จังหวัดบุรีรัมย์
เมืองปราสาทหิน   ถิ่นภูเขาไฟ   ผ้าไหมสวย   รวยวัฒนธรรม

สถานที่ท่องเที่ยว     เทศกาล - ประเพณี สถานที่พัก การเดินทาง

   จังหวัดบุรีรัมย์  ตั้งอยู่ในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง  หรืออีสานตอนล่าง มีเนื้อที่ประมาณ 10,321.885  ตารางกิโลเมตร  อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ  ทางรถยนต์ประมาณ 410 กิโลเมตร  และทางรถไฟประมาณ  376 กิโลเมตร

   บุรีรัมย์เป็นเมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมือง  เป็นเมืองที่น่าอยู่อาศัยสำหรับคนในท้องถิ่น  และเป็นเมืองที่น่ามาเยือนสำหรับคนต่างถิ่น  จังหวัดบุรีรัมย์มากมีไปด้วยปราสาทหินใหญ่-น้อย  อันหมายถึงความรุ่งเรืองมาแต่อดีต  จากการศึกษาของนักโบราณคดีพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ , สมัยทวารวดี  และที่สำคัญที่สุดพบกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดบุรีรัมย์  คือ หลักฐานทางวัฒนธรรมของเขมรโบราณ  ซึ่งมีทั้งปราสาทอิฐและปราสาทหินเป็นจำนวนมากกว่า 60 แห่ง  รวมทั้งได้พบแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ  คือ  เตาเผาภาชนะดินเผา  และภาชนะดินเผาแบบที่เรียกว่า  "เครื่องถ้วยเขมร"  ซึ่งกำหนดอายุได้ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15-18  อยู่ทั่วไป

   หลังจากสมัยของวัฒนธรรมขอมหรือเขมรโบราณแล้ว  หลักฐานทางประวัติศาสตร์ของบุรีรัมย์เริ่มมีขึ้นอีกครั้ง  ตอนปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา  โดยปรากฏชื่อว่าเป็นเมืองขึ้นของเมืองนครราชสีมา  และปรากฏชื่อต่อมาในสมัยกรุงธนบุรี  ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์  บุรีรัมย์มีฐานะเป็นเมือง ๆ หนึ่ง  จนถึงพ.ศ. 2476  ได้มีการจัดระเบียบราชการบริหารส่วนภูมิภาคใหม่  จึงได้ชื่อเป็นจังหวัดบุรีรัมย์มาจนถึงปัจจุบันนี้

   บุรีรัมย์แบ่งการปกครองออกเป็น  18 อำเภอ  กับ 4 กิ่งอำเภอ  คือ อำเภอเมืองบุรีรัมย์  อำเภอนางรอง  อำเภอลำปลายมาศ  อำเภอประโคนชัย  อำเภอพุทไธสง  อำเภอสตึก  อำเภอกระสัง  อำเภอบ้านกรวด  อำเภอคูเมือง  อำเภอละหานทราย  อำเภอหนองกี่  อำเภอปะคำ  อำเภอนาโพธิ์  อำเภอหนองหงส์  อำเภอพลับพลาชัย  อำเภอห้วยราช  อำเภอโนนสุวรรณ  อำเภอเฉลิมพระเกียรติจังหวัดบุรีรัมย์  กิ่งอำเภอบ้านด่าน  กิ่งอำเภอชำนิ  กิ่งอำเภอบ้านใหม่ไชยพจน์  และกิ่งอำเภอโนนดินแดง  อำเภอที่อยู่ติดชายแดนได้แก่  อำเภอบ้านกรวด  และอำเภอละหานทราย

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

 

สถานที่ท่องเที่ยว

อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก       
ปัจจุบันเป็นสถานที่ราชการของโครงการชลประทานและที่ทำการประปา อยู่ในท้องที่ตำบลเสม็ด บนเส้นทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 10-13 กิโลเมตร  มีลักษณะเป็นทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นทั่วบริเวณ เป็นสถานที่พักผ่อนของ ประชาชนในบริเวณใกล้เคียง

ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดบุรีรัมย์
ตั้งอยู่บริเวณสถาบันราชภัฎบุรีรัมย์  เป็นแหล่งเก็บรวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุ-ศิลปวัตถุอันมีค่าทางประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นแหล่งค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับประวัติศาสตร์โบราณคดี และศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่น จังหวัดบุรีรัมย์ได้ทำพิธีเปิดศูนย์แห่งนี้เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2536 และเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวันในเวลาราชการ

อ่างเก็บน้ำทุ่งแหลม
อยู่ริมทางหลวงหมายเลข 24 ทางด้านซ้ายมือระหว่างทางจากอำเภอนางรองไป ปราสาทหินพนมรุ้งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ซึ่งได้รับการปรับปรุงให้เป็นที่พักริมทาง มีศาลาริมน้ำรับลมเย็นและบริเวณนี้มีฝูงนกเป็ดน้ำจำนวนมากมาอาศัยอยู่ในช่วงฤดูแล้ง

ปราสาทหินเมืองต่ำ

อยู่ที่ตำบลจระเข้มาก ห่างปราสาทหินพนมรุ้ง 8 กิโลเมตร ไม่พบหลักฐานที่แน่นอนว่าสร้างขึ้นเมื่อใด  มีลักษณะของศิลปะขอมแบบบาปวน ซึ่งมีอายุอยู่ในราวพ.ศ. 1550-1625  โดยลักษณะของศิลปะขอมแบบคลังซึ่งมีอายุราว พ.ศ. 1508-1555  ปะปนอยู่ด้วย ภาพสลักส่วนใหญ่เป็น ภาพเทพในศาสนา ฮินดู จึงอาจกล่าวได้ว่า ปราสาทแห่งนี้คงจะสร้างขึ้นประมาณพุทธศตวรรษที่ 15-17 เพื่อใช้เป็นศาสนสถาน ในศาสนาฮินดูตัวปราสาท ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้างหลัก คือ ปรางค์อิฐ 5 องค์ สร้างอยู่บนฐานเดียวกัน ก่อด้วยศิลาแลง องค์ ปรางค์ทั้ง 5 ตั้งเรียงกันเป็น 2 แถว แถวหน้า 3 องค์ แถวหลัง 2 องค์ ปรางค์ประธานซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดตั้งอยู่ ตรงกลางแถวหน้า สิ่งก่อสร้างดังกล่าว ล้อมรอบด้วยกำแพงสองชั้น กำแพงชั้นในก่อด้วยหินทรายเป็นห้องแคบๆ ยาวต่อเนื่อง กันเป็น รูปสี่เหลี่ยม ที่เรียกว่า ระเบียงคด กำแพงชั้นนอกเป็นกำแพงศิลาแลงกำแพงทั้งสองชั้นมีซุ้มประตู อยู่ในแนวตั้งตรง กันทั้ง 4 ด้าน ซุ้มประตูทั้งหมดยกเว้นซุ้มประตูของประตูชั้นในด้านทิศตะวันตกก่อด้วย หินทราย สลักลวดลายใน ส่วนต่างๆ อย่างงดงามตั้งแต่หน้าบัน ทับหลังเสาติดผนัง ฯลฯ เป็นภาพเล่าเรื่อง ในศาสนาฮินดูและลวดลายที่ผูกขึ้นจากใบไม้ ดอกไม้ที่มักเรียกรวมๆ ว่า ลายพันธุ์พฤกษา ระหว่างกำแพงชั้นในและกำแพงชั้นนอก เป็นลานกว้างปูด้วยศิลาแลง มีสระน้ำขุดเป็นรูปหักมุม ตามแนว กำแพงอยู่ ทั้ง 4 มุม กรุขอบสระด้วยแท่งหินแลงก่อเรียงเป็นขั้นบันไดลงไปยังก้นสระ ขอบบนสุดทำด้วย หินทรายเป็นลำตัว นาคซึ่งชูคอแผ่พังพานอยู่ที่มุมสระ เป็นนาค 5 เศียรเกลี้ยงๆ ไม่มีเครื่องประดับศีรษะ
ค่าเข้าชมปราสาทเมืองต่ำ คนไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 40 บาท

แหล่งหินตัด
ตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ้านกรวด บริเวณเขากลอยและเขากระเจียว     แหล่งหินตัดนี้เป็นแหล่งหินทรายที่คนสมัยขอม ตัดเอาไปสร้าง ปราสาทต่างๆ ในเขตอีสานใต้ ทั่วบริเวณ  มีหินทรายก้อนใหญ่น้อยเรียงรายอยู่ทั่วไป บางก้อนยังมีร่องรอย สกัดหินปรากฏอยู่ นอกจากนั้น บริเวณนี้ยังเป็นสถานปฏิบัติธรรมของวัดสวนธรรมศิลา ได้รับการดูแลและ ปรับปรุงสถานที่ให้สะอาดสวยงาม  มี ทางเดินจากแหล่งหินตัดไปยังจุดชมวิวบนยอดเขา

สวนนก
ตั้งอยู่ริมอ่างเก็บน้ำห้วยตลาด ตำบลห้วยราช การเดินทางใช้เส้นทางสายบุรี-รัมย์-ประโคนชัยทางหลวงหมายเลข 219 ประมาณ 15 กิโลเมตร มีทางลูกรังแยกซ้ายไปประมาณ 2 กิโลเมตร   เขตสวนนกนี้ได้ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า อ่างเก็บน้ำห้วยตลาดเป็นที่อยู่อาศัยของนกนานาชนิด ซึ่งมี ทั้งนกท้องถิ่นและนกที่อพยพมาจากประเทศแถบหนาว บริเวณสวนนกมีต้นไม้ร่มรื่น และมีศาลาริมอ่างเก็บน้ำสำหรับพักผ่อน และชมชีวิตความเป็นอยู่ของนกในบริเวณนี้

เขื่อนลำนางรอง
อยู่ในเขตบ้านโนนดินแดง ห่างจากอนุสาวรีย์เราสู้ประมาณ 1 กิโลเมตร ก่อนถึงอนุสาวรีย์จะพบทางแยกเข้าไปทางซ้าย เป็นลักษณะเขื่อนดินฐานคอนกรีต มีถนนลาดยางบนสันเขื่อนเชื่อมต่อไปยังหมู่บ้านตัวอย่างหมู่บ้านพัฒนาหนองตาเยาว์และหนองหว้า ซึ่งอยู่ใกล้ชายแดน ประมาณ 20 กิโลเมตร   ที่สันเขื่อนมีหินลอย (หินภูเขาไฟอีกชนิดหนึ่ง) เป็นก้อนและแผ่น สีสันแบ่งกันเป็นชั้นๆ สวยงาม ซึ่งได้นำออกไปกองไว้กันน้ำเซาะสันเขื่อน และใกล้กับเขื่อนลำนางรองนี้มีเขื่อนคลองมะนาวซึ่งมีขนาดเล็กกว่า แต่ก็สวยงามสงบเงียบซึ่งเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวบุรีรัมย์อีกแห่งหนึ่ง

ปราสาทหนองหงส์
ตั้งอยู่ที่บ้านโนนดินแดง ตำบลโนนดินแดง  ตัวปราสาทเป็นปรางค์ 3 องค์ ก่อด้วยอิฐ ตั้งบนฐานก่อด้วยศิลาแลงต่อเนื่องเป็นฐานเดียวกันหันหน้าไป ทางทิศตะวันออกมีประตูเข้า-ออกทางด้านหน้าอีก 3 ด้าน เป็นประตูหลอก ปรางค์ทั้งสามมีผังเป็นรูปสี่ เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้สิบสอง องค์กลางขนาดใหญ่กว่าสององค์ที่ขนาบข้าง แต่เดิมเคยมีทับหลังประดับ จำหลักลายอย่างสวยงาม คือ องค์ทิศเหนือสลักเป็นรูปพระนารายณ์ทรงครุฑเหนือหน้ากาล ซึ่งมือยึด ท่อนพวงมาลัยแวดล้อมด้วยลายพันธุ์พฤกษา อีก 2 องค์ที่เหลือ คือองค์กลางและองค์ด้านทิศใต้ก็มี ลักษณะคล้ายกันต่างกันที่ภาพตรงกลาง คือ ทับหลังปรางค์องค์กลางสลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณองค์ทิศใต้เป็นรูปพระอิศวรทรงโค ด้านหน้าของปรางค์องค์กลาง มีทางเดินยื่นยาวออกไป มีบันไดทางด้านหน้าและด้านข้างทั้งสอง นอกจากนี้ยังมีวิหารหรือบรรณาลัยอีก 1 หลัง ก่อด้วยศิลาแลงหันหน้าเข้าหา ปรางค์องค์ทิศใต้อาคารทั้งหมดล้อมรอบด้วยกำแพงศิลาแลง มีซุ้มประตูด้านหน้าและด้านหลัง มีคูน้ำรูป ตัวยู (U) ล้อมรอบอีกทีหนึ่ง การกำหนดอายุ สมัยของปราสาทนั้น จากลักษณะการก่อสร้าง และศิลปกรรมที่พบซึ่งตรงกับ ศิลปะเขมรแบบบาปวน ซึ่งมีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 16

วนอุทยานเขากระโดง
เขากระโดงเป็นภูเขาไฟเก่าแก่ที่มองเห็นลักษณะปากปล่องได้ชัดเจน  อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 6 กม.  บนเส้นทางสายบุรีรัมย์-ประโคนชัย   การเดินทางโดยรถยนต์ตลอดเส้นทางจะพบพระพุทธรูปปางต่างๆ เรียงรายอยู่เป็นระยะ  ส่วนทางขึ้นอีกทางหนึ่งเป็นบันได มีความสูงประมาณ 265 เมตร  ก่อนถึงยอดเขา จะเห็นสระน้ำมณีวรรณ  อยู่ทางด้านขวามือ สระน้ำนี้เชื่อว่าเดิมเป็นปากปล่องภูเขาไฟบนยอดเขาเป็นลานกว้าง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสีขาวองค์ใหญ่ ชื่อว่า "พระสุภัทรบพิตร" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่เมืองบุรีรัมย์ และมีปรางค์กู่โบราณภายในประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองอยู่ด้วย

อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง
ปราสาทหินพนมรุ้ง  เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีอายุการก่อสร้างและใช้เป็นเทวสถาน ต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ลงมาถึงพุทธศตวรรษที่ 17 จนถึงพุทธ ศตวรรษที่ 18  พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมหันมานับถือศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้คงจะได้รับการดัดแปลงเป็นพุทธศาสนาลัทธิมหายานในช่วงนั้น

ตัวโบราณสถาน ตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟ ที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตร จากพื้นราบ คำว่า "พนมรุ้ง" หรือ "วนํรุง" เป็นภาษาเขมรแปลว่า "ภูเขาใหญ่" ปราสาทพนมรุ้งหันไปทางทิศตะวันออก  ประกอบ ด้วยอาคารและสิ่งก่อสร้างต่างๆ  ที่ตั้งเรียงรายขึ้นไปจากลาดเขาทางขึ้นจนถึงปรางค์ประธานบนยอด  อันเปรียบเสมือนวิมานที่ประทับของพระศิวะ  บันไดทางขึ้นช่วงแรกทำเป็นตระพังสามชั้นผ่านขึ้นมาสู่พลับพลาชั้นแรก จากนั้นเป็นทางเดินซึ่งมีเสานาง เรียงปักอยู่ที่ขอบทางทั้งสองข้างเป็นระยะๆ ถนนทางเดินนี้ทอดไปสู่สะพานนาคราช ซึ่งเปรียบเสมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างดินแดนแห่งมนุษย์และสรวงสวรรค์ ด้านข้างของทางเดินทางทิศเหนือมีพลับพลาสร้าง ด้วยศิลาแลง 1 หลังเรียกกันว่า โรงช้างเผือก สุดสะพาน นาคราชเป็นบันไดทางขึ้นสู่ปราสาท ซึ่งทำเป็น ชานพักเป็นระยะๆ  รวม 5 ชั้น สุดบันไดเป็นชานชลา โล่งกว้าง ซึ่งมีทางนำไปสู่สะพานนาคราชหน้า ประตูกลางของระเบียงคด อันเป็นเส้นทางหลักที่จะผ่านเข้า สู่ลานชั้นในของปราสาท และจากประตูนี้ยังมี สะพานนาคราชรับอยู่อีกช่วงหนึ่งก่อนถึงปรางค์ประธาน

ปรางค์ประธาน หรือส่วนที่สำคัญที่สุด ตั้งอยู่ตรง ศูนย์กลางของลานปราสาทชั้นใน มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมมณฑปคือห้องโถงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า เชื่อมอยู่ทางด้านหน้าที่ส่วนประกอบของปรางค์ประธานตั้งแต่ฐานผนังด้านบนและด้านล่าง เสากรอบประตู เสาติดผนัง ทับหลัง หน้าบันซุ้มชั้นต่างๆ ตลอดจนกลีบขนุนปรางค์ล้วนสลักลวดลายประดับทั้งลวดลายดอกไม้ ใบไม้ ภาพฤาษีเทพประจำทิศ ศิวะ นาฏราช ที่ทับหลังและหน้าบันด้านหน้าปรางค์ประธาน ลักษณะของลวดลายและรายละเอียดอื่นๆ ช่วยให้กำหนดได้ว่าปรางค์ประธานพร้อมด้วยบันไดทางขึ้นและ สะพานนาคราชสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 17

ภายในลานชั้นในด้านตะวันตกเฉียงใต้ มีปรางค์ขนาดเล็ก 1 องค์ ไม่มีหลังคา จากหลักฐานทางศิลปกรรมที่ปรากฏ เช่น ภาพสลักที่หน้าบันทับหลัง บอกให้ทราบได้ว่าปรางค์องค์นี้สร้างขึ้นก่อนปรางค์ประธาน มีอายุในราวพุทธศตวรรษที่ 16

นอกจากนี้ยังมีฐานปรางค์ก่อด้วยอิฐซึ่งมีอายุเก่าลงไปอีก คือประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 อยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์ประธาน และที่มุมทิศตะวันออกเฉียงเหนือและทิศตะวันออกเฉียงใต้มีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าก่อด้วยศิลาแลง มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 ร่วมสมัยกันกับพลับพลาที่สร้างด้วยศิลาแลง ข้างทางเดินที่เรียกว่า "โรงช้างเผือก"

ปราสาทพนมรุ้งเปิดให้เข้าชมทุกวันเวลา 08.30-16.30 น. ค่าเข้าชมชาวไทย 10 บาท ชาวต่างชาติ 40 บาท 
ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี จะมีงานนมัสการรอยพระพุทธบาทพนมรุ้ง  การเดินทางไปชมปราสาทหินพนมรุ้งในกรณีที่ท่านมิได้นำรถยนต์ไปเอง ต้องใช้บริการของบริษัทขนส่ง จำกัด แล้วลงที่อำเภอนางรอง จะมีรถสองแถวรับจ้างเหมาขึ้นปราสาทพนมรุ้งคันละประมาณ 200-300 บาท หรือติดต่อโดยตรงที่ สำนักงานอุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้งโทร. (044) 631746

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

 

 เทศกาล และงานประเพณี

   งานนมัสการพระเจ้าใหญ่ที่วัดหงศ์    บ้านศรีษะแรด  ตำบลมะเฟือง  อำเภอพุทไธสง  จัดงานในวันเพ็ญเดือน 3  เป็นงานที่ยิ่งใหญ่มาก  เพราะพระเจ้าใหญ่เป็นพระพุทธรูปที่ชาวบุรีรัมย์และชาวอีสานทั่วไปเลื่อมใสศรัทธามาก

   งานนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลอง    ที่เขากระโดง  อำเภอเมือง  จัดในงานเพ็ญเดือน 3  เช่นกัน  ประชาชนจะไปนมัสการรอยพระพุทธบาทจำลองและพระสุภัทรบพิตร  ตลอดจนเที่ยวงานกันอย่างคับคั่ง

   งานประเพณีขึ้นเขาพนมรุ้ง    เป็นงานประจำปีของประชาชนในเขตอำเภอนางรองและอำเภอประโคนชัย  จัดขึ้นในเทศกาลสงกรานต์  กำหนดเป็นวันขึ้นเขาพนมรุ้ง  จัดในวันเพ็ญ  (ขึ้น 15 ค่ำ)  เดือน 5  ของทุกปี

   งานแข่งเรือ เป็นงานประเพณีของชาวอำเภอสตึก    จัดแข่งในแม่น้ำมูลมีเรือจากอำเภอใกล้เคียงในจังหวัดสุรินทร์มาร่วมแข่งขัน  จัดขึ้นวันเสาร์ อาทิตย์แรกของเดือนพฤศจิกายน

   งานมหกรรมว่าวอีสาน  และงานขึ้นปล่อยภูเขาไฟกระโดง    หลังจากฤดูเก็บเกี่ยวประมาณช่วงต้นเดือนธันวาคม  ประมาณวันที่ 1-2  ธันวาคมของทุกปี  จะมีการจัดงานมหกรรมว่าวอีสาน  ในงานจะมีการประกวดขบวนแห่ 12 นักษัตรและการประกวดธิดาฟ้าอีสานจากสาวงามทั่วภาคอีสาน

   งานเครื่องเคลือบพันปี    จัดขึ้นที่อำเภอบ้านกรวด  ในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี  เพื่อเป็นการอนุรักษ์ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม  โบราณสถาน  โบราณวัตถุ  ในอำเภอบ้านกรวด

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

 

สถานที่พัก

(รหัสทางไกล  044)

อำเภอเมือง

   แสงรุ้ง อินเตอร์ปาร์ค    38  ถนนบุรีรัมย์-ห้วยราช  โทร. 621203-16  โทรสาร  612392  จำนวน 247 ห้อง  ราคา 1,200-20,000 บาท

   บุรีรัมย์สิรารมย์    418  ถนนนิวาศ  โทร. 612504  จำนวน 75 ห้อง  ราคา 400-600 บาท

   วงษ์ทอง    512/1  ถนนจิระ  อ.เมือง  โทร. 612540, 612860-2  โทรสาร 620859  จำนวน 71 ห้อง  ราคา 450-1,270 บาท

   เทพนคร    139  ถนนสุนทรเทพ  โทร. 613401-2  โทรสาร 613400  จำนวน 30 ห้อง  ราคา 390-750 บาท

   ไทยโฮเต็ล    38/1  ถนนรมย์บุรี  โทร. 612462, 611112  โทรสาร 612461  จำนวน 96 ห้อง  ราคา 150-720 บาท

   แกรนด์โฮเต็ล    137  ถนนนิวาศ  โทร. 611089, 611179  จำนวน 90 ห้อง  ราคา 150-190 บาท

กลับด้านบน

 

 

 

 

 

 

การเดินทาง

   ทางรถยนต์    จากกรุงเทพฯ  เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 1  (พหลโยธิน)  ถึงสระบุรี  เลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2  (มิตรภาพ)  จากนั้นแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 24  (โชคชัย-เดชอุดม)  ผ่านอำเภอหนองกี่ ,อำเภอนางรอง  แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ตัวจังหวัดบุรีรัมย์  ตามทางหลวงหมายเลข 218  รวมระยะทาง 410 กิโลเมตร   หรือจากนครราชสีมา  ตามทางหลวงหมายเลข 226  ผ่านอำเภอจักราช-ห้วยแกลง-ลำปลายมาศ  รวมระยะทาง 384 กิโลเมตร

ตรวจเช็คข้อมูลการเดินทางทั่วประเทศ

กลับด้านบน

1