พระพุทธตรีโลกเชฏฐ์

 

สถานที่ประดิษฐาน    พระอุโบสถ  วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร

                                เสาชิงช้า  กรุงเทพมหานคร

พุทธลักษณะ            ศิลปะรัตนโกสินทร์

                                ปางมารวิชัย

                                ขนาดหน้าตัก ๑๐ ศอก ๘ นิ้ว หรือ ๓ วา ๑๗ นิ้ว  สูง ๔ วา ๑๘ นิ้ว

                                วัสดุ  สำริดลงรักปิดทอง

        วัดสุทัศนเทพวรารามนี้  ไม่เพียงแต่จะมีพระพุทธรูปหล่อใหญ่ที่สุดในประเทศไทยคือพระศรีศากยมุนีซึ่งเป็นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยเท่านั้น  แต่ยังมีพระพุทธรูปหล่อใหญ่ที่สุดในสมัยรัตนโกสินทร์ประดิษฐานอยู่อีก ๑ องค์ด้วย

        วัดสุทัศนเทพวรารามสถาปนาขึ้นในช่วงปลายรัชกาลที่ ๑  เมื่อเสด็จสวรรคตการสร้างยังค้างอยู่อีกมาก  จนสิ้นรัชกาลที่ ๒  ก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ  มีพระราชประสงค์จะสร้างให้ครบบริบูรณ์  โปรดฯ ให้สร้างพระอุโบสถสำเร็จเมื่อปี ๒๓๗๗ แล้ว  โปรดฯ  ให้กรมหมื่นณรงค์หริรักษ์หล่อพระประธานเพื่อประดิษฐานในพระอุโบสถเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยขนาดหน้าตัก ๓ วา  ๑๗ นิ้ว  สูง  ๔ วา  ๑๘ นิ้ว  จัดเป็นพระพุทธรูปหล่อใหญ่ที่สุดในกรุงรัตนโกสินทร์ตลอดเวลาเกือบ ๒๐๐ ปี  (หากไม่นับรวมถึงพระศรีศากยะทศพลญาณฯ  ที่พุทธมณฑลซึ่งเพิ่งจะแล้วเสร็จในรัชกาลปัจจุบัน)

        ในสมัยรัชกาลที่ ๔  ถวายพระนามพระพุทธรูปว่า  พระพุทธตรีโลกเชฏฐ์และเนื่องจากทรงโปรดฯ  ให้อัญเชิญพระศรีศาสดาที่เคยประดิษฐานอยู่ด้วยกันกับพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ไปไว้ยังวัดบวรนิเวศวิหาร  จึงโปรดฯ  ให้สร้าง  "พระอสีติมหาสาวก"  ขึ้นไว้แทน  ดังนั้นในพระอุโบสถวัดสุทัศนฯ  นอกจากฐานชุกชีที่ประดิษฐานพระประธานแล้วยังมีแท่นขนาดใหญ่จัดวางรูปปูนปั้นพระอสีติมหาสาวกรวม ๘๐ องค์นั่งพนมมืออยู่เบื้องหน้าพระพุทธตรีโลกเชฏฐ์ด้วย


1