สมุทรสาคร หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "มหาชัย" เป็นจังหวัดเล็ก ๆ ตั้งอยู่บนปากน้ำท่าจีน ห่างจากทะเลเพียง 2 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 36 กิโลเมตร เป็นเมืองประวัติศาสตร์ที่มีบันทึกไว้ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา เมื่อคราวพระเจ้าเสือเสด็จประพาสทางชลมารค
จังหวัดนี้เดิมเรียกว่า "ท่าจีน" เพราะแต่เดิมเป็นตำบลใหญ่ อยู่ติดอ่าวไทย มีชาวต่างประเทศโดยเฉพาะชาวจีนนำสำเภาเข้ามาจอดเทียบท่าค้าขายกันมาก จึงเรียกติดปากกลายเป็นตำบล "ท่าจีน" ต่อมาในปี พ.ศ. 2091 ในสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิโปรดให้สร้างเมืองใหม่ขึ้นอีกหลายเมือง ด้วยมีพระราชประสงค์จะใช้เป็นที่ระดมพลสำหรับสู้รบกับพม่า บ้านท่าจีนจึงยกฐานะเป็นเมือง "สาครบุรี" เพื่อให้เป็นเมืองหน้าด่านป้องกันศัตรูที่จะมารุกรานทางทะเล ตั้งแต่นั้นมาจนถึงสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดให้เปลี่ยนชื่อเมืองสาครบุรีเป็น เมืองสมุทรสาคร ครั้งถึงรัชสมัยของสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงปฏิรูปการปกครอง มีการจัดระบบราชการส่วนภูมิภาคเป็นมณฑล เทศาภิบาล และมีการประกาศจัดตั้งสุขาภิบาลแห่งแรก ของประเทศไทยขึ้นที่ตำบลท่าฉลอมเมื่อปี พ.ศ. 2449 ทั้งยังได้เสด็จพระราชดำเนินตำบลท่าฉลอมถึง สองครั้ง ต่อมาใน พ.ศ. 2456 พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระบรมราชโองการให้ทางราชการเปลี่ยนคำว่า "เมือง" เป็น "จังหวัด" ทั่วทุกแห่ง เมืองสมุทรสาคร จึงได้เปลี่ยนเป็น "จังหวัดสมุทรสาคร" มาจนทุกวันนี้ ส่วนคำว่า "มหาชัย" ที่คนชอบเรียกกันนั้นเป็นชื่อของคลองที่ขุดขึนเพื่อตัดความคดเคี้ยวของ คลองโคกขาม อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความซื่อสัตย์ ของพันท้ายนรสิงห์ แต่เดิม มาทะลุออกตัวเมืองท่าจีน
จังหวัดสมุทรสาครมีเนื้อที่ประมาณ 872 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองเป็น 3 อำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอกกระทุ่มแบน และอำเภอบ้านแพ้ว
อำเภอเมือง
วัดใหญ่จอมปราสาท หรือ วัดใหญ่สาครบุรี ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าจีน เป็นวัดเก่าแก่ไม่ต่ำกว่า 400 ปีมาแล้ว สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยา แต่ไม่ปรากฏว่าใครเป็นผู้สร้าง สิ่งที่น่าชมในวัดนี้ได้แก่ พระอุโบสถทั้งหลังเก่าและหลังใหม่ บานประตู และหน้าต่างรอบพระอุโบสถแกะสลักอย่างสวยงามและประณีตมาก สันนิษฐานว่าช่างผู้แกะสลักบานประตูและหน้าต่างนี้เป็นช่างชาวจีนที่มากับเรือสำเภา เพราะลวดลายนั้นมีต้นไม้จีนปนอยู่ด้วย กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นฝีมืองานช่างศิลปะที่ล้ำค่า จัดเป็นโบราณสถานของชาติ การเดินทาง ไปวัดใหญ่จอมปราสาท เมื่อลงจากสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนราว 100 เมตร จะมีทางลูกรังแยกซ้ายเข้าวัด
วัดสุทธิวาตวราราม หรือ วัดช่องลม เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตรงปากอ่าวสมุทรสาคร ตำบลท่าฉลอม ตรงข้ามกับตัวเมือง วัดช่องลมนี้ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และยกย่องว่าเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง นอกจากเป็นศาสนสถานแล้วยังเป็นสถานที่ตากอากาศได้เป็นอย่างดี ด้านหน้าวัดมีพระบรมรูปของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ประดิษฐานอยู่ยามเย็นที่วัดช่องลมจะแลเห็นทัศนียภาพที่งามมาก การเดินทาง สามารถลงเรือได้ที่ท่าเรือเทศบาล ข้ามฟากไปฝั่งท่าฉลอมและขึ้นรถสองแถวต่อไปอีกประมาณ 10 นาที
วัดโคกขาม ตั้งอยู่ริมคลอง เป็นวัดเก่าแก่มีบริเวณกว้างขวาง มีท่าเทียบเรือให้ขึ้นชมได้ สิ่งที่น่าชมในวัดนี้คือพระอุโบสถหลังเก่าด้านหน้ามีพระเจดีย์เก่าที่ได้รับการบูรณะซ่อมแซม สถาปัตยกรรมการก่อสร้างศิลปะแบบอยุธยาลวดลายการแกะสลักไม้ที่หน้าบันนั้นงดงาม นอกจากนั้นที่วัดนี้ยังเก็บโบราณวัตถุที่เล่ากันว่าเกี่ยวพันกับเรื่องของพันท้ายนรสิงห์ไว้หลายอยา่ง เช่น ชิ้นส่วนของเรือพระที่นั่งเอกชัย และศาลเพียงตาของเดิม เป็นต้น การเดินทาง ล่องคลองโคกขาม สามารถเช่าเรือหรือโดยสารเรือเมล์ได้ที่ ท่าเรือตลาดสังวาลย์ (ท่าเรือตลาดมหาชัย) หรือที่ท่าเรือบ้านไร่ก็ได้ ราคาเช่าเหมาขึ้นอยู่กับขนาดของเรือ และสถานที่ที่จะให้แวะชม เช่น เรือขนาดบรรทุก 10-15 คน จากท่าเรือตลาดสังวาลย์-เที่ยวคลองโคกขาม-วัดโคกขาม-ศาลพันท้ายนรสิงห์ไป-กลับ ราว 2-3 ชั่วโมง ค่าเช่าเหมาตกลำละประมาณ 400-500 บาท
คลองโคกขาม มีความคดเคี้ยวมาก กระแสน้ำเชี่ยวมากยากต่อการเดินเรือ ครั้งที่พระเจ้าเสือ หรือ สมเด็จพระสรรเพชรที่ 8 (พ.ศ. 2246-2252) เสด็จประพาสต้นไปตามลำคลองโคกขามด้วยเรือพระที่นั่งเอกชัย ดังปรากฏในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาว่า "ลุศักราช 1066 ปีวอก ขณะนั้นเรือพระที่นั่งถึงตำบลโคกขามและคลองที่นั่นคดเคี้ยวมาก พันท้ายนรสิงห์ที่ถือท้ายเรือพระที่นั่งคัดแก้ไขมิทัน และหัวเรือพระที่นั่งโดนกระทบกิ่งไม้อันใหญ่เข้าก็หักลง จึงดำรัสให้นายเพชฌฆาตประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์เสีย แล้วให้ทำศาลขึ้นสูงเพียงตา เอาศีรษะพันท้ายนรสิงห์กับหัวเรือที่หักนั้นขึ้นพลีกรรมไว้ด้วยกันบนศาลนั้น"
สำหรับเกร็ดที่เล่าเกี่ยวกับพันท้ายนรสิงห์นั้นเล่าว่า เป็นเพราะพันท้ายนรสิงห์รู้ว่าทางข้างหน้าที่พระเจ้าเสือจะเสด็จผ่านนั้น มีพวกกบฏคอยซุ่มจะทำอันตรายอยู่ มีวิธีเดียวที่ปลอดภัยคือ ทำให้เสด็จไปไม่ถึงจุดนั้น โดยการแกล้งคัดท้ายเรือ จนกระทั่งโขนเรือเอกชัยชนกิ่งไม้หัก แล้วยอมถวายชีวิตตามกฏมณเฑียรบาล พระเจ้าเสือทรงทราบจึงทรงให้บันทึกเหตุการณ์ไว้ในพงศาวดาร และโปรดให้สร้างศาลขึ้น ณ ตรงที่ประหารชีวิตพันท้ายนรสิงห์ทั้งโปรด ให้ขุดคลองลัดตัดทางคดเคี้ยวของคลองโคกขามเสียให้ตรง โดยให้พระยาราชสงครามเป็นแม่กองคุมไพร่พลจำนวน 3,000 คน ขุดคลองตัดจากคลองโคกขามตั้งแต่ปี พ.ศ. 2248 ตรงมาเชื่อมกับแม่น้ำท่าจีน ขนาดคลองกว้าง 5 วา ลึกโดยเฉลี่ย 6 ศอก เสร็จในปี พ.ศ. 2252 ในสมัยของพระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ เมื่อขุดเสร็จจึงได้รับพระราชทานนามว่า "คลองสนามไชย" ต่อมาเปลี่ยนเป็น "คลองมหาชัย" แต่บางทีชาวบ้านก็เรียกว่า "คลองถ่าน" ที่ปากคลองมหาชัยติดต่อกับคลองโคกขาม จะมีศาลของพันท้ายนรสิงห์ตั้งอยู่เป็นศาลไม้ ศาลนี้เป็นศาลใหม่ที่มีผู้มาสร้างไว้ภายหลัง ศาลเดิมอยู่ที่วัดโคกขามเป็นบริเวณที่หัวเรือพระที่นั่งเอกชัยชนกิ่งไม้หัก แต่เนื่องจากคลองโคกขามตื้นเขินมาก ประกอบกับสถานที่เดิมอยู่ห่างไกลมาก จึงมีผู้ย้ายศาลไปไว้บริเวณปากคลองมหาชัยต่อกับคลองโคกขาม
บริเวณที่หัวเรือพระที่นั่งเอกชัยชนกิ่งไม้หักนั้น สภาพคลองโคกขามมีลักษณะเป็นโค้งข้อศอกน้ำไหลเชี่ยวมาก กรมศิลปากรได้ดำเนินการจัดสร้างศาลพันท้ายนรสิงห์ขึ้น อยู่ถัดจากศาลเก่าที่พังลงไม่มากนัก โดยกันอาณาบริเวณรอบ ๆ ศาลไว้ประมาณ 100 ไร่ เพื่อจัดตั้งเป็นอุทยานสถานพันท้ายนรสิงห์ ภายในศาลใหม่มีรูปปั้นของพันท้ายนรสิงห์ขนาดเท่าคนจริงอยู่ในท่าถือท้ายคัดเรือ ประชาชนในละแวกนั้นเคารพนับถือมาก
วัดป่าชัยรังสี ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าบางปลา เป็นวัดที่สร้างอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือใช้ศิลปะการก่อสร้างหลายบแบบแปลกตา บนเนื้อที่ 200 ไร่ การเดินทาง ใช้เส้นทางถนนเศรษฐกิจ (มหาชัย-กระทุ่มแบน) ห่างจากตำบลมหาชัยประมาณ 5 กิโลเมตรา แยกซ้ายตรงข้ามกับสถานีไฟฟ้าย่อยเข้าไป 1.5 กิโลเมตร
ป้อมวิเชียรโชฎก ตั้งอยู่ที่ตำบลมหาชัย ในตัวเมืองสมุทรสาคร สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี พ.ศ. 2370 ก่อด้วยอิฐถือปูน กว้างประมาณศอกเศษ สูง 7 ศอก ในปัจจุบันยังปรากฏให้เห็นเพียงบางส่วน ป้อมนี้สร้างไว้กันข้าศึกที่ยกเข้ามาทางทะเล ปืนใหญ่ที่ป้อมวิเชียรโชฎกปัจจุบันเก็บไว้ที่ศาลกลางจังหวัด และศาลเจ้าพ่อหลักเมือง
หมู่บ้านชาวประมงท่าฉลอม เป็นตำบลใหญ่เรียกว่า ตำบลท่าฉลอมเป็นเขตสุขาภิบาลแห่งแรกในประเทศไทย มีผู้ประกอบอาชีพประมงเป็นจำนวนมาก มีตลาดและกิจการต่อเรือที่ตั้งเรียงรายอยู่บนฝั่งแม่น้ำท่าจีน การเดินทาง ไปบ้านท่าฉลอมสามารถข้ามฟากที่ท่าเรือเทศบาลฝั่งมหาชัยใกล้กับศาลหลักเมือง หรือทางรถยนต์ ตามเส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ เลยสี่แยกเขาตำบลมหาชัยไปทางจังหวัดสมุทรสงคราม ประมาณ 3 กิโลเมตร ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนแล้วแยกซ้ายเข้าตำบลท่าฉลอม
|
นากุ้งนาเกลือ มีชายฝั่งทะเลที่เหมาะกับการทำนาเกลือนากุ้งหลายแห่ง โดยเฉพาะที่ตำบลกาหลง นาโคก บ้านบ่อ บางโทรัด โคกขาม พันท้ายนรสิงห์ และบริเวณ 2 ข้างทางสายธนบุรี-ปากท่อ ต่อเขตจังหวัดสมุทรสงครามและมีนาเกลือ มีเกลือกองสีขาว มีนกหลายชนิดบินผ่านไปมา มีกังหันวิดน้ำเข้านาเกลือหมุนเล่นลม เป็นทัศนียภาพที่สวยงาม ผู้คนที่ใช้เส้นทางสายนี้สัญจรไปมามักหยุดชมอยู่เสมอ |
ตลาดมหาชัย (ท่าเรือเทศบาล) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน นับเป็นศูนย์กลางการค้า การคมนาคมของสมุทรสาคร ตลาดมหาชัยนี้มีท่าเรือหลายแห่งเป็นท่าเรือเมล์ที่ไปสู่ท้องที่ตำบลต่าง ๆ และสามารถเช่าเรือหางยาวไปเที่ยวคลองโคกขามได้มีทั้งเช่าเหมาลำ และเรือประจำทาง
อำเภอบ้านแพ้ว
ชมสวนผลไม้-ดอกไม้ ในเขตอำเภอกระทุ่มแบน และอำเภอบ้านแพ้ว ชาวบ้านทำสวนทั้งผลไม้ สวนผัก สวนกล้วยไม้ สวนมะพร้าว ในเขตอำเภอกระทุ่มแบนมีชื่อในการทำสวนมะพร้าวน้ำหอม ส้มโอ และสวนกล้วยไม้ ส่วนในเขตอำเภอบ้านแพ้ว มีสวนองุ่น สวนฝรั่ง นอกจากจะชมสวนแล้ว ยังมีโอกาสชมการทำน้ำตาลจากมะพร้าวอีกด้วย
ประเพณีแห่เจ้าพ่อหลักเมือง มีการจัดงานพิธีแห่เจ้าพ่อหลักเมืองในวันที่ 13 เมษายน ของทุกปี
อำเภอเมืองสมุทรสาคร
นิวเฟรนด์ 69/2 หมู่ 1 ถนนเอกชัย โทร. 423463-4, 411477 จำนวน 65 ห้อง ราคา 350-400 บาท
มอสแมนอินน์ 99 หมู่ 2 ถนนเศรษฐกิจ โทร. 830210-2, 01-942-6479 จำนวน 99 ห้อง ราคา 520-1,400 บาท
โรสอินน์ 942/59-60 ซอยบ่อนไก่ โทร. 411678, 815857 จำนวน 16 ห้อง ราคา 180-400 บาท
ออร์คิดส์ 98 หมู่ 1 ถนนพระราม 2 โทร. 425384 จำนวน 47 ห้อง ราคา 250-800 บาท
อำเภอกระทุ่มแบน
แกเลคซี่อินน์ 99/9 หมู่ 7 โทร. 420-8056-60 จำนวน 120 ห้อง ราคา 180-2,500 บาท
ทางรถยนต์ การเดินทางจากกรุงเทพฯ สามารถไปได้หลายเส้นทางดังนี้
จากแยกบางปะแก้ว ไปตามทางหลวงหมายเลข 35 ถนนธนบุรี-ปากท่อ (ถนนพระรามที่ 2) ผ่านที่ทำการเขตบางขุนเทียน ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย ถึงสี่แยกมหาชัย ประมาณกิโลเมตรที่ 28 เลี้ยวซ้ายเข้าตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทางประมาณ 29 กิโลเมตร
จากศูนย์การค้าดาวคะนองไปตามถนนเอกชัย ผ่านสะพานบางขุนเทียน วัดสิงห์ แยกบางบอน โรงเรียนศึกษานารีวิทยา วัดโพธิ์แจ้ ตำบลดอกกระบือ ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย เคหะชุมชนมหาชัย เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร
จากสี่แยกท่าพระไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษมถึงหนองแขมเลี้ยวซ้ายเข้าซอยเพชรเกษม 81 ถึงแยกถนนเอกชัย เลี้ยวขวาไปตามถนนเอกชัย ผ่านโรงเรียนศึกษานารีวิทยา ด่านชั่งน้ำหนักเอกชัย เข้าสู่ตัวเมืองสมุทรสาคร ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังสามารถใช้เส้นทางถนนเพชรเกษม เลยบางแคแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนวงแหวนรอบนอกจะไปตัดกับถนนเอกชัย วกรถกลับเข้าถนนเอกชัย หรือตรงไปเข้าถนนธนบุรี-ปากท่อก็ได้ หรือจากถนนเพชรเกษมผ่านอ้อมน้อย แยกเข้าถนนเศรษฐกิจ 1 บริเวณกิโลเมตรที่ 25 ผ่านอำเภอกระทุ่มแบน ได้อีกเส้นทางหนึ่ง
จากสะพานพระปิ่นเกล้า ไปตามถนนบรมราชชนนี ตัดเข้าถนนเพชรเกษมได้ 3 ทาง คือ ถนนพุทธมณฑลสาย 2 สาย 4 และสาย 5 จากนั้นเลือกเข้าตัวเมืองสมุทรสาครได้ 2 ทาง คือ จากสาย 2 ออกถนนเอกชัย เลี้ยวขวาผ่านโรงเรียนศึกษานารี ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร หรือใช้สาย 4 สาย 5 เข้าถนนเศรษฐกิจ 1 ที่แยกอ้อมน้อย ผ่านอำเภอกระทุ่มแบน ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังสามารถเข้าถนนวงแหวนรอบนอก ซึ่งตัดผ่านถนนเอกชัยและถนนธนบุรี-ปากท่อได้อีกด้วย