พระพุทธโลกนาถ ราชมหาสมมติวงศ์ องค์อนันตญาณสัพพัญญู สยัมภูพุทธบพิตร
|
สถานที่ประดิษฐาน พระวิหารด้านทิศตะวันออก มุขหลังชั้นใน วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร |
พุทธลักษณะ ศิลปะอยุธยา ปางห้ามสมุทร สูง ๒๐ ศอก วัสดุ สำริดปิดทอง |
พระพุทธโลกนาถฯ เป็นพระประธานประดิษฐานอยู่ ณ มุขหลังของพระวิหารตะวันออกซึ่งเป็นทิศเดียวที่ได้มีการต่อขึ้น ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มุขหลังพระวิหารอื่น ๆ อีกสามทิศล้วนต่อขึ้นภายหลังคราวปฏิสังขรณ์ใหญ่ในรัชกาลที่ ๓ ทั้งสิ้น พระพุทธรูปองค์นี้ มีกล่าวถึงความเป็นมาไว้ในจารึกเรื่องทรงสร้างวัดพระเชตุพนฯ ในรัชกาลที่ ๑ ติดอยู่ที่มุขหลังพระวิหารตะวันออกว่า "พระพุทธรูปยืนสูงยี่สิบศอก ทรงพระนามว่า พระโลกนาถศาสดาจารย์ ปรักหักพัง เชิญมาแต่วัดพระศรีสรรเพชญ์ กรุงเก่า ปฏิสังขรณ์เสร็จแล้วเชิญประดิษฐานในพระวิหารทิศตะวันออกมุขหลัง บรรจุพระบรมธาตุด้วย" พระโลกนาถศาสดาจารย์น่าจะเป็นพระพุทธรูปสำคัญองค์หนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ด้วยเป็นพระพุทธรูปหล่อยืนที่สูงรองลงมาจากพระศรีสรรเพชญ์ซึ่งบรรจุอยู่ในพระมหาเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ วัดพระเชตุพนฯ จัดเป็นพระพุทธรูปยืนที่มีขนาดใหญ่โตแต่สร้างได้พระพุทธลักษณะอันงามประณีต พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงโปรดฯ ให้อัญเชิญมาซ่อมบูรณะแล้วประดิษฐานไว้ ณ วัดพระเชตุพนฯ อันเป็นวัดสำคัญประจำรัชกาล ต่อมาในรัชกาลที่ ๔ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถวายนามว่า พระพุทธโลกนาถ ราชมหาสมมติวงศ์องศ์อนันตญาณสัพพัญญู สยัมภูพุทธบพิตร พระพุทธโลกนาถฯ นี้กล่าวกันว่าศักดิ์สิทธิ์ในทางขอบุตร เล่ากันว่าคุณจอมแว่นในรัชกาลที่ ๑ หรือที่เรียกว่า "คุณเสือ" นั้นได้เคยบูชาขอโอรสธิดาโดยถวายตุ๊กตาศิลาไว้ ๑ คู่ ยังติดอยู่ที่ผนังพระวิหารจนปัจจุบันและปรากฏเรื่องราวนี้ในโครงจารึกวัดพระเชตุพนฯ ในรัชกาลที่ ๓ ด้วย ในเทศกาลเข้าพรรษา เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานพุ่มเทีียนพรรษาถวายยังพระอารามต่าง ๆ นั้น สำหรับวัดพระเชตุพนฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานแด่พระโลกนาถฯ ด้วย นับเป็นพระพุทธรูปประจำพระวิหารทิศของวัดพระเชตุพนฯ องค์เดียวที่ได้รับพระราชทานพุ่มเทียนพรรษา |