เป็นจังหวัดที่มีความสมบูรณ์จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน จากหลักฐานทางโบราณคดีบ่งบอกว่า เคยเป็นที่อยู่ของเผ่าละว้า ซึ่งมีความเจริญทางด้านอารยธรรมประมาณ 1,600 ปี จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เริ่มตั้งเป็นเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์เมื่อปี พ.ศ.2336 โดยท้าวโสมพะมิตร ได้อพยพหลบภัยมาจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงพร้อมไพร่พลและมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำปาว เรียกว่า "บ้านแก่งสำโรง" แล้วได้นำเครื่องบรรณาการเข้าถวายสวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมืองและพระราชทานนามว่า "เมืองกาฬสินธุ์" หรือ "เมืองน้ำดำ" ซึ่งเป็นเมืองที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณ "กาฬ" แปลว่า "ดำ" "สินธุ์" แปลว่า "น้ำ" "กาฬสินธุ์" จึงแปลว่า "น้ำดำ" ทั้งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ท้าวโสมพะมิตรเป็น "พระยาชัยสุนทร" ครองเมืองกาฬสินธุ์เป็นคนแรก
กาฬสินธุ์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 519 กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 14 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ อำเภอยางตลาด อำเภอกมลาไสย อำเภอสหัสขันธ์ อำเภอสมเด็จ อำเภอกุฉินารายณ์ อำเภอท่าคันโท อำเภอเขาวง อำเภอห้วยเม็ก อำเภอคำม่วง อำเภอหนองกุงศรี อำเภอนามน อำเภอห้วยผึ้ง อำเภอร่องคำ กิ่งอำเภอสามชัย และกิ่งอำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ มีเนื้อที่ทั้งหมด 7,055.07 ตารางกิโลเมตร ลักษณะภูมิประเทศตอนบนเป็นภูเขาตามแนวเทือกเขาภูพาน ตอนกลางเป็นเนินเขาสลับป่าโปร่ง
เขตอำเภอเมือง
อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร (ท้าวโสมพะมิตร) ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริงยืนบนแท่นมือขวาถือกาน้ำ มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์ ชาวกาฬสินธุ์ทุกหมู่เหล่าได้สละทรัพย์ก่อสร้างอนุสาวรีย์ เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาคุณต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์
วัดกลาง อยู่ที่อำเภอเมือง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ดำ หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 20 นิ้ว มีพระพุทธลักษณะงดงามสร้างในสมัยพระเจ้าคูนาข้าม พระชัยสุนทร (กิ่ง) ได้นำมาเป็นพระพุทธรูปศรีเมือง เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หากปีใดฝนแล้งประชาชนชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปออกแห่ขอฝนเสมอ ที่พระแท่นมีรอยจารึกเป็นอักษรไทยโบราณ นอกจากพระพุทธรูปองค์ดำแล้ว วัดกลางยังมีพระพุทธบาทจำลองขนาดกว้าง 1 ศอก ยาว 4 ศอก ทำด้วยศิลาแลงสันนิษฐานว่าในสมัยละว้าปกครอง เดิมอยู่ริมลำปาวใกล้แก่งสำโรงได้มีการสมโภชน์ทุกปี แต่ต่อมาตลิ่งลำปาวพังเข้ามาทุกปี ชาวเมืองเกรงจะถูกน้ำเซาะทำลายจึงได้อัญเชิญมาไว้ในพระอุโบสถร่วมกับพระพุทธรูปองค์ดำ
วัดศรีบุญเรือง (วัดเหนือ) เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีเสมาจำหลักเมืองฟ้าแดดสูงยาง จำนวนหนึ่งเก็บรักษาไว้โดยปักไว้รอบพระอุโบสถ หลักเสมาจำหลักที่สวยงามคือ หลักที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาททำเป็นซุ้มเรือนแก้ว (ศิลปแบบพื้นเมืองอีสาน) ซ้อนกันเป็น 2 ชั้น ล่างสุดมีรูปกษัตริย์ พระมเหสี และพระโอรส
พระพุทธรูปสถานภูปอ ตั้งอยู่ตำบลภูปอ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร ตามเส้นทางหมายเลข 2319 เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ฝีมือของช่างจากสมัยทวาราวดี จำหลักบนหน้าผา 2 องค์ เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง องค์แรกประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้น องค์ที่ 2 ประดิษฐานอยู่บนภูปอ นอกจากภูปอจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์แล้วยังเป็น สถานที่มีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง ประชาชนในท้องถิ่นจัดงานสมโภชน์ และพระพุทธไสยาสน์ขึ้นประมาณเดือนเมษายน ของทุกปี
ศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว
อยู่ภายในโรงพยาบาลธีรวัฒน์
เป็นแหล่งให้ข้อมูลและความรู้แก่ผู้ที่สนใจด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของจังหวัดกาฬสินธุ์
พร้อมทั้งแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นและในภาคอีสาน
พร้อมทั้งจัดจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของกาฬสินธุ์
ซึ่งคัดเลือกมาแล้วทั้งคุณภาพและลวดลาย
เช่น ผ้าแพรวา, กะเตาะหรือเครื่องดนตรีพื้นเมืองอีสาน
สำหรับผู้ที่จะเข้าไปชมเป็นหมู่คณะ
และต้องการผู้บรรยายกรุณาติดต่อล่วงหน้า
ได้ที่ ผู้อำนวยโรงพยาบาลธีรวัฒน์
เลขที่ 269/3 ถนนชนะพล
อำเภอเมือง
จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 โทร.
(043) 811757
เขตอำเภอกมลาไสย (ทางหลวงหมายเลข 214 กาฬิสนธุ์ - ร้อยเอ็ด)
เมืองฟ้าแดดสูงยาง
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกมลาไสย
ฟ้าแดดสงยางหรือเรียกเพี้ยนไปเป็นฟ้าแดดสูงยาง
บางแห่งเรียกว่า เมืองเสมา
เนื่องจากมีผังเมืองรูปร่างคล้ายใบเสมา
เป็นเมืองโบราณ
มีซากอิฐปนดิน
คูเมืองสองชั้นมีลักษณะเป็นท้องน้ำที่พอมองเห็น
คือพระธาตุยาคู
ผังเมืองรูปไข่แบบทวาราวดีแต่มีตัวเมืองสองชั้น
เชื่อว่าเกิดจากการขยายตัวเมือง
ชาวนามักขุดพบใบเสมาหินทรายมีลวดลายบ้าง
ไม่มีบ้างที่ขี้นทะเบียนไว้ทางกรมศิลปากร
130 แผ่น
พระพิมพ์ดินเผามีลักษณะเป็นอิทธิพล
ของสกุลช่างคุปตะรุ่นหลัง
อายุประมาณ 1,000 - 2,000 ปี
มีอยู่ทั่วไป
นอกจากนี้ยังพบกล้องยาสูบดินเผา
ลวดลายอมราวดี
ก้านขดเป็นรูปตัวมังกร
อายุ 7,000 ปี
ที่น่าสนใจคือกล้องยาสูบชนิดเดียวกัน
แต่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์อายุประมาณ
5,000 - 6,000 ปี
ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ายุคโลหะของสุวรรณภูมิ
ได้เริ่มมาก่อนทุก ๆ
แห่งในโลกนี้
เมืองฟ้าแดดสูงยาง
จึงเป็นเมืองโบราณที่มีอายุระหว่าง
พ.ศ. 1300 - 1600
ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเสมา
ตำบลหนองแปน
ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 19
กิโลเมตร
เดินทางตามเส้นทาง 214 (กาฬสินธุ์
- ร้อยเอ็ด)
แยกขวามือเข้าทางโรงเรียนกมลาไสย
อำเภอกมลาไสย ประมาณ 13
กิโลเมตรแยกขวามือเข้าไปตามทางลูกรังอีก
6 กิโลเมตร
นับเป็นสถานที่สำคัญในการศึกษา
หาความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานโบราณวัตถุ
ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด
พระธาตุยาคู เดิมเรียกว่า "ธาตุใหญ่" เป็นพระสถูปสมัยทวารวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ 13-15) ตั้งอยู่กลางทุ่งนาทิศเหนือบ้านเสมา อำเภอกมลาไสย ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 19 กิโลเมตร เป็นศิลปะการก่อสร้างแบบทวารวดีทำด้วยอิฐดินฐานเป็นรูป 8 เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ขนาดฐานกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร สร้างซ้อนกันเป็นลักษณะแบบจตุรมุขสูงจากฐานถึงยอด 8 เมตร เชื่อกันว่าเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ สังเกตได้จากเมื่อ เมืองเชียงโสมชนะสงครามได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดด แต่ไม่ได้ทำลายพระธาตุยาคู จึงเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ซึ่งต่อมาได้มีการบูรณะชาวบ้านจะจัดให้มีงานเทศกาล เป็นประจำทุกปี ในระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม เพื่อเป็นการขอฝนและความร่มเย็นของหมู่บ้าน
วัดโพธิ์ชัยเสมาราม หรือวัดบ้านก้อม อยู่ในอาณาเขตเมืองฟ้าแดดสูงยางไม่ไกลจากพระธาตุยาคู เป็นวัดโบราณสิ่งที่น่าสนใจภายในบริเวณวัดได้แก่ ใบเสมาหินสมัยทวารวดี ที่ปักอยู่เป็นแนวกำแพงและที่เก็บรวบรวมไว้ในวัดเป็นบางส่วน ที่ใบเสมาจำหลักเป็นภาพต่าง ๆ ส่วนมากสลักเป็นภาพเกี่ยวกับพุทธศาสนา
เขตอำเภอยางตลาด - อำเภอท่าคันโท (ทางหลวงหมายเลข 209-2110-2299)
เขื่อนลำปาว เป็นเขื่อนดินซึ่งสร้างปิดกั้นลำน้ำปาว และห้วยขวาง มีบริเวณเขตติดต่อระหว่าง ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ตำบลหนองบัว อำเภอหนองกุงศรี และตำบลเว่อ อำเภอยางตลาด ตามเส้นทางหมายเลข 209 ทางหลวงสายกาฬสินธุ์ - มหาสารคามตรงหลักกิโลเมตรที่ 10 แยกขวามือเข้าเขื่อนลำปาวตามถนน ราดยาง 26 กิโลเมตร เป็นเขื่อนดินสูงจากท้องน้ำ 33 เมตร สันเขื่อนยาว 7.8 กิโลเมตร กว้าง 8 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2506 สร้างเสร็จเมื่อ 2511 เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง ตำบลลำปาว อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำแฝดทางด้านเหนือเขื่อนจึงได้ขุดร่องเชื่อมระหว่างอ่างทั้งสองเก็บน้ำได้ 1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้แก่ หาดดอกเกด ซึ่งเปรียบเสมือน สวรรค์ชายหาดของคนอีสาน
หาดดอกเกด อยู่ริมฝั่งเขื่อนลำปาวทางด้านทิศตะวันออกของเรือนรับรองโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาลำปาว เป็นหาดเนินดินลดหลั่นลงจรดถึงเขื่อน มีบริเวณกว้างขวางพอสมควร ได้รับการปรับปรุงให้เป็นที่พักผ่อนโดยจัดศาลาพักร้อนซุ้มดอกเห็ด เหตุที่ได้ชื่อว่า "หาดดอกเกด" ก็เพราะมีต้น "การะเกด" ซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองปลูกปะปนกับต้นไม้อื่นเป็นกลุ่ม ๆ เมื่อเวลาออกดอกจะส่งกลิ่นหอม ที่หาดแห่งนี้ในวันสุดสัปดาห์จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปพักผ่อนเป็นจำนวนมาก
สถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว (สวนสะออน) อยู่บริเวณทิศตะวันออกของอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวมีเนื้อที่ 1,420 ไร่ เป็นสวนป่าธรรมชาติหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมป่าไม้ กรมชลประทาน กรมทางหลวง ได้ร่วมกันดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติสวนสัตว์เปิด ได้นำสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ มาปล่อยไว้ให้อยู่แบบธรรมชาติดั้งเดิมมี "วัวแดง" เป็นสัตว์ป่าที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีฯ สภาพของป่าเป็นป่าเต็งรังหรือป่าแดงมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 07.00-18.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม การใช้บ้านพักของสถานีฯ และตั้งแค้มป์พักแรมต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่สถานีฯ หรือทำจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าส่งไปที่ สถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว ตู้ ป.ณ. 120 อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 หรือผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ เขตบางเขน กรุงเทพฯ โทร. 561-4292-3 ต่อ 708 ซึ่งสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทางคือ ตามเส้นทางไปเขื่อนลำปาวเมื่อถึงตัวเชื่อนจะมีทางเลียบสันเขื่อนไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวง 227) ประมาณ 19 กิโลเมตร และมีทางแยกซ้าย ไปสวนสะออนอีกประมาณ 5 กิโลเมตร
วนอุทยานภูพระ อยู่ที่ตำบลท่าคันโท อำเภอท่าคันโท จากตัวเมืองใช้เส้นทาง อ.เมือง-อ.ยางตลาด-อ.ท่าคันโท อยู่ห่างจากตัวอำเภอท่าคันโทไป 4 กิโลเมตร ภายในวนอุทยานประกอบด้วยสวนหินรูปร่างแปลกตา อยู่ท่ามกลางป่าเต็งรัง ครอบคลุมพื้นที่ 65,900 ไร่
เขตอำเภอหนองกุงศรี
เกาะมหาราช เป็นสวนสาธารณะและพักผ่อนอยู่ริมฝั่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนลาปาว ตรงข้ามกับแหลมโนนวิเศษ ของอำเภอสหัสขันธ์ สามารถนั่งเรือหรือแพขนานยนต์ข้ามฟากถึงกันได้ในบริเวณเกาะมหาราช มีศาลาที่พักซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อน
เขตอำเภอสหัสขันธ์-อำเภอคำม่วง
พระพุทธไสยาสน์ถ้ำภูค่าว ตั้งอยู่ในเขตวัดพุทธนิมิตร บ้านนาสีนวล ตำบลโนนศิลา อำเภอสหัสขันธ์ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ ตามเส้นทางหลวง 227 เป็นระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร รวมเป็นระยะทางจากกาฬสินธุ์ประมาณ 34 กิโลเมตร บริเวณถ้ำภูค่าวแต่เดิมเป็นสถานที่สำคัญ ทางศาสนาแห่งหนึ่ง ปัจจุบันเป็นเพียงวัดเล็ก ๆ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ภูค่าว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แปลกจาก พระนอนทั่วไป คือ แทนที่จะไสยาสน์ตะแคงขวา แต่กลับไสยาสน์ตะแคงซ้าย ไม่มีพระเกตุมาลา พระนอนองค์นี้มีประวัติว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2235 เป็นพระโมคคัลลานะ เป็นที่เคารพของชาวบ้านทั่วไป มีงานนมัสการปิดทองในวันตรุษสงกรานต์ทุกปี
พุทธสถานภูสิงห์ อยู่บนยอดเขาภูสิงห์ ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณ 34 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2319 มีทางขึ้น 2 ทางคือ ทางราดยางคดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขาทางทิศตะวันตกและทางเดินเท้าทำเป็นบันได 104 ขั้นทางทิศตะวันออก เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่นล้อมรอบด้วยธรรมชาติทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนา หมู่บ้านและน้ำในเขื่อนลำปาวอันสวยงามอีกด้วย พุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร มีพระวรกายสง่างาม
กลุ่มทอผ้าแพรวา บ้านโพน อำเภอคำม่วง ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 70 กิโลเมตร ผ้าแพรวาทอจากผ้าไหมด้วย ลายมัดหมี่ละเอียดลายเฉพาะตัวเป็นงานฝีมือทอผ้าของชาวผู้ไท ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงสนับสนุนจนเป็นที่แพร่หลาย ลักษณะลายผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะของกลุ่มทอผ้าชาวผู้ไทบ้านโพนนั้น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ลายหลัก และลายแถบ ส่วนสีของผ้าแพรวามิได้มีเพียงสีแดงเท่านั้น ปัจจุบันนี้มีการให้สีต่าง ๆ มากขึ้นตามความต้องการของตลาด เช่น สีครีม สีชมพูอ่อน สีม่วง สีน้ำเงิน สีเขียว เป็นต้น ซึ่งนับได้ว่า การทอผ้าแพรวาเป็นงานศิลปหัตถกรรม ประเภทสิ่งทอที่หาได้น้อยแห่งในเมืองไทย
แหลมโนนวิเศษ เป็นภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นผืนดินที่ยื่นเข้าไปในบริเวณอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำปาวอยู่ที่ ตำบลโนนบุรี อำเภอสหัสขันธ์ ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ 36 กิโลเมตร เป็นจุดชมพระอาทิตย์อัสดงที่สวยงามมากแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์
วัดสักกะวัน ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว อำเภอสหัสขันธ์ สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์ (ทางหลวง 227) ประมาณ 28 กิโลเมตร (ก่อนถึงสหัสขันธ์ 2 กิโลเมตร) มีทางแยกขวาไปวัดสักกะวันอีก 1 กิโลเมตร วัดนี้เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก โดยซากกระดูกบางส่วนได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาวัด มีการจัดนิทรรศการแสดงความเป็นมาของการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่าง ๆ รวมทั้งรูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูกเหล่านี้ นอกจากนั้น ห่างจากศาลาวัดไปประมาณ 100 เมตร มีโครงกระดูกไดโนเสาร์ฝังอยู่ในพื้นดินบริเวณเชิงเขา ได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี เป็นซากกระดูกไดโนเสาร์ชนิดซอโรพอด มากกว่า 1 ตัว ซึ่งอยู่ในยุคจูแรสสิคตอนปลาย (ประมาณ 150 ล้านปีมาแล้ว)
เขตอำเภอสมเด็จ (ทางหลวงสายสมเด็จ-สกลนคร หมายเลข 213)
น้ำตกแก้งกะอาม บ้านแก้งกะอาม ตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ตามเส้นทางกาฬสินธุ์-สกลนคร ทางหลวงหมายเลข 213 ประมาณ 55 กิโลเมตร มีทางลูกรังแยกซ้ายไปอีก 300 เมตร มีแก่งหินเรียงรายเป็นแนวยาวมีลานหินกว้างเหมาะแก่การพักผ่อน เป็นน้ำตกที่กำลังได้รับการพัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ทางหลวงแผ่นดิน
ผาเสวย อยู่บนเทือกเขาภูพาน เขตบ้านแก้งกะอาม ตำบลผาเสวย อำเภอสมเด็จ ห่างจากที่ว่าการ อำเภอสมเด็จ 17 กิโลเมตร หรืออยู่ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ 58 กิโลเมตร เส้นทางสายสมเด็จ-สกลนคร เดิมชาวบ้านเรียกว่า "ผารังแร้ง" เมื่อ พ.ศ.2497 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จผ่านและเสวยพระกระยาหารกลางวันจึงเรียกที่ประทับนั้นว่า "ผาเสวย" ลักษณะตั้งอยู่บนเหวลึกหน้าผาสูงชัน ชาวบ้านเรียกว่า "เหวหำหด" บนหน้าผาเสวยสามารถชมทัศนียภาพและเป็น ที่พักผ่อนได้เป็นอย่างดี
เขตอำเภอเขาวง (ทางหลวงหมายเลข 213,2042,2291)
น้ำตกผานางคอย เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่งค้นพบ เมื่อไม่นานมานี้เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลมาจากเทือกเขา ภูพาน แบ่งเป็นชั้น ๆ มีความสวยงามมาก สภาพป่าโดยรอบเขียวขจีอุดมสมบูรณ์และลักษณะเด่นคือ มีน้ำไหลตลอดปีแม้ในฤดูแล้ง
น้ำตกตาดทอง อยู่ในเขตอำเภอเขาวง บนเส้นทาง เขาวงดงหลวง-มุกดาหาร เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามด้วย โขดหินสลับซับซ้อน ในฤดูฝนจะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด น้ำตกตาดทองจะจัดให้มีงานขึ้นทุก ๆ ปี ในช่วงเดือนตุลาคม รถยนต์สามารถเดินทางเข้าถึงน้ำตกได้โดยสะดวก
เขตอำเภอกุฉินารายณ์ (ทางหลวงหมายเลข 213,2042)
ฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์แห่งที่ 1 ถูกค้นพบที่ภูผางัว วัดบ้านนาไคร้เมื่อปี 2531 โดยการนำของ พระและชาวบ้าน นำรถแทรคเตอร์ไปเกรดปรับพื้นที่บริเวณวัด เพื่อสร้างศาลาการเปรียญปรากฏว่า คณะได้พบซากหินประหลาดคล้ายกระดูกช้าง จึงได้เก็บรวบรวมไว้ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2533 ก็ได้มีการเกรดดิน ปรับพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ก็ได้พบซากหินประหลาดที่มีลักษณะเหมือนครั้งแรกที่เจอจึงได้แจ้งให้จังหวัดทราบ จากนั้นจังหวัดได้มีหนังสือถึงกรมทรัพยากรธรณีมาตรวจสอบ หลังจากการตรวจสอบแล้วพบว่า ซากหินประหลาด นั่นก็คือ ฟอสซิลกระดูกของไดโนเสาร์ ประเภทกินพืชเป็นอาหารซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดกำลังพัฒนา ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดต่อไปในอนาคต
ภูผาผึ้ง-ถ้ำฝ่ามือแดง เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่บนภูเดียวกันที่เรียกกันว่า ภูผาผึ้ง ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ภูผาผึ้ง เป็นหน้าผาสูงประมาณ 400 เมตร ซึ่งในอดีตเคยมีผึ้งมาทำรังเกาะอยู่เต็มหน้าผาแห่งนี้ แต่เนื่องจากการตีผึ้ง เพื่อเอาผึ้งและรวงผึ้งไปขายของชาวบ้านบริเวณนั้นเป็นไปในรูปแบบล้างเผ่าพันธุ์ ประกอบกับปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม เมื่อป่าไม้ถูกทำลายระบบนิเวศน์ก็เปลี่ยนแปลงไปไม่มีดอกไม้อันอุดม ให้ผึ้งได้กินได้สร้างครอบครัวอีกต่อไป ปัจจุบันนี้ภูผาผึ้งจึงเหลือเพียงตำนานที่เล่าขาน เพื่อชี้ชวนให้ชมรอยเว้ารอยบุ๋มของหินผาซึ่งรวงผึ้งเคยเกาะอยู่เท่านั้น
ถ้ำฝ่ามือแดง หรือถ้ำลายมือตามคำเรียกของชาวบ้าน ได้มีการค้นพบและเปิดเผยต่อสาธารณะชนเมื่อก่อน ปี พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา โดยอาจารย์สงวน รอดบุญ มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ค้นพบและเผยแพร่ หลังจากนั้นก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมโบราณสถานแห่งนี้ เพิ่มมากขึ้นทุกปี ลักษณะของถ้ำเป็นหน้าผาที่เว้าเข้าไปคล้ายวงเล็บ มีรอยมือสีแดงจาง ๆ ประทับอยู่บนผนังและเพดานถ้ำค้นพบครั้งแรกนับได้ประมาณ 147 รอย ซึ่งรูปรอยของฝ่ามือดังกล่าวจางลงตามกาลเวลา รวมทั้งมีผู้พยายามใช้ตะปูสกัดรอยฝ่ามือออกจากผนังถ้ำไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตามปรากฏรอยกะเทาะทั่วไป
น้ำตกตาดสูงและน้ำตกตาดยาว อยู่ในเขตอำเภอกุฉินารายณ์ โดยห่างจากภูผางัวไปประมาณ 4 กิโลเมตร บริเวณน้ำตกตาดสูง จะเป็นธารหินน้ำไหลลดหลั่นกันไป เมื่อถึงฤดูฝนจะมีความงดงามมากและเมื่อเดินตามเส้นทางเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร ก็จะถึงน้ำตกตาดยาว ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ เป็นลานหนินขนาดกว้างลาดเอียงตามธรรมชาติ ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า น้ำตกสไลเดอร์ และน้ำตกตาดยาวนี้จะไหลไปรวมกันกับน้ำตกตาดสูงด้วย
งานมหกรรมโปงลาง แพรวา และกาดชาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งจัดขึ้นบริเวณ หน้าศาลากลางจังหวัด ภายในงานจะประกอบด้วยขบวนแห่ของแต่ละอำเภอ ตกแต่งขบวนเป็นรูปเครื่องดนตรีโปงลางขนาดยักษ์ แต่งกายชุดพื้นเมือง แข่งขันสาวดีดไห และจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ
ริมปาวโฮเต็ล ถนนกุดยางสามัคคี อำเภอเมือง โทร. 813631-9 โทรสาร 813630 จำนวน 141 ห้อง ราคา 1,400-4,500 บาท
โรงแรมสุภัค 81/7 ถนนเสน่หา อำเภอเมือง โทร. 811315,811051 จำนวน 52 ห้อง ราคา 180-600 บาท
สมเด็จโฮเต็ล 158/2 ตำบลสมเด็จ อำเภอสมเด็จ โทร. 861150,861216 จำนวน 31 ห้อง ราคา 160-350 บาท
ทางรถยนต์ กรุงเทพฯ - กาฬสินธุ์ ระยะทาง 519 กิโลเมตร ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ - สระบุรี - นครราชสีมา (ทางหลวงหมายเลข 2) ถึงอำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น ต่อด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 23 และทางหลวงหมายเลข 213 มหาสารคาม - กาฬสินธุ์
ร ถโดยสารบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ - กาฬสินธุ์ทุกวัน โดยมีบริการทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามที่ สถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ (ตลาดหมอชิต) โทร. 272-0295 (รถธรรมดา) โทร. 272-5299 (รถปรับอากาศ)
รถไฟ ต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ - สถานีรถไฟขอนแก่น จากขอนแก่นต่อรถประจำทางเข้ากาฬสินธุ์อีก 75 กิโลเมตร รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่หน่วยบริการเดินทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 223-7010, 223-7020
เครื่องบิน ต้องไปลงที่จังหวัดขอนแก่นต่อรถยนต์โดยสารเข้าจังหวัดกาฬสินธุ์ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน โทร. 280-0070-90