กลับหน้าสารบัญ

จังหวัดกาฬสินธุ์

ฟ้าแดดสูงยาง  โปงลางเลิศล้ำ  วัฒนธรรมผู้ไทย  ผ้าไหมแพรวา  ผาเสวยภูพาน  มหาธารลำปาว  ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี

ข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

สถานที่ท่องเที่ยว

     งานประเพณี         สถานที่พัก

การเดินทาง

              เป็นจังหวัดที่มีความสมบูรณ์จังหวัดหนึ่งในภาคอีสาน จากหลักฐานทางโบราณคดีบ่งบอกว่า เคยเป็นที่อยู่ของเผ่าละว้า  ซึ่งมีความเจริญทางด้านอารยธรรมประมาณ 1,600 ปี  จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์เริ่มตั้งเป็นเมืองในสมัยรัตนโกสินทร์เมื่อปี พ.ศ.2336  โดยท้าวโสมพะมิตร ได้อพยพหลบภัยมาจากดินแดนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงพร้อมไพร่พลและมาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำปาว  เรียกว่า "บ้านแก่งสำโรง"  แล้วได้นำเครื่องบรรณาการเข้าถวายสวามิภักดิ์ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้า ยกฐานะบ้านแก่งสำโรงขึ้นเป็นเมืองและพระราชทานนามว่า "เมืองกาฬสินธุ์" หรือ "เมืองน้ำดำ"  ซึ่งเป็นเมืองที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณ "กาฬ" แปลว่า "ดำ" "สินธุ์" แปลว่า "น้ำ" "กาฬสินธุ์" จึงแปลว่า  "น้ำดำ"  ทั้งมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ท้าวโสมพะมิตรเป็น "พระยาชัยสุนทร"  ครองเมืองกาฬสินธุ์เป็นคนแรก

    กาฬสินธุ์อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ  519 กิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 14 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์  อำเภอยางตลาด  อำเภอกมลาไสย  อำเภอสหัสขันธ์  อำเภอสมเด็จ  อำเภอกุฉินารายณ์  อำเภอท่าคันโท  อำเภอเขาวง  อำเภอห้วยเม็ก  อำเภอคำม่วง  อำเภอหนองกุงศรี  อำเภอนามน  อำเภอห้วยผึ้ง  อำเภอร่องคำ  กิ่งอำเภอสามชัย  และกิ่งอำเภอนาคู  จังหวัดกาฬสินธุ์  มีเนื้อที่ทั้งหมด 7,055.07 ตารางกิโลเมตร  ลักษณะภูมิประเทศตอนบนเป็นภูเขาตามแนวเทือกเขาภูพาน  ตอนกลางเป็นเนินเขาสลับป่าโปร่ง

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยว

เขตอำเภอเมือง

อนุสาวรีย์พระยาชัยสุนทร  (ท้าวโสมพะมิตร)   ตั้งอยู่หน้าที่ทำการไปรษณีย์โทรเลข  จังหวัดกาฬสินธุ์  เป็นอนุสาวรีย์หล่อด้วยสัมฤทธิ์เท่าตัวจริงยืนบนแท่นมือขวาถือกาน้ำ  มือซ้ายถือดาบอาญาสิทธิ์  ชาวกาฬสินธุ์ทุกหมู่เหล่าได้สละทรัพย์ก่อสร้างอนุสาวรีย์  เพื่อเป็นการแสดงกตเวทิตาคุณต่อผู้ให้กำเนิดเมืองกาฬสินธุ์

วัดกลาง    อยู่ที่อำเภอเมือง  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ดำ  หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์  หน้าตักกว้าง  20 นิ้ว  มีพระพุทธลักษณะงดงามสร้างในสมัยพระเจ้าคูนาข้าม  พระชัยสุนทร (กิ่ง)  ได้นำมาเป็นพระพุทธรูปศรีเมือง  เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หากปีใดฝนแล้งประชาชนชาวเมืองจะอัญเชิญพระพุทธรูปออกแห่ขอฝนเสมอ  ที่พระแท่นมีรอยจารึกเป็นอักษรไทยโบราณ     นอกจากพระพุทธรูปองค์ดำแล้ว  วัดกลางยังมีพระพุทธบาทจำลองขนาดกว้าง 1 ศอก ยาว 4 ศอก  ทำด้วยศิลาแลงสันนิษฐานว่าในสมัยละว้าปกครอง  เดิมอยู่ริมลำปาวใกล้แก่งสำโรงได้มีการสมโภชน์ทุกปี  แต่ต่อมาตลิ่งลำปาวพังเข้ามาทุกปี  ชาวเมืองเกรงจะถูกน้ำเซาะทำลายจึงได้อัญเชิญมาไว้ในพระอุโบสถร่วมกับพระพุทธรูปองค์ดำ

วัดศรีบุญเรือง    (วัดเหนือ)  เป็นวัดเก่าแก่ในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์แห่งหนึ่ง  ซึ่งมีเสมาจำหลักเมืองฟ้าแดดสูงยาง  จำนวนหนึ่งเก็บรักษาไว้โดยปักไว้รอบพระอุโบสถ  หลักเสมาจำหลักที่สวยงามคือ  หลักที่จำหลักเป็นรูปเทวดาเหาะอยู่เหนือปราสาททำเป็นซุ้มเรือนแก้ว  (ศิลปแบบพื้นเมืองอีสาน)  ซ้อนกันเป็น 2 ชั้น  ล่างสุดมีรูปกษัตริย์  พระมเหสี  และพระโอรส

พระพุทธรูปสถานภูปอ    ตั้งอยู่ตำบลภูปอ  อำเภอเมืองกาฬสินธุ์  ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ไปทางทิศเหนือประมาณ 28 กิโลเมตร  ตามเส้นทางหมายเลข 2319  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปโบราณปางไสยาสน์ฝีมือของช่างจากสมัยทวาราวดี  จำหลักบนหน้าผา 2 องค์  เป็นที่เคารพบูชาของชาวจังหวัดกาฬสินธุ์และใกล้เคียง  องค์แรกประดิษฐานอยู่บนเชิงเขาทางขึ้น  องค์ที่ 2 ประดิษฐานอยู่บนภูปอ  นอกจากภูปอจะเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธรูปปางไสยาสน์อันศักดิ์สิทธิ์แล้วยังเป็น สถานที่มีทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่สวยงามเหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจอย่างยิ่ง  ประชาชนในท้องถิ่นจัดงานสมโภชน์ และพระพุทธไสยาสน์ขึ้นประมาณเดือนเมษายน  ของทุกปี

ศูนย์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว  อยู่ภายในโรงพยาบาลธีรวัฒน์  เป็นแหล่งให้ข้อมูลและความรู้แก่ผู้ที่สนใจด้านศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านของจังหวัดกาฬสินธุ์  พร้อมทั้งแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในท้องถิ่นและในภาคอีสาน  พร้อมทั้งจัดจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองของกาฬสินธุ์  ซึ่งคัดเลือกมาแล้วทั้งคุณภาพและลวดลาย  เช่น  ผ้าแพรวา, กะเตาะหรือเครื่องดนตรีพื้นเมืองอีสาน
สำหรับผู้ที่จะเข้าไปชมเป็นหมู่คณะ  และต้องการผู้บรรยายกรุณาติดต่อล่วงหน้า  ได้ที่ ผู้อำนวยโรงพยาบาลธีรวัฒน์  เลขที่ 269/3  ถนนชนะพล  อำเภอเมือง  จังหวัดกาฬสินธุ์  46000  โทร. (043) 811757

เขตอำเภอกมลาไสย  (ทางหลวงหมายเลข 214 กาฬิสนธุ์ - ร้อยเอ็ด) 

เมืองฟ้าแดดสูงยาง    ตั้งอยู่ในเขตอำเภอกมลาไสย  ฟ้าแดดสงยางหรือเรียกเพี้ยนไปเป็นฟ้าแดดสูงยาง  บางแห่งเรียกว่า  เมืองเสมา  เนื่องจากมีผังเมืองรูปร่างคล้ายใบเสมา  เป็นเมืองโบราณ  มีซากอิฐปนดิน  คูเมืองสองชั้นมีลักษณะเป็นท้องน้ำที่พอมองเห็น  คือพระธาตุยาคู  ผังเมืองรูปไข่แบบทวาราวดีแต่มีตัวเมืองสองชั้น  เชื่อว่าเกิดจากการขยายตัวเมือง  ชาวนามักขุดพบใบเสมาหินทรายมีลวดลายบ้าง  ไม่มีบ้างที่ขี้นทะเบียนไว้ทางกรมศิลปากร 130 แผ่น พระพิมพ์ดินเผามีลักษณะเป็นอิทธิพล ของสกุลช่างคุปตะรุ่นหลัง  อายุประมาณ 1,000 - 2,000 ปี  มีอยู่ทั่วไป  นอกจากนี้ยังพบกล้องยาสูบดินเผา ลวดลายอมราวดี  ก้านขดเป็นรูปตัวมังกร  อายุ 7,000 ปี  ที่น่าสนใจคือกล้องยาสูบชนิดเดียวกัน แต่ทำด้วยทองสัมฤทธิ์อายุประมาณ 5,000 - 6,000 ปี ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ายุคโลหะของสุวรรณภูมิ ได้เริ่มมาก่อนทุก ๆ แห่งในโลกนี้
เมืองฟ้าแดดสูงยาง  จึงเป็นเมืองโบราณที่มีอายุระหว่าง  พ.ศ. 1300 - 1600 ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเสมา  ตำบลหนองแปน  ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 19 กิโลเมตร  เดินทางตามเส้นทาง 214 (กาฬสินธุ์ - ร้อยเอ็ด) แยกขวามือเข้าทางโรงเรียนกมลาไสย  อำเภอกมลาไสย  ประมาณ 13 กิโลเมตรแยกขวามือเข้าไปตามทางลูกรังอีก 6 กิโลเมตร  นับเป็นสถานที่สำคัญในการศึกษา หาความรู้เกี่ยวกับโบราณสถานโบราณวัตถุ  ที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัด

พระธาตุยาคู    เดิมเรียกว่า "ธาตุใหญ่"  เป็นพระสถูปสมัยทวารวดี (ราวพุทธศตวรรษที่ 13-15)  ตั้งอยู่กลางทุ่งนาทิศเหนือบ้านเสมา  อำเภอกมลาไสย  ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ 19 กิโลเมตร  เป็นศิลปะการก่อสร้างแบบทวารวดีทำด้วยอิฐดินฐานเป็นรูป 8 เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง  ขนาดฐานกว้าง 10 เมตร ยาว 10 เมตร  สร้างซ้อนกันเป็นลักษณะแบบจตุรมุขสูงจากฐานถึงยอด 8 เมตร  เชื่อกันว่าเป็นเจดีย์บรรจุอัฐิของพระเถระผู้ใหญ่ที่ชาวเมืองเคารพนับถือ  สังเกตได้จากเมื่อ เมืองเชียงโสมชนะสงครามได้ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในเมืองฟ้าแดด  แต่ไม่ได้ทำลายพระธาตุยาคู  จึงเป็นโบราณสถานที่ยังคงสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ซึ่งต่อมาได้มีการบูรณะชาวบ้านจะจัดให้มีงานเทศกาล เป็นประจำทุกปี  ในระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม  เพื่อเป็นการขอฝนและความร่มเย็นของหมู่บ้าน

วัดโพธิ์ชัยเสมาราม    หรือวัดบ้านก้อม  อยู่ในอาณาเขตเมืองฟ้าแดดสูงยางไม่ไกลจากพระธาตุยาคู  เป็นวัดโบราณสิ่งที่น่าสนใจภายในบริเวณวัดได้แก่ ใบเสมาหินสมัยทวารวดี  ที่ปักอยู่เป็นแนวกำแพงและที่เก็บรวบรวมไว้ในวัดเป็นบางส่วน  ที่ใบเสมาจำหลักเป็นภาพต่าง ๆ ส่วนมากสลักเป็นภาพเกี่ยวกับพุทธศาสนา

เขตอำเภอยางตลาด - อำเภอท่าคันโท  (ทางหลวงหมายเลข 209-2110-2299)

เขื่อนลำปาว    เป็นเขื่อนดินซึ่งสร้างปิดกั้นลำน้ำปาว  และห้วยขวาง  มีบริเวณเขตติดต่อระหว่าง  ตำบลลำปาว  อำเภอเมืองกาฬสินธุ์  ตำบลหนองบัว  อำเภอหนองกุงศรี  และตำบลเว่อ  อำเภอยางตลาด  ตามเส้นทางหมายเลข 209 ทางหลวงสายกาฬสินธุ์ - มหาสารคามตรงหลักกิโลเมตรที่ 10  แยกขวามือเข้าเขื่อนลำปาวตามถนน ราดยาง 26 กิโลเมตร  เป็นเขื่อนดินสูงจากท้องน้ำ 33 เมตร  สันเขื่อนยาว 7.8 กิโลเมตร  กว้าง 8 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อ พ.ศ.2506  สร้างเสร็จเมื่อ 2511  เพื่อปิดกั้นลำน้ำปาวและห้วยยางที่บ้านหนองสองห้อง  ตำบลลำปาว  อำเภอเมืองกาฬสินธุ์  ทำให้เกิดอ่างเก็บน้ำแฝดทางด้านเหนือเขื่อนจึงได้ขุดร่องเชื่อมระหว่างอ่างทั้งสองเก็บน้ำได้  1,430 ล้านลูกบาศก์เมตร  สร้างขึ้นเพื่อบรรเทาอุทกภัยและเพื่อการเกษตรโดยเฉพาะ  นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา  มีสถานที่พักผ่อนหย่อนใจได้แก่  หาดดอกเกด  ซึ่งเปรียบเสมือน สวรรค์ชายหาดของคนอีสาน

หาดดอกเกด    อยู่ริมฝั่งเขื่อนลำปาวทางด้านทิศตะวันออกของเรือนรับรองโครงการส่งน้ำ  และบำรุงรักษาลำปาว  เป็นหาดเนินดินลดหลั่นลงจรดถึงเขื่อน  มีบริเวณกว้างขวางพอสมควร ได้รับการปรับปรุงให้เป็นที่พักผ่อนโดยจัดศาลาพักร้อนซุ้มดอกเห็ด  เหตุที่ได้ชื่อว่า "หาดดอกเกด"  ก็เพราะมีต้น "การะเกด"  ซึ่งเป็นไม้พื้นเมืองปลูกปะปนกับต้นไม้อื่นเป็นกลุ่ม ๆ เมื่อเวลาออกดอกจะส่งกลิ่นหอม ที่หาดแห่งนี้ในวันสุดสัปดาห์จะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปพักผ่อนเป็นจำนวนมาก

สถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว  (สวนสะออน)  อยู่บริเวณทิศตะวันออกของอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำปาวมีเนื้อที่ 1,420 ไร่ เป็นสวนป่าธรรมชาติหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง  เช่น  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  กรมป่าไม้  กรมชลประทาน  กรมทางหลวง  ได้ร่วมกันดำเนินการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติสวนสัตว์เปิด  ได้นำสัตว์ป่าชนิดต่าง ๆ มาปล่อยไว้ให้อยู่แบบธรรมชาติดั้งเดิมมี "วัวแดง"  เป็นสัตว์ป่าที่เป็นเอกลักษณ์ของสถานีฯ สภาพของป่าเป็นป่าเต็งรังหรือป่าแดงมีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์  ซึ่งเปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 07.00-18.00 น.  ไม่เสียค่าเข้าชม  การใช้บ้านพักของสถานีฯ   และตั้งแค้มป์พักแรมต้องขออนุญาตเจ้าหน้าที่สถานีฯ  หรือทำจดหมายขออนุญาตล่วงหน้าส่งไปที่  สถานีศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าลำปาว  ตู้ ป.ณ. 120  อำเภอเมือง  จังหวัดกาฬสินธุ์  46000  หรือผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  กรมป่าไม้  เขตบางเขน  กรุงเทพฯ  โทร. 561-4292-3  ต่อ 708  ซึ่งสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทางคือ ตามเส้นทางไปเขื่อนลำปาวเมื่อถึงตัวเชื่อนจะมีทางเลียบสันเขื่อนไปอีกประมาณ 4 กิโลเมตร หรือใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์  (ทางหลวง 227)  ประมาณ 19 กิโลเมตร  และมีทางแยกซ้าย ไปสวนสะออนอีกประมาณ  5 กิโลเมตร

    วนอุทยานภูพระ    อยู่ที่ตำบลท่าคันโท  อำเภอท่าคันโท  จากตัวเมืองใช้เส้นทาง  อ.เมือง-อ.ยางตลาด-อ.ท่าคันโท  อยู่ห่างจากตัวอำเภอท่าคันโทไป 4 กิโลเมตร  ภายในวนอุทยานประกอบด้วยสวนหินรูปร่างแปลกตา  อยู่ท่ามกลางป่าเต็งรัง  ครอบคลุมพื้นที่ 65,900 ไร่

เขตอำเภอหนองกุงศรี

เกาะมหาราช    เป็นสวนสาธารณะและพักผ่อนอยู่ริมฝั่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนลาปาว  ตรงข้ามกับแหลมโนนวิเศษ ของอำเภอสหัสขันธ์  สามารถนั่งเรือหรือแพขนานยนต์ข้ามฟากถึงกันได้ในบริเวณเกาะมหาราช  มีศาลาที่พักซึ่งเหมาะแก่การพักผ่อน

เขตอำเภอสหัสขันธ์-อำเภอคำม่วง

พระพุทธไสยาสน์ถ้ำภูค่าว     ตั้งอยู่ในเขตวัดพุทธนิมิตร  บ้านนาสีนวล  ตำบลโนนศิลา  อำเภอสหัสขันธ์  สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์  ตามเส้นทางหลวง 227 เป็นระยะทางประมาณ  6 กิโลเมตร  รวมเป็นระยะทางจากกาฬสินธุ์ประมาณ  34 กิโลเมตร  บริเวณถ้ำภูค่าวแต่เดิมเป็นสถานที่สำคัญ ทางศาสนาแห่งหนึ่ง  ปัจจุบันเป็นเพียงวัดเล็ก ๆ  เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ภูค่าว  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่แปลกจาก  พระนอนทั่วไป คือ แทนที่จะไสยาสน์ตะแคงขวา  แต่กลับไสยาสน์ตะแคงซ้าย  ไม่มีพระเกตุมาลา  พระนอนองค์นี้มีประวัติว่าสร้างขึ้นเมื่อปี  พ.ศ. 2235  เป็นพระโมคคัลลานะ  เป็นที่เคารพของชาวบ้านทั่วไป  มีงานนมัสการปิดทองในวันตรุษสงกรานต์ทุกปี

พุทธสถานภูสิงห์    อยู่บนยอดเขาภูสิงห์  ห่างจากตัวเมืองไปทางเหนือประมาณ  34 กิโลเมตร  ตามทางหลวงหมายเลข 2319  มีทางขึ้น 2 ทางคือ ทางราดยางคดเคี้ยวขึ้นตามไหล่เขาทางทิศตะวันตกและทางเดินเท้าทำเป็นบันได 104 ขั้นทางทิศตะวันออก เป็นสถานที่พักผ่อนที่ร่มรื่นล้อมรอบด้วยธรรมชาติทั้งยังมองเห็นทิวทัศน์ของทุ่งนา  หมู่บ้านและน้ำในเขื่อนลำปาวอันสวยงามอีกด้วย พุทธสถานภูสิงห์เป็นที่ประดิษฐานพระพรหมภูมิปาโล  ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย  หน้าตักกว้าง 10.5 เมตร  มีพระวรกายสง่างาม

กลุ่มทอผ้าแพรวา    บ้านโพน  อำเภอคำม่วง ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ 70 กิโลเมตร  ผ้าแพรวาทอจากผ้าไหมด้วย ลายมัดหมี่ละเอียดลายเฉพาะตัวเป็นงานฝีมือทอผ้าของชาวผู้ไท  ต่อมาสมเด็จพระนางเจ้าฯ  พระบรมราชินีนาถทรงสนับสนุนจนเป็นที่แพร่หลาย  ลักษณะลายผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ เฉพาะของกลุ่มทอผ้าชาวผู้ไทบ้านโพนนั้น  แบ่งออกเป็น  2 กลุ่ม  ได้แก่  ลายหลัก  และลายแถบ  ส่วนสีของผ้าแพรวามิได้มีเพียงสีแดงเท่านั้น  ปัจจุบันนี้มีการให้สีต่าง ๆ มากขึ้นตามความต้องการของตลาด  เช่น สีครีม  สีชมพูอ่อน  สีม่วง  สีน้ำเงิน  สีเขียว  เป็นต้น  ซึ่งนับได้ว่า การทอผ้าแพรวาเป็นงานศิลปหัตถกรรม ประเภทสิ่งทอที่หาได้น้อยแห่งในเมืองไทย

แหลมโนนวิเศษ    เป็นภูมิประเทศที่มีลักษณะเป็นผืนดินที่ยื่นเข้าไปในบริเวณอ่างเก็บน้ำของเขื่อนลำปาวอยู่ที่  ตำบลโนนบุรี  อำเภอสหัสขันธ์  ห่างจากตัวจังหวัดกาฬสินธุ์  36 กิโลเมตร  เป็นจุดชมพระอาทิตย์อัสดงที่สวยงามมากแห่งหนึ่งในจังหวัดกาฬสินธุ์

วัดสักกะวัน    ตั้งอยู่ที่เชิงภูกุ้มข้าว  อำเภอสหัสขันธ์  สามารถเดินทางโดยใช้เส้นทางกาฬสินธุ์-สหัสขันธ์  (ทางหลวง 227)  ประมาณ  28 กิโลเมตร  (ก่อนถึงสหัสขันธ์ 2 กิโลเมตร)  มีทางแยกขวาไปวัดสักกะวันอีก 1 กิโลเมตร  วัดนี้เป็นสถานที่ค้นพบกระดูกไดโนเสาร์จำนวนมาก  โดยซากกระดูกบางส่วนได้นำมาจัดแสดงที่ศาลาวัด  มีการจัดนิทรรศการแสดงความเป็นมาของการเกิดไดโนเสาร์ยุคต่าง ๆ รวมทั้งรูปภาพการขุดค้นพบซากกระดูกเหล่านี้  นอกจากนั้น  ห่างจากศาลาวัดไปประมาณ  100  เมตร  มีโครงกระดูกไดโนเสาร์ฝังอยู่ในพื้นดินบริเวณเชิงเขา  ได้รับการขุดแต่งโดยเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรธรณี เป็นซากกระดูกไดโนเสาร์ชนิดซอโรพอด  มากกว่า 1 ตัว  ซึ่งอยู่ในยุคจูแรสสิคตอนปลาย  (ประมาณ 150 ล้านปีมาแล้ว)

เขตอำเภอสมเด็จ  (ทางหลวงสายสมเด็จ-สกลนคร  หมายเลข 213)

น้ำตกแก้งกะอาม    บ้านแก้งกะอาม  ตำบลผาเสวย  อำเภอสมเด็จ  ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์  ตามเส้นทางกาฬสินธุ์-สกลนคร  ทางหลวงหมายเลข 213  ประมาณ 55 กิโลเมตร  มีทางลูกรังแยกซ้ายไปอีก  300 เมตร  มีแก่งหินเรียงรายเป็นแนวยาวมีลานหินกว้างเหมาะแก่การพักผ่อน  เป็นน้ำตกที่กำลังได้รับการพัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ทางหลวงแผ่นดิน

ผาเสวย    อยู่บนเทือกเขาภูพาน  เขตบ้านแก้งกะอาม  ตำบลผาเสวย  อำเภอสมเด็จ  ห่างจากที่ว่าการ อำเภอสมเด็จ  17 กิโลเมตร   หรืออยู่ห่างจากจังหวัดกาฬสินธุ์ ประมาณ 58 กิโลเมตร  เส้นทางสายสมเด็จ-สกลนคร  เดิมชาวบ้านเรียกว่า "ผารังแร้ง"  เมื่อ พ.ศ.2497  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ  ได้เสด็จผ่านและเสวยพระกระยาหารกลางวันจึงเรียกที่ประทับนั้นว่า "ผาเสวย"  ลักษณะตั้งอยู่บนเหวลึกหน้าผาสูงชัน  ชาวบ้านเรียกว่า  "เหวหำหด"  บนหน้าผาเสวยสามารถชมทัศนียภาพและเป็น  ที่พักผ่อนได้เป็นอย่างดี

เขตอำเภอเขาวง (ทางหลวงหมายเลข 213,2042,2291)

น้ำตกผานางคอย    เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่งค้นพบ  เมื่อไม่นานมานี้เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ไหลมาจากเทือกเขา ภูพาน  แบ่งเป็นชั้น ๆ มีความสวยงามมาก  สภาพป่าโดยรอบเขียวขจีอุดมสมบูรณ์และลักษณะเด่นคือ  มีน้ำไหลตลอดปีแม้ในฤดูแล้ง

น้ำตกตาดทอง    อยู่ในเขตอำเภอเขาวง  บนเส้นทาง เขาวงดงหลวง-มุกดาหาร  เป็นน้ำตกที่มีความสวยงามด้วย โขดหินสลับซับซ้อน  ในฤดูฝนจะเป็นช่วงที่สวยงามที่สุด  น้ำตกตาดทองจะจัดให้มีงานขึ้นทุก ๆ ปี  ในช่วงเดือนตุลาคม  รถยนต์สามารถเดินทางเข้าถึงน้ำตกได้โดยสะดวก

เขตอำเภอกุฉินารายณ์ (ทางหลวงหมายเลข 213,2042)

ฟอสซิลกระดูกไดโนเสาร์แห่งที่ 1  ถูกค้นพบที่ภูผางัว  วัดบ้านนาไคร้เมื่อปี 2531 โดยการนำของ พระและชาวบ้าน  นำรถแทรคเตอร์ไปเกรดปรับพื้นที่บริเวณวัด  เพื่อสร้างศาลาการเปรียญปรากฏว่า คณะได้พบซากหินประหลาดคล้ายกระดูกช้าง  จึงได้เก็บรวบรวมไว้  ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2533  ก็ได้มีการเกรดดิน ปรับพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง  ก็ได้พบซากหินประหลาดที่มีลักษณะเหมือนครั้งแรกที่เจอจึงได้แจ้งให้จังหวัดทราบ  จากนั้นจังหวัดได้มีหนังสือถึงกรมทรัพยากรธรณีมาตรวจสอบ  หลังจากการตรวจสอบแล้วพบว่า  ซากหินประหลาด นั่นก็คือ  ฟอสซิลกระดูกของไดโนเสาร์  ประเภทกินพืชเป็นอาหารซึ่งขณะนี้ทางจังหวัดกำลังพัฒนา ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดต่อไปในอนาคต

ภูผาผึ้ง-ถ้ำฝ่ามือแดง    เป็นแหล่งท่องเที่ยวอยู่บนภูเดียวกันที่เรียกกันว่า  ภูผาผึ้ง  ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านกุดหว้า  อำเภอกุฉินารายณ์  จังหวัดกาฬสินธุ์

            ภูผาผึ้ง    เป็นหน้าผาสูงประมาณ  400 เมตร  ซึ่งในอดีตเคยมีผึ้งมาทำรังเกาะอยู่เต็มหน้าผาแห่งนี้  แต่เนื่องจากการตีผึ้ง  เพื่อเอาผึ้งและรวงผึ้งไปขายของชาวบ้านบริเวณนั้นเป็นไปในรูปแบบล้างเผ่าพันธุ์  ประกอบกับปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม  เมื่อป่าไม้ถูกทำลายระบบนิเวศน์ก็เปลี่ยนแปลงไปไม่มีดอกไม้อันอุดม ให้ผึ้งได้กินได้สร้างครอบครัวอีกต่อไป  ปัจจุบันนี้ภูผาผึ้งจึงเหลือเพียงตำนานที่เล่าขาน เพื่อชี้ชวนให้ชมรอยเว้ารอยบุ๋มของหินผาซึ่งรวงผึ้งเคยเกาะอยู่เท่านั้น

            ถ้ำฝ่ามือแดง    หรือถ้ำลายมือตามคำเรียกของชาวบ้าน ได้มีการค้นพบและเปิดเผยต่อสาธารณะชนเมื่อก่อน  ปี พ.ศ. 2516 เป็นต้นมา  โดยอาจารย์สงวน  รอดบุญ  มหาวิทยาลัยศิลปากรได้ค้นพบและเผยแพร่  หลังจากนั้นก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาชมโบราณสถานแห่งนี้  เพิ่มมากขึ้นทุกปี ลักษณะของถ้ำเป็นหน้าผาที่เว้าเข้าไปคล้ายวงเล็บ  มีรอยมือสีแดงจาง ๆ ประทับอยู่บนผนังและเพดานถ้ำค้นพบครั้งแรกนับได้ประมาณ 147 รอย  ซึ่งรูปรอยของฝ่ามือดังกล่าวจางลงตามกาลเวลา รวมทั้งมีผู้พยายามใช้ตะปูสกัดรอยฝ่ามือออกจากผนังถ้ำไม่ว่าจะเหตุผลใดก็ตามปรากฏรอยกะเทาะทั่วไป

น้ำตกตาดสูงและน้ำตกตาดยาว    อยู่ในเขตอำเภอกุฉินารายณ์  โดยห่างจากภูผางัวไปประมาณ  4 กิโลเมตร  บริเวณน้ำตกตาดสูง จะเป็นธารหินน้ำไหลลดหลั่นกันไป  เมื่อถึงฤดูฝนจะมีความงดงามมากและเมื่อเดินตามเส้นทางเดินเท้าเข้าไปอีกประมาณ 100 เมตร  ก็จะถึงน้ำตกตาดยาว  ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ  เป็นลานหนินขนาดกว้างลาดเอียงตามธรรมชาติ  ชาวบ้านเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  น้ำตกสไลเดอร์  และน้ำตกตาดยาวนี้จะไหลไปรวมกันกับน้ำตกตาดสูงด้วย

กลับด้านบน

 

 

 

 

เทศกาล - งานประเพณี

   งานมหกรรมโปงลาง  แพรวา  และกาดชาด  จังหวัดกาฬสินธุ์    ปลายเดือนกุมภาพันธ์  ซึ่งจัดขึ้นบริเวณ หน้าศาลากลางจังหวัด  ภายในงานจะประกอบด้วยขบวนแห่ของแต่ละอำเภอ  ตกแต่งขบวนเป็นรูปเครื่องดนตรีโปงลางขนาดยักษ์  แต่งกายชุดพื้นเมือง  แข่งขันสาวดีดไห  และจำหน่ายสินค้าพื้นเมืองต่าง ๆ

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

สถานที่พัก

 ริมปาวโฮเต็ล    ถนนกุดยางสามัคคี  อำเภอเมือง  โทร. 813631-9  โทรสาร 813630  จำนวน 141 ห้อง  ราคา 1,400-4,500 บาท

โรงแรมสุภัค    81/7  ถนนเสน่หา  อำเภอเมือง  โทร. 811315,811051  จำนวน 52 ห้อง  ราคา 180-600 บาท

สมเด็จโฮเต็ล    158/2  ตำบลสมเด็จ  อำเภอสมเด็จ  โทร. 861150,861216  จำนวน 31 ห้อง  ราคา 160-350 บาท

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

การเดินทาง 

  ทางรถยนต์  กรุงเทพฯ - กาฬสินธุ์ ระยะทาง 519 กิโลเมตร  ใช้เส้นทาง  กรุงเทพฯ - สระบุรี - นครราชสีมา (ทางหลวงหมายเลข 2)  ถึงอำเภอบ้านไผ่จังหวัดขอนแก่น  ต่อด้วยเส้นทางหลวงหมายเลข 23  และทางหลวงหมายเลข 213 มหาสารคาม - กาฬสินธุ์

ถโดยสารบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) เปิดบริการเดินรถกรุงเทพฯ - กาฬสินธุ์ทุกวัน  โดยมีบริการทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศ  รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามที่ สถานีขนส่งสายตะวันออกเฉียงเหนือ (ตลาดหมอชิต)  โทร. 272-0295 (รถธรรมดา)  โทร. 272-5299 (รถปรับอากาศ)

รถไฟ   ต้องเดินทางจากกรุงเทพฯ - สถานีรถไฟขอนแก่น  จากขอนแก่นต่อรถประจำทางเข้ากาฬสินธุ์อีก 75 กิโลเมตร   รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อสอบถามได้ที่หน่วยบริการเดินทางของการรถไฟแห่งประเทศไทย  โทร. 223-7010, 223-7020

เครื่องบิน     ต้องไปลงที่จังหวัดขอนแก่นต่อรถยนต์โดยสารเข้าจังหวัดกาฬสินธุ์  สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท การบินไทย จำกัด มหาชน  โทร. 280-0070-90    

ตรวจเช็คข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

กลับด้านบน

1