สิงห์บุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 142 กิโลเมตร เป็นเมืองอันยิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์ที่มีอดีตยาวนานกว่า 2,000ปี จากหลักฐานที่ปรากฏ เมืองสิงห์บุรีเดิมเป็นเมืองเก่าแก่เมืองหนึ่ง เดิมตัวเมืองอยู่ทางด้านลำน้ำจักรสีห์ ต่อมาได้ย้ายเมืองไปตามสภาพลำน้ำสำคัญๆ คือก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาได้ย้ายเมองไปตั้งทางแควแม่น้ำน้อย ค่ายบางระจัน ต่อมาลำน้ำจักรสีห์ตื้นเขิน และหลังจากเสียกรุงแก่พม่า ในปี พ.ศ. 2310 จึงได้ย้ายเมืองสิงห์บุรีตั้งทางแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ริมปากบางต้นโพธิ์ จังหวัดสิงห์บุรีตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2438 ในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เนื่องจากทรงพิจารณาเห็นว่า ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเหนือ จังหวัดอ่างทองนั้นเมืองเล็ก เมืองน้อยอยู่ 3 เมือง คือ เมืองสิงห์บุรี เมืองอินทร์บุรี และเมืองพรหมบุรี จึงโปรดฯ ให้ยุบเมืองทั้งสามลงเป็นอำเภอ แล้วตั้งเมืองใหม่ขึ้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ทางด้านทิศตะวันตก ณ ตำบลบางพุทรา โปรดฯ พระราชทานนามใหม่ว่า เมืองสิงห์บุรี ปัจจุบันจังหวัดสิงห์บุรีเนื้อที่ประมาณ 822 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็นอำเภอเมืองสิงห์บุรี อำเภออินทร์บุรี อำเภอบางระจัน อำเภอค่ายบางระจัน อำเภอพรหมบุรี และอำเภอท่าช้าง
อำเภอเมือง
วัดประโชติการาม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีพระพุทธรูปยืนอยู่ 2 องค์ คือ หลวงพ่อทรัพย์ และหลวงพ่อสิน ซึ่งมีพุทธลักษณะที่งดงามยิ่งนัก อยู่ห่างจากตัวเมืองสิงห์บุรีไปประมาณ 5 กม.
วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นของคู่บ้านคู่เมือง องค์พระยาว 1 เส้น 3 วา 2 ศอก 1 คืบ 7 นิ้ว
อำเภอบางระจัน
อุทยานแม่ลามหาราชานุสรณ์ อยู่ห่างจากอำเภอเมืองไปตามทางหลวงหมายเลข 309 ไปประมาณ 9 กม. จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายไปบ้านเชิงกลัดเข้าไปอีกประมาณ 1.5 กม. ก็จะถึงอุทยานแม่ลา คำว่า แม่ลา เป็นชื่อลำน้ำสายหนึ่งในท้องที่จังหวัดสิงห์บุรี เป็นลำน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารของปลา ฉะนั้นปลาที่จับได้ที่ลำน้ำแม่ลาจึงมีรสชาติดี โดยเฉพาะปลาช่อนแม่ลา ซึ่งเป็นอาหารที่ขึ้นชื่อของจังหวัด ปัจจุบันปลาช่อนแม่ลาหายากขึ้นทุกวัน ทางราชกาลจึงหาทางอนุรักษ์ และฟื้นฟู โดยขุดลอกลำน้ำ เพาะขยายพันธ์ปลาและสร้างอาคารแม่ลามหานุสรณ์ขึ้นริมฝั่งแม่ลา
แหล่งเตาเผาแม่น้ำน้อย เป็นแหล่งเตาเผาภาชนะดินสมัยกรุงศรีอยุธยา ลักษณะตัวเตาเป็นแบบระบายความร้อน เฉียงขึ้น ก่อด้วยอิฐ ตัวเตาบางส่วนคล้ายเรือประทุน จึงเรียกว่า "เตาประทุน" แหล่งโบราณคดีแห่งนี้เป็นศูนย์การศึกษาวิชาการเซรามิค อันยิ่งใหญ่อีกแห่งหนึ่งของโลกอยู่ในบริเวณวัดพระปรางค์
อำเภอพรหมบุรี
วัดพระปรางค์มุนี เป็นวัดที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอยู่ภายในโบสถ์เขียนขึ้นในปี พ.ศ.2462 อยู่ห่างจากตัวเมืองไปตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 32 สู่อำเภอพรหมบุรี ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 8
อำเภอค่ายบางระจัน
|
อนุสาวรีย์วีรชนและอุทยาค่ายบางระจัน อนุสาวรีย์วีรชนและอุทยานค่ายบางระจันนี้ จะอยู่ห่างจากตัวเมืองไปประมาณ 15 กิโลเมตร |
วัดโพธิ์เก้าต้น หรือวัดไม้แดง หรือวัดพระครูธรรมโชติ ชมบ่อน้ำอันศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีวันแห้ง พร้อมกับไปกราบนมัสการหลวงพ่อพระครูธรรมโชติที่ศักดิ์สิทธิ์
อำเภออินทร์บุรี
วัดม่วง จุดเด่นที่น่าสนใจคือ มีวิหารเก่าแก่สมัยอยุธยา ซึ่งภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังพุทธประวัติ เป็นภาพเขียนสีฝุ่น ฝีมือวาดชั้นครูที่งดงามสมบูรณ์มากที่สุด วัดนี้ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา
อำเภอท่าช้าง
วัดพิกุลทอง ชาวบ้านทั่วไปเรียกว่า "วัดหลวงพ่อแพ" วัดนี้มีพระพุทธรูปบางประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือ พระพุทธสุวรรณมงคลมหามุนี ภายในเป็นคอนกรีตเสริมเหล็กประดับด้วยโมเสดทองคำ รอบๆ วิหารใหญ่มีวิหารคด ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางประจำวันต่างๆ นอกจากนี้ยังมีสวนธรรมะและสิ่งก่อสร้างที่สวยงามน่าสนใจอีกหลายอย่าง
ประเพณีกำฟ้า จัดขึ้นเพื่อเป็นการบูชาและระลึกถึงเทพยดา ผู้รักษาฟากฟ้า และบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ถือเอาวันขึ้น 2 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันสุกดิบ และในวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ซึ่งเป็นวันกำฟ้า ชาวบ้านจะนำไทยทายและอาหารที่เตรียมไว้ไปร่วมทำบุญที่วัด เมื่อพ้นกำฟ้า 7 วันแล้ว จะต้องกำฟ้าอีกครึ่งวัน และนับต่อไปอีก 5 วัน จะมีการจัดอาหารถวายพระ เสร็จแล้วนำไฟดุ้นหนึ่งไปทำพิธีเสียแล้ง โดยการนำไปลอยตามแม่น้ำลำคลอง ถือเป็นการบูชาและระลึกถึงเทพเจ้าเป็นอันเสร็จพิธีกำฟ้า
ประเพณีข้าวทิพย์ การกวนข้าวทิพย์หรือข้าวมธุปายาสนี้มักจะจัดขึ้นที่หมู่บ้านวัดกุฎีทอง บ้านโภคาภิวัฒน์ วัดอุดมะพิชัย อำเภอพรหมบุรี วันทำพิธีกวนข้าวทิพย์มิได้กำหนดไว้เป็นที่แน่นอน มักจะทำกันในช่วงที่ข้าวกำลังเป็นน้ำนม
ประเพณีตีข้าวบินณฑ์ เป็นประเพณีเก่าแก่ที่ทำกันอยู่แห่งเดียวที่หมู่บ้านจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี นิยมทำในช่วงวันสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายนของทุกปี
การแข่งเรือยาวประเพณี จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนกันยายน ที่บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา ริมเขื่อนหน้าศาลากลวงจังหวัดหลังเก่า ซึ่งมีเรือที่มีชื่อเสียงของจังหวัดต่างๆ ส่งเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
งานวันวีรชนค่ายบางระจัน จัดขึ้นเป็นประจำในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ที่บริเวณอุทยานค่ายบางระจัน ตำบลบางระจัน อำเภอค่างบางระจัน ประกอบไปด้วยพิธีสักการะรูปจำลองพระอาจารย์ธรรมโชติ และวางพวงมาลาสักการะอนุสาวรีย์วีรชนค่ายบางระจัน ประกอบด้วยแสงสี เสียง และมหรสพ การละเล่นพื้นบ้านต่าง ๆ มากมาย
(รหัสทางไกล 036)
อำเภอเมือง
เจ้าพระยาการ์เด้นท์ 184/13 ถนนสิงห์บุรี-ลพบุรี ตำบลบางมัญ โทร. 511348, 511957 จำนวน 40 ห้อง ราคา 120-700 บาท
ซิตี้ 151/30 ถนนสิงห์บุรี-ลพบุรี โทร. 511189, 512254 จำนวน 30 ห้อง ราคา 180-600 บาท
สิงห์บุรี 882/18 ถนนขุนสวรรค์ โทร. 511752, 511653 จำนวน 50 ห้อง ราคา 190-600 บาท
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไปสิงห์บุรีได้ 3 เส้นทาง
เส้นทางที่ 1 ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน ผ่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี จังหวัดลพบุรี และจากนั้นก็เข้าตัวเมืองจังหวัดสิงห์บุรี
เส้นทางที่ 2 ตามทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน พอถึงแยกอำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาสามารถแยกเข้าเส้นทางหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย ผ่านจังหวัดอ่างทอง จนถึงตัวเมืองจังหวัดสิงห์บุรี
เส้นทางที่ 3 จากทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน แยกเข้าถนนหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย ผ่านอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นทางหมายเลข 309 ผ่านจังหวัดอ่างทอง และตรงไปถึงจังหวัดสิงห์บุรี