เรื่องจิตนี้


 ถ้าเราเอาชนะตัวเอง   มันก็จะชนะทั้งตัวเอง ชนะทั้งคนอื่น

 ชนะทั้งอารมณ์  ชนะทั้งรูป  ทั้งเสียง  ทั้งกลิ่น  ทั้งรส  ทั้งโผฏฐัพพะ  เป็นอันว่าชนะทั้งหมด

            การปฏิบัติเรื่องจิตนี้ความจริงจิตนี้ไม่เป็นอะไร  มันเป็นประภัสสรของมันอยู่อย่างนั้น  มันสงบอยู่แล้ว ที่จิตไม่สงบทุกวันนี้  เพราะจิตมันหลงอารมณ์  ตัวจิตแท้ ๆ นั้นไม่มีอะไร  เป็นธรรมชาติอยู่เฉย ๆ เท่านั้นที่สงบ ไม่สงบ  ก็เป็นเพราะอารมณ์มาหลอกลวง  จิตที่ไม่ได้ฝึกก็ไม่มีความฉลาด  มันก็โง่  อารมณ์ก็มาหลอกลวงไปให้เป็นทุกข์  เป็นทุกข์  ดีใจ เสียใจ  จิตของคนตามธรรมชาตินั้น  ไม่มีความดีใจเสียใจ   ที่มีความดีใจเสียใจนั้นไม่ใช่จิต  แต่เป็นอารมณ์ที่มาหลอกลวง  จิตก็หลงไปตามอารมณ์โดยไม่รู้ตัว  แล้วก็เป็นสุขเป็นทุกข์ไปตามอารมณ์  เพราะยังไม่ได้ฝึก  ยังไม่ฉลาด  แล้วเราก็นึกว่าจิตเราเป็นทุกข์  นึกว่าจิตเราสบาย  ความจริงมันหลงอารมณ์  พูดถึงจิตของเราแล้ว  มันมีความสงบอยู่เฉย ๆ มีความสงบยิ่ง 

            เหมือนกับใบไม้ที่ไม่มีลมมาพัดก็อยู่เฉย ๆ ถ้ามีลมมาพัดก็กวัดแกว่ง  เป็นเพราะลมมาพัดและก็เป็นเพราะอารมณ์  มันหลงอารมณ์  ถ้าจิตไม่หลงอารมณ์แล้ว  จิตก็ไม่หกวัดแกว่ง  ถ้ารู้เท่าอารมณ์แล้วมันก็เฉย  เรียกว่า ปกติของจิตเป็นอย่างนั้น  ที่เรามาปฏิบัติกันอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อให้เห็นจิตเดิม  เราคิดว่าจิตเป็นสุข  จิตเป็นทุกข์  แต่ความจริงจิตไม่ได้สร้างสุขสร้างทุกข์  อารมณ์มาหลอกลวงต่างหาก  มันจึงหลงอารมณ์  ฉะนั้น  เราจึงต้องมาฝึกจิตให้ฉลาดขึ้นให้รู้จักอารมณ์  ไม่ให้เป็นไปตามอารมณ์  จิตก็สงบ  เรื่องแค่นี้เอง  ที่เราต้องทำกรรมฐานกันยุ่งยากทุกวันนี้


1