พระพุทธไสยาสน์

 

สถานที่ประดิษฐาน    วิหารพระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมก  วรวิหาร

                                อำเภอป่าโมก  จังหวัดอ่างทอง

พุทธลักษณะ             ศิลปะ  อยุธยาตอนต้น

                                ปางไสยาสน์

                                ขนาด  ยาว  ๑๒  วา

                                วัสดุ  ปูนปั้น  ลงรักปิดทอง

        พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกนี้  มีความเป็นมาที่คล้ายคลึงกับพระพุทธไสยาสน์วัดพระนอนจักรสีห์  คือไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่ชัดเจน  แต่สันนิษฐานจากพุทธลักษณะว่าเป็น  พระพุทธรูปสมัยอยุธยาตอนต้นและมาปรากฏเรื่องราวการบูรณะปฏิสังขรณ์ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาเช่นกัน

        เรื่องราวของพระนอนวัดป่าโมกปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดาร   รัชสมัยพระเจ้าท้ายสระว่าองค์พระนั้นประดิษฐานอยู่ในวิหารริมแม่น้ำ  อยู่มาน้ำได้เซาะตลิ่งจนเกือบจะถึงพระวิหาร  พระเจ้าท้ายสระจึงโปรดฯ  ให้ทำการชะลอพระพุทธรูปให้ออกห่างจากแม่น้ำซึ่งการดังกล่าวนี้เป็นงานใหญ่และยากลำบากอย่างยิ่ง  ปรากฏว่าพระยาราชสงครามรับอาสาทำการได้สำเร็จเรียบร้อยในปี ๒๒๗๕  แต่ยังไม่ทันได้ฉลองก็สิ้นรัชกาลเสียก่อนการฉลอง  ได้มาทำในรัชกาลต่อมาคือพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศซึ่งได้มีโคลงพระราชนิพนธ์พระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้  เมื่อครั้งยังทรงเป็นกรมพระราชวังบวรในรัชกาลก่อน  เรื่องราวชะลอพระพุทธไสยาสน์ปรากฏอยู่ในพระวิหารด้วย

        พระพุทธไสยาสน์วัดป่าโมกมาปรากฏเรื่องราวอีกครั้ง  ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่เมื่อมีเรื่องโจษจันกันว่าพระนอนวัดป่าโมกที่เมืองอ่างทองพูดได้  โดยมีพยานยืนยันทั้งพระและฆราวาส  โดยความทราบถึงพระเนตรพระกรรณทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ  ผู้อยู่ในเหตุการณ์ยังได้เฝ้ากราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว  เมื่อเสด็จพระราชดำเนินยังวัดป่าโมกด้วย

                มีงานนมัสการพระพุทธไสยาสน์ประจำปี ๆ ละ  ๒ ครั้ง

            วันขึ้น ๑๔ ค่ำ  ถึง  แรม ๑ ค่ำ  เดือน  ๔  เป็นเวลา ๓ วัน  ๓ คืน

            วันขึ้น ๑๒ ค่ำ  ถึง  แรม ๑ ค่ำ  เดือน  ๑๑ เป็นเวลา ๕ วัน  ๕ คืน


1