พิจิตร เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนล่างของประเทศไทย ชื่อเมืองมีความหมายว่า "เมืองงาม" มีที่ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดนครสวรรค์กับจังหวัดพิษณุโลก ตัวเมืองอยู่ริมฝั่งแม่น้ำน่าน มีแม่น้ำน่านกับแม่น้ำยมไหลผ่าน พิจิตรเป็นเมืองเก่าแก่ ในสมัยสุโขทัยปรากฏในศิลาจารึกหลักที่ 1 ของพ่อขุนรามคำแหงมหาราชและในศิลาจารึกหลักที่ 8 รัชกาลพระยาลิไทเรียกว่า "เมืองสระหลวง" ซึ่งมีสถานะเป็นหัวเมืองเอกของกรุงสุโขทัย ต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาได้เปลี่ยนชื่อเป็น "เมืองโอฆบุรี" ซึ่งแปลว่า "เมืองในท้องน้ำ" นอกจากนี้เมืองพิจิตรยังเป็นที่ประสูติของพระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาอีกพระองค์หนึ่งคือ สมเด็จพระศรีสรรเพชญที่ 8 หรือ สมเด็จพระพุทธเจ้าเสือ สมัยรัตนโกสินทร์ เมืองพิจิตรเป็นเพียงเมืองขนาดเล็ก แต่ก็ยังมีเจ้าเมืองปกครองเช่นเมืองอื่นๆ เมื่อถึงสมัยรัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ย้ายเมืองพิจิตรมาตั้งที่บ้านคลองเรียงซึ่งเป็นคลองขุดใหม่ ทั้งนี้เพราะแม่น้ำน่านตื้นเขิน คลองเรียงจึงกลายเป็นแม่น้ำน่านไป ส่วนบริเวณเมืองพิจิตรเก่ายังปรากฏโบราณสถานอยู่หลายแห่ง ซึ่งมีอายุตั้งแต่สมัยสุโขทัยถึงสมัยอยุธยา และจังหวัดพิจิตรยังเป็นถิ่นกำเนิดของ นิทานเรื่อง ไกรทอง อันลือลั่นอีกด้วย
จังหวัดพิจิตรมีเนื้อที่ 4,531.013 ตารางกิโลเมตร มีความยาวจากทิศเหนือจดใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ความกว้างจากทิศตะวันออกจดทิศตะวันตกประมาณ 72 กิโลเมตร จังหวัดพิจิตรแบ่งการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ และ 3 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอตะพานหิน อำเภอบางมูลนาก อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล อำเภอสามง่าม อำเภอวังทรายพูน อำเภอทับคล้อ กิ่งอำเภอสากเหล็ก กิ่งอำเภอดงเจริญและกิ่งอำเภอบึงนาราง
อำเภอเมือง
วัดท่าหลวง เป็นวัดที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวพิจิตร ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อเพชร ซึ่งชาวพิจิตรให้ความเคารพนับถือมาก เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สมัยเชียงแสน หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีพุทธลักษณะงดงามมาก มีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองพิจิตร
อุทยานเมืองเก่าพิจิตร สร้างในสมัยพระยาโคตรบอง ราวปี พ.ศ. 1601 เป็นเมืองโบราณ ภายในกำแพงเมืองมีพื้นที่ประมาณ 400ไร่เศษ ต่อมากรมป่าไม้ทำเป็นสวนรุกขชาติร่มรื่นและสวยงาม เหมาะแก่การไปพักผ่อนและเที่ยวชม การเดินทางไปตามเส้นทางสายพิจิตร-สามง่าม-วังจิก ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 6
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวโรกาสพระชนมายุครบ 80 พรรษา สร้างโดยจังหวัดพิจิตรร่วมกับกรมการศึกษานอกโรงเรียน เมื่อ พ.ศ. 2526 มีเนื้อที่ 170 ไร่ พื้นน้ำ 50 ไร่ เป็นสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์แห่งแรกของประเทศไทย อยู่ริมสวนบึงสีไฟ มีรูปปั้นพญาชาละวัน สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ มีพันธุ์ปลาแปลก ๆ มากกว่า 20 ชนิด
บึงสีไฟ เป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของพิจิตร ลักษณะของบึงกว้างกลมคล้ายกระทะแต่รีไฟทางทิศตะวันตกเล็กน้อย มีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง เช่น สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ รูปปั้นพญาชาละวัน สถานแสดงพันธุ์ปลาเฉลิมพระเกียรติ และศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของพิจิตร บึงแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่อันดับสามของประเทศ
ศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นเมืองพิจิตร มีสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึกต่าง ๆ เช่น เครื่องสานจากผักตบชวา ผ้าทอบ้านป่าแดง
อำเภอโพทะเล
วัดหิรัญญารามหรือวัดบางคลาน เดิมชื่อวัดตะโก มีโบราณวัตถุที่น่าสนใจมากมาย และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ไชยบวร มี 2 ชั้น ชั้นบนประดิษฐานรูปหล่อเท่าองค์จริงของหลวงพ่อเงิน เกจิอาจารย์ชื่อดัง ซึ่งเคยจำพรรษาอยู่ที่วัดนี้
อำเภอตะพานหิน
พระพุทธเกตุมงคล หรือหลวงพ่อโตตะพานหิน วัดเทวปราสาท เป็นพระพุทธรูปปางประทานพร หน้าตักกว้าง 20 เมตร เฉพาะองค์พระสูง 30 เมตร แท่นสูง 4 เมตร รวมความสูงทั้งสิ้น 34 เมตร
วัดเขารูปช้าง มีเจดีย์แบบลังกาอยู่บนยอดเขา เป็นหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้าง เจดีย์ประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ และมีสถานที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง ภายในมณฑปประดิษฐานพระพุทธบาทสำริด ที่ฝาผนังเขียนเรื่องไตรภูมิพระร่วง อยู่ห่างเมืองพิจิตรราว 15 กิโลเมตร
บึงน้ำกลัด มีพื้นที่ประมาณ 120 ไร่ ช่วงฤดูหนาวมีนกเป็ดน้ำ นกกระยางขาว และนกตับแคจำนวนมาก อพยพหนีอากาศหนาวมาจากไซบีเรีย มาอาศัยอยู่ที่นี่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคมของทุกปี จะมีนกจำนวนมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม
งานแข่งเรือประเพณี จังหวัดพิจิตรมีการแข่งเรือประเพณีมาเป็นเวลานานแล้วเพราะมีธรรมเนียมว่า วัดใดถ้าจัดงานปิดทองไหว้พระแล้วก็จะต้องจัดงานแข่งเรือควบคู่กันไปด้วย มักจัดกันในฤดูน้ำหลาก ประมาณวันเสาร์-อาทิตย์ ต้นเดือนกันยายนของทุกปี ในงานจะมีการแข่งเรือประเพณีและการประกวดขบวนแห่เรือต่าง ๆ ในแม่น้ำน่าน หน้าวัดท่าหลวง มีการประกวดสาวงามและการประดับประดาริ้วขบวนต่าง ๆ สวยงามน่าชมมาก
งานประเพณีกำฟ้า เป็นประเพณีสำคัญของชาวบ้านป่าแดง ตำบลหนองพยอม ซึ่งเป็นชาวไทยพวน ซึ่งถือปฏิบัติต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน จัดตรงกับวันขึ้น 2 ค่ำ และ 3 ค่ำ เดือน 3 (ประมาณเดือนกุมภาพันธ์) เพื่อแสดงความเคารพบูชาเทวดาและพระมหากษัตริย์ เมื่อถึงวันกำฟ้าชาวไทยพรวนจะกลับมายังบ้านของตนเพื่อร่วมทำบุญกับญาติพี่น้อง พบปะสังสรรค์และเล่นกีฬาพื้นบ้าน
(รหัสทางไกล 056)
อำเภอเมือง
พิจิตรพลาซ่า 9 ถนนสระหลวง โทร. 613502-9 โทรสาร 613501 จำนวน 101 ห้อง ราคา 600-900 บาท
โอฆะนคร 2/91 ถนนสระหลวง โทร. 611206, 611321, 611654 จำนวน 76 ห้อง ราคา 350-2,000 บาท
อำเภอตะพานหิน
โรสอินน์ 57-59 ถนนชมฐีระเวช โทร. 621044 ,621237, 622036 โทรสาร 621808 จำนวน 82 ห้อง ราคา 450-1,200 บาท
อำเภอบางมูลนาก
เทพสุนี 278/1 ถนนประเวศน์เหนือ โทร.631182 จำนวน 11 ห้อง ราคา 80-180 บาท
ริมน่าน 01/37 ถนนชูเชิดน่าน โทร. 631084 จำนวน 12 ห้อง ราคา 100-250 บาท
การเดินทางโดยรถยนต์
เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์-ชุมแสง-บางมูลนาก-ตะพานหิน-พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 1118) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทางประมาณ 345 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แยกเข้าสู่เส้นทางตกฟ้า-เขาทราย-สากเหล็ก (ทางหลวงหมายเลข 11) และเข้าสู่จังหวัดพิจิตรที่กิ่งอำเภอสากเหล็ก (ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 111) รวมระยะทางประมาณ 344
เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงอำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี แยกเข้าสู่เส้นทางสายตากฟ้า-เขาทราย (ทางหลวงหมายเลข 11) แยกเข้าเส้นทางเขาทราย-ตะพานหิน (ทางหลวงหมายเลข 113) แยกเข้าเส้นทางตะพานหิน-พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 113) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร ระยะทางประมาณ 338 กิโลเมตร
เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯ (ทางหลวงหมายเลข 1) แยกเข้าเส้นทางหลวงหมายเลข 32 ที่อยุธยา ถึงจังหวัดนครสวรรค์ แยกเข้าเส้นทางนครสวรรค์-พิษณุโลก (ทางหลวงหมายเลข 117) ถึงอำเภอสามง่าม แยกเข้าเส้นทางสามง่าม-พิจิตร (ทางหลวงหมายเลข 115) เข้าสู่จังหวัดพิจิตร รวมระยะทาง 360 กิโลเมตร