข้ามีสิงห์จำหลักสองตัว เหนือประตูทางเข้ามีทับหลังรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16
น้ำตกสำโรงเกียรติ์ หรือน้ำตกปีศาจ ตั้งอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ์มีต้นกำเนิดจากภูเขา กันทุง บนเทือกเขาบรรทัด ห่างจากอำเภอขุนหาญ 20 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2127 เป็นน้ำตกขนาดกลาง ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตร เหนือน้ำตกเป็นธารน้ำไหลไปตามลานหิน จะมีความสวยงามในฤดูฝน
น้ำตกห้วยจันทร์ อยู่ห่างจากอำเภอขุนหาญ 24 กิโลเมตร บนเส้นทางกันทรอม-บ้านสำโรงเกียรติ เป็นน้ำตกที่สวยงามไหลลดหลั่นมาตามชั้นหินมีน้ำตลอดปี บริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ
อำเภอกันทรลักษ์
ปรางค์ศิลาช่องเขาโดนตวล ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชัน บนเทือกเขาพนมดงรัก ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา ห่างจากบ้านภูมิชรอลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 8 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 38 กิโลเมตร เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็ก ประกอบด้วยปรางค์รูปสี่เหลี่ยมย่อมุม ก่อด้วยอิฐ ซุ้มประตูก่อด้วยศิลา และมีรูปสิงโตจำหลักอยู่หน้าปราสาท
ผามออีแดง ตั้งอยู่ปลายสุดของทางหลวงหมายเลข 221 ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ลงไปทางใต้ 36 กิโลเมตร บริเวณนี้มีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติริมหน้าผาสูง ติดเขตแดนไทย-กัมพูชา เป็นจุดชมทัศนียภาพทิวเขาพนมดงรัก แผ่นดินเขมรต่ำ และสามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารซึ่งอยู่ห่างออกไป 1 กิโลเมตร บริเวณผามออีแดงมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก และทางด้านทิศใต้ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไปมีภาพสลักหินนูนต่ำ ศิลปเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย
งานประเพณีสี่เผ่าไทยศรีสะเกษ หรือเดิมเรียกว่า งานเทศกาลดอกลำดวน จัดขึ้นเป็นประจำระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคมของทุกปี ณ สวนสมเด็จศรีนครินทร์ เป็นช่วงที่ดอกลำดวนในสวนกำลังบาน ภายในงานประกอบด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านสี่เผ่า คือ เขมร ส่วย ลาว เยอ การออกร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม สินค้าพื้นเมือง การแสดงละครประกอบแสงเสียง ตำนานการสร้างเมือง
การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟและควอเตอร์มาราธอนสู่ผามออีแดง จัดขึ้นในวันอาทิตย์ สัปดาห์ที่สามของเดือนสิงหาคมของทุกปี บนเส้นทางขึ้นสู่เขาพระวิหาร ระหว่างหมู่บ้านภูชรอล-ผามออีแดง อำเภอกันทรลักษ์ เนื่องจากเป็นเส้นทางขึ้นเขาสู่ชายแดนที่ต้องวิ่งฝ่าสายหมอกในช่วงปลายฤดูฝน จึงนับเป็นเส้นทางที่ท้าทายและเป็นสนามประลองกำลังที่นักกีฬาวิ่งมาราธอนให้ความสนใจกันมาก
(รหัสทางไกล 045)
อำเภอเมือง
โรงแรมเกษสิริ 1102-05 ถนนขุขันธ์ ตำบลเมืองใต้ อำเภอเมือง โทร. 614006-7, 512578 โทรสาร 612144, 614008 จำนวนห้องพัก 100 ห้อง ราคา 500-1,600 บาท
โรงแรมพรหมพิมาน 849/1 ถนนหลักเมือง โทร. 612757, 612677 โทรสาร 612696 จำนวนห้องพัก 190 ห้อง ราคา 280-1,300 บาท
โรงแรมศรีสะเกษ 3084-4 ถนนศรีสะเกษ โทร. 611846, 612582 จำนวนห้องพัก 60 ห้อง ราคา 120-300 บาท
โดยทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ที่จังหวัดสระบุรี ไปจนถึงจังหวัดนครราชสีมา เข้าทางหลวงหมายเลข 226 ผ่านบุรีรัมย์ สุรินทร์ เข้าตัวเมืองศรีสะเกษ หรือใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 24 จากอำเภอสีคิ้วผ่านอำเภอโชคชัย-นางรอง-ประโคนชัย-ปราสาทแล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 220 ผ่านอำเภอขุขันธ์ เข้าตัวเมืองศรีสะเกษ