จังหวัดนครราชสีมา
|
||
การเดินทาง |
นครราชสีมา หรือที่เรียกว่า "โคราช" เปรียบเสมือนเป็นเมืองหน้าด่านสู่ภาคอีสาน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เป็นระยะทาง 259 กิโลเมตร เป็นเมืองแห่งวีรกรรมอันกล้าหาญของวีรสตรีไทย คือ คุณหญิงโม หรือท้าวสุรนารีและยังเป็นเมืองใหญ่ที่สำคัญยิ่งในสมัยโบราณ โดยมีฐานะเป็นเมือง "เจ้าพระยามหานคร" เช่นเดียวกับเมืองนครศรีธรรมราชทางใต้ มีอำนาจปกครองหัวเมืองน้อยใหญ่ในอีสานหลายแห่ง เคยเป็นที่ตั้งของชุมชนโบราณหลายแห่งตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ที่มีการเผยแพร่ของวัฒนธรรมทวารวดีและวัฒนธรรมแบบขอมเข้ามาในดินแดนแถบนี้
จังหวัดนครราชสีมาแบ่งการปกครองออกเป็น 26 อำเภอ และ 4 กิ่งอำเภอ ได้แก่
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอต่างๆ |
ระยะทางจากอำเภอเมืองไปอำเภอต่างๆ |
||
อำเภอครบุรี | 58 กิโลเมตร | อำเภอบัวใหญ่ | 103 กิโลเมตร |
อำเภอคง | 97 กิโลเมตร | อำเภอปักธงชัย | 38 กิโลเมตร |
อำเภอโนนสูง | 37 กิโลเมตร | อำเภอขามทะเลสอ | 25 กิโลเมตร |
อำเภอประทาย | 87 กิโลเมตร | อำเภอขามสะแกแสง | 47 กิโลเมตร |
อำเภอสีคิ้ว | 49 กิโลเมตร | อำเภอปากช่อง | 87 กิโลเมตร |
อำเภอพิมาย | 60 กิโลเมตร | อำเภอโนนไทย | 29 กิโลเมตร |
อำเภอสูงเนิน | 37 กิโลเมตร | อำเภอหนองบุนนาก | 51 กิโลเมตร |
อำเภอเฉลิมพระเกียรติ | 18 กิโลเมตร | อำเภอแก้งสนามนาง | 130 กิโลเมตร |
อำเภอเสิงสาง | 89 กิโลเมตร | อำเภอห้วยแถลง | 71 กิโลเมตร |
อำเภอด่านขุนทด | 60 กิโลเมตร | อำเภอวังน้ำเขียว | 79 กิโลเมตร |
อำเภอบ้านเหลื่อม | 118 กิโลเมตร | กิ่งอำเภอเมืองยาง | 123 กิโลเมตร |
อำเภอโนนแดง | 74 กิโลเมตร | กิ่งอำเภอเทพารักษ์ | 90 กิโลเมตร |
อำเภอจักราช | 43 กิโลเมตร | กิ่งอำเภอลำทะเมนชัย | 130 กิโลเมตร |
อำเภอโชคชัย | 31 กิโลเมตร | กิ่งอำเภอพระทองคำ | 37 กิโลเมตร |
อำเภอชุมพวง | 97 กิโลเมตร |
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี |
สร้างขึ้นเมื่อ
พ.ศ. 2477
ตั้งอยู่หน้าประตูชุมพล
อนุสาวรีย์เป็นรูปหล่อ
ทองแดงรมดำ สูง 1.85 เมตร ท้าวสุรนารี นามเดิม คุณหญิงโม เป็นภรรยาปลัดเมืองนครราชสีมา เมื่อ พ.ศ. 2369 เจ้าอนุวงศ์เมืองเวียงจันทน์เป็นกบฎยกทัพมาจะตีกรุงเทพฯ โดยเดินทัพผ่านเมืองต่าง ๆ ได้โดยง่าย เพราะปลอมท้องตราพระราชสีห์ว่าจะยกทัพมาช่วยไทยรบกับอังกฤษ เมื่อเดินทางมาถึงนครราชสีมา ปรากฏว่าความแตก เจ้าอนุวงศ์ให้เพี้ยรามพิชัย หรือพระยารามพิชัยกวาดต้อนชาวเมืองเป็นเชลยศึก คุณหญิงโมถูกจับตัวไปด้วย แต่ในระหว่างเดินทางถึงทุ่งสัมฤทธิ์ ซึ่งห่างจากตัวเมืองนครราชสีมาประมาณ 40 กิโลเมตร คุณหญิงโมออกอุบายให้ทหารเวียงจันทน์ตายใจแล้วจับอาวุธฆ่าทหารเหล่านั้น เมื่อได้รับชัยชนะแล้วจึงตั้งมั่นอยู่ที่ทุ่งสัมฤทธิ์เจ้าอนุวงศ์ส่งทหารโจมตีค่าย แต่คุณหญิงโมก็นำชาวไทยต่อต้านได้ทุกครั้ง จนในที่สุดกบฏเจ้าอนุวงศ์สงบลง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดฯ สถาปนาบรรดาศักดิ์คุณหญิงโมเป็นท้าวสุรนารี วีรสตรีของชาติ มีงานเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปี ระหว่างเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน |
อนุสรณ์สถานนางสาวบุญเหลือ ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนบุญเหลือวิทยานุสรณ์ ต.โคกสูง อ.เมือง ห่างจากตัวเมือง 12.5 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายนครราชสีมา-ชัยภูมิ ชาวนครราชสีมาได้ร่วมสร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของนางสาวบุญเหลือและเหล่าบรรพบุรุษของชาวนครราชสีมา ที่ได้พลีชีพเพื่อปกป้องชาติ เมื่อครั้งวีรกรรมทุ่งสัมฤทธิ์ในปี พ.ศ. 2369 นับเป็นอนุสรณ์สถานอีกแห่งหนึ่งที่ชาวนครราชสีมาให้ความเคารพสักการะเป็นอย่างสูง
ศาลเจ้าหลักเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนจอมพลมุมวัดพระนารายณ์มหาราช เป็นที่ประดิษฐานหลักเมืองนครราชสีมา ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด ชาวเมืองทั้งชาวไทยและชาวจีนเคารพนับถือ ไปสักการะบูชาเป็นประจำ
วัดศาลาลอย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของตัวเมือง ทางเข้าแยกจากถนนรอบเมืองเข้าไปประมาณ 500 เมตร อยู่ติดกับลำตะคองซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำมูล พระอุโบสถเป็นลักษณะศิลปะประยุกต์สร้างเป็นรูปสำเภาโต้คลื่นใช้วัสดุพื้นเมืองคือ กระเบื้องดินเผาด่านเกวียนเป็นสถาปัตยกรรมที่ได้รับรางวัลเด่นแนวบุกเบิกอาคาร ทางศาสนาจากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และรางวัลจากมูลนิธิเสฐียรโกเศศและนาคะประทีป ในปี พ.ศ. 2516 พระอุโบสถสร้างเมื่อ พ.ศ.2510 ผนังด้านหน้าอุโบสถเป็นภาพพุทธประวัติปางผจญมารซึ่งหาดูได้ยาก ผนังด้านหลังเป็นภาพปั้นดินเผา ภาพพุทธประวัติปางเสด็จลงจากดาวดึงส์ ประตูพระอุโบสถเป็นโลหะลายนูน ภาพมหาชาติเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ พระพุทธปฏิมาประธานในอุโบสถเป็นพระพุทธรูปยืนปางเสด็จจากดาวดึงส์ประทับ ณ ประตูเมืองสังกัสสนคร โดยผนังด้านหลังเป็นเสมือนหนึ่งเงาของพระพุทธองค์สมเด็จพระสังฆราชถวายพระนามพระประธานว่า "พระพุทธประพัฒน์สุนทรธรรมพิศาล ศาลาลอยภิบาลวรสันติสุขมุนินทร"
วัดป่าสาละวัน อยู่หลังสถานีรถไฟนครราชสีมา เป็นวัดที่เก็บพระอัฐิธาตุของอาจารย์เสา อาจารย์มั่น และอาจารย์ทิม
วัดเก่าแก่ของเมืองโคราช ได้แก่ วัดบูรพ์ วัดอีสาน วัดพายัพ ตั้งอยู่ในตัวเมืองเก่า ณ ทิศตามชื่อวัด วัดกลางอยู่กลางเมือง ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชื่อ "วัดพระนารายณ์มหาราช" นอกจากนี้ยังมีวัดสระแก้ว วัดบึง อยู่ริมบึงใหญ่ วัดแจ้ง วัดสมอราย และวัดสามัคคี วัดทั้งหมดนี้เป็นวัดโบราณคู่บ้านคู่เมืองสมัยเริ่มสร้างเมืองโคราช ทุกวัดอยู่ภายในอำเภอเมือง เป็นวัดที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่นิยมของโบราณ
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ มหาวีรวงศ์ ตั้งอยู่ในบริเวณวัดสุทธจินดา ตรงข้ามศาลากลางจังหวัด เป็นสถานที่เก็บรักษาศิลปโบราณวัตถุที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์มอบให้ และโบราณวัตถุที่กรมศิลปากรได้สำรวจขุดพบในเขตจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดใกล้เคียงรวมทั้งที่ประชาชนนำมามอบให้ เช่น พระพุทธรูป เทวรูป รูปเคารพทางศาสนา ชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมต่าง ๆ สิ่งของเครื่องใช้ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ทวาราวดี อยุธยา และรัตนโกสินทร์ เปิดให้เข้าชมทุกวันเว้นวันจันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00-16.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 5 บาท
ศูนย์วัฒนธรรมสถาบันราชภัฏนครราชสีมา ตั้งอยู่ในบริเวณสถาบันราชภัฏนครราชสีมา ถนนสุรนารายณ์ เป็นสถานที่รวบรวมภาพ และประวัติโบราณสถานประวัติศาสตร์ รูปภาพศิลปะของใช้สมัยโบราณและเงินตราต่าง ๆ
สวนสัตว์นครราชสีมา ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 19 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายนครราชสีมา-ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 2310) ตรงหลักกิโลเมตรที่ 13 แยกซ้ายเข้าไปประมาณ 1 กิโลเมตร เป็นสวนสัตว์แห่งใหม่ขององค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ครอบคลุมเนื้อที่ 545 ไร่ มีการจัดพื้นที่เลี้ยงสัตว์ตามแบบธรรมชาติ เป็นสถานที่เหมาะสำหรับศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับชีวิตสัตว์และพักผ่อนหย่อนใจ
วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม ตั้งอยู่ที่หลัก กม.ที่ 150 ทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) อ.ปากช่อง มีทางแยกเข้าไปอีก 1 กม. มีพระพุทธรูปปางสมาธิสีขาวขนาดใหญ่ ชื่อ "พระพุทธสกลสีมามงคล" สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก โดดเด่นอยู่บนยอดเขาแลเห็นได้แต่ไกล
|
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (โปรดดูรายละเอียดที่หน้าของอุทยานแห่งชาติ) |
|
เขื่อนลำตะคอง อยู่ริมถนนมิตรภาพ เขตตำบลลาดบัวขาว อำเภอสีคิ้ว ห่างจากตัวจังหวัด 62 กิโลเมตร เป็นสถานที่ร่มรื่น ธรรมชาติสวยงาม เหมาะที่จะไปเที่ยวพักผ่อน
วัดเขาจันทร์งาม และภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ตรงหลัก กม.ที่ 198 ถนนมิตรภาพ แยกเข้าทางลูกรังไปอีก 4 กม. ในบริเวณวัด ด้านหน้าถ้ำเขาจันทร์งาม มีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์อยู่บนเพิงผาหินทรายเป็นรูปคนและรูปสัตว์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงชีวิตความเป็นอยู่ของคนสมัยนั้น
เมืองโบราณที่อำเภอสูงเนิน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 32 กม. ปัจจุบันเป็นเมืองร้าง มี 2 แห่ง คือ "เมืองโคราช" อยู่ที่ ต.โคราช ตามทางหลวงหมายเลข 2 หลัก กม.ที่ 221-222 แยกเข้าสู่อำเภอสูงเนิน ตรงเข้าไปถึงวัดญาณโสภิตวนาราม (วัดป่าสูงเนิน) แล้วเลี้ยวขวาเข้าไปในบริเวณมีปราสาทหินโนนกู่ ปราสาทหินเมืองแขก และปราสาทหินเมืองเก่า ซึ่งทางกรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งแล้ว เมืองโบราณอีกแห่งหนึ่งคือ "เมืองเสมา" อยู่ที่ตำบลเสมา เลยทางแยกวัดป่าสูงเนินไป ข้ามลำตะคองผ่านบ้านหินตั้ง ห่างจากตลาดสูงเนิน 5 กม. เป็นเมืองโบราณรูปไข่ กำแพงเมืองเดิมสร้างด้วยศิลาแลง กรมศิลปากรลงความเห็นว่าเป็นเมืองสมัยทวาราวดี สิ่งที่น่าสนใจในเมืองเสมาได้แก่ พระพุทธรูปปางไสยาสน์ สร้างด้วยหินทรายแดงที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีใบเสมาธรรมจักรโบราณที่เก่าแก่ ลักษณะเหมือนที่ขุดพบที่นครปฐม
ปักธงชัย เป็นอำเภอที่มีชื่อเสียงทางด้านทอผ้าไหม อยู่ห่างจากนครราชสีมา 32 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (โคราช-ปักธงชัย-กบินทร์บุรี-ฉะเชิงเทรา) นักท่องเที่ยวนิยมไปชมการทอผ้าและซื้อเป็นของที่ระลึกกันมาก
ศูนย์วัฒนธรรมผ้าไหมปักธงชัย อยู่ในเขตเทศบาลเมืองปักธงชัย บนเส้นทางหลวงหมายเลข 304 กม. ที่ 107-108 มีผ้าไหมและสินค้าหัตถกรรมจำหน่าย มีการจัดแสดงนิทรรศการ กระบวนการเลี้ยงไหมและผลิตผ้าไหมแบบครบวงจร ศูนย์วัฒนธรรมผ้าไหมปักธงชัยนี้เป็นที่ตั้งของชมรมไหมนครราชสีมา เป็นศูนย์กลางในการติดต่อธุรกิจผ้าไหมที่สำคัญของประเทศ
วัดหน้าพระธาตุ ตั้งอยู่ตำบลตะคุ อำเภอปักธงชัย อยู่ห่างจากตัวอำเภอ 4 กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดประกอบด้วย โบสถ์เก่าแก่ซึ่งภายในมีภาพเขียนฝาผนัง สมัยต้นรัตนโกสินทร์มีหอไตรกลางน้ำซึ่งมีภาพลายรดน้ำที่บานประตูลวดลายวิจิตรงดงาม
เขื่อนลำพระเพลิง อยู่ในเขตอำเภอปักธงชัย ตามทางสาย 304 ผ่านเข้าอำเภอปักธงชัย 4 กิโลเมตร พบสี่แยกเลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 28 กิโลเมตร จะถึงเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่เหมาะสำหรับพักผ่อน รับประทานอาหารและเช่าเรือชมอ่างเก็บน้ำ
น้ำตกปักธงชัย เดินทางไปถึงได้โดยนั่งเรือจากเขื่อนลำพระเพลิงไปอีก 22 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกเป็นโขดหินสลับซับซ้อน น้ำตกลงมาจากผาหลายชั้น หน้าผาที่ใหญ่ที่สุดกว้างประมาณ 50 เมตร ตลอดระยะทางที่นั่งเรือจากเขื่อนไปยังน้ำตกนั้น จะได้ชมทิวทัศน์ที่มีทิวเขาอยู่สองฝั่งสวยงามมาก
ด่านเกวียน อยู่ห่างจากตัวเมืองนครราชสีมา 15 กิโลเมตร ตามทางหลวงสาย 24 (โคราช-โชคชัย-เดชอุดม) ในสมัยโบราณตำบลนี้เป็นที่พักกองเกวียนที่ค้าขายระหว่างโคราช-เขมร มีแม่น้ำมูลไหลผ่าน ชาวบ้านใช้ดินริมฝั่งแม่น้ำมาปั้นเป็นภาชนะใช้สอยและได้ทำสืบต่อมาจนปัจจุบันนี้ นับเป็นเวลาหลายชั่วอายุ ปัจจุบันด่านเกวียนนี้มีชื่อเสียงมากในฐานะที่ผลิตเครื่องปั้นดินเผาได้สวยงามแปลกตา เพราะมีนักออกแบบรุ่นใหม่เข้าไปประกอบกิจการ โดยคงชื่อลักษณะดั้งเดิมของกรรมวิธีในการปั้นและใช้ดินดำสัมฤทธิ์ที่มีเอกลักษณ์ ของสีเป็นเครื่องปั้นแบบด่านเกวียนโดยเฉพาะไว้นักท่องเที่ยวนิยมไปชม วิธีการผลิตและซื้อหาเครื่องปั้นดินเผาขนาดต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์เกวียนสมัยต่าง ๆ จัดให้ชมอยู่ในบริเวณหมู่บ้านด้วย
แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 7 บ้านปราสาทใต้ ต.ธารปราสาท ห่างจากตัวเมือง 45 กม. การเดินทางสามารถใช้เส้นทางสายมิตรภาพ จากจังหวัดนครราชสีมาขึ้นเหนือไปจังหวัดขอนแก่น ถึงหลักกิโลเมตรที่ 44 จะมีทางแยกซ้ายเข้าไปอีก 1 กิโลเมตร
เป็นแหล่งโบราณคดีที่ขุดแต่งใหม่ดำเนินการโดยกรมศิลปากรตามโครงการอีสานเขียว โดย ททท. เป็นผู้สนับสนุนงบประมาณนับเป็นแหล่งโบราณคดีแห่งที่สองต่อจากบ้านเชียงที่ได้จัดทำเป็นลักษณะ พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งจากการขุดแต่งหลุมทำให้พบโครงกระดูกมนุษย์ที่มีสภาพสมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ หันศีรษะไปทางทิศต่าง ๆ มีการฝังภาชนะดินเผาแบบเคลือบโคลนสีแดง แบบลายเชือกหาบเครื่องประดับต่าง ๆ เช่น กำไลเปลือกหอย ลูกนัด แหวนสำริด กำไลสำริด เครื่องประดับ ศีรษะทำด้วยสำริด จากหลักฐานที่ได้ค้นพบสันนิษฐานว่าบ้านปราสาทมีชุมชนอาศัยอยู่ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ มาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ ที่มีหลักฐานของกลุ่มวัฒนธรรม แบบทวารวดีและแบบเขมรโบราณ ระยะเวลาอยู่ในช่วงระหว่าง 2,500-3,000 ปีมาแล้ว
ปราสาทหินพนมวัน อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร ตามถนนมิตรภาพสายโคราช-ขอนแก่น (ทางเดียวกับปราสาทหินพิมาย) 15 กิโลเมตร แยกเข้าไป 5 กิโลเมตร ปราสาทนี้มีลักษณะเหมือนปราสาทหินพิมายแต่ขนาดเล็กกว่า ตัวปราสาทสร้างเป็นปรางค์มีฉนวน (ทางเดิน) ติดต่อกันเป็นรูปสี่เหลี่ยมยาว 25.50 เมตร กว้าง 10.20 เมตร พระปรางค์ประตูซุ้ม 3 ด้าน ภายในเป็นคูหาประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะปางต่าง ๆ รอบปราสาทเป็นลานกว้างมีระเบียงคดก่อด้วยหินกว้าง ๆ 54 เมตร ยาว 63.30 เมตร ประกอบด้วยประตูทางเข้า 4 ทิศ
อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย ตั้งอยู่ที่อำเภอพิมาย ห่างจากตัวเมืองราว 60 กม. ตามเส้นทางสายมิตรภาพ (โคราช-ขอนแก่น) ปราสาทหินพิมายเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเป็นศูนย์กลาง และเป็นปากประตูสำคัญจากลุ่มแม่น้ำมูลไปสู่เมืองพระนคร ของอาณาจักรกัมพูชาและบ้านเมืองในเขตลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาปราสาทหินพิมาย เป็นพุทธสถานในลัทธิมหายานที่สร้างขึ้นในราวกลางพุทธศตวรรษที่ 17 กล่าวคือสร้างขึ้นก่อนปราสาทหินนครวัด และลักษณะของหลังคาปราสาท ได้เป็นต้นแบบการก่อสร้างปราสาทนครวัดของเขมรในสมัยต่อมาเชื่อกันว่า ปราสาทหินพิมายสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ระหว่างปี พ.ศ. 1511-1544 เปิดให้ประชาชนเข้าชมทุกวัน เว้นวันจันทร์ อังคาร, และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00-16.00 น. ค่าเข้าชมคนละ 5 บาท
|
พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพิมาย ตั้งอยู่ระหว่างทางเข้าปราสาทหินพิมายทางด้านซ้ายมือโบราณวัตถุที่จัดแสดง แบ่งออกเป็น 2 สมัยคือ สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้แก่เครื่องปั้นดินเผา โครงกระดูกมนุษย์ เครื่องมือเครื่องประดับที่ทำจากสำริดและหิน และสมัยประวัติศาสตร์ได้แก่ โบราณวัตถุที่เป็นส่วนประกอบของโบราณสถานสมัยขอม รวมทั้งใบเสมาต่าง ๆ ที่เป็นศิลปะทวาราวดี เปิดให้เข้าชมทุกวัน เว้นวัน จันทร์ อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 9.00-16.00 น. |
ไทยงาม อยู่ในอำเภอพิมาย ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำมูล ทางเข้าสู่อำเภอพิมาย จะมีทางแยกซ้ายเข้าเขื่อนพิมาย ระยะทาง 2 กิโลเมตร เป็นทางเข้าสู่ไทรงาม ไทรงามแห่งนี้มีร่มเงาครอบคลุมบริเวณกว้างประมาณ 25,000 ตารางฟุต มีชื่อเสียงรู้จักกันมานาน นับแต่ครั้งสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เสด็จประพาสเมืองพิมายเมื่อ พ.ศ.2454 ไทรงามนี้เป็นสถานที่น่าพักผ่อน มีม้านั่ง ชิงช้ามีอาหารและเครื่องดื่มจำหน่าย โดยเฉพาะผัดหมี่พิมายที่มีรสอร่อยไม่แพ้ก๋วยเตี๋ยวจันทบุรี นอกจากนี้ยังมีไทรงามที่ค้นพบใหม่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำมูลเช่นกัน อยู่ที่บ้านหนองบัวรี ต.ท่าช้าง อ.จักราช ห่างจากตัวจังหวัด 20 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 226 หลักกิโลเมตรที่ 17-18 แยกซ้ายเข้าไป 2 กิโลเมตร เป็นไทรงามที่มีขนาดเล็ก และยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร
ปราสาทหินนางรำ ตั้งอยู่ในเขต อ.ประทาย ห่างจากตัวจังหวัดไปตามทางหลวงสายนครราชสีมา-พิมาย ประมาณ 74 กม. ถึงแยกบ้านวัดกิ่งอำเภอโนนแดง เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 3 กม. ปราสาทหินนางรำเป็นโบราณสถานซึ่งกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนแล้วมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 17-18 ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสถานที่รักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วย หรือเรียกว่า "อโรคยาศาลา" ประกอบด้วยปราสาทองค์กลางหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทมีวิหารหลังหนึ่งมีกำแพงล้อมรอบ มีสระขนาดเล็กอยู่นอกกำแพงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ทางทิศใต้ยังปรากฏปราสาทอีกหลังมีลักษณะเป็นปรางค์ 3 องค์ ล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลงและมีคูน้ำรูปเกือกม้าล้อมรอบอีกชั้นหนึ่ง ปราสาทหลังนี้อยู่ในสภาพทรุดโทรมมากคงเหลือแต่เค้าโครงเป็นฐานเท่านั้น ในบริเวณปราสาทนางรำนี้ เดิมมีเทวรูปนางรำประดิษฐานอยู่กลางแจงเป้นหินสีเขียว มีลักษณะงดงาม ปัจจุบันสูญหายไปเหลือแต่เพียงฐาน
ปรางค์บ้านกู่ อยู่ที่ตำบลดอนตะหนิน อำเภอบัวใหญ่ ห่างจากจังหวัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 35 กิโลเมตร ลักษณะเป็นปรางค์กู่ ฐานสี่เหลี่ยมประกอบด้วยศิลาแลงวางซ้อนกันจากฐานถึงยอด ภายในบรรจุพระพุทธรูปดินเผา
ปรางค์กู่บ้านสีดา อยู่ที่ตำบลสีดา อำเภอบัวใหญ่ ห่างจากจังหวัดไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ 90 กิโลเมตร ลักษณะคล้ายปรางค์บ้านกู่ที่ตำบลดอนตะหนิน แต่ปรางค์กู่ปิดทึบทั้งสี่ด้าน ไม่ทราบว่าบรรจุสิ่งใดไว้ภายใน
งานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 23 มีนาคม - 3 เมษายน ของทุกปี
งานแข่งเรือพิมาย งานประเพณีในเทศกาลออกพรรษา จัดแข่งกันในลำน้ำตลาดด้านหลังที่ว่าการอำเภอพิมาย ใกล้ ๆ กับปราสาทหินพิมาย นอกจากจะมีเรือแข่งแบบเรือขุดแล้ว ยังมีขบวนพยุหยาตราชลมารคจำลองให้ชมด้วย
อำเภอเมือง
แกลลี่ไวท์ 92 ม.3 ถนนราชสีมา-ขอนแก่น โทร. 259544-6 จำนวน 158 ห้อง ราคา 600-2,500 บาท
เกรทอินน์ ถ.ราชสีมา-ขอนแก่น โทร. 259544-5 จำนวน 91 ห้อง ราคา 400-550 บาท
เค เอส พาวิลเลี่ยน 245 ถ.มิตรภาพ โทร. 261943-5 จำนวน 59 ห้อง ราคา 1,000 บาท
เค สตาร์ โฮเต็ล 191 ถ.อัษฎางค์ โทร. 257057 จำนวน 104 ห้อง ราคา 1,000-2,400 บาท
คิงส์ โฮเต็ล 1756 ถ.มิตรภาพ โทร. 241362 จำนวน 62 ห้อง ราคา 270-600 บาท
จอมพลแกรนด์โฮเต็ล 497/1 ถ.จอมพล โทร. 268777-8 จำนวน 154 ห้อง ราคา 1,000-9,700 บาท
จอมสุรางค์ 2701/2 ถ.มหาดไทย โทร. 257088-9 จำนวน 167 ห้อง ราคา 1,070-9,000 บาท
ดิแอร์พอท 113 ถ.เดชอุดม โทร. 274532,274592 จำนวน 65 ห้อง ราคา 700-2,000 บาท
ทับแก้วพาเลซ ถ.สุรนารายณ์ โทร. 251107-8 จำนวน 44 ห้อง ราคา 500-650 บาท
ไทยโฮเต็ล 644-650 ถ.มิตรภาพ โทร. 241613 จำนวน 149 ห้อง ราคา 450-680 บาท
นารายณ์โฮเต็ล 537 ถ.มิตรภาพ-ขอนแก่น โทร. 246206,256543 จำนวน 30 ห้อง ราคา 370 บาท
บอสโฮเต็ล 823/1 ถ.ช้างเผือก โทร. 253185 จำนวน 94 ห้อง ราคา 450-3,200 บาท
รถยนต์ สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง คือ
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (พหลโยธิน) แยกเข้าทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ที่สระบุรีเรื่อยไปจนถึงนครราชสีมา รวมระยะทาง 259 กิโลเมตร
จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านมีนบุรี ฉะเชิงเทรา พนมสารคาม กบินทร์บุรี ปักธงชัย ถึงนครราชสีมา รวมระยะทาง 273 กิโลเมตร