ในปี พ.ศ. 2369 สมัยรัชกาลที่ 3 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เจ้าอนุวงศ์แห่งเมืองเวียงจันทน์กบฏ ไม่ยอมขึ้นกับไทยอีก และได้ยกกองทัพมากวาดต้อนผู้คนในเขตแดนไทยกลับไป ในการปราบกบฏดังกล่าวท้าวสุวอธรรมาได้ยกทัพจากเมืองยโสธรมาช่วยกองทัพที่ยกไปจากกรุงเทพฯ จนสามารถมีชัยเหนือเจ้าอนุวงศ์และจับกุมตัวลงมากรุงเทพฯ ได้สำเร็จ รัชกาลที่ 3 จึงพระราชทานบำเหน็จให้ท้าวสุวอธรรมาเลือกทำเลที่จะสร้างเมืองขึ้นรวม 4 แห่งซึ่งในที่สุดท้าวสุวอธรรมา ได้เลือกสร้างเมืองที่บ้านไผ่ เรียกชื่อว่าเมืองหนองคาย เมื่อพ.ศ. 2370 พ.ศ. 2434 เมืองหนองคายได้เป็นสถานที่ตั้งมณฑลลาวพรวนจนกระทั่ง พ.ศ. 2436 จึงได้ย้ายไปตั้งที่ทำการมณฑลที่บ้านหมากแข้ง เนื่องจากได้เสียดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงให้กับฝรั่งเศส ต่อมาในปี พ.ศ. 2443 ได้จัดตั้งมณฑลอุดรขึ้นที่บ้านหมากแข้ง เมืองหนองคายจึงมีฐานะเป็นเมืองหนึ่งของมณฑลอุดร หลังจากยกเลิกการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาลในปี พ.ศ. 2476 จังหวัดหนองคายซึ่งขึ้นกับมณฑลอุดร ได้แยกตัวออกมาเป็นจังหวัดหนองคายในปัจจุบัน
จังหวัดหนองคายเป็นจังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ตรงข้ามกับท่าเดื่อของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีพื้นที่ประมาณ 7,739.28 ตารางกิโลเมตร
จังหวัดหนองคาย แบ่งการปกครองออกเป็น 12 อำเภอ 4 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองหนองคาย อำเภอบึงกาฬ อำเภอโพนพิสัย อำเภอศรีเชียงใหม่ อำเภอเซกา อำเภอท่าบ่อ อำเภอโซ่พิสัย อำเภอสังคม อำเภอพรเจริญ อำเภอปากคาด อำเภอบึงโขงหลง อำเภอศรีวิไล กิ่งอำเภอบุ่งคล้า กิ่งอำเภอเฝ้าไร่ กิ่งอำเภอสระใคร และกิ่งอำเภอรัตนวาปี
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอต่างๆ | ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอต่างๆ | ||
อำเภอท่าบ่อ | 42 กิโลเมตร | อำเภอโพนพิสัย | 45 กิโลเมตร |
อำเภอศรีเชียงใหม่ | 57 กิโลเมตร | อำเภอโซ่พิสัย | 90 กิโลเมตร |
อำเภอปากคาด | 90 กิโลเมตร | อำเภอสังคม | 95 กิโลเมตร |
อำเภอบึงกาฬ | 136 กิโลเมตร | อำเภอพรเจริญ | 182 กิโลเมตร |
อำเภอเซกา | 228 กิโลเมตร | อำเภอบึงโขงหลง | 238 กิโลเมตร |
อำเภอศรีวิไล | 163 กิโลเมตร | กิ่งอำเภอบุ่งคล้า | 181 กิโลเมตร |
กิ่งอำเภอสระใคร | 24 กิโลเมตร |
จากจังหวัดหนองคายไปจังหวัดใกล้เคียง | จากจังหวัดหนองคายไปจังหวัดใกล้เคียง | ||
จังหวัดอุดรธานี | 51 กิโลเมตร | จังหวัดเลย | 202 กิโลเมตร |
จังหวัดสกลนคร | 210 กิโลเมตร | จังหวัดนครพนม | 303 กิโลเมตร |
อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดหนองคายพลตรีพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม ทรงให้สร้างขึ้นเมื่อปี 2429 เดิมเป็นอนุสาวรีย์เล็กๆ ต่อมาในปี พ.ศ. 2492 ได้สร้างใหม่ ดังที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน อนุสาวรีย์สร้างขึ้นเป็นที่ระลึกแก่ข้าราชการฝ่ายมณฑลชั้นในและกรมการหัวเมือง ซึ่งมีใจสมัครจงรักภักดีต่อพระเจ้าแผ่นดินและบ้านเมือง โดยการปราบฮ่อข้าศึก ซึ่งได้มาแย่งชิงแผ่นดินเมื่อปีศักราช 1246 และปีศักราช 1247 ทำให้มีผู้เสียชีวิตในครั้งนั้น จึงได้นำอัฐิมาบรรจุในอนุสาวรีย์นี้
หลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมืองประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปประมาณ 2 กม. ตามทางหลวงหมายเลข 212 ทางไป อ.โพนพิสัย เป็นพระพุทธรูปขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองคำ หน้าตักกว้าง 2 คืบ 8 นิ้ว สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงสันนิษฐานว่าหลวงพ่อพระใส เป็นพระพุทธรูปที่หล่อในล้านช้าง ทุกปีในวันเพ็ญเดือน 6 ชาวเมืองหนองคายมีงานประเพณี คือ งานบุญเซิ้งบั้งไฟ จะแห่บั้งไฟมาบูชาพระใสและจัดแข่งขันการจุดบั้งไฟที่วัดโพธิ์ชัยเป็นประจำ
ท่าเสด็จ ตั้งอยู่ในบริเวณตัวเมืองหนองคายเป็นท่าเรือโดยสารข้ามแม่น้ำโขง ไปยังฝั่งลาวมีด่านตรวจคนเข้าเมือง และร้านจำหน่ายสินค้าจากนานาประเทศที่ส่งผ่านเข้ามาจากฝั่งลาวได้แก่เครื่องไม้ฝังมุก เครื่องไฟฟ้า นาฬิกา เครื่องกระเบื้อง ผ้า อาหารแห้ง ขนม เครื่องมือช่าง ฯลฯ
หาดจอมมณี ตั้งอยู่ที่บ้านจอมมณี หมู่ที่ 1 ตำบลมีชัย ห่างจากเขตเทศบาลเมืองไปทางทิศตะวันตก ตามถนนเลียบลำน้ำโขง เป็นระยะทางประมาณ 2 กม. เป็นส่วนหนึ่งของลำน้ำโขงหาดแห่งนี้จะมีความยาวประมาณ 200 เมตร และจะปรากฏให้เห็นตอนน้ำลดในฤดูแล้ง โดยเฉพาะเดือนเมษายน จะมีนักท่องเที่ยวในจังหวัดและจากบริเวณจังหวัดใกล้เคียง เดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นจำนวนมาก
สะพานไทย-ลาว เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรก สร้างโดยความร่วมมือของ 3 ประเทศ คือ ออสเตรีย ไทย และลาว เชื่อมระหว่างบริเวณหาดจอมมณี อ.เมือง จังหวัดหนองคาย ไปยังท่านาแล้งของลาวซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเวียงจันทน์ประมาณ 20 กม. เป็นสะพานเดี่ยว การจราจรบนสะพานแบ่งเป็นสองช่องวิ่ง มีความยาวประมาณ 1.2 กม. ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดใช้เป็นทางการในเดือนเมษายน 2537
พระธาตุบังพวน อยู่ในเขตตำบลพระธาตุบังพวน เทศบาลเมืองหนองคาย ระยะทางห่างจากตัวเมือง 22 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 211 แยกเข้าบริเวณกิโลเมตรที่ 10 ไป 12 กิโลเมตร พระธาตุบังพวนสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐา ลักษณะเป็นสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับพระปฐมเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ 29 องค์ ทุกปีจะมีงานนมัสการประจำปีทุกวันขึ้น 11 ค่ำ เดือนยี่
พระเจ้าองค์ตื้อ เป็นพระพุทธรูปหล่อขนาดใหญ่ที่สำคัญยิ่งของหนองคายองค์หนึ่ง สูงถึง 4 เมตร หน้าตักกว้าง 3.29 เมตร ประดิษฐานที่วัดศรีชมภูองค์ตื้อ ต.น้ำโมง อำเภอท่าบ่อ ห่างจากตัวเมืองหนองคายตามสายหนองคาย-อำเภอศรีเชียงใหม่ หมายเลข 211 ถึง อ.ท่าบ่อหลัก ก.ม.ที่31 เลี้ยวซ้ายเข้าไป 1 กม. พระเจ้าองค์ตื้อนี้สันนิษฐานว่าพระเจ้าไชยเชษฐาแห่งกรุงศรีสัตนาคนหุต สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2105
วัดหินหมากเป้ง ตั้งอยู่ที่บ้านพุทธบาท ตำบลพระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ใช้เส้นทางหลวงสาย 211 ผ่านอำเภอศรีเชียงใหม่ ถึงหลัก กม.ที่64 วัดตั้งอยู่ริมถนนด้านขวามือ วัดหินหมากเป้ง สร้างขึ้นโดยพระอาจารย์เทสก์ เทสรังสี เพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรมของพระภิกษุสงฆ์ แม่ชี และผู้แสวงบุญทั้งหลาย เป็นสถานที่สงบเงียบอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การทำความสงบจิตใจ บริเวณวัดกว้างขวางและร่มรื่น มีด้านหนึ่งติดกับลำน้ำโขง ทัศนียภาพงดงาม
น้ำตกธารทอง อยู่เขตบ้านผาตั้งอำเภอสังคม ใช้เส้นทางสายหนองคาย-ศรีเชียงใหม่-สังคม (หมายเลข 211) ไปจนถึงหลัก กม.ที่ 74 น้ำตกตั้งอยู่ริมทางด้านขวามือ เป็นน้ำตกซึ่งตกจากหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร เป็นระยะลดหลั่นกันไป ตอนล่างเป็นแอ่งน้ำและลานหินสามารถลงเล่นน้ำได้ มีน้ำเฉพาะช่วงฤดูฝน
น้ำตกธารทิพย์ หรือน้ำตกตาดเสริม ตั้งอยู่ที่อำเภอสังคมเดินทางตามทางหลวงหมายเลข 211 ถึงหลัก กม.ที่ 97-98 แล้วแยกซ้ายเข้าไปประมาณ 2 กม. เป็นน้ำตกที่สวยงาม มี 3 ชั้น ประชาชนนิยมไปเที่ยวชมกันอยู่เสมอ
ภูทอก อยู่ในเขตอำเภอบึงกาฬ เป็นที่ตั้งของวัดเจติยาคีรีวิหาร มีพื้นที่ราว 18,000 ไร่ พระอาจารย์จวน กุลเชฎโฐ ได้บูรณะสร้างบันไดเวียนรอบภูทอกขึ้น 7 ชั้น จนถึงยอด ใช้เวลาสร้าง 5 ปีเต็มชั้นบนสุดจะเป็นที่ตั้งของพระวิหารที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ การเดินทางสู่ภูทอก จากหนองคายมาตามทางหลวงหมายเลข 212 สายหนองคาย-นครพนม ผ่านอำเภอโพนพิสัย ถึงสี่แยกบึงกาฬ ระยะทาง 185 กิโลเมตร แยกขวาเข้าทางสายบึงกาฬ-วานรนิวาส (หมายเลข222) ราว 27 กิโลเมตร ถึงทางแยกบ้านศรีวิไล แล้วแยกซ้ายเข้าทางสายศรีวิไล-บ้านคำแคน ระยะทางราว 24 กิโลเมตรก็จะถึงเชิงภูทอก
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว มีพื้นที่ประมาณ 186.5 ตารางกิโลเมตร หรือ 116,562 ไร่ มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่ อ.บึงกาฬ อ.เซกา อ.พรเจริญ และ อ.บึงโขงหลง จ.หนองคาย ตั้งอยู่ด้านตะวันออกเฉียงเหนือสุดของภาคเกือบติดพรมแดนประเทศลาว มีความสูงจากระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 150-300 เมตร สภาพป่าส่วนใหญ่เป็นป่าเต็งรัง ป่าดิบแล้ง และป่าดิบชื้น ยังคงมีสัตว์ชุกชุมหลายชนิด มีสถานที่น่าสนใจคือ น้ำตกถ้ำฝุ่น น้ำตกถ้ำพระ น้ำตกเจ็ดสี น้ำตกชะแนน และถ้ำจันทร์ผา ฯลฯ การเดินทาง จากหนองคายใช้ทางหลวงหมายเลข 212 ถึง อ.บึงกาฬ ระยะทาง 135 กม. ต่อด้วยสายบึงกาฬ-บ.ชัยพร ระยะทาง 24 กม. และ บ.ชัยพร-บ.ภูสวาสดิ์ 5 กม. จะมีทางแยกขวาเข้าที่ทำการเขตฯ อีก 2.5 กม.
งานอนุสาวรีย์ปราบฮ่อ จัดประมาณเดือนมีนาคมของทุกปีที่บริเวณ อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ ภายในงานจะมีการแสดงและการละเล่น มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าราคาถูก
งานตรุษสงกรานต์ จัดในช่วงวันสงกรานต์ของทุกปีที่บริเวณวัดโพธิ์ชัยซึ่งเป็นที่ประดิษฐาน หลวงพ่อพระใส พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ของชาวจังหวัดหนองคาย มีการอัญเชิญหลวงพ่อพระใส และพระพุทธรูปสำคัญจากวัดต่าง ๆ เข้าขบวนแห่รอบเมืองเพื่อให้ประชาชนได้สรงน้ำและนมัสการ และมีการออกร้านค้าจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองราคาถูก
งานบุญบั้งไฟ ในช่วงเดือน 6 (พฤษภาคม) ของทุกปี เป็นการแข่งขันบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถนหรือเทวดาเพื่อขอฝน งานวัดที่บริเวณวัดโพธิ์ชัย ส่วนบริเวณที่จุดบั้งไฟจะจัดที่สนามห่างจากวัดโพธิ์ชัยไปประมาณ 10 กิโลเมตร
งานแห่เทียนพรรษา เป็นงานประจำปีของจังหวัด ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา โดยหล่อเทียนพรรษาและประดับตกแต่งเทียนอย่างสวยงาม มีการจัดขบวนแห่ประกวดกัน
งานตักบาตรเทโวและแข่งเรือมิตรภาพไทย-ลาว จัดขึ้นในเทศกาลออกพรรษาของทุกปี โดยในช่วงเช้าประชาชนจะมาร่วมกันตักบาตร ในช่วงกลางวันจะมีการแข่งเรือยาวในลำน้ำโขง ระหว่างไทยและลาวโดยผลัดกันเป็นเจ้าภาพ
(รหัสทางไกล 042)
อำเภอเมือง
บ้านสวนศราวุธรีสอร์ท 180 ถ.หนองคาย-โพนพิสัย ต.หาดคำ โทร. 411006,411222 โทรสาร 420967 จำนวน 60 หลัง ราคา 500 บาท
พรรณทวี 1049 ถ.หายโศก โทร. 411568-9 จำนวน 77 ห้อง ราคา 300-700 บาท
พรรณทวีรีสอร์ท 210 จอมมณี ซ.5 ถ.หายโสก โทร. 411008, 420059 จำนวน 36 ห้อง ราคา 400-1,000 บาท
หนองคายแกรนด์ 589 หมู่ 5 ถ.หนองคาย-โพนพิสัย โทร. 420033, 420044 โทรสาร 412026 สำรองห้องพัก กรุงเทพฯ 237-6809-12 โทรสาร 236-6100 จำนวน 130 ห้อง ราคา 2,119-20,000 บาท
อำเภอท่าบ่อ
คุ้มใต้ รีสอร์ท 219 ถ.มิตรภาพ โทร. 431192 จำนวน 9 หลัง ราคา 300-500 บาท
อีสานออคิดเกสท์เฮ้าส์ 87/9 ถ.แก้ววรวุฒิ โทร. 431665 จำนวน 6 ห้อง ราคา 500-850 บาท
อำเภอบึงกาฬ
ทรายเงิน รีสอร์ท 149 ถ.บึงกาฬ-พังโคน โทร. 491883-4 จำนวน 16 ห้อง ราคา 400-500 บาท
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯใช้เส้นทางหมายเลข 1 ผ่านสระบุรีแล้วเข้าทางหลวงหมายเลข 2 ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น อุดรธานี หนองคายรวมระยะทางทั้งสิ้น 615 กิโลเมตร
บริษัทขนส่ง จำกัด จัดรถวิ่งระหว่างกรุงเทพฯ-หนองคายทุกวัน ทั้งรถธรรมดาและปรับอากาศ รายละเอียดติดต่อได้ที่ โทร. 272-5299, 272-5253