นครปฐมตั้งอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มภาคกลาง ห่างจากกรุงเทพฯ 58 กิโลเมตร เมืองนครปฐมเดิมตั้งอยู่ริมทะเล เป็นเมืองเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เจริญรุ่งเรืองมากในสมัยทวาราวดี เพราะเป็นราชธานีที่สำคัญมีหลักฐานเชื่อว่าพุทธศาสนา และอารยธรรมจากอินเดียเผยแพร่เข้ามาที่นครปฐมเป็นแหล่งแรก นครปฐมจึงเป็นศูนย์กลางของความเจริญ มีชนชาติต่าง ๆ อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่เป็นจำนวนมาก ต่อมาเกิดความแห้งแล้งขึ้นในเมืองนครปฐม เพราะกระแสน้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเปลี่ยนเส้นทางประชาชนจึงอพยพไปตั้งหลักแหล่ง อยู่ริมน้ำและสร้างเมืองใหม่ขึ้นชื่อ "นครชัยศรี" หรือ "ศิริชัย" นครปฐมจึงกลายเป็นเมืองร้างมาหลายร้อยปี จนกระทั่งในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะที่ยังทรงผนวชได้เสด็จธุดงค์ไปพบพระปฐมเจดีย์เข้า ทรงเห็นว่าเป็นเจดีย์องค์ใหญ่ไม่มีที่ไหนจะเทียบเท่า
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขึ้นครองราชย์ จึงโปรดฯ ให้ก่อเจดีย์แบบลังกาครอบเจดีย์องค์เดิมไว้ ทรงปฏิสังขรณ์สิ่งต่าง ๆ ในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ให้มีสภาพดี และโปรดฯ ให้ขุดคลองเจดีย์บูชา เพื่อให้การคมนาคมสะดวกขึ้น ต่อมาถึงรัชกาลที่ 5 ได้เริ่มทำทางรถไฟสายใต้ แต่ตอนนั้นเมืองนครปฐมยังเป็นป่ารกอยู่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดเกล้าฯ ให้ย้ายเมืองจากตำบลท่านา อำเภอนครชัยศรี มาตั้งที่บริเวณพระปฐมเจดีย์เหมือนที่เคยตั้งมาแล้วในสมัยโบราณ เมืองนครปฐมจึงตั้งอยู่ต่อมาจนตราบเท่าทุกวันนี้
ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังขึ้นที่ตำบลสนามจันทร์ เป็นที่เสด็จแปรพระราชฐาน และโปรดเกล้าฯ ให้ตัดถนนเพิ่มขึ้นอีกหลายสาย ให้สร้างสะพานใหญ่ข้ามคลองเจดีย์บูชาขึ้น ทรงพระราชทานนามว่า "สะพานเจริญศรัทธา" ต่อมาให้เปลี่ยนชื่อเมืองนครชัยศรีเป็น "นครปฐม" แต่ชื่อมณฑลยังคงเรียกว่า "มณฑลนครชัยศรี" อยู่จนกระทั่งยุบเลิกในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปัจจุบันนครชัยศรีมีฐานะเป้นอำเภอหนึ่งขึ้นอยู่กับนครปฐม
จังหวัดนครปฐม มีเนื้อที่ 2,168.327 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 7 อำเภอ คือ อำเภอเมืองนครปฐม อำเภอกำแพงแสน อำเภอนครชัยศรี อำเภอบางเลน อำเภอสามพราน อำเภอดอนตูม และอำเภอพุทธมณฑล
![]() |
![]() |
พระปฐมเจดีย์ เป็นปูชนียสถานอันสำคัญยิ่งของชาติไทยแห่งหนึ่ง อยู่ภายในวัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร ใจกลางเมืองนครปฐม สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่าง พ.ศ. 350-1,000 เป็นพระสถูปลักษณะโอคว่ำ มีความสูง 19 วา 2 ศอก ต่อมาในปี พ.ศ. 2396 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดฯ ให้บูรณะโดยสร้างเจดีย์องค์ใหม่ใหญ่มหึมา หุ้มเจดีย์องค์เดิมไว้ภายในมีส่วนสูงถึง 3 เส้น 1 คืบ 10 นิ้ว ฐานวัดโดยรอบ 5 เส้น 17 วา 3 ศอก การบูรณะมาเสร็จในสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ ซุ้มพระปฐมเจดีย์เป็นที่ประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้มาจากเมืองศรีสัชนาลัย ในสภาพชำรุดปรักหักพังเหลือแต่พระพักตร์พระกร และพระบาทพระองค์ ทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปนี้ขึ้นใหม่ซึ่งสูง 12 ศอก 4 นิ้ว แล้วนำไปประดิษฐานที่ซุ้มพระปฐมเจดีย์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2458 |
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระปฐมเจดีย์ ตั้งอยู่ในบริเวณองค์พระปฐมเจดีย์โบราณวัตถุและศิลปวัตถุที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ส่วนใหญ่เป็นศิลปะ สมัยทวาราวดีเนื่องจากนครปฐมเคยเป็นเมืองสมัยทวาราวดี ซึ่งมีอายุระหว่างพุทธศตวรรษที่ 13-16
พระประโทณเจดีย์ อยู่ริมถนนเพชรเกษม ก่อนจะเข้าเมืองนครปฐม เป็นพระเจดีย์ขนาดใหญ่เก่าแก่โบราณอีกองค์หนึ่ง ซึ่งมีตำนานเล่าว่าพระยาพานเป็นผู้สั่งให้สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาบาปที่ตนฆ่ายายหอม ซึ่งเป็นผู้เลี้ยงดูตนเองมาแต่เล็กซึ่งมีพระคุณดุจมารดา
พระราชวังสนามจันทร์และอนุสาวรีย์ย่าเหล พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้า เจ้าอยู่หัวโปรดฯ ให้สร้างพระราชวังสนามจันทร์ขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2450 เมื่อครั้งยังทรงพระยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฏราชกุมาร บริเวณพระราชวังมีเนื้อที่ทั้งหมด 888 ไร่เศษ มีพระยาวิศวกรรมศิลปประสิทธิ์ (น้อย ศิลปี) เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง เสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2454 มีพระที่นั่งที่สำคัญหลายองค์ เช่น พระที่นั่งพิมานปฐม พระที่นั่งอภิรมย์ฤดี พระที่นั่งวัชรีรมยา พระที่นั่งสามัคคีมุขมาตย์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพระตำหนักสำคัญหลายแห่ง เช่น พระตำหนักชาลีมงคลอาสน์ เรือนทับแก้ว เรือนทับขวัญ เป็นต้น ปัจจุบันบริเวณพระที่นั่งต่าง ๆ ของพระราชวังสนามจันทร์ใช้เป็นศาลากลางจังหวัดนครปฐม สำหรับอนุสาวรีย์ย่าเหลนั้น เป็นอนุสาวรีย์ของสุนัขพันธุ์ทางที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเป็นอยา่งยิ่ง ตามเสด็จฯ พระองค์ไปยังสถานที่ต่าง ๆ อยู่เสมอ แต่วันหนึ่งย่าเหลถูกคนอิจฉายิงถึงแก่ความตายที่พระราชวังสนามจันทร์หลังนี้ พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดฯ ให้สร้างอนุสาวรีย์ย่าเหลขึ้นที่หน้าตำหนักชาลีมงคลอาสน์ในพระราชวังสนามจันทร์นี้
หลวงพ่อวัดไร่ขิง วัดไร่ขิงอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรีในเขต อ.สามพราน ห่างจากกรุงเทพฯ 32 กิโลเมตร มีทางเข้า 2 ทาง คือ ทางแยกหน้าสถานีรถไฟโพธิ์แก้วและทางแยกหน้าสวนสามพราน หลวงพ่อวัดไร่ขิงเป็นพระพุทธรูปที่ชาวนครปฐมเคารพนับถือกันมาก ทุกปีจะมีงานเทศกาลไหว้พระประจำปี ซึ่งเป็นงานใหญ่ของชาวนครปฐมงานหนึ่ง
สวนสามพราน อยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี ในเขต อ.สามพราน ห่างจากกรุงเทพฯ 33 กิโลเมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ มีสวนดอกไม้หมู่บ้านไทยเป็นที่จัดแสดงศิลปะการละเล่นแบบไทย และวัฒนธรรมประเพณีต่าง ๆ ทุกวัน รายละเอียดสอบถามได้ที่สำนักงานบริษัท สวนสามพราน จำกัด โทร. 295-3261-4
พระพุทธมณฑล เป็นพุทธศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนึ่ง มีบริเวณเนื้อที่ทั้งหมด 2,500 ไร่ ณ ตำบลศาลายา อำเภอนครชัยศรี และตำบลระทึก อำเภอสามพราน ในบริเวณมีการปลูกต้นไม้นานาชนิด และได้จัดสร้างปูชนียสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา อันได้แก่ ที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน และปฐมเทศนา จำลองไว้ที่พุทธมณฑลนี้ อีกทั้งยังมีพระพุทธรูปปางลีลา ซึ่งมีความสูง 2,500 กระเบียด หรือ 13.75 เมตร นามว่า "พระศรีศากยะทศพลญาณประธานพุทธมณฑลสุทรรศน์" ประดิษฐานเป็นศรีสง่า และเป็นที่เคารพสักการบูชาอยู่ด้วย
ฟาร์มจระเข้และลานแสดงช้างสามพราน ตั้งอยู่บนเนื้อที่ 62 ไร่ ก่อน ถึงสวนสามพราน 1 กิโลเมตร ภายในบริเวณจัดเป็นสวนสัตว์นานาชนิด เปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 8.30-17.30 น. มีการแสดงการจับจระเข้ด้วยมือเปล่าและการแสดงของช้างค่าเข้าชมสวนคนละ 10 บาท ชาวต่างประเทศคนละ 80 บาท รายละเอียดสอบถาม ได้ที่ โทร. 2945211
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไทย ตั้งอยู่เลขที่ 43/2 หมู่ 1 ถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี กม.31 บนเนื้อที่ 12 ไร่เศษ เป็นที่จัดแสดงหุ่นซึ่งหล่อจากไฟเบอร์กลาส หรือใยแก้วซึ่งมีลักษณะเหมือนจริงมาก เช่นหุ่นพระอริยสงฆ์ พระบรมรูปอดีตพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี หุ่นครอบครัวไทย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีห้องแสดงนิทรรศการ สาธิตนั้นตอนการสร้างหุ่นขี้ผึ้งไฟเบอร์กลาส เพื่อเป็นประโยชน์แก่การศึกษาค้นคว้าของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 9.00-17.30 น. วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดราชการตั้งแต่เวลา 8.30-18.00 น. อัตราค่าเข้าชมชาวต่างประเทศ 200 บาท ชาวไทย 50 บาท เด็ก 10 บาท สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. (034) 332-109
อำเภอนครชัยศรี ปัจจุบันนอกจากจะมีส้มโอและข้าวสารแล้ว ยังมีไร่องุ่นและโรงงานทำไร่องุ่น ซึ่งยินดีเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกิจการของโรงงานได้โดยติดต่อทางจดหมายถึง บริษัท ประมวลผล จำกัด อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม 73120 หรือ โทร. (034) 241600, 241810 นอกจากนั้น การล่องเรือเที่ยวในแม่น้ำนครชัยศรี (แม่น้ำท่าจีน) ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจ
อุทยานปลา ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ตำบลห้วยพลูจะมีปลามาอยู่รวมกันโดยธรรมชาติได้แก่ ปลาสวาย ปลาเทโพ ปลาตะเพียน ปลาหางแดง ซึ่งอยู่ในแม่น้ำท่าจีน อุทยานปลาอยู่ห่างจากทางแยกเข้าที่ทำการอำเภอนครชัยศรีประมาณ 11 กม.
งานเทศกาลอาหารและผลไม้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 7 กันยายน ของทุกปี บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ เพื่อเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ด้านเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงของจังหวัด
งานประเพณีนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 12 ค่ำ ถึง แรม 5 ค่ำเดือน 12 ของทุกปี ณ บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ มีการออกร้านจำหน่ายสินค้าต่างๆ กลางคืนมีมหรสพ
งานประเพณีสงกรานต์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 17 เมษายน ของทุกปี ที่บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ มีการสรงน้ำพระพุทธรูปพระร่วงโรจนฤทธิ์ ก่อพระเจดีย์ทราย มีมหรสพและการละเล่นพื้นเมือง
งานนมัสการปิดทองหลวงพ่อวัดไร่ขิง จัดขึ้นระหว่างวันขึ้น 13 ค่ำ เดือน 5 ถึงวันแรม 4 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี มีการออกร้านจากหน่วยงานต่างๆ
สถานที่พัก รหัสทางไกล 034
(พ=พัดลม, ป=ปรับอากาศ)
อำเภอเมือง
นครอินทร์ 55 ถนนราชวิถี โทร. 251152-4 จำนวน 70 ห้อง ราคา 525-675 บาท (ป)
พิมาน 266 หมู่ 1 ถนนเพชรเกษม โทร. 243555 จำนวน 100 ห้อง ราคา 400-2,000 บาท (ป)
เวล 151/79 ถนนราชวิถี โทร. 251020-4, 243072 จำนวน 160 ห้อง ราคา 450-940 บาท (ป)
อำเภอสามพราน
โรสการ์เด้นโฮเต็ล 21 หมู่ 2 ถนนเพชรเกษม โทร. 322588-93 สำรองที่พักในกรุงเทพฯ โทร. 295-3261-4, โทรสาร 294-6842 จำนวน 80 ห้อง และบ้านทรงไทย 7 หลัง ราคา 1,500-14,000 บาท (ป)
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ถึงนครปฐม หรือจะใช้เส้นทางสายใหม่ กรุงเทพฯ-พุทธมณฑล-นครชัยศรี-นครปฐม ก็ได้