กลับหน้าสารบัญ

จังหวัดศรีสะเกษ

ศรีสะเกษแดนปราสาทขอม  หอมกระเทียมดี  มีสวนสมเด็จ  เขตดงลำดวน  หลากล้วนวัฒนธรรม  เลิศล้ำสามัคคี

ข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยว        เทศกาล - ประเพณี       สถานที่พัก      การเดินทาง

 
   ศรีสะเกษเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานตอนล่างที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน  เคยเป็นชุมชนที่มีอารยธรรมรุ่งเรืองมานับพันปี  นับตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจและมีชนเผ่าต่าง ๆ อพยพมาตั้งรกรากในบริเวณนี้ได้แก่ พวกส่วน  ลาว  เขมร  และเยอ  ศรีสะเกษเดิมเรียกกันว่า  เมืองขุขันธ์  เมืองเก่าตั้งอยู่ที่บริเวณบ้านปราสาทสี่เหลี่ยมดงลำดวน  ตำบลดวนใหญ   อำเภอวังหิน  ในปัจจุบัน  ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นเมืองเมื่อ  พ.ศ. 2302  สมัยกรุงศรีอยุธยา โดยมีหลวงแก้วสุวรรณซึ่งได้รับบรรดาศักดิ์เป็นพระยาไกรภักดีเป็นเจ้าเมืองคนแรก  ล่วงถึงรัชสมัยรัชกาลที่  5  ได้ย้ายเมืองขุขันธ์มาอยู่ที่บ้านเมืองเก่า ตำบลเมืองเหนือ  อำเภอเมืองศรีสะเกษในปัจจุบัน  แต่ยังคงใช้ชื่อว่าเมืองขุขันธ์จนถึง  พ.ศ. 2481  จึงเปลี่ยนเป็นจังหวัดศรีสะเกษตั้งแต่นั้นมา 

   จังหวัดศรีสะเกษมีเนื้อที่ประมาณ  8,839  ตารางกิโลเมตร  แบ่งเขตการปกครองออกเป็น  อำเภอเมือง  อำเภอกันทรารมย์  อำเภอกันทรลักษ์  อำเภอปรางค์กู่  อำเภออุทุมพรพิสัย  อำเภอขุขันธ์  อำเภอราษีไศล  อำเภอไพรบึง  อำเภอยางชุมน้อย  อำเภอขุนหาญ  อำเภอโนนคูณ  อำเภอห้วยทับทิม  อำเภอศรีรัตนะ  อำเภอบึงบูรพ์  อำเภอน้ำเกลี้ยง  อำเภอวังหิน  อำเภอสิงห์  อำเภอเบญจลักษ์  กิ่งอำเภอพยุห์  กิ่งอำเภอเมืองจันทร์  และกิ่งอำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยว

อำเภอเมือง 

   ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง  ตั้งอยู่ที่สี่แยกถนนเทพาตัดกับถนนหลักเมืองห่างจากศาลากลางจังหวัดเพียงเล็กน้อย  เดิมมีสภาพชำรุดทรุดโทรมไม่เหมาะแก่การประกอบพิธีกรรม  ดังนั้นในปี  พ.ศ. 2529  ทางจังหวัดจึงได้ก่อสร้างศาลหลักเมืองขึ้นใหม่  ลักษณะเป็นแบบจตุรมุข  ประดับด้วยหินอ่อนและกระจกสีอย่างงดงาม  เสาหลักเมืองทำด้วยไม้ชัยพฤกษ์  ลักษณะเสาหัวเม็ดทรงมัณฑ์  นับเป็นศาลหลักเมืองที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย

   วัดมหาพุทธาราม  ตั้งอยู่ใจกลางเมืองศรีสะเกษ  มีวิหารซึ่งเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ปางมารวิชัย  มีความสูงจากฐานถึงยอดเกศ  6.85 เมตร  หน้าตกกว้าง  3.50 เมตร  เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์  เป็นที่เคารพสักการะของชาวศรีสะเกษ

   สวนสมเด็จศรีนครินทร์  ตั้งอยู่ในวิทยาลัยเกษตรกรรม  จังหวัดศรีสะเกษ  ถนนกสิกรรรม  ตำบลหนองครก  ห่างจากศาลากลางจังกวัดประมาณ 2  กิโลเมตร  มีเนื้อที่  237  ไร่  ลักษณะเป็นสวนป่าในเขตเมือง  มีต้นลำดวนขึ้นอยู่หนาแน่นเป็นดงใหญ่ เหมาะแก่การทัศนศึกษาในเชิงพฤกษศาสตร์  ต้นลำดวน  ซึ่งมีจำนวนกว่าสี่หมื่นต้นนี้จะผลิตดอกหอมอบอวลไปทั่วในราวเดือนมีนาคมของทุกปี  และเนื่องจากต้นไม้ชนิดนี้มีความเกี่ยวพันกับชื่อ  ศรีนครลำดวน  ในอดีต  จึงได้นำเอาต้นลำดวนมาเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัด  นอกจากนี้มีพื้นที่ซึ่งจัดเป็นสวนสาธารณะ  มีบึงน้ำสำหรับพายเรือเล่นและพักผ่อนหย่อนใจ

   สวนสัตว์องค์การบริหารส่วนจังหวัด   (สวนสัตว์ราษฎร์ประเสริฐอนุสรณ์)  อยู่ในบริเวณสวนป่าเฉลิมพระเกียรติ  ร.9  โนนหนองกว้าง  ตำบลน้ำคำ  ห่างจากศาลากลางจังหวัดราว  4  กิโลเมตร ตามเส้นทางสายศรีสะเกษ-อำเภอยางชุมน้อย  เหมาะสำหรับเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ในบริเวณมีสัตว์ป่าหลายชนิดให้ชมและมีหนองน้ำขนาดใหญ่สำหรับแข่งเรือพายและศาลาริมน้ำสำหรับพักผ่อน

   พระธาตุเรืองรอง  ตั้งอยู่ที่บ้านสร้างเรือง  ตำบลหญ้าปล้อง  ห่างจากเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข  2373  สายศรีสะเกษ-ยางชุมน้อย  ประมาณ  7.5  กิโลเมตร  เป็นพระธาตุที่สร้างขึ้นโดยผสมศิลปอีสานใต้สี่เผ่าไทย  ได้แก่  ลาว  ส่วย เขมร  และเยอ  มีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างลงตัว  พระธาตุมีความสูง  49  เมตร  แบ่งออกเป็น  6  ชั้น  ชั้นล่างสุดใช้สำหรับประกอบพิธีทางศาสนา  ชั้นที่สองและสามเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านสี่เผ่าไทย  ชั้นที่สี่เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ  ชั้นที่ห้าใช้สำหรับการทำสมาธิ  และชั้นที่หกเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและจุดชมทัศนียภาพของพื้นที่โดยรอบ

อำเภออุทุมพรวิสัย

   ปราสาทหินวัดสระกำแพงใหญ่  ตั้งอยู่ที่บ้านกำแพงใหญ่  ตำบลสระกำแพงใหญ่  อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภออุทุมพรพิสัยตามทางหลวงหมายเลข 226 ทางไปตัวเมืองศรีสะเกษ  ประมาณ  2 กิโลเมตร  บริเวณ กม.81  เป็นปราสาทขอมที่มีขนาดใหญ่และสมบูรณ์ที่สุดของจังหวัด  ลักษณะเป็นปรางค์  3  องค์บนฐานเดียวกัน  เรียงกันในแนวทิศเหนือ-ใต้  หันหน้าไปทางทิศตะวันออกปรางค์ประธานอยู่ตรงกลาง  ก่อด้วยหินทราย  มีอิฐแซมบางส่วน  มีทับหลังจำหลักภาพพระอินทร์ทรงช้างบนแท่นเหนือหน้ากาล  ส่วนปรางค์อีก  2  องค์  เป็นปรางค์อิฐ  มีส่วนประกอบตกแต่งที่เป็นหินทราย  เช่น  ทับหลัง  กรอบหน้าบันและกรอบเสาประตู  ด้านหลังปรางค์องค์ทิศใต้มีปรางค์ก่ออิฐอีก  1  องค์  ด้านหน้ามีวิหารก่ออิฐ  2  หลัง  ล้อมรอบด้วยระเบียงคต  มีโคปุระหรือประตูซุ้มทั้ง  4  ทิศ  บริเวณปราสาทมีการขุดค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมาก  เช่น  ทับหลังจำหลักลวดลายต่าง ๆ  พระพุทธรูปนาคปรก  พระพุทธรูปปางสมาธิ  พระพิมพ์ดินเผา  และประติมากรรมทวารบาลสำริด

   ปราสาทหินวัดสระกำแพงใหญ่สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่  16  เพื่อเป็นทวาลัยถวายแด่พระศิวะ  และได้มีการเปลี่ยนแปลงเป็นวัดในพุทธศาสนาในลัทธิมหายานเมื่อประมาณพุทธ  ศตวรรษที่  18

   ปราสาทหินวัดสระกำแพงน้อย  ตั้งอยู่ที่บ้านกลาง  ตำบลชุยูง  ห่างจากตัวอำเภออุทุมพรพิสัย  ตามเส้นทางอุทุมพรพิสัย-ศรีสะเกษ (ทางหลวงหมายเลข 226)  ประมาณ  14  กิโลเมตร  ประกอบด้วยปรางค์และวิหารซึ่งก่อด้วยศิลาแลง  มีกำแพงล้อมรอบ  สันนิษฐานว่าเป็นอโรคยาศาลหรือสุขศาลาประจำชุมชนที่สร้างขึ้นในสมัยเดียวกับปราสาทสระกำแพงใหญ่  แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก  บริเวณใกล้กับปราสาทมีสระน้ำขนาดเล็ก  ขอบเป็นศิลาแลงเรียกกันว่า  สระอโนดาต

อำเภอห้วยทับทัน

   ปราสาทบ้านปราสาท  ตั้งอยู่ที่ตำบลปราสาท  จากตัวเมืองศรีสะเกษเดินทางไปตามทางหลวงสาย  226  ประมาณ  20 กิโลเมตร  ถึงสี่แยกเลี้ยวซ้ายเข้าอำเภออุทุมพรพิสัย  เลยไปถึงอำเภอห้วยทับทันแล้วเลี้ยวขวาไปอีก  7  กิโลเมตร   โบราณสถานแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินดิน  มีลักษณะเป็นปรางค์สี่เหลี่ยมย่อมุมทรงแหลมเรียวรีลดหลั่นจากส่วนฐานจนถึงยอด  ไล่เลี่ยกัน  3  องค์  ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงเดียวกัน  ในแนวเหนือ-ใต้  ปรางค์องค์กลางมีขนาดใหญ่กว่าปรางค์อีก  2  องค์ที่ขนาบข้างเล็กน้อย  แต่ส่วนหลังคาจะเตี้ยกว่า  ปรางค์ทิศเหนือและทิศใต้สูงประมาณ  15 เมตร  องค์กลางสูงประมาณ  13  เมตร  มีประตูทางด้านตะวันออกของปรางค์องค์กลาง

   อาจสันนิษฐานได้ว่า  ปราสาทแห่งนี้มีอายุอยู่ในราวพุทธศตวรรษที่  16  และได้รับการดัดแปลงในสมัยต่อมา  ดังจะเห็นได้จากลักษณะทางด้านศิลปกรรมของทับหลังที่ปรากฎอยู่  นอกจากนั้นปรางค์สององค์ที่ขนาดข้างยังถูกดัดแปลงรูปแบบไปมาก โดยเฉพาะส่วนหลังคาและประตูซึ่งถูกก่อทึบหมดทุกด้าน

อำเภอปรางค์กู่

   ปราสาทปรางค์กู่  ตั้งอยู่ที่บ้านกู่  อยู่ห่างจากศรีสะเกษเป็นระยะทางประมาณ  70  กิโลเมตร  สามารถเดินทางเข้าถึงได้สองเส้นทางคือ  ใช้เส้นทางศรีสะเกษ-สุรินทร์  แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวง  2234  หรือใช้เส้นทางศรีสะเกษ-ขุขันธ์  แล้วแยกขวาเข้าเส้นทาง  2167  ปรางค์กู่อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 10  กิโลเมตร  ปรางค์องค์นี้สร้างด้วยอิฐเรียงแผ่นโต  ๆ เหมือนปราสาทศรีขรภูมิที่จังหวัดสุรินทร์  ซึ่งเป็นศาสนสถานสมัยขอมที่เก่าแก่มาก  มีอายุกว่าพันปีมาแล้ว  ด้านหน้าปรางค์กู่มีสระน้ำขนาดใหญ่  เป็นทำเลพักหากินของนกเป็ดน้ำ  ซึ่งมีมากในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป

   ปราสาทหินบ้านสมอ  ตั้งอยู่หมู่ที่  2  ตำบลสมอ  อำเภอปรางค์กู่  ห่างจากปราสาทกู่มาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ  10  กิโลเมตร  มีลักษณะคล้ายปราสาทหินวัดสระกำแพงน้อยที่อำเภออุทุมพรพิสัย  เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็กล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลงขนาดกว้าง  25  เมตร ยาว  35 เมตร  ประกอบด้วยปรางค์ศิลาแลงเป็นรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม  บนประตูหลอกด้านทิศใต้มีทับหลังศิลาจำหลักลวดลายค้างอยู่  ภายในองค์ปรางค์มีรูปประติมากรรมศิลา  นอกกำแพงมีการค้นพบสระโบราณอยู่สองแห่ง

อำเภอขุขันธ์

   ปราสาทตาเล็ง  ตั้งอยู่ที่หมู่  6  บ้านปราสาท  ตำบลกันทรารมย์  การเดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษ  ตามทางหลวงสาย  220  จนถึงอำเภอขุขันธ์เลี้ยวขวาผ่านสถานีตำรวจไป  3 กิโลเมตร  ถึงสามแยกเลี้ยวซ้าย  300  เมตร  แล้วเลี้ยวขวาตรงไปอีกประมาณ  16  กิโลเมตร  ปราสาทตาเล็งลักษณะเป็นปรางค์องค์เดียวตั้งอยู่บนฐาน  องค์ปรางค์มีผนังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสิงหันหน้าไปทางทิศตะวันออก  ปัจจุบันเหลือเพียงผนังด้านหน้าและผนังด้านข้างบางส่วน  มีประตูเข้าได้เพียงประตูเดียวด้านหน้าอีกสามด้านเป็นประตูหลอก  ที่สำคัญคือเสาติดผนังของประตูหน้าทั้งสองข้างยังคงมีลวดลายก้านขดสลักเต็มแผ่นอย่างสวยงาม  สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่  16-17

    อ่างเก็บน้ำห้วยศาลา  ตั้งอยู่ในเขตตำบลโคกตาล  ห่างจากตัวอำเภอขุขันธ์ไปตามทางหลวงหมายเลข  2157  ประมาณ  21 กิโลเมตร เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่  ที่ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาพนมดงรัก  นอกจากนี้ตามเส้นทางห้วยศาลา-หมู่บ้านโอดราวยังเป็นเส้นทางหนึ่งที่ เหมาะแก่การขับรถชมทิวทัศน์อ่างเก็บน้ำที่สวยงามอีกด้วย 

อำเภอขุนหาญ

    วัดป่ามหาเจดีย์แก้ว (วัดล้านขวด)  ตั้งอยู่ในเขตอำเภอขุนหาญ  การเดินทางจากศรีสะเกษไปขุนหาญสามารถใช้เส้นทาง  211 และ  2111  ผ่านกิ่งอำเภอพยุห์อำเภอไพรบึงไปขุนหาญระยะทางประมาณ  70  กิโลเมตร  สิ่งปลูกสร้างภายในตกแต่งด้วยขวดแก้วหลากสนับล้านใบที่ชาวบ้านได้ช่วยกันบริจาค  นับเป็นวัดที่มีลักษณะสวยงามแปลกตา  โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลาใหญ่ที่เรียกว่า  ศาลาฐานสโมสรมหาเจดีย์แก้ว  มีความวิจิตรงดงามมาก

    ปราสาทตำหนักไทร  หรือปราสาททามจาน  ตั้งอยู่ที่บ้านตำหนักไทร  ตำบลบักดอง  จากตัวอำเภอขุนหาญใช้เส้นทาง  2127  ไปอีก  19 กิโลเมตร  ปราสาทตำหนักไทรมีลักษณะเป็นปรางค์เดี่ยวรูปสี่เหลี่ยมย่อมุม  หันหน้าไปทางทิศตะวันออก  ตัวปรางค์ก่อด้วยอิฐส่วน  กรอบประตูและทับหลังทำด้วยหินทราย  บริเวณทางเข้ามีสิงห์จำหลักสองตัว  เหนือประตูทางเข้ามีทับหลังรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์  อายุราวพุทธศตวรรษที่  16

    น้ำตกสำโรงเกียรติ์  หรือน้ำตกปีศาจ  ตั้งอยู่ที่บ้านสำโรงเกียรติ์มีต้นกำเนิดจากภูเขา  กันทุง  บนเทือกเขาบรรทัด  ห่างจากอำเภอขุนหาญ  20  กิโลเมตร  ตามทางหลวงหมายเลข 2127  เป็นน้ำตกขนาดกลาง  ตกจากหน้าผาสูง 8 เมตร  เหนือน้ำตกเป็นธารน้ำไหลไปตามลานหิน  จะมีความสวยงามในฤดูฝน

    น้ำตกห้วยจันทร์  อยู่ห่างจากอำเภอขุนหาญ  24  กิโลเมตร  บนเส้นทางกันทรอม-บ้านสำโรงเกียรติ  เป็นน้ำตกที่สวยงามไหลลดหลั่นมาตามชั้นหินมีน้ำตลอดปี  บริเวณร่มรื่นด้วยพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด  เหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

อำเภอกันทรลักษ์ 

    ปรางค์ศิลาช่องเขาโดนตวล  ตั้งอยู่ริมหน้าผาสูงชัน  บนเทือกเขาพนมดงรัก  ใกล้ชายแดนไทย-กัมพูชา  ห่างจากบ้านภูมิชรอลไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้  8  กิโลเมตร หรือห่างจากตัวอำเภอกันทรลักษ์ประมาณ 38 กิโลเมตร  เป็นปราสาทขอมโบราณขนาดเล็ก  ประกอบด้วยปรางค์รูปสี่เหลี่ยมย่อมุม  ก่อด้วยอิฐ  ซุ้มประตูก่อด้วยศิลา  และมีรูปสิงโตจำหลักอยู่หน้าปราสาท

    ผามออีแดง  ตั้งอยู่ปลายสุดของทางหลวงหมายเลข  221  ห่างจากอำเภอกันทรลักษ์ลงไปทางใต้  36  กิโลเมตร  บริเวณนี้มีลักษณะเป็นลานหินธรรมชาติริมหน้าผาสูง  ติดเขตแดนไทย-กัมพูชา  เป็นจุดชมทัศนียภาพทิวเขาพนมดงรัก  แผ่นดินเขมรต่ำ  และสามารถมองเห็นปราสาทเขาพระวิหารซึ่งอยู่ห่างออกไป  1  กิโลเมตร  บริเวณผามออีแดงมีวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปนาคปรก  และทางด้านทิศใต้ซึ่งเป็นหน้าผาที่อยู่ต่ำลงไปมีภาพสลักหินนูนต่ำ ศิลปเขมร  อายุราวพุทธศตวรรษที่  15  สันนิษฐานว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย

กลับด้านบน

 

 

 

 

เทศกาล - งานประเพณี

    งานประเพณีสี่เผ่าไทยศรีสะเกษ   หรือเดิมเรียกว่า  งานเทศกาลดอกลำดวน  จัดขึ้นเป็นประจำระหว่างวันที่  15-17  มีนาคมของทุกปี  ณ  สวนสมเด็จศรีนครินทร์  เป็นช่วงที่ดอกลำดวนในสวนกำลังบาน  ภายในงานประกอบด้วยการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านสี่เผ่า  คือ  เขมร  ส่วย  ลาว  เยอ  การออกร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรม  สินค้าพื้นเมือง  การแสดงละครประกอบแสงเสียง  ตำนานการสร้างเมือง

    การแข่งขันวิ่งฮาล์ฟและควอเตอร์มาราธอนสู่ผามออีแดง  จัดขึ้นในวันอาทิตย์  สัปดาห์ที่สามของเดือนสิงหาคมของทุกปี  บนเส้นทางขึ้นสู่เขาพระวิหาร  ระหว่างหมู่บ้านภูชรอล-ผามออีแดง  อำเภอกันทรลักษ์  เนื่องจากเป็นเส้นทางขึ้นเขาสู่ชายแดนที่ต้องวิ่งฝ่าสายหมอกในช่วงปลายฤดูฝน  จึงนับเป็นเส้นทางที่ท้าทายและเป็นสนามประลองกำลังที่นักกีฬาวิ่งมาราธอนให้ความสนใจกันมาก

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

 

สถานที่พัก

(รหัสทางไกล  045)

อำเภอเมือง

    โรงแรมเกษสิริ  1102-05  ถนนขุขันธ์  ตำบลเมืองใต้  อำเภอเมือง  โทร. 614006-7, 512578  โทรสาร 612144, 614008  จำนวนห้องพัก  100  ห้อง  ราคา  500-1,600  บาท

    โรงแรมพรหมพิมาน  849/1  ถนนหลักเมือง  โทร. 612757, 612677  โทรสาร 612696  จำนวนห้องพัก  190  ห้อง  ราคา  280-1,300  บาท

    โรงแรมศรีสะเกษ  3084-4  ถนนศรีสะเกษ  โทร. 611846, 612582  จำนวนห้องพัก  60  ห้อง ราคา  120-300  บาท

กลับด้านบน

 

 

 

 

การเดินทาง

   โดยทางรถยนต์      จากกรุงเทพฯ  ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  1 (ถนนพหลโยธิน)  แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข  2 (มิตรภาพ)  ที่จังหวัดสระบุรี  ไปจนถึงจังหวัดนครราชสีมา  เข้าทางหลวงหมายเลข  226  ผ่านบุรีรัมย์  สุรินทร์  เข้าตัวเมืองศรีสะเกษ  หรือใช้เส้นทางหลวงหมายเลข  24  จากอำเภอสีคิ้วผ่านอำเภอโชคชัย-นางรอง-ประโคนชัย-ปราสาทแล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข  220  ผ่านอำเภอขุขันธ์  เข้าตัวเมืองศรีสะเกษ

ตรวจเช็คข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

กลับด้านบน

1