|
||
การเดินทาง |
ฉะเชิงเทราหรือแปดริ้ว เป็นจังหวัดในภาคกลาง มีประวัติปรากฏมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในแผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ประชาชนส่วนใหญ่ตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ำบางประกงและลำคลองทั่วไป โดยมี "หลวงพ่อโสธร" เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวแปดริ้ว ในอดีตฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมืองจัตวาอยู่ในสังกัดกระทรวงกลาโหม ต่อมาได้ขึ้นอยู่ในสังกัดกรมมหาดไทย และคงอยู่เช่นนี้เรื่อยมาตั้งแต่รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งรัชกาลที่ 5 เมื่อทรงเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองแผ่นดินใหม่ เมืองฉะเชิงเทรามีฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่งในมณฑลปราจีนบุรี และในปี พ.ศ. 2459 จึงได้เปลี่ยนจากเมืองเป็นจังหวัด คำว่า "ฉะเชิงเทรา" เป็นภาษาเขมร แปลว่าคลองลึก ส่วนชื่อ "แปดริ้ว" นั้น ได้มาจากคำบอกเล่าต่อกันมาว่า ในเมืองนี้มีปลาช่อนขนาดใหญ่ชุกชุม เมื่อนำมาตากทำเป็นปลาแห้งจะต้อง แล่เนื้อปลาถึง 8 ริ้ว
ปัจจุบันฉะเชิงเทรามีพื้นที่ 5,351 ตารางกิโลเมตร แบ่งการปกครองออกเป็น 10 อำเภอ 1 กิ่งอำเภอ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า อำเภอบางน้ำเปรี้ยว อำเภอบางประกง อำเภอบ้านโพธิ์ อำเภอพนมสารคาม อำเภอสนามชัย เขต อำเภอแปลงยาว อำเภอราชสาสน์ อำเภอท่าตะเกียบ และกิ่งอำเภอคลองเขื่อน
อำเภอเมือง
วัดโสธรวรารามวรวิหาร ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมือง ริมแม่น้ำบางประกง เดิมชื่อว่า "วัดหงส์" สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อโสธร" พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 1.65 เมตร สูง 1.48 เมตร ฝีมือช่างล้านช้าง ตามประวัติเล่าว่าได้ปาฏิหาริย์ลอยน้ำมา และมีผู้อัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้ แต่เดิมเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสัมฤทธิ์ปางสมาธิหน้าตักกว้างศอกเศษ รูปทรงสวยงามมาก แต่พระสงฆ์ในวัดเกรงว่าจะมีผู้มาลักพาไปจึงได้เอาปูนพอกเสริมหุ้มองค์เดิมไว้จนมีลักษณะดังที่เห็นในปัจจุบัน ทุกวันนี้จะมีผู้คนมานมัสการปิดทองหลวงพ่อโสธรกันเป็นจำนวนมาก ในบริเวณวัดโสธรฯ มีร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้าของที่ระลึกมากมาย และบริเวณท่าน้ำของวัดมีบริการเรือหางยาวรับส่งผู้โดยสารระหว่างตลาดในตัวเมืองและวัดโสธรฯ ค่าโดยสารตลอดเส้นทางประมาณ 30 บาท หรือจะเช่าเรือล่องลำน้ำบางประกง อัตราค่าเช่าเรือตามแต่จะตกลงกันตามจำนวนผู้โดยสารและระยะทาง
วัดจีนประชาสโมสร (วัดเล่งฮกยี่) เป็นวัดจีนในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน ที่ขยายมาจากวัดเล่งเน่ยยี่ในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ถนนศุภกิจ ตำบลท่าใหม่ ห่างจากศาลากลางจังหวัด 1 กิโลเมตร เป็นศาสนสถานที่สร้างตามแบบศิลปจีนอย่างสวยงาม ประกอบด้วยวิหารศักดิ์สิทธิ์และรูปเทพเจ้าเคารพต่าง ๆ ซึ่งชาวจีนมักมาสักการะบูชาเป็นประจำ
วัดอุภัยภาติการาม (วัดซำปอกง) ตั้งอยู่บนถนนศุภกิจ ใกล้กับบริเวณตลาดบ้านใหม่ เป็นวัดญวนในลัทธิมหายาน ภายในวัดมีวิหารลักษณะเหมือนศาลเจ้า เดิมเป็นวัดจีนแต่ปัจจุบันแปรสภาพเป็นวัดญวนไปแล้ว เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต (พระไตรรัตนายก) หรือที่ชาวจีนเรียกว่า "เจ้าพ่อซำปอกง" ซึ่งในประเทศไทยมีเพียง 3 องค์เท่านั้น คือที่วัดกัลยาณมิตร ฝั่งธนบุรี วัดพนัญเชิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และวัดอุภัยภาติการาม จังหวัดฉะเชิงเทรา มีนักท่องเที่ยวจากฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน มานมัสการอยู่เป็นประจำ
ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา อยู่ที่ถนนมรุพงษ์ ในเขตเทศบาลเมือง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 เพื่อป้องกันข้าศึกศัตรูมารุกราน และในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ใช้เป็นที่ตั้งมั่นกองทัพในการปราบกบฎอั้งยี่ (พ่อค้าฝิ่นเถื่อนชาวจีนที่ก่อความวุ่นวายปล้นสะดมชาวเมือง) ปัจจุบันบริเวณหน้าป้อมจัดเป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจและชมทิวทัสน์แม่น้ำบางประกง ส่วนด้านหลังกำแพงเป็นที่ประดิษฐานศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ซึ่งมีพระพุทธรูปและปืนใหญ่โบราณเก็บรักษาอยู่
ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ตั้งอยู่ใกล้ป้อมเมืองฉะเชิงเทรา ห่างจากถนนเล็กน้อย ภายในศาลมีเสาหลักเมืองยอดหัวเห็ดและพระพุทธรูป เป็นศาลหลักเมืองที่ก่อสร้างแบบสิลปะจีน คล้ายกับศาลเจ้าจีน
วัดเมือง (วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์) ตั้งอยู่ที่ตำบลหน้าเมือง เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 พร้อมกับการสร้างป้อม และกำแพงเมืองฉะเชิงเทรา ในปี พ.ศ. 2377 โดยช่างฝีมือจากเมืองหลวง ซึ่งมีรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระปรางค์วัดพระศรีรัตนศาสดารามที่กรุงเทพฯ ต่างกันเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น วัดนี้เดิมเรียกว่า วัดเมือง ต่อมาในปี พ.ศ. 2451 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสฉะเชิงเทราและได้พระราชทานนามวัดใหม่ว่า "วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์" ซึ่งแปลว่าวัดที่ลุงของพระเจ้าแผ่นดินทรงสร้าง
สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ ฉะเชิงเทรา (เขตการศึกษา 12) ตั้งอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด มีลักษณะเป็นสวนพื้นบ้าน มีเนื้อที่ประมาณ 90 ไร่ กลางสวนมีบึงขนาดใหญ่ มีต้นไม้ตลอดริมบึง
ลำน้ำบางประกง มีต้นกำเนิดจากทิวเขาสันกำแพงบนที่ราบสูงโคราช ไหลผ่านจังหวัดปราจีนบุรี (เรียกว่าแม่น้ำปราจีนบุรี) อำเภอบางน้ำเปรี้ยว (เรียกว่าแม่น้ำแปดริ้ว) อำเภอบางคล้า อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา และออกสู่อ่าวไทยที่อำเภอบางปะกง รวมระยะทาง 230 กิโลเมตร การล่องเรือเที่ยวในลำน้ำบางปะกงมักเริ่มจากตัวเมืองฉะเชิงเทราไปขึ้นฝั่งที่วัดโพธิ์ อำเภอบางคล้า ระยะทาง 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง มีเรือด่วนแวะรับผู้โดยสารตามเส้นทางนี้เป็นระยะ หรือจะเช่าเรือหางยาวขนาดจุ 8-10 คน จากท่าเรือหน้าตลาดใน ตัวเมืองหรือท่าเรือหน้าตลาดบางคล้าหรือท่าน้ำวัดโสธรฯ อัตราค่าเช่าเรือแล้วแต่จะตกลงกันตามจำนวนผู้โดยสารและระยะทางที่เดินทาง ระหว่างล่องเรือจะได้ชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำ ส่วนใหญ่เป็นสวนผัก สวนมะม่วง สวนมะพร้าว มีตลาดเล็ก ๆ ริมแม่น้ำ เช่น ตลาดบ้านใหม่ และตลาดบ้านหมู่ บ้านเรือนทั้งแบบสมัยใหม่และสมัยโบราณ รวมทั้งวัดต่าง ๆ
อำเภอบางคล้า
วัดโพธิ์บางคล้า อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 23 กิโลเมตร เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) ประมาณ 17 กิโลเมตร แยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3121 ไปอีก 6 กิโลเมตร เข้าตัวอำเภอบางคล้า ผ่านศาลเจ้าตากสินมหาราชแล้วเลี้ยวซ้ายอีก 500 เมตร หรืออาจเดินทางโดยทางเรือจากตลาดตัวเมืองฉะเชิงเทราก็ได้ วัดโพธิ์บางคล้าเป็นวัดที่น่าชมยิ่ง เนื่องจากต้นไม้ใหญ่ทุกต้นในบริเวณวัดเต็มไปด้วยค้างคาวแม่ไก่จำนวนนับแสนตัว ค้างคาวแม่ไก่เป็นค้างคาวที่มีปีกสีดำ หน้าตาเหมือนสุนัขป่า คือ มีจมูกและใบหูเล็ก ตาใหญ่ ขนสีน้ำตาลแกมแดง ในเวลากลางวันมักเกาะห้อยหัวลงตามกิ่งไม้อยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่ ยามพลบค่ำก็ออกไปหากิน เป็นที่น่าแปลกว่าแม้ค้างคาวพวกนี้จะกินผลไม้เป็นอาหาร แต่ไม่เคยไปทำความเสียหายให้กับสวนผลไม้ของชาวบางคล้าเลย
ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ตั้งอยู่ในตัวอำเภอบางคล้า สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงใช้เมืองฉะเชิงเทราเป็นเส้นทางเดินทางทัพผ่านในการกอบกู้เอกราชหลังเหตุการณ์เสียกรุง เล่ากันว่าก่อนหนานั้นเคยเป็นที่ตั้งของเจดีย์อนุสรณ์ชัยชนะของพระองค์ เมื่อสู้รบกับพม่าที่บริเวณนั้น ภายหลังเจดีย์ได้พังทลายลงในปี พ.ศ. 2484 โดยไม่ทราบสาเหตุ แต่ยังคงเล่าเรื่องราวสืบต่อกันมา และได้สร้างศาลพร้อมอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสินมหาราชนี้ขึ้นใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2531
อำเภอพนมสารคาม
เขาหินซ้อน ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 304 (สายฉะเชิงเทรา-กบินทร์บุรี) กิโลเมตรที่ 53 อยู่ห่างจากตัวเมืองฉะเชิงเทรา 53 กิโลเมตร เป็นภูเขาที่มีความสูงไม่มากนัก ประกอบด้วยก้อนหินขนาดใหญ่น้อยรูปทรงต่าง ๆ เรียงรายอยู่ตามธรรมชาติ
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน
ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข
304 กิโลเมตรที่ 51-52
ในเขตตำบลเขาหินซ้อนและตำบลเกาะขนุน
อำเภอพนมสารคาม
มีเนื้อที่รวมทั้งสิ้น 1,929
ไร่
เป็นศูนย์ศึกษาพัฒนาการเกษตรแผนใหม่
โดยความร่วมมือทั้งจากส่วนราชการและเอกชน
มีการจำแนกพื้นที่ภายในศูนย์เพื่อทำการสาธิตลักษณะงานต่าง
ๆ ได้แก่ การพัฒนาที่ดิน
การปลูกพืช การปศุสัตว์
การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
งานศิลปาชีพและโครงการสวนป่าสมุนไพร
โดยจัดตั้งเป็น "สวนพฤกษศาสตร์ภาคตะวันออก"
มีการวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์ชองพืชสมุนไพรต่าง
ๆ
ทางศูนย์ฯ
มีที่พักสำหรับเยาวชนที่มาทัศนศึกษาได้ประมาณ
120-150 คน
ติดต่อล่วงหน้าหรือทำหนังสือถึงพัฒนาชุมชน
จังหวัดฉะเชิงเทรา
หรือที่หน่วยงานรวมศูนย์พัฒนาเขาหินซ้อน
โทร. (038) 599-009
และสำหรับผู้สนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะ
พร้อมเจ้าหน้าที่นำชม
ต้องทำหนังสือติดต่อล่วงหน้าที่นี่เช่นเดียวกัน
อำเภอท่าตะเกียบ
เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน
เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์
ครอบคลุมพื้นที่ 643,750 ไร่
ตั้งอยู่ในใจกลางของพื้นที่ป่าผืนใหญ่ซึ่งเป็นรอยต่อ
5 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา
ชลบุรี ระยอง จันทบุรี
และปราจีนบุรี
อันเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ผืนสุดท้ายของภาคตะวันออก
สภาพภูมิประเทศทั่วไปมีความลาดชันไม่มากนัก
โดยทั่วไปมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ
30-150 เมตร
มีพื้นที่ป่าปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง
เป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำบางปะกงทางด้านจังหวัดฉะเชิงเทรา
คลองโตนดในจังหวัดจันทบุรี
และแม่น้ำประแสร์ในจังหวัดระยอง
บริเวณป่ามีสัตว์ป่านานาชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งนกพันธุ์ต่าง
ๆ นอกจากนั้นยังมี น้ำตกอ่างฤาไน
ซึ่งอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ป่าประมาณ
2 กิโลเมตร
การเดินทางจากตัวเมืองใช้เส้นทางฉะเชิงเทรา-พนมสารคาม
จากอำเภอพนมสารคามใช้เส้นทางหมายเลข
3245 ถึงอำเภอท่าตะเกียบ
จากนั้นไปตามเส้นทางราดยางสู่บ้านหนองคอก
ระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร
ต่อด้วยเส้นทางสู่อำเภอวังน้ำเย็น
จังหวัดสระแก้วอีกประมาณ 15
กิโลเมตร
ถึงที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไนและสถานีวิจัยสัตว์ป่าฉะเชิงเทรา
ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน
ผู้ที่มีความประสงค์จะเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
จะต้องขออนุญาตจากกองอนุรักษ์สัตว์ป่า
กรมป่าไม้ ล่วงหน้า
งานนมัสการหลวงพ่อโสธร ปีหนึ่งมี 3 ครั้ง มีกำหนดทางจันทรคติดังนี้
งานเทศกาลกลางเดือน 5 เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 15 ค่ำ ถึง แรม 1 ค่ำ รวม 3 วัน 3 คืน ถือว่าเป็นงานฉลองสมโภชในวันที่อาราธนาหลวงพ่อโสธรขึ้นจากน้ำมาประดิษฐานที่วัดแห่งนี้
งานเทศกาลกลางเดือนสิบสอง เริ่มงานวันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เนื่องมาจากในปี พ.ศ. 2433 เกิดโรคฝีดาษระบาดไปทั่ว ชาวบ้านจึงบนบานต่อหลวงพ่อโสธรขอให้หาย และได้จัดพิธีสมโภชจนกลายเป็นประเพณีสืบต่อกันมา ปัจจุบันทางจังหวัดฉะเชิงเทราการจัดขบวนแห่หลวงพ่อโสธรจำลองทั้งทางบกและทางน้ำ เป็นงานประจำปีครั้งใหญ่ของจังหวัด
งานเทศกาลตรุษจีน จัดโดยสมาคมชาวจีน พร้อมด้วยพ่อค้า ข้าราชการ และประชาชนในจังหวัด เริ่มงานตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึงวันขึ้น 5 ค่ำ (ปีใหม่ตามจันทรคติของจีน) รวม 5 วัน 5 คืน
งานวันมะม่วง จะจัดขึ้นประมาณเดือนมีนาคม-เมษายนของทุกปี ซึ่งเป็นช่วงที่มะม่วงให้ผลผลิตออกสู่ตลาด งานจัดขึ้นบริเวณวัดโสธรฯ และหน้าที่ว่าการอำเภอบางคล้า ในงานจะมีการแสดงการจำหน่ายและการประกวดมะม่วง และการออกร้านจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตรอื่น ๆ ด้วย
อำเภอเมือง
โรงแรมแกรนด์ รอยัลพลาซ่า 67/13 ถนนสุขประยูร โทร. 514515-7 โทรสาร 511537 มีห้องปรับอากาศ 183 ห้อง ราคา 1,430-4,400 บาท
โรงแรมริเวอร์อินน์ 122/1 ถนนมรุพงษ์ โทร. 511921, 511609, 512897 มีห้องพัดลมและห้องปรับอากาศ 79 ห้อง ราคา 470-670 บาท
โรงแรมวังธารา ปริ๊นเซส 5/2 ถนนสุขประยูร โทร. 512565-9 โทรสาร 512567 กรุงเทพฯ ติดต่อ 236-0450-9 มีห้องปรับอากาศ 168 ห้อง ราคา 1,707-8,239 บาท
อำเภอบางปะกง
โรงแรมริมฝั่งบางปะกง 61/5 ถนนบางนา-ตราด โทร. 531512 ห้องพัดลมและปรับอากาศ 12 ห้อง ราคา 200-300 บาท
อำเภอพนมสารคาม
โรงแรมพนมการ์เด้น 333 หมู่ 4 ถนนพนมสารคาม โทร. 551515 มีห้องปรับอากาศ 20 ห้อง ราคา 580 บาท
ฉะเชิงเทราห่างอยู่จากกรุงเทพฯ ประมาณ 80 กิโลเมตร สามารถเดินทางจากกรุงเทพฯ ได้ทั้งรถยนต์ รถโดยสาร และรถไฟ รายละเอียดการเดินทางมีดังนี้
รถยนต์ส่วนบุคคล เส้นทางที่สะดวกมีสองเส้นทาง คือ สายกรุงเทพฯ-มีนบุรี-ฉะเชิงเทรา ทางหลวงหมายเลข 304 และอีกเส้นทางคือ จากกรุงเทพฯใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด ก่อนข้ามสะพานข้ามแม่น้ำบางประกงมีทางแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 314 ไปยังฉะเชิงเทรา
รถโดยสารประจำทาง มีทั้งรถโดยสารธรรมดาและปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (หมอชิต 2) โทร. 936-1888 และจาก สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) โทร. 392-2391
รถไฟ มีบริการรถไฟออกจากสถานีหัวลำโพง กรุงเทพฯ ไปฉะเชิงเทราทุกวัน วันละหลายเที่ยว รายละเอียดติดต่อ โทร. 223-7010, 223-7020