กลับหน้าสารบัญ

จังหวัดพัทลุง

เมืองหนังโนราห์  อู่นาข้าว  พราวน้ำตก  แหล่งนกน้ำ  ทะเลสาบงาม  เขาอกทะลุ  น้ำพุร้อน

ข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยว       เทศกาล - ประเพณี     สถานที่พัก     การเดินทาง

 อุทยานแห่งชาติเขาปู่-เขาย่า

        พัทลุง  เป็นเมืองเก่าแก่โบราณเมืองหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย  และเป็นเมืองแห่งเขาอกทะลุ  มีประวัติสันนิษฐานว่าพัทลุงเป็นเมืองที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศรีวิชัย  ตัวเมืองเดิมตั้งอยู่ที่เขาหัวแดง  ฝั่งตรงข้ามกับเมืองสงขลาในปัจจุบัน  แต่เนื่องจากมีภัยต่าง ๆ มารบกวนทำให้ต้องย้ายเมืองไปตั้งอยู่ตามตำบลต่าง ๆ หลายครั้ง

        ในรัชกาลพระรามาธิบดีที่ 1  (อู่ทอง)  แห่งกรุงศรีอยุธยา   "เมืองพัทลุง"  เป็นส่วนหนึ่งใน  15  หัวเมืองปักษ์ใต้ที่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของเมืองนครศรีธรรมราช  ซึ่งมีฐานะเป็นเมืองพระยามหานคร    ขึ้นตรงกับกรุงศรีอยุธยาต่อมาในปี  พ.ศ.  1927  เมื่อสมเด็จพระราเมศวร ยกทัพไปตีเชียงใหม่ได้ชัยชนะจึงอพยพ  ชาวภาคเหนือส่วนหนึ่งลงมาไว้ที่เมืองพัทลุง   ต่อมาในสมัยอยุธยาตอนปลายเมืองพัทลุงได้ย้ายไปตั้งที่ท่าเสม็ด  ปัจจุบันอยู่ในอำเภอชะอวดจังหวัดนครศรีธรรมราชและย้ายอีกครั้งมาตั้งที่ตำบลควนมะพร้าว   ในเขตอำเภอเมืองปัจจุบัน   ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก  รัชกาลที่  1  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์  ได้โปรดฯ  ให้ยกเมืองพัทลุงขึ้นตรงต่อกลาโหมโดยมีฐานะเป็นเมืองชั้นโทและได้ย้ายเมืองไปอยู่ที่ปากน้ำลำป่า

        เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 5  ทรงปฏิรูปการปกครองเป็นแบบมณฑลเทศาภิบาล  เมืองพัทลุงได้ถูกจัดให้ขึ้นกับมณฑล  นครศรีธรรมราชจนกระทั่งถึงปี  พ.ศ.  2467  พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  รัชกาลที่ 6 ได้โปรดฯ  ให้ย้ายเมืองมาตั้งที่ตำบลคูหาสวรรค์ซึ่งเป็นที่ตั้งปัจจุบันนี้   เมื่อได้ยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลในปี  พ.ศ.2476  พัทลุงจึงได้มีฐานะเป็นจังหวัดตั้งแต่บัดนั้น

        จังหวัดพัทลุงตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของทะเลสาบสงขลาโดยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ  860  กิโลเมตร  มีพื้นที่ทั้งสิ้น  3,424.473  ตารางกิโลเมตร  แบ่งการปกครองออกเป็น  8  อำเภอ  กับ  2  กิ่งอำเภอ  ได้แก่  อำเภอเมืองพัทลุง   อำเภอควนขนุน  อำเภอเขาชัยสน  อำเภอปากพะยูน  อำเภอกงหรา  อำเภอตะโหมด  อำเภอป่าบอน  อำเภอศรีบรรพต  กิ่งอำเภอบางแก้ว  และกิ่งอำเภอป่าพะยอม

กลับด้านบน

 

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยว

    ถ้ำคูหาสวรรค์  ก่อนเข้าสู่ตัวตลาดพัทลุงจะมองเห็นขุนเขาลูกหนึ่งอยู่ทางด้านซ้ายมือคือ  เขาหัวแตกอันเป็นที่ตั้งของถ้ำคูกาสวรรค์ภายในถ้ำมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ตามผนัง แบบเดียวกับที่ถ้ำสุวรรณคูหาจังหวัดพังงารัชกาลที่ 5 และ 7 เคยเสด็จประพาสมาแล้ว

    วัดวัง  จากตัวเมืองไปตามเส้นทางหมายเลข  4047  ประมาณ  6 กิโลเมตร  จะพบวัดวังอยู่ทางขวามือ  เป็นวัดโบราณที่สำคัญของจังหวัดมีเจดีย์  โบสถ์  และภาพเขียนพุทธประวัติตามระเบียงวิหารเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป 108 องค์เคยเป็นที่ถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ในสมัยโบราณพระยาพัทลุง  (ทองขาว)  เป็นผู้สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 3

    หาดแสนสุข  ลำปา   เป็นชายหาดริมทะเลสาบสงขลา  อยู่ห่างจากตัวเมือง  8  กิโลเมตร  หรือเลยวัดวังไป 2 กิโลเมตร  บริเวณหาดมีทิวสนร่มรื่น  มองออกไปในทะเลสาบจะมองเห็นเกาะเล็กเกาะน้อยกระจัดกระจายดูงดงาม

    แหลมจองถนน  เป็นส่วนหนึ่งที่ยื่นออกไปในทะเลสาบลำป่า  บรรยากาศโดยรอบสงบร่มรื่น  เป็นจุดที่จะไปเที่ยวเกาะได้สะดวก  เพราะอยู่ใกล้เกาะต่าง ๆ มากที่สุด

    น้ำตกไพรวัลย์  ตั้งอยู่ในหน่วยพิทักษ์ป่า  บ้านพูด  อำเภอกงหรา  ทางหลวง 4122  กิโลเมตรที่ 31-32  เลี้ยวขวาอีก  3 กิโลเมตร เป็นน้ำตกสูงใหญ่  มีแอ่งน้ำว่ายเล่นได้  มีลานจอดรถและร้านอาหารบริการ

    น้ำตกเขาคราม  ตั้งอยู่ในหมู่ที่  6  ตำบลบ้านนา  อำเภอเมืองจากตัวเมืองพัทลุงไปตามทางหลวงหมายเลข 4 (สายพัทลุง-ตรัง) ถึงกิโลเมตรที่  31-32  แยกซ้ายที่บ้านต้นไทรไปอีกประมาณ  6 กิโลเมตร ถึงบ้านเขาคราม  มีทางเดินไปน้ำตกอีก 1  กิโลเมตร  เป็นน้ำตกที่สวยงาม แต่ทางเข้าค่อนข้างเปลี่ยว

    ถ้ำพระมาลัยเทพนิมิตร  อยู่เลยสถานีรถไฟไปประมาณ  2  กิโลเมตร  จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ  200  เมตร  ก็ถึงถ้ำพระมาลัยซึ่งอยู่ในเทือกเขาเดียวกับภูเขาอกทะลุในถ้ำสวยงามมากด้วยหินงอก หินย้อย  และแอ่งน้ำ พระธุดงค์ชื่อมาลัยเป็นผู้ค้นพบถ้ำเมื่อปี 2506

    บ่อน้ำร้อน-น้ำเย็น   ตั้งอยู่ที่อำเภอเขาชัยสน  จากตัวจังหวัดไปทางใต้ห่างจากตัวเมือง  25  กิโลเมตรตามทางหลวงหมายเลข  4  เมื่อถึงบ้านท่านางพรหม  จะมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข  4081  ไปอำเภอเขาชัยสนประมาณ  6  กิโลเมตร  ก่อนถึงอำเภอเขาชัยสนเล็กน้อยจะมีทางแยกขวามือเข้าไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร  ก็ถึงหน้าผาเชิงเขาชัยสน  เป็นที่ตั้งของธารน้ำเย็นซึ่งไหลออกมาจากใต้เพิงผา  บริเวณโดยรอบตกแต่งเป็นสถานที่พักผ่อน  เดินทางต่อไปตามถนนเลียบภูเขา  ผ่าถ้ำพระไปจนถึงวัดบ่อน้ำร้อน  มีแอ่งน้ำร้อนซึ่งเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้รักษาโรคบางอย่างได้

    วัดเขียน  อยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข  4081  เลยอำเภอเขาชัยสนไป  7  กิโลเมตร  ในเขตบ้านบางแก้วทางเข้าอยู่ซ้ายมือ  วัดเขียนตั้งอยู่ริมทะเลสาบสงขลา  เป็นวัดเก่าแก่ที่มีพระธาตุบางแก้ว ซึ่งสร้างแบบเดียวกับพระธาตุนครศรีธรรมราชแต่ขนาดเล็กกว่า  เป็นปูชนียสถานที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของพัทลุง ซึ่งเชื่อว่าสร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น  สันนิษฐานว่าพื้นที่บริเวณวัดเขียนนี้จะเป็นที่ตั้งของเมืองพัทลุงมาก่อน  เพราะพบซากปรักหักพังของศิลาแลง  และพระพุทธรูปมากมาย

    น้ำตกตะโหมด  (หม่อมจุ้ย)  ตั้งอยู่ที่ อ.ตะโหมด  จากพัทลุงเดินทางไปทางทิศใต้ตามทางหลวงหมายเลข  4  ประมาณ 33 กิโลเมตร  แยกขวาเข้าทางสาย  4121  ผ่านวัดตะโหมดไปอีก  4  กิโลเมตร  น้ำตกมีหลายชั้น  มีแอ่งน้ำสำหรับให้เล่นน้ำได้

    ถ้ำมัจฉาปลาวน    อยู่ใกล้กับที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาปู่ - เขาย่า  ภายในถ้ำมีหินงอก หินย้อยแลดูสวยงาม  มีแอ่งน้ำที่มีฝูงปลาว่ายวนไปมา  กว้างประมาณ 400 ตารางกิโลเมตร   แอ่งน้ำนี้เกิดจากต้นน้ำซึ่งไหลผ่านทะลุเขาในวัง  หน้าถ้ำเป็นผาหินสีนิล  และร่มรื่นไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด

    อุทยานนกน้ำทะเลน้อย    เป็นอุทยานนกน้ำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย  และเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า  ตั้งอยู่บริเวณเหนือสุดของทะเลสาบสงขลา  ทะเลน้อยเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีนกอยู่มากมายกว่า 150 ชนิด  จำนวนไม่ต่ำกว่า 100000 ตัว  ฤดูกาลที่เหมาะที่สุดสำหรับการไปดูนกคือ  ช่วงเดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน  นอกจากนี้ทะเลน้อยยังเป็นแหล่งที่มีพืชพันธุ์หลายชนิด  เช่น  ย่านลิเภา  ต้นจูดหนู  บัว  และสาหร่ายต่างๆ ในการเที่ยวชมทะเลน้อย  ทางอุทยานมีเรือเช่าเหมาลำเพื่อพานักท่องเที่ยวเที่ยวชมอุทยาน  ในช่วงเช้าดอกบัวกำลังบานแลดูสวยงามมาก

    แหล่งหัตถกรรมเสื่อกระจูด  ตั้งอยู่ที่บ้านทะเลน้อย อ.ควนขนุน  ของที่ระลึกที่ผลิตจากต้นกระจูดได้แก่  เสื่อ  หมวก  กระเป๋า  และตะกร้า  เป็นหัตถกรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัด

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

 

เทศกาล - งานประเพณี

     แข่งโพนลากพระ   มีขึ้นช่วงก่อนเทศกาลออกพรรษา  ราววันขึ้น  13-15  ค่ำ  เดือน  11  คำว่า  "โพน" เป็นภาษาท้องถิ่นเป็นเครื่องดนตรีให้จังหวะคล้ายกับ  "กลองทัด"  ของภาคกลาง  วันงานจะมีขบวนฟ้อนรำขบวนดนตรี ขบวนรถโพน

    การละเล่นซัดต้ม   ประเพณีซัดต้มมีที่มาอันเกี่ยวข้องกับประเพณีลากพระกล่าวคือ ในสมัยพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จกลับจากจำพรรษา ณ  สวรรค์ชั้นดาวดึงส์  ลงมายังโลกมนุษย์ซึ่งตรงกับวันแรม  1 ค่ำ  เดือน  11  จะมีพุทธศาสนิกชนรอเข้าเฝ้าเพื่อถวายภัตตาหารแด่พระพุทธองค์  แต่เนื่องจากพุทธศาสนิกชนมีเป็นจำนวนมาก  ทำให้ไม่สามารถถวายภัตตาหารได้อย่างใกล้ชิด  จึงได้มีการานำใบไม้มาห่อหุ้มภัตตาหาร  ซึ่งเรียกว่า  "ข้าวต้ม"  หรือ  "ต้ม"   และพยายามโยนต้มเหล่านั้นให้ลงบาตร  แต่การโยนทำให้ต้มพลาดไปถูกเหล่าพุทธศาสนิกชนด้วยกันเอง  ต่อมาจึงกลายเป็นการละเล่นซัดต้ม  และพัฒนาเป็นการแข่งขันด้านไหวพริบ  และความรวดเร็วว่องไวในการซัด  และหลบหลีกต้มซึ่งจัดทำอย่างพิเศษ  (ใช้ข้าวตากผสมกับทรายห่อด้วยใบตาลเป็นรูปตะกร้อสี่เหลี่ยม)  การละเล่นซัดต้มต้องอาศัยความกล้าหาญเป็นอย่างมากเพราะถ้าไม่สามารถหลบหลีกต้มของคู่ต่อสู้  อาจจะเป็นอันตรายได้  ปัจจุบันการซัดต้มหาดูได้ค่อนข้างยาก  ทางจังหวัดพัทลุงจึงได้จัดให้มีการแข่งขันซัดต้มรวมอยู่ในงานประเพณีแข่งโพนลากพระในเดือน 11  ด้วย

    งานวันอนุรักษ์มรดกไทย และงานมหกรรมชิงแชมป์หนังตะลุง  เป็นงานที่จัดขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี   กิจกรรมภายในงานจะเป็นการจัดนิทรรศการละเล่นพื้นบ้านปักษ์ใต้  และการประกวดหนังตะลุง  ซึ่งได้รับความสนใจจากศิลปินพื้นบ้านเข้าร่วมการประกวดมากมาย  งามดังกล่าวนี้จะจัดขึ้น  ณ  บริเวณสนามหน้าศาลากลางจังหวัดพัทลุง

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

 

สถานที่พัก

 (รหัสทางไกล 074)

    ดีน่าอินน์  ถนนไทรบุรี  สามแยกช่องโก  โทร.  613029  จำนวน  24  ห้อง  ราคา  300-450  บาท

    ไทยโฮเต็ล  14-14/1-5 ถนนดิสรา-สาครินทร์  อ.เมือง  โทร.  611636, 611797-8  จำนวน  50   ห้อง  ราคา  180-400  บาท

    ลำป่ารีสอร์ท  88 หมู่  6 ถนนอภัยบริรักษ์  ตำบลลำป่า  อ.เมือง  โทร.  611486  โทรสาร  612013  จำนวน  76  ห้อง  ราคา  180-400 บาท

    โรงแรมหอฟ้า   28-30  ถนนคูหาสวรรค์  อ.เมือง  โทร.  611920-2  จำนวน  94  ห้อง  ราคา  160-280  บาท

กลับด้านบน

 

 

 

 

การเดินทาง

    รถยนต์   จากกรุงเทพฯ  สามารถไปได้  3  เส้นทาง  คือ  

เส้นทางที่ 1     ตามทางหลวงหมายเลข  4  ถึงชุมพร (สี่แยกปฐมพร)  แยกเข้าระนอง  พังงา  กระบี่  ตรัง  จนถึงพัทลุง ระยะทางประมาณ  1,140  กิโลเมตร  

เส้นทางที่  2    เมื่อมาถึงชุมพร  เข้าทางหลวงหมายเลข  41  จนถึงจังหวัดพัทลุง  ระยะทางประมาณ  840  กิโลเมตร 

เส้นทางที่  3    เมื่อมาถึงชุมพรแล้ว  ผ่านสุราษฎร์ธานี  นครศรีธรรมราช  แล้วเข้าทางหลวงหมายเลข  403  จากนั้นจึงเข้าทางหลวงหมายเลข  41  ที่ชุมทางเขาชุมทอง  จานถึงพัทลุง

ตรวจเช็คข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

กลับด้านบน

1